2 | เผชิญหน้า​อีกครั้ง 18++

1698 Words
เวลาต่อมา ฉันเดินกลับเข้ามาด้านในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าภายในจะยังไม่ได้ตกแต่งอะไร​ แต่ก็มีเครื่องปรับอากาศ​ และ​ โต๊ะที่พอจะนั่งทำงาน​ และ สามารถพูดคุยติดต่อกับลูกค้าได้ "อื้อ...นายสองคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ​ เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยงานก่อน​ สายมาเกือบสิบนาทีแล้ว​ ฉันไม่อยากโดนคนต่อว่า" ฉันเดินมาหยุดที่หน้าห้อง​ ตรงโต๊ะทำงานของต้นหลิว​ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับผู้ช่วยของฉันเล็กน้อยในขณะที่พูดคุยกับบอดี้การ์ดทั้งสองคน "จะให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนไหมครับ" ทัพศึกถามฉัน​ เพราะคงไม่อยากให้ฉันถูกใครตำหนิ​ แต่ถ้าฉันทำผิด​ แล้วจะถูกว่ากล่าวตักเตือนบ้าง​ มันก็ดูจะถูกต้องแล้ว "ไม่เป็นไร​ นายไปขับรถให้อคินเถอะ" "ก็ได้ครับคุณหนู" ฉันบอกกับบอดี้การ์ดทั้งสองคนพร้อมกับดันประตูแล้วก้าวเข้าไปด้านในห้องทำงานของตัวเอง "ขอโทษด้วยนะคะ​ ที่ปล่อยให้ร...รอ" ฉันอึ้งราวกับถูกสาปไปชั่วขณะ​ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าโลกมันจะแคบขนาดนี้​ ฉันกำลังเผชิญหน้ากับคนที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน​ ว่าจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง "เฟิร์ส!" ฉันพึมพำราวกับเสียงกระซิบ... "ดรีม!..." เขาเรียกชื่อของฉันด้วยรอยยิ้ม​ มันยังดูอบอุ่นเหมือนเดิมไม่ต่างจากวันนั้น​ วันที่ฟ้าผ่าลงมากลางใจฉัน ตามด้วยสายฝนที่สาดกระทบลงมายังร่างกายของฉัน จนทำให้ฉัน​เกือบจมหายไป​ ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว และ​ สายฝนเทกระหน่ำ ฉันจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าที่หวั่นวิตก​ แม้จะพยายามปรับให้ดูเรียบเฉยแล้วก็ตาม​ แต่ฉันกลับทำมันได้ไม่เนียน ผิดกับเขาที่ดูตื่นเต้น​ และ​ ดีใจมากที่ได้เห็นฉัน​ในวินาทีแรก ซึ่งตรงกันข้าม​กับฉันที่ตกใจจนแทบผงะ​ เมื่อได้เผชิญหน้ากับผู้ชายร้ายกาจอย่างเขา​ ฉันตั้งท่าเตรียมที่จะหนีออกไปจากห้อง ทว่าคนขายาวราวกับนายแบบกลับปราดเข้ามาคว้าตัวแล้วดันแผ่นหลังบางของฉันให้พิงไปที่ผนังกำแพง ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างนึงฉวยโอกาสในตอนที่ฉันเผลอกดล็อกประตู​กักร่างฉันไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างไม่ยอมให้ไปไหน "อ๊ะ!!!" "เดี๋ยวสิดรีม!​ จะหนีไปไหน เธอหนีฉันมาตั้งสี่ปีแล้ว​นะ ยังจะหนีฉันไปอีกเหรอ" เขาถามเสียงเครียดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเราเป่ารดกัน "ปล่อย!" ฉันยกมือขึ้นดันไว้ที่แผงอกของเขาไม่ยอมให้เข้ามาใกล้ฉันมากเกินไปกว่านี้ "รู้ไหมว่าสี่ปีที่ผ่านมา​ ฉันทุกข์ทรมานแค่ไหน​ที่อยู่โดยไม่มีเธอ​ อย่าหนีฉันไปอีกเลยนะ" "กรุณาเอามือของคุณออกไปจากตัวฉัน...เดี๋ยวนี้!" "คุณ!​ เรียกฉันว่าคุณงั้นเหรอ...