ตอนที่1

1294 Words
“แพงเกินไปแล้วจริง ๆ” เสียงพึมพำเบา ๆ ของ ตังค์ตังค์ ดังขึ้นในห้องบัญชีที่เงียบสงบ เธอนั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตากลมใสจ้องตัวเลขบนใบเสร็จตรงหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ค่าอาหารมื้อเดียวของท่านประธาน จำนวนเงินที่มากพอจะเป็นค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของเธอ ปลายนิ้วเรียวกำกระดาษแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างชัดเจน “กินอะไรกันขนาดนี้นะ” เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ความรู้สึกเสียดายเงินตีขึ้นมาในอกอย่างแรง ถึงจะไม่ใช่เงินของเธอโดยตรง แต่ในฐานะพนักงานบัญชี เธออดรู้สึกไม่ได้ว่าเงินทุกบาทควรถูกใช้ให้คุ้มค่าโดยเฉพาะเงินของบริษัท ตังค์ตังค์หยิบปากกาขึ้นมา เขียนโน้ตเล็ก ๆ กำกับไว้ข้างใบเสร็จอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน ไม่ว่าจะยังไง เธอต้องเอาไปถามให้ชัด ถึงอีกฝ่ายจะเป็นถึงประธานบริษัทก็ตาม หญิงสาวสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วเดินออกจากแผนกบัญชี มุ่งหน้าไปยังชั้นบนสุดของตึก ชั้นที่เงียบกว่าที่อื่น ชั้นที่พนักงานส่วนใหญ่ไม่อยากขึ้นไปโดยไม่มีเหตุจำเป็น หน้าห้องทำงานของ คิรากร เธอยืนหยุดอยู่หน้าประตูชั่วครู่ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสั้น ๆ “เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำดังตอบกลับมาทันที ตังค์ตังค์เม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป ภาพภายในห้องทำงานกว้างขวางสะอาดตา แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาอย่างพอดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องปรับอากาศผสมกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งและหรูหราและตรงกลางห้องนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาไม่เงยหน้าขึ้นในทันที แต่ยังคงเซ็นเอกสารอย่างต่อเนื่อง ราวกับรู้ว่าใครเข้ามาโดยไม่ต้องมอง “มีอะไร” น้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้เย็นชา แต่ก็ไม่อบอุ่น ตังค์ตังค์เดินเข้าไปใกล้ วางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเขาอย่างสุภาพ “เอ่อ ใบเสร็จค่าอาหารของท่านประธานค่ะ” ปลายปากกาของเขาหยุดลงเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าของมันจะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคมลึกสบเข้ากับสายตาของเธอทันทีตังค์ตังค์เผลอกลืนน้ำลายถึงจะเจอเขามาหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินกับสายตาแบบนี้อยู่ดี “แล้ว” คำถามสั้น ๆ ทำให้เธอตั้งสติกลับมา “คือยอดมันค่อนข้างสูงค่ะ เลยอยากให้ตรวจสอบอีกครั้ง” เธอพยายามใช้โทนเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้คิรากรเลิกคิ้วเล็กน้อย “สูงเกินไป” เขาถามตังค์ตังค์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ค่ะ” บรรยากาศเงียบลงทันทีหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นนิดหน่อยหรือเธอจะพูดมากเกินไปแต่แทนที่จะโกรธชายหนุ่มกลับยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เธอกล้าดี” “คะ” “คนอื่นไม่เคยถามฉันเรื่องพวกนี้” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุ แต่กลับแฝงความสนใจบางอย่าง “แต่เธอกล้าทัก” ตังค์ตังค์เม้มปากแน่น “หนูแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้รอยยิ้มของเขาชัดขึ้นอีกนิดเขาวางปากกาลง แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้สายตายังคงจับจ้องเธออย่างไม่ปิดบัง “งั้นฉันมีข้อเสนอ” คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก “ข้อเสนอ” “เป็นแฟนฉัน” เงียบ โลกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ตังค์ตังค์กะพริบตาปริบ ๆ เหมือนพยายามประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ “ท่านประธานพูดจริงเหรอคะ” “ฉันไม่ล้อเล่น” น้ำเสียงเรียบ แต่จริงจัง “ฉันจะให้เงินจำนวนมากกับเธอ” เขาพูดต่อช้า ๆ “พร้อมบัตรที่ใช้ได้ไม่จำกัด” ตังค์ตังค์รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นทันที ข้อเสนอแบบนี้มันเกินจริงเกินไป “แลกกับอะไรคะ” “เป็นแฟนกำมะลอของฉัน” คำตอบชัดเจน “ช่วยกันผู้หญิงที่แม่ฉันเลือกมาให้” เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความคิดหลายอย่างวิ่งผ่านเข้ามาในหัวมันดูง่ายแต่มันก็เสี่ยง “ทำไมต้องเป็นหนู” คิรากรมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เพราะเธอไม่โลภ” “แล้วก็ไม่กลัวฉัน” คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งไปเล็กน้อย “มีกฎข้อเดียว” เขาพูดต่อ “ห้ามหลงรักฉัน” คำพูดนั้นเหมือนกระแทกเข้ามาในใจของเธอโดยตรงตังค์ตังค์เงยหน้ามองเขา “แล้วท่านประธานจะไม่ทำให้หนูลำบากใจใช่ไหมคะ” คำถามนั้นทำให้เขาหยุดคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนร่างสูงเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้ ทีละก้าว ทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างกันลดลงอย่างรวดเร็ว ตังค์ตังค์เผลอถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะหนีไม่ได้ “ถ้าเธอไม่เกินขอบเขต” เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้กว่าที่ควรจะเป็น “ฉันก็จะไม่แตะต้องเธอ” ปลายนิ้วของเขายกขึ้นแตะเบา ๆ ที่คางของเธอเพียงชั่วครู่ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ “แต่ถ้าเธอทำให้ฉันอยากมากกว่านั้น” ดวงตาคมสบลึก “ฉันไม่รับประกัน” ตังค์ตังค์รีบเบือนหน้าหนีแก้มร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว “หนูไม่ได้คิดแบบนั้น” คิรากรหัวเราะเบา ๆก่อนจะถอยออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “งั้นก็ดี” เขากลับไปนั่งที่เดิมเหมือนทุกอย่างก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น “ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจ” เงียบลงอีกครั้งตังค์ตังค์ก้มมองใบเสร็จในมือ ตัวเลขที่เธอเคยรู้สึกว่าแพงตอนนี้กลับดูเล็กลงไปทันทีเมื่อเทียบกับข้อเสนอที่อยู่ตรงหน้า เธอสูดหายใจลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ถ้าหนูตกลง” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “ต้องเป็นแค่ข้อตกลงนะคะ” “แน่นอน” “ไม่มีความรู้สึก” “ไม่มี” “แล้วก็ต้องไม่กระทบงาน” เขาพยักหน้า “ได้” ตังค์ตังค์หลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้ง “หนูตกลงค่ะ” คำตอบนั้นทำให้แววตาของคิรากรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเหมือนคนที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดอะไรบางอย่าง ไม่กี่วินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเธอสั่นตังค์ตังค์หยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องเบิกตากว้างยอดเงินจำนวนมากถูกโอนเข้ามาจริง ๆ “นี่มัน” “ค่ามัดจำ” เขาพูดเรียบ ๆ “ส่วนที่เหลือ ขึ้นอยู่กับผลงานของเธอ” หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้งนี่มันเริ่มขึ้นแล้ว “เริ่มงานวันนี้” “วันนี้เลยเหรอคะ” “คืนนี้ไปงานกับฉัน” คำสั่งสั้น ๆ แต่ชัดเจนตังค์ตังค์ยังไม่ทันได้ตอบสายตาของเขาก็กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ชุดนี้ไม่เหมาะ” เธอก้มลงมองตัวเองเล็กน้อย “แล้วต้องทำยังไงคะ” เขาหยิบบัตรใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะ “ไปซื้อใหม่” น้ำเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติ “ใช้ของฉัน” ตังค์ตังค์มองบัตรใบนั้นแล้วเงยหน้ามองเขา หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะชีวิตที่เคยเรียบง่ายของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากพนักงานบัญชีธรรมดากลายเป็นแฟนกำมะลอของประธานบริษัทและเธอไม่รู้เลยว่า ดีลครั้งนี้จะจบลงด้วยผลกำไรหรือขาดทุนยับเยินเพราะสิ่งที่เธอเอามาแลกอาจไม่ใช่แค่เวลาแต่อาจเป็นหัวใจของตัวเองด้วย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD