ตอนที่ 3
เวลาต่อมา
หลังจากที่เอ็มมี่กับเจนนี่ เธอทั้งคู่กินก๋วยเตี๊ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้นั่งพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับหอพักมารวยแห่งนี้กับป้าเจ้าของร้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดรู้เรื่องเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหอพักนั้นถึงได้มีผี
“ นี้แก ตอนที่เธอติดต่อขอเช่าที่นี้เธอไม่ได้สืบประวัติอะไรเลยเหรอ “ เอ็มมี่ ถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ว่าเจนนี่ ไม่รู้จริงๆเหรอว่าที่นี้มีผี ทั้งที่ความจริงแล้วเจนนี่เธอเป็นคนรอบคอบทุกเรื่องฃไม่เว้นแม้แต่เรื่องเล็กน้อย นั้นเลยทำให้เอ็มมี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจนนี่จะไม่รู้จริงๆ
“ อื้ม ฉันไม่รู้จริงๆ ใครจะมาประกาศบอกคนเช่าละว่าห้องพักของตัวเองมีผีแกนี้ก็พูดไม่คิด “ เจนนี่เธอตอบเพื่อนออกมาด้วยความหัวเสียแล้วก็โกรธตัวเองที่เสียโง่ครั้งนี้ เอ็มมี่ที่ได้ยินแบบนั้รเธอก็เข้าใจเพื่อนว่าตอนนี้เจนนี่กำลังโกรธตัวเองอยู่
“ เอ้อ เอาเถอะจะผี จะห่า จะเหวอะไรก็ชั่งเถอะ ในเมื่อเราต้องเซฟเงิน แล้วอีกอย่างเราก็ยังไม่ได้ทำงาน เอาเป็นว่าอดทนไปก่อน เอาไว้เรามีเงินแล้วค่อยย้าย “ เอ็มมี่เธอพูดเพื่อให้เพื่อนรู้สึกใจเย็นลง เจนนี่ที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้แต่พยักหน้าอย่างท้อแท้ใจ ถึงอยากออกตอนนี้ก็คงไม่มีที่ไหนราคาถูกแล้วก็ใกล้มหาวิทยาลัยเหมือนที่นี้แล้ว
หอพัก อยู่แล้วรวย
บรู๊………….บรู๊……….บรู๊……
“ กรี๊สสสสสสสสส อย่า อย่า กรี๊สสสสสสส “ เวลาเที่ยงคืน ระหว่างที่ห้องของแต่ละห้องปิดไฟนอนพักผ่อนกันอยู่นั้น อยู่ๆเสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ดังขึ้นมาปลุก เจนนี่กับเอ็มมี่ที่หลับไหลด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แล้วก็เก็บของ ทั้งคู่ที่นอนหลับอยู่นั้นก็ต้องสะดุ้งดีดตัวลุกขึ้นมานั่งจัก้าด้วยความตกใจเพราะเสียงของผู้หญิงที่กรีดร้องดังลั้นอยู่ไม่ไกลจากห้องของพวกเธอเลย
“ เอ็มมี่เธอได้ยินอะไรไหม “ เจนนี่ถามเพื่อนออกมาด้วยความตกใจ ว่าเพื่อนของตัวเองได้ยินเสียงของคนกรี๊ดเหมือนกับเธอได้ยินไหม
บรู๊……….บรู๊………..บรู๊
“ อื้ม หมาก็หอนคนก็ร้อง “ เอ็มมี่พยักหน้าบอกเพื่อนว่าเธอก็ได้ยินเหมือนกัน ได้ยินทั้งคนทั้งหมาเลย
“ กรี๊สสสสส ปล่อยกู ปล่อยกู เดี๋ยวนี้ “ ปึก ปึก ปึก ตุบ ตุบ
“ ตายซะอีสารเลว มึงรักมันมากนักใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นมึงก็ตามไปอยู่ในนรกกับมันซะ “ ปึก
“ กรี๊สสสสส // อึก อึก อัก อัก “ ระหว่างที่เอ็มมี่กับเจนนี่นั่งพินิจพิจารณาอยู่นั้น เสียงของหญิงสาวที่ทั้งคู่คิดอยู่ว่าที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของผู้หญิงจากห้องไหน พอเสียงของคนสองคนดูเหมือนว่าจะเป็นคู่รักกัน แต่ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องทะเราะกันแล้วก็ทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง จากที่เอ็มมี่กับเจนนี่ได้ยินนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ฝ่ายชายทำร้ายหญิงสาวเป็นเพราะหึงหวงผู้หญิง พอเอ็มมี่กับเจนนี่ได้ยินแบบนั้นทั้งคู่ก็จับต้นชนปลายได้แล้วว่า ต้นเสียงนั้นมาจากทางห้องไหน
“ ไป กันเจนนี่ “ เอ็มมี่ลุกพรวดพราดขึ้น พร้อมกับชวนเพื่อนให้ตามเธอเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่โดนคนรักทำร้าย เจนนี่ที่ไม่ต้องชวนเธอก็ไปอยู่แล้ว เธอก็รีบลุกตามเพื่อนไปทันที
ปึง ปึง ปึง
แคร๊กๆ แคร๊กๆ // แคก…….แคก…….แคก…..ปึก ปึก
เอ็มมี่กับเจนนี่ ทั้งคู่เดินมาเคาะข้างห้อง ด้วยความตกใจเพราะเสียของหญิงสาวที่กรีดร้องอยู่ด้านในนั้นมันเงียบไปแล้วอีกอย่างเสียงที่อยู่ด้านในนั้นเป็นเหมือนเสียงของอะไรบางอย่างที่ ดูแปลกๆ เอ็มมี่กับเจนนี่ที่เป็นเด้กบ้านนอกแล้วก็ถูกสอนมาว่าเมื่อเห็นคนออ่นแอถูกทำร้าย วิชามวยที่พวกเธอทั้งคู่เรียนมาจากพ่อของเจนนี่นั้นให้เอามาช่วยคน นั้นเลยทำให้เอ็มมี่กับเจนนี่เลือดอีสานทนฟังอยู่เงียบๆไม่ได้
ปัง ปัง ปัง
“ เปิดประตูหน่อยคะพี่ “ ปัง ปัง ปัง
“ ถ้าไม่เปิดเราจะแจ้งตำรวจนะคะ “ เอ็มมี่กับเจนนี่ ทุบประตูห้องข้างๆอย่างแรงเพื่อบอกให้คนด้านในเปิด โดยทั้งคู่ได้ขู่เอาไว้ว่า ถ้าไม่เปิดทั้งคู่จะแจ้งตำรวจ
แอ๊ด……………
เมื่อทั้งสองคนพูดจบ บานประตูห้อง 309 ก็เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับภายในห้องที่ไม่มีไฟสาดออกมาเลย อีกทั้งกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกับว่ามีหนูตายเป็นพันๆตัวก็ประทะเข้าจมูกของทั้งคู่ ทำเอาเจนนี่กับเอ็มมี่ต้องเอามือขึ้นมาปิดจมูกของตัวเอง
“ อี๊ นี่มันกลิ่นอะไรว่ะเนี่ยเหม็นชะมัดเลย “ เอ็มมี่เธอเอามือขึ้นมาปิดจมูกพร้อมกับบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้ ส่วนเจนนี่เธอไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว อีกทั้งเธอไม่เพียงแค่ไม่พูดแต่เธอกํบปี่ตรงเข้าไปทางด้านห้อง พร้อมกับเอี่ยมมือไปเปิดไฟ เพื่อที่จะได้ดูว่าผู้หญิงที่ส่งเสียงร้องนั้นเป็นยังไงบ้าง เอ็มมี่ที่เห็นเพื่อนไปแบบนั้นเธอผู้เป็นกองหนุนก็รีบตามหลังไปติดๆ
ผลึบ
“ นี่มันอะไรกันว่ะเนี่ย “ เจนนี่เธอเอื้มมือไปเปิดไฟ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คลาดคิดก็ทำให้เอ็มมี่สบถออกมาด้วยควสามตกใจแล้วก็แปลกประหลาดใจ แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความหว่างเปล่า แล้วก็ห้องเปล่าๆเท่านั้น อีกทั้งกลิ่นอับของห้องที่ไม่มีคนอยู่มานานเท่านั้น
“ ไปเอ็มมี่กลับห้อง “ เจนนี่เธอเริ่มรู้ อะไรบางอย่างแล้วว่า เรื่องที่ป้าร้านก๋วยเตี๊ยวเธอพูดค้างเอาไว้เมื่อตอน19.00น. เป็นเรื่องของอะไร พอเธอคิดได้แบบนั้นก็หันกลับมาพร้อมกับบอกเพื่อนให้กลับห้อง เอ็มมี่ก็เหมือนจะรู้ว่าเพื่อนหมายความว่าอะไร เธอก็รีบเดินตามอย่างกับว่าเท้าติดเทอร์โบก็ไม่ปาน
ปัง
ผลึบ
เสียงของประตูห้อง 308 ปิดดังลั้นเพียงแค่สองสาวก้าวเท้าออกจากห้องไปไม่กี่ก้าว พอเจนนี่กับเอ็มมี่ได้ยินแค่นั้น ทั้งสองคนก็ถึงกับวิ่งจู๊ดอย่างกับว่าปวดขี้ พอมาถึงห้องทั้งสองคนก็ปิดประตูพร้อมกับหมุดเข้าผ้าห่มคลุมโปรง นอนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวโดยที่ไม่มีเสียงของเอ็มมี่กับเจนนี่พูดอะไรออกมาอีก จะมีก็แต่เสียง หมาหอนแล้วก็เหมือนกับเสียงของข้างห้องที่ดูเหมือนกับว่าลากอะไรหนัก แล้วก็เหมือนกับเสียงของหนักๆโดนทุบ เท่านั้น
บรู๊………บรู๊……….. ปึก ปึก ปัก ตุบ ตุบ