ทำไมมันถึงได้ฟังดูห่างเหินกันนักล่ะ" "หึ! ก็คุณเป็นสถาปนิกของบริษัทตกแต่งภายในที่เข้ามาดูหน้างานตามที่บริษัทของฉันจ้างไปไม่ใช่รึไงคะ​ และ เราก็คงไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น​ อย่ามาเรียกฉันว่าดรีม​ ฉันชื่อพาฝัน" "พาฝัน!" เขาเรียกชื่อฉัน​ เหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจ​ เพราะมันคงฟังดูห่างเหินเกินไปสำหรับเขาที่คิดว่าตัวเองสนิทสนมกับฉันเหมือนอย่างเมื่อสี่ปีก่อน "ถอยออกไป​นะ ไม่งั้นฉันจะเรียกคนเข้ามาลากตัวคุณแล้วโยนออกไป" ฉันพูด​ และ​ ทำจริง​ เพราะตอนนี้ฉันมีบอดี้การ์ดถึงสองคน​ และ​ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกฉันได้อีก "เอาสิ! ถ้ามันอยากจะยุ่งกับเรื่องของผัวเมีย​ ก็ปล่อยให้เข้ามาเลย" เขาท้าทายฉันด้วยคำพูดที่น่ารังเกียจ "นี่พูดบ้าอะไร​ ใครเป็นผัวเมียอะไรกับคุณ" ฉันร้องทักด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ​ หากแต่เขากลับกระตุกยิ้มร้ายกาจด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาคลอเคลียกับเรือนแก้มใสของฉัน "นี่ยังต้องให้บอกอีกเหรอ​ ว่าเมื่อสี่ปีก่อนเราดูดดื่มกันยัง​ไง หนักหน่วงแค่ไหน​ จำไม่ได้เลยเหรอดรีม" เขายิ้มกรุ้มกริ่มพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวน​ จนฉันอยากที่จะเงื้อมือขึ้นฟาดเข้าที่เบ้าหน้าหล่อ​ ๆ​ ของเขา​ที่หล่อและดูดีขึ้นมาก​ แต่ฉันก็อดทนอดกลั้นเอาไว้​ เพราะไม่ต้องการให้เขาล่วงรู้ว่าเขายังมีอิทธิพลต่อฉัน​ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด​ หรือ​ การกระทำก็ตาม "อย่ามาเรียกฉันว่าดรีม! อคิน! ทัพศึก! พวกนายอยู่ไหน!" ฉันตะโกนเรียกบอดี้การ์ดทั้งสองคนที่อยู่ด้านนอก​ แต่กลับไม่มีใครขานรับ นี่ฉันลืมไปซะสนิทเลย​ ว่าเวลานี้พวกเขาสองคนหายไปไหน​กัน บ้าจริง! นี่ฉันจะทำยังไงดี​ กว่าที่สองคนนั้นจะกลับมา​ 'ฉันต้องแย่แน่'​ จริงสิ...ต้นหลิว! ฉันยังมีต้นหลิวอยู่อีกคน "ตะ...ต้นหลิว! ต้นหลิว...นี่เธออยู่ไหนต้นหลิว!​" พอนึกได้ฉันก็แหกปากตะโกนจนปากคอแทบแตก ทว่าไม่มีเสียงขานรับจากผู้ช่วยของฉันตอบกลับมาเลย​ ให้ตายเถอะ! ฉันหันกลับมามองคนตรงหน้า​ด้วยความคับแค้นใจ​ เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็เอาชนะคนแบบนี้ไม่ได้​เลยสักที แถมใบหน้าของเขาตอนนี้​ ก็ดูคล้ายจะมีความสุขที่ได้เห็นฉันกำลังจะเป็นผู้แพ้! "ยังคิดว่าจะมีใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเราสองคนอยู่อีกไหมครับ​ คุณหนูพาฝัน" เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะที่คอเสื้อเดรสตัวเก่งของฉัน​ ก่อนที่ฉันจะปัดมือของเขาออกไป "นี่ปล่อยนะ! อย่าเอามือสกปรกของคุณมาถูกเนื้อต้องตัวฉัน!" "สกปรก!" "ใช่! คุณมันน่าขยะแขยง ปล่อย... เอามือคุณออกไปเลย!​" "เรื่องอะไรผมจะปล่อย​ คุณหนีหน้าผมมาตั้งสี่ปี​ ขอให้ผมได้มองหน้าเมียตัวเองให้มันชื่นใจหน่อยไม่ได้รึไง" เขาพูดพร้อมกับยื่นปลายจมูกโด่งเข้ามาจรดกับปลายจมูกเชิดรั้นของฉัน​ แต่ฉันก็หันหนีแล้วรีบปฏิเสธเขาออกไป "ใครเมียคุณ! บอกแล้วไงว่าไม่ใช่​ แค่วันไนต์สแตนด์ ไม่มีใครเขาเรียกว่าผัวเมียหรอกจำเอาไว้เลย​ ถอยไป...บอกให้ถอยออกไปไงล่ะ!" ฉันผลักไสเขาให้ออกไปไกล​ ๆ​ แต่คนหน้าด้านหน้าทนก็ยังขยับกลับเข้ามาใกล้ฉันอีกอยู่ดี "คิดงั้นจริงเหรอดรีม" เขาถาม​ ก่อนที่ฉันจะตอบออกไปอย่างหนักแน่น​ ทำให้เขาที่เคยยิ้มร่าถึงกับหน้าถอดสี "แน่นอน!​ ไปให้พ้นหน้าฉัน​ แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก...ออกไป!" (เฟิร์สทอล์ก)​ : สี่ปีมาแล้วที่เธอหนีหน้าผมไป​ ตั้งแต่วันนั้น​ ผมก็ไม่ได้เจอหน้าของดรีมอีกเลย​ แม้แต่วันที่ทางมหาลัยจัดสอบ​ เธอก็หลบหน้าผม​ พยายามตีตัวออกห่าง​ ผมตามไปที่บ้านก็ได้พบแค่เดียร์​ แต่ไม่เจอดรีม​ ผมมีเรื่องหลายอย่างที่อยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจ​ แต่เธอก็ไม่มาเจอผม​ ดรีมหาทางหลบหนีผมไปทุกทิศทุกทางเท่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก​ ๆ​ คนนึงพอจะทำได้ ผมพยายามที่จะไปหาเธอที่บ้าน​ ทว่าก็ถูกลูกพี่ลูกน้องของเธอกีดกัน​ จนกระทั่งวันที่ผมได้เจอกับคุณน้า​ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอกลับมาเก็บข้าวเก็บของออกจากบ้าน​ นาทีนั้นผมทำอะไรไม่ถูก​ เมื่อได้รู้ว่าดรีมทิ้งผมไปแล้ว​ ดรีมทิ้งผม! ด้วยการหนีผมไปอยู่ต่างประเทศ​ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะกลับมาที่นี่อีก​ ผมตกใจแทบบ้า! ​ที่เธอกล้าทิ้งผม​ ทั้งที่เธอได้ผมไปแล้ว​ ผมเป็นห่วงเธอมาก​ กลัวว่าดรีมจะใช้ชีวิตตัวคนเดียวอยู่ที่นั่นได้ยังไง​ แต่คุณน้าก็บอกให้ผมเข้าใจว่า​ ดรีมยังมีคุณปู่​ และ​ คุณย่าของเธอ​ ซึ่งท่านสองคนจะอยู่ที่นั่นกับดรีมด้วย​ เมื่อดรีมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว​ คุณปู่​กับคุณย่าของดรีมจึงตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ทิ้ง​ ทำให้คุณน้า​ และ​ เดียร์ต้องหาที่อยู่ใหม่​ ผมพยายามถามถึงที่อยู่ใหม่ของดรีม​ แต่ไม่มีใครรู้​ ผมได้แต่เฝ้ารอ​ รอเธอ​มาตลอดสี่ปีเต็ม จนกระทั่งวันนี้​ ไม่ว่าจะด้วยเหตุบังเอิญ​​ พรหมลิขิต​​ สวรรค์​เป็นใจ​ หรือ​ อะไรก็ช่าง! ผมจะไม่ยอมให้ดรีมหนีผมไปไหนอีกแล้ว หมับ! "นี่คุณจะทำอะไร​ ปล่อยนะ!" "ปล่อยก็โง่สิ" ผมอุ้มร่างเล็กให้ไปยังโต๊ะทำงานใหญ่โล่ง​ ๆ​ ที่มีเพียงคอมพิวเตอร์​โน้ตบุ๊ก​เพียงแค่ตัวเดียว​ และ​ ดูเหมือนมันกว้างขวางมากพอที่ผมจะสามารถใช้มันรื้อฟื้นความหลังอันดื่มด่ำ​ และ​ เร่าร้อนของเราสองคนเมื่อสี่ปีที่แล้วขึ้นมาได้ใหม่ "นี่อย่านะ...คุณจะทำบ้าอะไร!" ดรีมดีดดิ้นพลางร้องห้ามผม​ แต่มีหรือที่ผมจะเชื่อฟัง​ และ​ ยอมปล่อยเธอไปอย่างที่แล้วมา​ ผมวางร่างนุ่มให้นอนราบลงบนโต๊ะทำงานแล้วจับเรียวขาทั้งสองข้างให้แยกออกจากกัน​เกี่ยวขอบกางเกงชั้นในดันไปด้านข้างสอดปลายนิ้วเรียวยาวถูไถไปมากลางรอยแยกกลีบปิดสนิทราวกลับยังไม่เคยถูกผู้ใดล่วงล้ำถึงตรงส่วนนั้นมาก่อน​ แม้แต่ตัวผมเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD