ฉันได้แต่ยิ้มอ่อน เพราะไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงถึงฉันจะเกลียดพี่ชายของอิตารุ่นน้องคนนี้ แต่จะให้พาลโกรธเขาไปด้วย มันก็คงจะดูไม่ถูกนัก
"รีบ ๆ พากันเช็ดเลย เอาให้เนี้ยบเลยนะ เดี๋ยวพี่ดรีมกูหกล้ม คนนี้ คือคนที่จ่ายค่าแรงพวกเราเลยนะเว้ย เอาให้สะอาดหมดจด ไม่เหลือแม้แต่ขี้ผงเลยยิ่งดี" ฟาโรห์บอกกับคนงานแล้วเร่งให้พวกเขารีบเช็ดทำความสะอาด ในขณะที่ทุกคนก็พากันกุลีกุจอทำตามอย่างว่าง่าย โดยไม่มีใครอิดออด สงสัยกลัวว่าฉันจะไม่จ่ายค่าแรงจริง ๆ
"ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะส่งรายงานไปทางอีเมลให้กับฝ่ายตกแต่งของทางเฟิร์ส โปรเฟสชั่นนอลให้นะครับ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เหลือแค่เก็บงานอีกนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง"
ฟาโรห์บอกกับฉัน หลังจากที่เราตรวจสอบบ้านจนแล้วเสร็จ ไม่มีจุดไหนที่น่าเป็นห่วง มีแค่เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บางจุดเท่านั้น
"กลับเลยไหม ให้ฉันไปส่งนะ"
พิธอาสา แต่ทว่าฉันกลับไม่เห็นด้วย จึงรีบปฏิเสธออกไป
"ไม่เป็นไร คนของฉันขับรถมารับแล้ว ขอบคุณมากนะ" ฉันเดินกลับออกมา เมื่อเห็นว่ารถของอนาคิน และ ทัพศึกขับมาจอดที่หน้าประตูรั้วโดยมีพิธเดินมาส่ง
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหมครับ" อนาคินเอ่ยถามฉัน
"เหลืออีกแค่นิดหน่อย แต่เดี๋ยวทางวิศวกรเป็นคนจัดการให้เอง" ฉันตอบพร้อมกับเข้ามานั่งในรถ เหลือบมองดูเจ้าของร่างสูงที่ยืนส่งฉัน จนรถของฉันเคลื่อนตัวออกไปลับสายตา
"นี่บัตรสำหรับเข้างานอีกสองวันข้างหน้าครับ ผมหามาให้คุณหนูเรียบร้อยแล้ว" ทัพศึกส่งบัตรเชิญเข้าร่วมงาน คืนสู่เหย้ามหาวิทยาลัยเก่าของฉันมาให้พร้อมกับพยักหน้าเชิญชวนให้ฉันรับมันไว้ หลังจากที่รถแล่นออกมาจากตัวบ้านได้สักพักใหญ่
"ฉันต้องไปด้วยเหรอ?" ฉันถาม ก่อนหันไปสบตากับอนาคิน และ ทัพศึก
"คุณหนูไปน่ะดีแล้ว ถือซะว่าเป็นโอกาสที่ดีที่คุณหนูจะได้ประชาสัมพันธ์บริษัทใหม่ไปด้วยในตัว มันเป็นผลดีมากกว่าผลเสียนะครับ อีกอย่างงานนี้คุณหนูก็ไม่ได้ไปคนเดียวยังมีคุณต้นหลิวไปด้วยอีกคน อย่ากังวลไปเลยครับ" อนาคินบอกฉัน
"จริงสิ...ฉันยังมีต้นหลิวอีกคน"
"นี่ครับ...ชุดของคุณหนูกับคุณต้นหลิว ผมตัดมาให้เรียบร้อยแล้ว" ฉันรับกล่องชุดราตรีเข้าร่วมงานมาวางไว้บนตักแล้วเปิดออกมาดู มันชุดเดรสเกาะอกสีทองปักด้วยเลื่อมสีเดียวกันคล้ายกับชุดโปรดของฉันเมื่อหลายปีก่อน ถึงมันจะไม่เหมือนกับชุดที่ฉันเคยใส่ ทว่ามันก็สวยเหมือนกันมาก
"ขอบใจมากเลยนะทัพศึก นายด้วยนะอคิน"
"ด้วยความเต็มใจครับ" อนาคินตอบกลับมา ก่อนที่ฉันจะหยิบชุดนั้นขึ้นมาทาบตัว พลางส่งยิ้มให้กับบอดี้การ์ดทั้งสองคนด้วยความขอบคุณที่พวกเขาต่างพากันรู้ใจฉันไปหมดซะทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
สองวันต่อมา
"ว้าว...คุณดรีมสวยจังเลยนะคะ" ต้นหลิวเอ่ยปากชม ทันที่ทีเห็นฉันปรากฏตัวด้วยชุดเดรสเกาะอกสีทองปักด้วยเลื่อมระยิบระยับหรูหรากับรองเท้าส้นสูงวิบวับราคาแพงในโทนสีเดียวกัน ทรงผมดัดลอนธรรมชาติปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง
"เธอเองก็ต้องสวยเหมือนกับฉันนะต้นหลิว"
"เอ่อ...คือ!" ต้นหลิวดูท่าทางเกรงอกเกรงใจ แต่ฉันกลับไม่เห็นด้วยจึงดึงเธอเข้ามาหา
"มานี่สิ...เดี๋ยวฉันช่วยแต่งหน้าให้ ตอนอยู่เมืองนอกนะ ฉันออกงานบ่อยเลยมีโอกาสได้ฝึกไว้ เพราะคุณปู่กับคุณย่าชอบให้ฉันออกงานแทนท่านอยู่เสมอเลยล่ะ เชื่อสิ! เธอต้องสวยแน่"
"ความจริง ฉันใส่ชุดเดรสธรรมดา ๆ ที่มีอยู่แล้วก็ได้นะคะ คุณดรีมจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองหาชุดมาให้ฉัน ชุดราตรีหรู ๆ พวกนี้ท่าทางคงจะหลายตังค์น่าดู" ต้นหลิวบอกฉัน ดูเธอยังไม่เลิกเกรงอกเกรงใจ
"ชุดหรู ๆ ไม่จำเป็นว่าจะต้องราคาแพงเสมอไปหรอกนะ แต่ชุดสวย ๆ พวกนี้มันจำเป็นสำหรับผู้หญิงอย่างเรา"
"แต่ว่า"
"คืนนี้เราไปเป็นเพื่อนกันนะต้นหลิว ถ้าฉันสวยเธอก็ต้องสวยด้วยเหมือนกัน ไม่คิดบ้างหรือไงว่าเราต้องไปเจอใครในงานนั้นบ้าง ทั้งเพื่อนเอย รุ่นพี่รุ่นน้องเอย ไหนจะพวกผู้ชาย สาวหนึ่ง สาวสอง เยอะแยะเต็มไปหมด เราจะสวยน้อยหน้าคนอื่นได้ยังไงกัน บางทีเราอาจเจอคนที่เธอแอบปิ๊งด้วยก็ได้นะ" ฉันบอกออกไป เพราะยังไม่ลืมว่าต้นหลิว เคยแอบปิ๊งใครอยู่ อิตารุ่นน้องที่ ชื่อเตอร์ นั่น ฉันยังคงจำได้แม่น!
"เอ่อ..." ต้นหลิวทำท่าจะแย้ง ทว่าเธอก็ยังไม่ทันปากของฉันอยู่ดี
"ไม่อยากสวยในสายตาเขาเหรอ?" ฉันถาม ต้นหลิวไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่นั่งนิ่งยอมให้ฉันจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้กับเธออย่างว่าง่าย โดยไม่อิดออดเหมือนในตอนแรก
ซึ่งฉันรู้ดีว่าผู้หญิงเราอยากสวย และ ดูดีในสายตาของหนุ่มหล่อในฝันเหมือนกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ต้นหลิวเอง
เวลาต่อมา ณ งานคืนสู่เหย้า
ต้นหลิวขับรถพาฉันมาที่งาน ซึ่งคืนนี้ฉันให้อนาคิน และ ทัพศึก รวมถึงไลร่ารับหน้าที่ช่วยดูตาหนูของฉันให้ และ ป่านนี้น้องเซก็คงจะนอนหลับฝันดีไปแล้ว
"บัตรเข้าร่วมงานอยู่กับเธอใช่ไหมต้นหลิว" ฉันถามเมื่อเราเดินทางมาถึงลานจอดรถ
"ใช่ค่ะบอส" ต้นหลิวให้คำตอบ
"คืนนี้มางานรวมรุ่น แถมเราสองคนก็ยังเป็นเพื่อนกันอีก เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าบอสก็ได้ เรียกฉันว่าดรีมเหมือนตอนที่เราเรียนอยู่ที่นี่เถอะ"
"ตกลงจ้ะ ขอบใจมากนะดรีมที่ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ"
"ก็เราเป็นเพื่อนกัน อย่าคิดมากสิต้นหลิว เรารีบเข้าไปในงานกันเถอะ" ฉันบอก พร้อมกับลากแขนของต้นหลิวให้ไปด้วยกัน
"นั่นมันยัยต้นหลิว มากับใครสวยอย่างกับดาราเลย"
รู้สึกว่าฉันจะมองเห็นเพื่อนร่วมรุ่นของฉันแล้วนะ นั่นไง! ยัยพวกนั้น...
"อ้าว...กิ๊บ ออม มิ้ว ทางนี้~" ต้นหลิวโบกมือทักทายเพื่อนร่วมรุ่นของเรา ยัยสามคนนั้น ดูท่าทางว่าจะจำฉันไม่ได้นะ
"นี่เธอจริงเหรอเนี่ย ยัยดรีมไม่อยากเชื่อเลย"
ยัยมิ้วทักทายพลางมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แลดูขี้อิจฉา ไม่ต่างจากยัยกิ๊บเลย
"สวยจนพวกเราจำแทบไม่ได้เลย นี่คงบินไปทำมาจากเกาหลี หมดไปหลายล้านเลยสิท่า"
'นั่นแหละ คือคำที่หล่อนทักทายฉัน'
นี่คงคิดว่าฉันไปขึ้นเขียงผ่าหน้า ผ่านม เสริมซิลิโคนมา บอกตามตรง นี่แม่ฉันให้มา ส่วนหน้าแบบนี้ก็ตกทอดมาจากรุ่นปู่รุ่นย่า
'อกแท้เด้งมือ...ไม่เชื่อก็ลองจับดูสิ!'
ฉันกระตุกยิ้มเบา ๆ จะว่าภูมิใจในความสวยของตัวเองก็คงใช่ แต่น่าเสียดายที่ยังหาผู้ชายจริงใจไม่ได้สักคน ถ้าไม่นับรวมรุ่นน้องที่ชื่อ พิธ พิธานั่น
"พวกเธอเองก็สวยมากเหมือนกัน" ฉันตอบกลับไปด้วยความสัตย์จริง เพราะยัยสามคนนี้สวย สวยตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ถึงได้ถูกใจอิตารุ่นน้องที่ชื่ออ้อนั่นไง
"นี่ได้ข่าวว่าเปิดบริษัทจัดหาคู่ คงไม่ได้ล่อผู้ชายมาติดกับแล้วเคลมซะเองหรอกนะ" ยัยกิ๊บพูดกับฉัน ก่อนที่ยัยมิ้วจะพูดแทรก
"ยัยกิ๊บจะพูดจะจาอะไรเกรงใจยัยดรีมหน่อยสิ"
"ขอโทษนะยัยดรีม พอดีฉันพูดตรงไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรหรอกนะ ฉันเข้าใจ ว่ากำพืดของคนเราไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้" ฉันตอกกลับไป ทำให้ยัยกิ๊บถึงกับกระทืบเท้าหนัก ๆ ที่ถูกฉันจิกกัด
"ยัยดรีม!"
"โทษทีนะ พอดีฉันพูดตรงไปหน่อย" ฉันประนีประนอม โดยไม่พูดคำว่าสันดานไปเมื่อกี้ ก็ดีแค่ไหนแล้ว ตอนนี้ฉันจะไม่ยอมใครให้มาแซะฉันอยู่ฝ่ายเดียว และ ถ้าฉันไม่แข็งแกร่งจริงอนาคิน กับ ทัพศึกก็คงไม่กล้าปล่อยฉันออกมาร่วมงานสังสรรค์แบบนี้แน่!
"ความจริงตอนนี้ฉันเองก็มองหา Job เสริมดู ๆ อยู่เหมือนกันนะ ว่าจะทำเล่น ๆ ปกติอยู่ดูแลแต่พวกจิวเวลรี่ให้กับบริษัทของที่บ้านเลยรู้สึกเบื่อ ๆ อยากหาอะไรทำฆ่าเวลาหน่อย เธอพอจะมีอะไรให้ทำบ้างไหมล่ะ ตำแหน่งไหนก็ได้นะ ฉันไม่เกี่ยง เงินเดือนไม่ต้องถึงแสนก็ได้ คนกันเองน่ะ" ยัยมิ้วพูดเสริม เมื่อเห็นว่ายัยกิ๊บถูกฉันกัดแบบไม่ไว้หน้า
"นั่นสิ ฉันเองก็สนใจอยู่เหมือนกันนะ"
นี่เพิ่งจะเป็นคำพูดของยัยออม หวังว่าคงจะไม่กัดฉันเหมือนกับยัยสองคนนี้หรอกนะ
"เรื่องนั้นพวกเธอคงต้องถามต้นหลิวดูนะ เพราะว่าต้นหลิวเป็นผู้ช่วยของฉัน มีอะไรเกี่ยวกับงานหรือบริษัทของฉันพวกเธอถามต้นหลิวโดยตรงได้เลย" ฉันบอกออกไป ยัยมิ้ว และ ยัยกิ๊บถึงได้พากันหันไปจ้องหน้าผู้ช่วยของฉัน
"ว่ายังไง ยัยต้นหลิว!"