3 | ลูกใครหว่า! 18++

2287 Words
คำเตือน : นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีควรได้รับคำแนะนำ "อ๊ะอ๊า~ ยะ...อย่า​ อื้อ!..." ร่างบางสั่นสะท้านวูบวาบบิดเร่า​ ๆ​ ร้อนแรงเผลอส่งเสียงครางหวาน​ ขณะที่ผมลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจในท่าทีที่เธอแสดงออกมาถึงความซ่านเสียวที่ผมปรนเปรอให้ในรอบสี่ปีเต็ม "ยะ...หยุดนะ! ยะ...อย่าทำ​ฉะ อื้อ~ฉัน!" "อะไรนะ​ หยุด...หรือว่าอย่าหยุดนะ​ ผมฟังไม่ค่อยถนัดเลยที่รัก" ผมถาม​ ระหว่างที่เธอพยายามควานหาอะไรบางอย่างทว่ากลับไม่พบ "อื้อ~ ยะ...หยุด​ ฉันบอกว่า...อ๊า~ หยุด!" "จริงเหรอ...แต่ของคุณมันแฉะไปหมดแล้วนะ​ ไม่ลองให้เสียบเข้าไปหน่อยเหรอ​ จะได้หายอยากไง ไม่อยากให้ผมช่วยปลดปล่อยให้คุณรึไง" ผมพูดพลางถอนปลายนิ้วร้ายที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบเหนียวเหนอะหนะออกมายื่นให้เธอดู​ หากแต่เธอก็กลับสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น "ไม่!​ อย่า​ มา​ ยุ่ง​ กับ​ ฉัน" เธอปฏิเสธผมพลางควานหาของบางอย่างจน​เจอ​ นั่นคือโทรศัพท์มือถือของเธอเอง​ เพื่อติดต่อหาใครบางคนที่เธอพยายามเรียกหาอยู่ตลอดเวลา​ไม่ว่าจะเป็นไอ้อนาคิน หรือ​ ทัพศึก​ อยากรู้นักว่าหน้าตามันจะเป็นยังไงหล่อสู้ผมถึงครึ่งหนึ่งรึเปล่า​ เมียผมถึงได้เรียกร้องหามันซะเหลือเกิน "เอาของฉัน​คืนมานะ!" ผมแย่งโทรศัพท์มือถือ​เครื่องนั้นมาจากอุ้งมือบาง​ เธอคว้าหมับ! แต่ก็ได้รับเพียงแค่อากาศ​ เพราะผมไม่มีทางยอมให้เธอขอความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนแน่ "ผัวอยู่นี่ทั้งคน​ ยังจะติดต่อหาผู้ชายคนอื่นอีกเหรอ" ผมถามกลับ "ไอ้บ้า! เอาของฉันคืนมานะ" "เสียวให้เสร็จก่อน​ แล้วค่อยโทร!" "อื้อ...ยะ​ อย่ามายุ่ง!" "หึ~" คนบอกปัดผมครางกระเส่า​ไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะถูกเล้าโลมจากปลายนิ้วร้ายที่ขยับเข้าออกครั้งแล้วครั้งเล่านานหลายนาทีจนเปียกแฉะไปทั้งร่องนุ่ม​ ๆ​ ร่างของเธอก็อ่อนปวกเปียก​ ไม่ว่าผมจะขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายให้ไปไหน​ คนแสนดื้อรั้นก็ดูจะยอมตามใจผมไปหมดทุกอย่าง แถมยังถ่างขาอ้ากว้างราวกับสมยอมให้ผมปรนเปรอเธอได้ลิ้มรสความเสียวจนสุขสมไปแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ​เธอยังร่านร้อนสำหรับผมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย 'ปากก็ว่าไม่​ แต่น้ำออกมาเยอะอย่างกับคนละเรื่อง...