“แพงเกินไปแล้วจริง ๆ”
เสียงพึมพำเบา ๆ ของ ตังค์ตังค์ ดังขึ้นในห้องบัญชีที่เงียบสงบ เธอนั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตากลมใสจ้องตัวเลขบนใบเสร็จตรงหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
ค่าอาหารมื้อเดียวของท่านประธาน
จำนวนเงินที่มากพอจะเป็นค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของเธอ
ปลายนิ้วเรียวกำกระดาษแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างชัดเจน
“กินอะไรกันขนาดนี้นะ”
เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ความรู้สึกเสียดายเงินตีขึ้นมาในอกอย่างแรง ถึงจะไม่ใช่เงินของเธอโดยตรง แต่ในฐานะพนักงานบัญชี เธออดรู้สึกไม่ได้ว่าเงินทุกบาทควรถูกใช้ให้คุ้มค่าโดยเฉพาะเงินของบริษัท
ตังค์ตังค์หยิบปากกาขึ้นมา เขียนโน้ตเล็ก ๆ กำกับไว้ข้างใบเสร็จอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน
ไม่ว่าจะยังไง เธอต้องเอาไปถามให้ชัด
ถึงอีกฝ่ายจะเป็นถึงประธานบริษัทก็ตาม
หญิงสาวสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วเดินออกจากแผนกบัญชี มุ่งหน้าไปยังชั้นบนสุดของตึก
ชั้นที่เงียบกว่าที่อื่น
ชั้นที่พนักงานส่วนใหญ่ไม่อยากขึ้นไปโดยไม่มีเหตุจำเป็น
หน้าห้องทำงานของ คิรากร
เธอยืนหยุดอยู่หน้าประตูชั่วครู่ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ
เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสั้น ๆ
“เข้ามา”
เสียงทุ้มต่ำดังตอบกลับมาทันที
ตังค์ตังค์เม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภาพภายในห้องทำงานกว้างขวางสะอาดตา แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาอย่างพอดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องปรับอากาศผสมกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งและหรูหราและตรงกลางห้องนั้น
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
เขาไม่เงยหน้าขึ้นในทันที แต่ยังคงเซ็นเอกสารอย่างต่อเนื่อง ราวกับรู้ว่าใครเข้ามาโดยไม่ต้องมอง
“มีอะไร”
น้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ได้เย็นชา แต่ก็ไม่อบอุ่น
ตังค์ตังค์เดินเข้าไปใกล้ วางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเขาอย่างสุภาพ
“เอ่อ ใบเสร็จค่าอาหารของท่านประธานค่ะ”
ปลายปากกาของเขาหยุดลงเล็กน้อย
ก่อนที่เจ้าของมันจะเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาคมลึกสบเข้ากับสายตาของเธอทันทีตังค์ตังค์เผลอกลืนน้ำลายถึงจะเจอเขามาหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินกับสายตาแบบนี้อยู่ดี
“แล้ว”
คำถามสั้น ๆ ทำให้เธอตั้งสติกลับมา
“คือยอดมันค่อนข้างสูงค่ะ เลยอยากให้ตรวจสอบอีกครั้ง”
เธอพยายามใช้โทนเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้คิรากรเลิกคิ้วเล็กน้อย
“สูงเกินไป”
เขาถามตังค์ตังค์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
“ค่ะ”
บรรยากาศเงียบลงทันทีหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นนิดหน่อยหรือเธอจะพูดมากเกินไปแต่แทนที่จะโกรธชายหนุ่มกลับยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เธอกล้าดี”
“คะ”
“คนอื่นไม่เคยถามฉันเรื่องพวกนี้”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุ แต่กลับแฝงความสนใจบางอย่าง
“แต่เธอกล้าทัก”
ตังค์ตังค์เม้มปากแน่น
“หนูแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ”
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้รอยยิ้มของเขาชัดขึ้นอีกนิดเขาวางปากกาลง แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้สายตายังคงจับจ้องเธออย่างไม่ปิดบัง
“งั้นฉันมีข้อเสนอ”
คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก
“ข้อเสนอ”
“เป็นแฟนฉัน”
เงียบ โลกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ตังค์ตังค์กะพริบตาปริบ ๆ เหมือนพยายามประมวลผลคำพูดเมื่อครู่
“ท่านประธานพูดจริงเหรอคะ”
“ฉันไม่ล้อเล่น”
