คำเตือน : นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ และการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีควรได้รับคำแนะนำ
"อ๊ะอ๊า~ ยะ...อย่า อื้อ!..."
ร่างบางสั่นสะท้านวูบวาบบิดเร่า ๆ ร้อนแรงเผลอส่งเสียงครางหวาน ขณะที่ผมลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจในท่าทีที่เธอแสดงออกมาถึงความซ่านเสียวที่ผมปรนเปรอให้ในรอบสี่ปีเต็ม
"ยะ...หยุดนะ! ยะ...อย่าทำฉะ อื้อ~ฉัน!"
"อะไรนะ หยุด...หรือว่าอย่าหยุดนะ ผมฟังไม่ค่อยถนัดเลยที่รัก" ผมถาม ระหว่างที่เธอพยายามควานหาอะไรบางอย่างทว่ากลับไม่พบ
"อื้อ~ ยะ...หยุด ฉันบอกว่า...อ๊า~ หยุด!"
"จริงเหรอ...แต่ของคุณมันแฉะไปหมดแล้วนะ ไม่ลองให้เสียบเข้าไปหน่อยเหรอ จะได้หายอยากไง ไม่อยากให้ผมช่วยปลดปล่อยให้คุณรึไง"
ผมพูดพลางถอนปลายนิ้วร้ายที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบเหนียวเหนอะหนะออกมายื่นให้เธอดู หากแต่เธอก็กลับสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น
"ไม่! อย่า มา ยุ่ง กับ ฉัน"
เธอปฏิเสธผมพลางควานหาของบางอย่างจนเจอ นั่นคือโทรศัพท์มือถือของเธอเอง เพื่อติดต่อหาใครบางคนที่เธอพยายามเรียกหาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นไอ้อนาคิน หรือ ทัพศึก อยากรู้นักว่าหน้าตามันจะเป็นยังไงหล่อสู้ผมถึงครึ่งหนึ่งรึเปล่า เมียผมถึงได้เรียกร้องหามันซะเหลือเกิน
"เอาของฉันคืนมานะ!"
ผมแย่งโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นมาจากอุ้งมือบาง เธอคว้าหมับ! แต่ก็ได้รับเพียงแค่อากาศ เพราะผมไม่มีทางยอมให้เธอขอความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนแน่
"ผัวอยู่นี่ทั้งคน ยังจะติดต่อหาผู้ชายคนอื่นอีกเหรอ" ผมถามกลับ
"ไอ้บ้า! เอาของฉันคืนมานะ"
"เสียวให้เสร็จก่อน แล้วค่อยโทร!"
"อื้อ...ยะ อย่ามายุ่ง!"
"หึ~"
คนบอกปัดผมครางกระเส่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะถูกเล้าโลมจากปลายนิ้วร้ายที่ขยับเข้าออกครั้งแล้วครั้งเล่านานหลายนาทีจนเปียกแฉะไปทั้งร่องนุ่ม ๆ ร่างของเธอก็อ่อนปวกเปียก ไม่ว่าผมจะขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายให้ไปไหน คนแสนดื้อรั้นก็ดูจะยอมตามใจผมไปหมดทุกอย่าง
แถมยังถ่างขาอ้ากว้างราวกับสมยอมให้ผมปรนเปรอเธอได้ลิ้มรสความเสียวจนสุขสมไปแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบเธอยังร่านร้อนสำหรับผมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย
'ปากก็ว่าไม่ แต่น้ำออกมาเยอะอย่างกับคนละเรื่อง...ปากแข็งเสียจริงเลยนะ แม่คุณทูนหัวของผม'
"ให้ผมใส่เข้าไปไหม"
ผมถามกระเส่า ขณะที่สบตากับดวงตาหวานเยิ้มที่จ้องมองดูผมราวกับเชิญชวน สี่ปีที่ผมอดทนรอมานาน มันควรจะถึงคราวที่ผมได้ปลดปล่อยสักทีกับผู้หญิงคนแรก และ คนเดียวของผม ทว่าเธอกลับปฏิเสธ
"ยะ...อย่านะเฟิร์ส อย่าทำฉัน"
"ผัวเมียเอากัน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อย่าฝืนตัวเองเลยนะที่รัก ผมรู้ว่าสี่ปีมานี้คุณเองก็โหยหาความสุขจากผมอยู่เหมือนกัน ผมเดาถูกใช่ไหม"
"ปละ...ปล่อยนะ ฉันไม่เคยต้องการสิ่งเหล่านั้นจากคุณเลย ถอยไป"
พลั่ก!!!
ตุ้บ!
เธอผลักร่างผมแล้วกระโดดลงจากโต๊ะ แต่โชคไม่ดีทำให้ข้อเท้าพลิก จนล้มนั่งลงกับพื้น
"โอ๊ะ!"
"เจ็บไหม"
"อย่ามายุ่งกับฉัน!"
ผมพยายามจะเข้าไปประคองร่างที่ล้มลง ทว่าเธอก็กลับผลักไสผมให้ไกลห่าง แถมยังจ้องมองผมด้วยสายตาที่นึกรังเกียจ!
"แต่ดรีม...ผม"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะดังขึ้นจากประตูด้านนอก ผมเดาว่าคนของเธอคงจะพากันมาที่นี่แล้ว
"คุณหนูครับ คุณหนู!"
"เปิดได้ไหม ไปเอากุญแจมา"
"นี่ค่ะ คุณอนาคิน คุณทัพศึก เกิดอะไรขึ้นคะ พอดีต้นหลิวปวดท้องกะทันหันเลยไปเข้าห้องน้ำมา"
"ไม่รู้เหมือนกัน แต่พวกผมเคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีใครออกมาเปิด"
เสียงจากพวกข้างนอกคุยกัน ไม่รู้ใครเป็นใคร ได้ยินแต่แค่ชื่อต้นหลิว... คงจะเป็นเลขาฯหรือไม่ก็ผู้ช่วยเมียผม เพราะผมเจอเธอเป็นคนแรกที่ผมมาถึงที่นี่
"อคิน! ฉันอยู่ในนี้"
พอได้ยินพวกข้างนอกเท่านั้น เสียงหวานก็ตะโกนข้ามหัวออกไปโดยไม่เกรงใจผมเลย หวังว่าข้างนอกคงจะไม่มีชู้รักของเธอมารออยู่ด้วยหรอกนะ
แกร๊ก!
"คุณหนู...เกิดอะไรขึ้นครับ"
ผู้ชายตัวสูงพอ ๆ กับผมเดินตรงเข้ามาหาดรีม ก่อนจะเข้ามาพยุงร่างนุ่มให้ลุกขึ้นยืนอย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่มีท่าทีที่นึกรังเกียจเหมือนอย่างกับผมเลยแม้แต่นิดเดียว เห็นแล้วหมั่นไส้ฉิบหาย!
"อคิน...คือ ฉันเดินสะดุดเก้าอี้นิดหน่อย ก็เลยล้ม"
'ไอ้หมอนี่ชื่ออคินสินะ! หึ...หน้าตาดูหล่อเหลาไม่เบา แต่ไม่ได้ครึ่งของผมหรอก'
"แล้วผู้ชายคนนี้ ใครกันครับ"
ไอ้หมอนั่นถามถึงผมกลับมาบ้าง เดี๋ยวกูตอบสถานะแม่งเลย...มีอึ้ง! กูนี่แหละผัวดรีม
แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรไป ภรรยาสาวคนสวยของผมก็ดันชิงตอบออกมาซะก่อน
"เขาเป็นสถาปนิกที่เข้ามาคุยงานตกแต่งภายในของเพอร์เฟ็กต์ดรีม"
"แล้วคุยกันเสร็จเรียบร้อยรึยังครับ"
"ยัง..."
ผมจะตอบ ทว่าแม่ทูนหัวของผมก็แย่งตอบก่อนอีกตามเคย
"เสร็จแล้ว...เอ่อไม่! คือเราแค่คุยกันคร่าว ๆ เท่านั้นเอง ยังไม่ถึงกับเสร็จหรอก แล้ว..."
เธอยังไม่ทันจะได้ถาม หรือ พูดอะไรจนจบ ผู้ชายรูปร่างสูงพอ ๆ กับผมอีกคนก็เดินเข้ามาด้านในพร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งดุกดิกแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง
"หม่ามี้!"
'เสียงใสเอ่ยเรียกคนตรงหน้า เล่นเอาผมเนี่ยถึงกับอึ้ง!'
'หม่ามี้...ที่แปลว่าแม่ ผมมั่นใจว่าได้ยินไม่เพี้ยนแน่'
"น้องเซ"
ภรรยาของผมหันไปหาไอ้เจ้าตัวกะเปี๊ยกหน้าใสแถมยังดูหล่อเหลาเอาการออร่าพุ่งออกมาให้เห็นตั้งแต่เด็ก
หมับ!
ทั้งคู่โผกอดกัน...เล่นเอาผมถึงกับมึนงงอีกเป็นรอบที่สองภายในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา
'นี่มันใครกันอีกวะเนี่ย!'
ผมยืนอึ้ง ราวกับถูกฟ้าผ่า!