ปากแข็งเสียจริงเลยนะ​ แม่คุณทูนหัวของผม'​ "ให้ผมใส่เข้าไปไหม" ผมถามกระเส่า​ ขณะที่สบตากับดวงตาหวานเยิ้มที่จ้องมองดูผมราวกับเชิญชวน​ สี่ปีที่ผมอดทนรอมานาน​ มันควรจะถึงคราวที่ผมได้ปลดปล่อยสักที​กับผู้หญิงคนแรก​ และ​ คนเดียวของผม​ ทว่าเธอกลับปฏิเสธ "ยะ...อย่านะเฟิร์ส​ อย่าทำฉัน" "ผัวเมียเอากัน​ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร​ อย่าฝืนตัวเองเลยนะที่รัก​ ผมรู้ว่าสี่ปีมานี้คุณเองก็โหยหาความสุขจากผมอยู่เหมือนกัน​ ผมเดาถูกใช่ไหม" "ปละ...ปล่อยนะ​ ฉันไม่เคยต้องการสิ่งเหล่านั้นจากคุณ​เลย ถอยไป" พลั่ก!!! ตุ้บ! เธอผลักร่างผมแล้วกระโดดลงจากโต๊ะ​ แต่โชคไม่ดีทำให้ข้อเท้าพลิก​ จนล้มนั่งลงกับพื้น "โอ๊ะ!" "เจ็บไหม" "อย่ามายุ่งกับฉัน!" ผมพยายามจะเข้าไปประคองร่างที่ล้มลง​ ทว่าเธอก็กลับผลักไสผมให้ไกลห่าง แถมยังจ้องมองผมด้วยสายตาที่นึกรังเกียจ! "แต่ดรีม...ผม" ก๊อก​ ก๊อก​ ก๊อก! ทันใดนั้นมีเสียงเคาะดังขึ้นจากประตูด้านนอก​ ผมเดาว่าคนของเธอคงจะพากันมาที่นี่แล้ว​ "คุณหนูครับ​ คุณหนู!" "เปิดได้ไหม​ ไปเอากุญแจมา" "นี่ค่ะ​ คุณอนาคิน คุณทัพศึก​ เกิดอะไรขึ้นคะ​ พอดีต้นหลิวปวดท้องกะทันหันเลยไปเข้าห้องน้ำมา" "ไม่รู้เหมือนกัน​ แต่พวกผมเคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีใครออกมาเปิด" เสียงจากพวกข้างนอกคุยกัน​ ไม่รู้ใครเป็นใคร​ ได้ยินแต่แค่ชื่อต้นหลิว... คงจะเป็นเลขาฯหรือไม่ก็ผู้ช่วยเมียผม​ เพราะผมเจอเธอเป็นคนแรกที่ผมมาถึงที่นี่ "อคิน!​ ฉันอยู่ในนี้" พอได้ยินพวกข้างนอกเท่านั้น​ เสียงหวานก็ตะโกนข้ามหัวออกไปโดยไม่เกรงใจผมเลย​ หวังว่าข้างนอกคงจะไม่มีชู้รักของเธอมารออยู่ด้วยหรอกนะ แกร๊ก! "คุณหนู...เกิดอะไรขึ้นครับ" ผู้ชายตัวสูงพอ​ ๆ​ กับผมเดินตรงเข้ามาหาดรีม​ ก่อนจะเข้ามาพยุงร่างนุ่มให้ลุกขึ้นยืนอย่างง่ายดาย​ โดยที่เธอไม่มีท่าทีที่นึกรังเกียจเหมือนอย่างกับผมเลยแม้แต่นิดเดียว​ เห็นแล้วหมั่นไส้ฉิบหาย! "อคิน...คือ​ ฉันเดินสะดุดเก้าอี้​นิดหน่อย ก็เลยล้ม" 'ไอ้หมอนี่ชื่ออคินสินะ!​ หึ...หน้าตาดูหล่อเหลาไม่เบา​ แต่ไม่ได้ครึ่งของผมหรอก'​ "แล้วผู้ชายคนนี้​ ใครกันครับ" ไอ้หมอนั่นถามถึงผมกลับมาบ้าง​ เดี๋ยวกูตอบสถานะแม่งเลย...มีอึ้ง!