น้ำเสียงเรียบ แต่จริงจัง
“ฉันจะให้เงินจำนวนมากกับเธอ”
เขาพูดต่อช้า ๆ
“พร้อมบัตรที่ใช้ได้ไม่จำกัด”
ตังค์ตังค์รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
ข้อเสนอแบบนี้มันเกินจริงเกินไป
“แลกกับอะไรคะ”
“เป็นแฟนกำมะลอของฉัน”
คำตอบชัดเจน
“ช่วยกันผู้หญิงที่แม่ฉันเลือกมาให้”
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความคิดหลายอย่างวิ่งผ่านเข้ามาในหัวมันดูง่ายแต่มันก็เสี่ยง
“ทำไมต้องเป็นหนู”
คิรากรมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เพราะเธอไม่โลภ”
“แล้วก็ไม่กลัวฉัน”
คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งไปเล็กน้อย
“มีกฎข้อเดียว”
เขาพูดต่อ
“ห้ามหลงรักฉัน”
คำพูดนั้นเหมือนกระแทกเข้ามาในใจของเธอโดยตรงตังค์ตังค์เงยหน้ามองเขา
“แล้วท่านประธานจะไม่ทำให้หนูลำบากใจใช่ไหมคะ”
คำถามนั้นทำให้เขาหยุดคิดไปชั่วครู่
ก่อนจะลุกขึ้นยืนร่างสูงเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้
ทีละก้าว ทีละก้าว
จนระยะห่างระหว่างกันลดลงอย่างรวดเร็ว
ตังค์ตังค์เผลอถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะหนีไม่ได้
“ถ้าเธอไม่เกินขอบเขต”
เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้กว่าที่ควรจะเป็น
“ฉันก็จะไม่แตะต้องเธอ”
ปลายนิ้วของเขายกขึ้นแตะเบา ๆ ที่คางของเธอเพียงชั่วครู่
แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้
“แต่ถ้าเธอทำให้ฉันอยากมากกว่านั้น”
ดวงตาคมสบลึก
“ฉันไม่รับประกัน”
ตังค์ตังค์รีบเบือนหน้าหนีแก้มร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
“หนูไม่ได้คิดแบบนั้น”
คิรากรหัวเราะเบา ๆก่อนจะถอยออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“งั้นก็ดี”
เขากลับไปนั่งที่เดิมเหมือนทุกอย่างก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
“ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจ”
เงียบลงอีกครั้งตังค์ตังค์ก้มมองใบเสร็จในมือ
ตัวเลขที่เธอเคยรู้สึกว่าแพงตอนนี้กลับดูเล็กลงไปทันทีเมื่อเทียบกับข้อเสนอที่อยู่ตรงหน้า
เธอสูดหายใจลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ถ้าหนูตกลง”
เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“ต้องเป็นแค่ข้อตกลงนะคะ”
“แน่นอน”
“ไม่มีความรู้สึก”
“ไม่มี”
“แล้วก็ต้องไม่กระทบงาน”
เขาพยักหน้า
“ได้”
ตังค์ตังค์หลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้ง
“หนูตกลงค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้แววตาของคิรากรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเหมือนคนที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดอะไรบางอย่าง
ไม่กี่วินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเธอสั่นตังค์ตังค์หยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องเบิกตากว้างยอดเงินจำนวนมากถูกโอนเข้ามาจริง ๆ
“นี่มัน”
“ค่ามัดจำ”
เขาพูดเรียบ ๆ
“ส่วนที่เหลือ ขึ้นอยู่กับผลงานของเธอ”
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้งนี่มันเริ่มขึ้นแล้ว
“เริ่มงานวันนี้”
“วันนี้เลยเหรอคะ”
“คืนนี้ไปงานกับฉัน”
คำสั่งสั้น ๆ แต่ชัดเจนตังค์ตังค์ยังไม่ทันได้ตอบสายตาของเขาก็กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ชุดนี้ไม่เหมาะ”
เธอก้มลงมองตัวเองเล็กน้อย
“แล้วต้องทำยังไงคะ”
เขาหยิบบัตรใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะ
“ไปซื้อใหม่”
น้ำเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ใช้ของฉัน”
ตังค์ตังค์มองบัตรใบนั้นแล้วเงยหน้ามองเขา
หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะชีวิตที่เคยเรียบง่ายของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
จากพนักงานบัญชีธรรมดากลายเป็นแฟนกำมะลอของประธานบริษัทและเธอไม่รู้เลยว่า
ดีลครั้งนี้จะจบลงด้วยผลกำไรหรือขาดทุนยับเยินเพราะสิ่งที่เธอเอามาแลกอาจไม่ใช่แค่เวลาแต่อาจเป็นหัวใจของตัวเองด้วย