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะ
ผู้ชายแปลกหน้าสองคนนี้ ไหนจะยังไอ้เด็กนี่อีก
"คุณคนนี้เป็นใครกันเหรอฮะ...หม่ามี้"
เด็กน้อยตาใสแป๋วตัวกะเปี๊ยกสวมชุดนักเรียนเตรียมชั้นอนุบาลหันมาทางผมพลางเอ่ยถามคนที่เรียกสรรพนามแทนคำว่าแม่อย่างชัดถ้อยชัดคำ
'ฉันมากกว่าไหมวะ ที่ต้องถามว่าแกเป็นใคร ถึงได้มาเรียกเมียฉันว่าแม่เนี่ย ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!'
"คุณ...ดรัณณูเทพ เป็นสถาปนิกที่จะมาช่วยออกแบบตกแต่งภายในให้กับออฟฟิศของเรายังไงล่ะครับ"
เธอเหลือบมองชื่อผมที่ปรากฏอยู่ในใบเอกสารที่เคยดิวงานเอาไว้เบื้องต้นแล้วบอกออกไป
'หัวไวดีเหมือนกันแฮะ นี่กะจะไม่ให้ใครสักคนรู้เลยรึไงวะ ว่าผมเป็นผัว!'
"อ๋อ...สวัสดีฮะคุณดัน...ดัล! ลัน นุน เท่ ใช่ไหมฮะ ผมชื่อเซกะ..."
เด็กน้อยตาใสยังไม่ทันจะได้แนะนำตัว คนเป็นแม่ก็แยกเขี้ยวแล้วหันมาแนะนำเด็กนี่ให้ผมได้รู้จักแทน
"ชื่อเซ! เซเฉย ๆ"
"เซเฉย ๆ"
ผมทวนชื่อลูกของเธออย่างงง ๆ คนไรวะ ชื่อเซเฉย ๆ ไม่เคยได้ยิน...
"หมายถึงเซ...ไม่มีอะไรต่อจากนั้น"
เธอบอกกับผม ท่าทางดูไม่ค่อยจะพอใจนัก
"อ่อครับ" ผมตอบรับกลับไป
แม่งเอ๊ย! เกิดเรื่องแบบขึ้นได้ไงวะ
พัง! พัง! พัง! ความหวังทุกอย่างของผมพังหมดแล้ว เพราะไอ้เด็กนี่แท้ ๆ นี่มันลูกดรีมจริงเหรอวะเนี่ย แล้วถ้าจริง...ดรีมมีลูกกับใคร อย่าบอกนะ...ว่าเป็นลูกของไอ้สองคนนี้
'ไม่สิ...ไม่! หน้าแม่งไม่เห็นจะเหมือนกันเลย'
'แล้วมันลูกใครกันวะเนี่ย!'
Head Office : First Professional Company Limited
สำนักงานใหญ่ : เฟิร์ส โปรเฟรสชั่นนอล คอมปานี ลิมิเต็ด
(เฟิร์สทอล์ก) :
"คุณช่วยตามผู้จัดการฝ่ายออกแบบกับที่ปรึกษาฝ่ายออกแบบแล้วก็ผู้จัดการฝ่ายตกแต่งมาหาผมหน่อย ด่วนที่สุดเลยนะ!"
"ได้ค่ะ"
"เอากาแฟเข้ามาเสิร์ฟให้ด้วยสามถ้วย"
"แล้วท่านประธานไม่รับด้วยเหรอคะ"
"ไม่ดีกว่า แต่คุณช่วยรีบจัดการตามที่ผมบอกด้วยนะ เดี๋ยวนี้เลย"
"ทราบแล้วค่ะ ท่านประธาน"
เอี้ยดปัง!
"เฮ้อ!..." ผมผลักประตูแล้วก้าวเข้ามาในห้องผู้บริหาร หลังจากที่สั่งงานเลขาหน้าห้องพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานแล้วกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ล้อเลื่อนทันทีที่กลับจากเพอร์เฟ็กต์ดรีมมาด้วยอารมณ์ที่แปรปรวนดูไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าไหร่นัก
แถมยังกลับมาโดยที่ไม่ได้การได้งานอะไร หนำซ้ำยังต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจของไอ้อนาคินที่มันอุ้มร่างดรีมซึ่งขาเจ็บออกจากห้องทำงานไปต่อหน้าต่อตาทั้งที่หน้าที่นั้น มันควรจะเป็นของผม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
ผมเบนสายตามองไปยังหน้าห้องทำงานเมื่อกลุ่มคนที่ผมต้องการพบต่างพากันเดินเข้ามาหา
"ไงครับบอส! เรียกพวกผมมาแปลว่ามีงานด่วน! เอ...ว่าแต่งานอะไร แล้วที่บอสไปคุยโปรเจ็กต์ใหญ่ กลับมาทำไมหน้าถึงได้กลายเป็นตูดลิงซะล่ะครับ"
นั่นเป็นคำถามของผู้จัดการฝ่ายออกแบบมันเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในห้อง นั่นไอ้เชี้ยเตอร์ ก่อนไอ้พอร์ชที่ปรึกษาของมันจะเดินเข้ามา ตามด้วยไอ้อ้อผู้จัดการฝ่ายตกแต่ง
ทั้งสามคนมาพร้อมกับคำถาม ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา และ เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานโดยที่พวกมันต่างพากันจ้องมองมาที่ผมอย่างรอคอยคำตอบ
"เซ็ง!" ผมตอบกลับไปแบบโคตรจะสั้น แววตาแข็งกระด้างสีหน้าบอกบุญไม่รับ
"เกิดไรขึ้นวะ!"
ไอ้อ้อถามประโยคนั้น ก่อนผมจะเหลือบมองหน้าพวกมันแล้วตอบกลับไปโดยไม่มีอะไรปิดบัง
"ทางโน้นเขาขอยกเลิกสัญญา"
"ว่าไงนะ! ลูกค้ารายนี้โอนเงินมาแล้วตั้งแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ขอยกเลิกสัญญา มึงไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่าวะ"
ไอ้พอร์ชเป็นคนถามกลับมา ผมถึงกับนั่งกุมขมับ เพราะมันยิ่งกว่าแค่การไม่พอใจ ดูท่าว่าดรีมจะรู้สึกโกรธผมเอามาก ๆ ตัวผมเองก็เครียดจนไมเกรนแทบจะถามหาอยู่แล้ว เลยได้แต่กลับมานั่งทอดถอนใจ
"เฮ้อ..."
"ไหนมึงรีบเล่ามาให้เคลียร์ดิ๊ พวกกูอยากรู้"
ท่าทีของผมทำให้พวกมันสามคนต่างพากันลากเก้าอี้ และ ขยับเข้ามารายล้อมรอบตัวผมราวกับจะทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง
"กูเพิ่งรู้ว่าลูกค้าที่ว่าจ้างบริษัทของเราเป็นบริษัทของดรีม"
ผมบอกกับพวกมัน ก่อนที่ไอ้เตอร์จะเป็นคนถามต่อ
"ดรีมไหนวะ มึงอย่าบอกนะว่ากำลังหมายถึงผู้หญิงที่มึงเคย..."
มันไม่พูดต่อ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ซึ่งพวกมันรู้ดีอยู่แล้วว่าดรีม คือผู้หญิงที่พวกเราต่างพากันลงขันในกลุ่มว่าใครจะเป็นคนได้ฟันเธอก่อนกัน แล้วผมก็เป็นผู้โชคดีคนนั้นที่ได้เธอมาครอง
"เออ!" ผมพยักหน้าตอบมัน
"เฮ้ย! นี่พูดจริงป่ะเนี่ย" ไอ้เตอร์แม่งถามผม
"แล้วกูจะพูดเล่นทำเหี้ยไร!"
ผมตอบกลับไป ทว่าพวกแม่งกลับขมวดคิ้วท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อว่าลูกค้ารายนี้จะเป็นดรีม ผิดกับผมไม่ที่แปลกใจในเรื่องนี้เลย เพราะดรีมเคยบอกผมไว้แล้วว่าอยากเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง และ แน่นอนว่าเธอทำได้ แถมทำได้ดีซะด้วย
"หายไปไหนมาตั้งสี่ปีวะ" ไอ้อ้อถามก่อนที่ไอ้พอร์ชจะเป็นคนถามขึ้นมาบ้าง
"แล้วสวยขึ้นป่ะ"
"สวย รวย แถมมีบอดี้การ์ดพ่วงมาด้วยอีกสองคน" ผมตอบ
"แปลว่าต้องสวยขึ้นมากเลยนะ ถึงได้มีบอดี้การ์ดตามมาคอยคุม" ไอ้เตอร์ว่าพลางครุ่นคิด
"อืม...สวย สวยจนกูไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เขาเลย"
"เป็นเอามากเลยนะ นี่มึงยังไม่ตัดใจอีกเหรอวะ มันผ่านมาตั้งสี่ปีแล้วนะเว้ย เขาอาจจะคบกับใครใหม่ไปแล้วก็ได้"
'ดูแม่ง! เพื่อนพวกนี้ ไม่เคยจะมีใครพูดให้กำลังใจผมเลย มีแต่จะคอยทับถม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจพวกมันนักหรอก เพราะรู้ดีว่าพวกนี้พากันอิจฉาตาร้อนที่วันนั้นเป็นผมที่ได้ดรีมไปแทนที่จะเป็นพวกมัน โดยเฉพาะไอ้เชี้ยอ้อ'
"แต่ดรีมเป็นเมียกู!" ผมบอกออกไป ถึงใครจะว่าหน้าด้านก็เถอะ
"มึงนี่เป็นเอามากว่ะ หายไปตั้งสี่ปี เขาไม่กลายเป็นเมียคนอื่นไปแล้วเหรอวะ!"