​ กูนี่แหละผัวดรีม แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรไป ภรรยาสาวคนสวยของผมก็ดันชิงตอบออกมาซะก่อน "เขาเป็นสถาปนิก​ที่เข้ามาคุยงานตกแต่ง​ภายในของเพอร์เฟ็กต์ดรีม" "แล้วคุยกันเสร็จเรียบร้อยรึยังครับ" "ยัง..." ผมจะตอบ​ ทว่าแม่ทูนหัวของผมก็แย่งตอบก่อนอีกตามเคย "เสร็จแล้ว...เอ่อไม่!​ คือเราแค่คุยกันคร่าว​ ๆ​ เท่านั้นเอง​ ยังไม่ถึงกับเสร็จหรอก​ แล้ว..." เธอยังไม่ทันจะได้ถาม​ หรือ​ พูดอะไร​จนจบ ผู้ชายรูปร่างสูงพอ​ ๆ​ กับผมอีกคนก็เดินเข้ามาด้านในพร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งดุกดิกแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง "หม่ามี้!" 'เสียงใสเอ่ยเรียกคนตรงหน้า​ เล่นเอาผมเนี่ยถึงกับอึ้ง!'​ 'หม่ามี้...ที่แปลว่าแม่​ ผมมั่นใจว่าได้ยินไม่เพี้ยนแน่'​ "น้องเซ" ภรรยาของผมหันไปหาไอ้เจ้าตัวกะเปี๊ยกหน้าใสแถมยังดูหล่อเหลาเอาการ​ออร่าพุ่งออกมาให้เห็น​ตั้งแต่เด็ก ​ หมับ! ทั้งคู่โผกอดกัน...เล่นเอาผมถึงกับมึนงงอีกเป็นรอบที่สองภายในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา 'นี่มันใครกันอีกวะเนี่ย!'​ ผมยืนอึ้ง​ ราวกับถูกฟ้าผ่า! นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะ​ ผู้ชายแปลกหน้าสองคนนี้​ ไหนจะยังไอ้เด็กนี่อีก "คุณคนนี้เป็นใครกันเหรอฮะ...หม่ามี้" เด็กน้อยตาใสแป๋วตัวกะเปี๊ยกสวมชุดนักเรียนเตรียมชั้นอนุบาลหันมาทางผมพลางเอ่ยถามคนที่เรียกสรรพนามแทนคำว่าแม่อย่างชัดถ้อยชัดคำ 'ฉันมากกว่าไหม​วะ ที่ต้องถามว่าแกเป็นใคร​ ถึงได้มาเรียกเมียฉันว่าแม่เนี่ย​ ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!' "คุณ...ดรัณณูเทพ​ เป็นสถาปนิกที่จะมาช่วยออกแบบตกแต่งภายในให้กับออฟฟิศของเรายังไงล่ะครับ" เธอเหลือบมองชื่อผมที่ปรากฏอยู่ในใบเอกสารที่เคยดิวงานเอาไว้เบื้องต้น​แล้วบอกออกไป 'หัวไวดีเหมือนกันแฮะ​ นี่กะจะไม่ให้ใครสักคนรู้เลยรึไงวะ​ ว่าผมเป็นผัว!' "อ๋อ...สวัสดีฮะ​คุณ​ดัน...ดัล! ลัน​ นุน​ เท่​ ใช่ไหมฮะ​ ผมชื่อเซ​กะ..." เด็กน้อยตาใสยังไม่ทันจะได้แนะนำตัว​ คนเป็นแม่ก็แยกเขี้ยวแล้วหันมาแนะนำเด็กนี่ให้ผมได้รู้จักแทน "ชื่อเซ! เซเฉย​ ๆ" "เซเฉย​ ๆ" ผมทวนชื่อลูกของเธออย่างงง​ ๆ​ คนไรวะ​ ชื่อเซ​เฉย​ ๆ​ ไม่เคยได้ยิน... "หมายถึงเซ...ไม่มีอะไรต่อจากนั้น" เธอบอกกับผม​ ท่าทางดูไม่ค่อยจะพอใจนัก "อ่อครับ" ผมตอบรับกลับไป​ แม่งเอ๊ย! เกิดเรื่องแบบขึ้นได้ไงวะ พัง! พัง! พัง! ความหวังทุกอย่างของผมพังหมดแล้ว​ ​เพราะไอ้เด็กนี่แท้​ ๆ​ นี่มันลูกดรีมจริงเหรอวะ​เนี่ย แล้วถ้าจริง...