ห้องสีขาวสะอาดตาแตกต่างจากความหรูหราของคฤหาสน์โดยสิ้นเชิง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว ผนังเรียบเรียงด้วยชั้นวางยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย ทั้งเครื่องตรวจหัวใจ เครื่องวัดความดัน ไปจนถึงโต๊ะตรวจร่างกายที่ตั้งอยู่กลางห้อง
พาขวัญถูกทิ้งให้นั่งอยู่ตรงนั้น ร่างเล็กตัวสั่นจนแทบกอดเข่าไว้แน่น ความเงียบเย็นเยียบทำให้ยิ่งเหมือนเธอกำลังถูกขังอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตัวเอง
ไม่นาน…เสียงประตูเลื่อนเบา ๆ ก็ดังขึ้น
ฟีลิกซ์ ก้าวเข้ามาอย่างเงียบสงบ ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดทับชุดเชิ้ตเนี๊ยบ ผูกเนกไทเรียบร้อย แว่นตากรอบบางทำให้ดวงตาคมใต้เลนส์ยิ่งดูสุขุมและเยือกเย็น ร่างสูงโปร่งกว่าราฟาเอล แต่เต็มไปด้วยบารมีของคนที่คุ้นเคยกับการ สั่งความเป็นความตายด้วยปลายนิ้ว
เขาไม่ใช่แค่แพทย์ธรรมดา แต่คือ หมอประจำตระกูลเดอ ซูซา ผู้คอยดูแลทั้งร่างกายและ “ความลับ” ของตระกูลนี้มาเนิ่นนาน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของราฟาเอลมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
สายตาคมหลังกรอบแว่นเหลือบมองพาขวัญเพียงเสี้ยววินาที ไม่ใช่ด้วยความสงสาร แต่ด้วยความเย็นลึกเหมือนกำลังสำรวจ เหยื่อ ตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ
ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงเรียบ สุขุม แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
“ไปนั่ง”
เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยเรียบง่าย แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้หัวใจพาขวัญเต้นสะดุด ร่างเล็กสั่นสะท้าน เธอเหลือบตามองเก้าอี้ตรวจภายในสีขาวสะอาดที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง มันเหมือนบัลลังก์ที่รอให้เหยื่อขึ้นไปถูกตัดสิน
“อะ…เอ่อ…” เสียงอึกอักหลุดจากริมฝีปาก เธอขยับถอยหลังนิดหน่อย มือเล็กกำชายกระโปรงแน่น
สายตาคมหลังกรอบแว่นจ้องมาโดยไม่กระพริบ ฟีลิกซ์ไม่ได้พูดซ้ำ แต่เพียงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ความเงียบกดดันกลับทำให้คำสั่งนั้นน่ากลัวกว่าเดิมเสียอีก
พาขวัญสูดลมหายใจเฮือก ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นแผ่วออกมา ราวกับคว้าเสี้ยวความหวังสุดท้ายในชีวิต
“คือ…คุณเป็นหมอใช่มั้ยคะ” ดวงตากลมโตเอ่อคลอน้ำตา “ถ้าคุณเป็นหมอ…คุณต้องช่วยหนูได้แน่ ๆ”
เธอก้มหน้า กัดริมฝีปากจนสั่น มือเล็กกำแน่นบนตัก น้ำเสียงพร่ำวิงวอนแทบแตกสลาย
“หนูโดนลักพาตัวมา…หนูอยากกลับบ้านค่ะ”
ประโยคนั้นสะท้อนก้องในห้องที่เย็นเยียบ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากชายตรงหน้า ฟีลิกซ์เพียงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย เงาร่างสูงโปร่งบดบังร่างเล็กที่นั่งสั่นอยู่บนเก้าอี้เหล็กริมผนัง
แววตาคมหลังกรอบแว่นยังคงเรียบสงบ ทว่าในความสงบนั้นกลับแฝงบางอย่างที่ทำให้พาขวัญขนลุกซู่โดยไม่รู้สาเหตุ…
ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงทุ้มเรียบชัดถ้อยชัดคำ
“ถ้าเธอทำตัวดี…ราฟาเอลจะปล่อยเธอกลับบ้านเอง”
พาขวัญชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ความหวังที่ก่อขึ้นเล็กน้อยในอกกลับพังทลายลงในพริบตา เสียงหัวใจเต้นโครมครามสะท้อนก้องอยู่ข้างใน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนแทบเลือดซึม
คำพูดนั้นเหมือนสายโซ่เส้นใหม่ที่คล้องเข้ากับข้อเท้า บอกเธอชัดเจนว่า แม้แต่หมอ…ก็เป็นเพียงกำแพงอีกชั้นหนึ่งของคฤหาสน์นรกแห่งนี้
ฟีลิกซ์ไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรต่อ เขาหันไปหยิบถุงมือแพทย์จากชั้นวาง สวมลงบนนิ้วเรียวยาวทีละข้าง เสียงยางเสียดสีกับผิวดัง แกรก เบา ๆ ท่ามกลางความเงียบเย็นเยียบ
สายตาคมเหลือบกลับมามองเธออีกครั้ง ก่อนเอ่ยสั้น ๆ
“ไปนั่งตรงนั้น”
พาขวัญกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ดวงตากลมโตมองไปยังเก้าอี้ตรวจภายในที่ตั้งอยู่กลางห้อง มันไม่ใช่แค่เก้าอี้ธรรมดา แต่เป็นเก้าอี้เหล็กที่ปรับเอนได้ตรงที่วางแขนยังมีกุญแจล็อกเล็ก ๆ ติดอยู่ทั้งสองข้าง ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อ “ตรึง” คนไข้ให้นั่งนิ่งโดยไร้ทางหนี
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก ขาเล็กสั่นจนแทบก้าวไม่ออก ริมฝีปากสั่นพึมพำเสียงแผ่ว
“ไม…ไม่…หนูไม่อยากนั่งตรงนั้น”
แต่ฟีลิกซ์เพียงดันกรอบแว่นขึ้นด้วยปลายนิ้ว สายตาคมภายใต้เลนส์หรี่ลงเล็กน้อย
“ฉันไม่ได้ถามว่าเธออยากหรือไม่อยาก…”
เสียงเรียบนิ่งทุ้มต่ำของเขากดทับลงมาเหมือนมีน้ำหนักหลายตัน “ฉันบอกให้เธอนั่ง”
เธอถอยหลังไปชนผนังเย็นเยียบ สองแขนกอดอกแน่นเหมือนจะปกป้องตัวเองจากทุกสิ่ง ดวงตากลมสั่นระริกเอ่อคลอน้ำตา
“ได้โปรด…อย่าบังคับหนูเลย หนู…หนูจะไม่พูดอะไรสักคำ ขอแค่ปล่อยหนูไปเถอะค่ะ”
เสียงสั่นพร่าแทบหลุดออกมาเป็นเสียงสะอื้น แต่ฟีลิกซ์กลับก้าวเข้ามาอีกก้าว แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ่านกรอบแว่น ทำให้แววตาคมหรี่ลงอย่างเย็นชา
มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเล็กที่กำสั่นอยู่ตรงอก บีบไว้แน่นเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ร่างเล็กไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน เขาลากเธอไปยังเก้าอี้ตรวจอย่างง่ายดาย
“ไม่นะ! อย่า…ได้โปรด!”
พาขวัญดิ้นสุดแรง เสียงสะอื้นดังสะท้อนในห้อง แต่แรงของเธอเล็กน้อยเกินไปสำหรับเขา ฟีลิกซ์กดเธอลงบนเบาะเก้าอี้โดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
ทันทีที่ร่างเล็กนั่งลง เขาก็เอื้อมมือไปดึงสายรัดข้างเก้าอี้ รัดแขนข้างหนึ่งของเธอแน่นกับที่วางแขน เสียง กริ๊ก! ของกุญแจล็อกดังก้องสะท้อนในความเงียบ
พาขวัญสะดุ้งเฮือก ร้องไห้เสียงหลง
“คุณคะ หนูกลัว”
แต่คำวิงวอนของเธอไม่ได้ทำให้มือของเขาหยุด ฟีลิกซ์เพียงปรายตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะกดสายรัดอีกด้านปิดลงกับแขนอีกข้างของเธอ เสียงโลหะดัง กริ๊ก! อีกครั้ง คราวนี้เธอถูกตรึงไว้เต็มตัว
ร่างเล็กนั่งตัวสั่น หอบหายใจถี่รัว น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ขาทั้งสองยังดิ้นไม่หยุด แต่ก็ถูกกดไว้แน่นด้วยมือหนาที่ไม่เปิดโอกาสให้หลุดรอด
ฟีลิกซ์ยืนตัวตรง แสงไฟสีขาวเหนือศีรษะสะท้อนใบหน้าคมคายของเขา ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง
“อย่าดิ้น…มันจะทำให้เธอลำบากมากกว่าเดิม”