ดรีมมีลูกกับใคร อย่าบอกนะ...ว่าเป็นลูกของไอ้สองคนนี้​ 'ไม่สิ...ไม่!​ หน้าแม่งไม่เห็นจะเหมือนกันเลย'​ 'แล้วมันลูกใครกันวะเนี่ย!'​ Head Office : First Professional Company Limited สำนักงานใหญ่ : เฟิร์ส โปรเฟรสชั่นนอล คอมปานี ลิมิเต็ด (เฟิร์สทอล์ก) : "คุณช่วยตามผู้จัดการฝ่ายออกแบบกับที่ปรึกษาฝ่ายออกแบบแล้วก็ผู้จัดการฝ่ายตกแต่งมาหาผมหน่อย ด่วนที่สุดเลยนะ!" "ได้ค่ะ" "เอากาแฟเข้ามาเสิร์ฟให้ด้วยสามถ้วย" "แล้วท่านประธานไม่รับด้วยเหรอคะ" "ไม่ดีกว่า แต่คุณช่วยรีบจัดการตามที่ผมบอกด้วยนะ เดี๋ยวนี้เลย" "ทราบแล้วค่ะ​ ท่านประธาน" เอี้ยดปัง! "เฮ้อ!..." ผมผลักประตูแล้วก้าวเข้ามาในห้องผู้บริหาร​ หลังจากที่สั่งงานเลขาหน้าห้องพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานแล้วกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ล้อเลื่อนทันทีที่กลับจากเพอร์เฟ็กต์ดรีมมาด้วยอารมณ์ที่แปรปรวนดูไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าไหร่นัก แถมยังกลับมาโดยที่ไม่ได้การได้งานอะไร หนำซ้ำยังต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจของไอ้อนาคินที่มันอุ้มร่างดรีมซึ่งขาเจ็บออกจากห้องทำงานไปต่อหน้าต่อตาทั้งที่หน้าที่นั้น​ มันควรจะเป็นของผม ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ ผมเบนสายตามองไปยังหน้าห้องทำงานเมื่อกลุ่มคนที่ผมต้องการพบต่างพากันเดินเข้ามาหา "ไงครับบอส! เรียกพวกผมมาแปลว่ามีงานด่วน! เอ...ว่าแต่งานอะไร แล้วที่บอสไปคุยโปรเจ็กต์ใหญ่ กลับมาทำไมหน้าถึงได้กลายเป็นตูดลิงซะล่ะครับ" นั่นเป็นคำถามของผู้จัดการฝ่ายออกแบบมันเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในห้อง นั่นไอ้เชี้ยเตอร์ ก่อนไอ้พอร์ชที่ปรึกษาของมันจะเดินเข้ามา​ ตามด้วยไอ้อ้อผู้จัดการฝ่ายตกแต่ง ทั้งสามคนมาพร้อมกับคำถาม ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา และ เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานโดยที่พวกมันต่างพากันจ้องมองมาที่ผมอย่างรอคอยคำตอบ "เซ็ง!" ผมตอบกลับไปแบบโคตรจะสั้น แววตาแข็งกระด้างสีหน้าบอกบุญไม่รับ "เกิดไรขึ้นวะ!" ไอ้อ้อถามประโยคนั้น ก่อนผมจะเหลือบมองหน้าพวกมันแล้วตอบกลับไปโดยไม่มีอะไรปิดบัง "ทางโน้นเขาขอยกเลิกสัญญา" "ว่าไงนะ! ลูกค้ารายนี้โอนเงินมาแล้วตั้งแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ขอยกเลิกสัญญา มึงไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่าวะ" ไอ้พอร์ชเป็นคนถามกลับมา ผมถึงกับนั่งกุมขมับ เพราะมันยิ่งกว่าแค่การไม่พอใจ ดูท่าว่าดรีมจะรู้สึกโกรธผมเอามาก ๆ ตัวผมเองก็เครียดจนไมเกรนแทบจะถามหาอยู่แล้ว เลยได้แต่กลับมานั่งทอดถอนใจ "เฮ้อ..." "ไหนมึงรีบเล่ามาให้เคลียร์ดิ๊ พวกกูอยากรู้" ท่าทีของผมทำให้พวกมันสามคนต่างพากันลากเก้าอี้ และ ขยับเข้ามารายล้อมรอบตัวผมราวกับจะทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง "กูเพิ่งรู้ว่าลูกค้าที่ว่าจ้างบริษัทของเราเป็นบริษัทของดรีม" ผมบอกกับพวกมัน ก่อนที่ไอ้เตอร์จะเป็นคนถามต่อ "ดรีมไหนวะ มึงอย่าบอกนะว่ากำลังหมายถึงผู้หญิงที่มึงเคย..." มันไม่พูดต่อ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ซึ่งพวกมันรู้ดีอยู่แล้วว่าดรีม คือผู้หญิงที่พวกเราต่างพากันลงขันในกลุ่มว่าใครจะเป็นคนได้ฟันเธอก่อนกัน แล้วผมก็เป็นผู้โชคดีคนนั้นที่ได้เธอมาครอง "เออ!" ผมพยักหน้าตอบมัน "เฮ้ย! นี่พูดจริงป่ะเนี่ย" ไอ้เตอร์แม่งถามผม "แล้วกูจะพูดเล่นทำเหี้ยไร!" ผมตอบกลับไป ทว่าพวกแม่งกลับขมวดคิ้วท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อว่าลูกค้ารายนี้จะเป็นดรีม ผิดกับผมไม่ที่แปลกใจในเรื่องนี้เลย เพราะดรีมเคยบอกผมไว้แล้วว่าอยากเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง และ แน่นอนว่าเธอทำได้ แถมทำได้ดีซะด้วย "หายไปไหนมาตั้งสี่ปีวะ" ไอ้อ้อถามก่อนที่ไอ้พอร์ชจะเป็นคนถามขึ้นมาบ้าง "แล้วสวยขึ้นป่ะ" "สวย รวย แถมมีบอดี้การ์ดพ่วงมาด้วยอีกสองคน" ผมตอบ "แปลว่าต้องสวยขึ้นมากเลยนะ ถึงได้มีบอดี้การ์ดตามมาคอยคุม" ไอ้เตอร์ว่าพลางครุ่นคิด "อืม...สวย สวยจนกูไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เขาเลย" "เป็นเอามากเลยนะ นี่มึงยังไม่ตัดใจอีกเหรอวะ มันผ่านมาตั้งสี่ปีแล้วนะเว้ย เขาอาจจะคบกับใครใหม่ไปแล้วก็ได้" 'ดูแม่ง! เพื่อนพวกนี้ ไม่เคยจะมีใครพูดให้กำลังใจผมเลย มีแต่จะคอยทับถม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจพวกมันนักหรอก เพราะรู้ดีว่าพวกนี้พากันอิจฉาตาร้อนที่วันนั้นเป็นผมที่ได้ดรีมไปแทนที่จะเป็นพวกมัน โดยเฉพาะไอ้เชี้ยอ้อ' "แต่ดรีมเป็นเมียกู!" ผมบอกออกไป ถึงใครจะว่าหน้าด้านก็เถอะ "มึงนี่เป็นเอามากว่ะ หายไปตั้งสี่ปี เขาไม่กลายเป็นเมียคนอื่นไปแล้วเหรอวะ!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD