Intro
ท่ามกลางทางถนนสายหลักขาเข้าตัวเมืองจันทบุรี มีสายฝนกระหน่ำมาไม่หยุดหย่อน ช่วงนี้อากาศของประเทศไทยไม่รู้ว่าทำไมถึงแปรปรวนบ่อย
รถเอสยูวีคันงามค่อยๆ ขับเคลื่อนไปตามทางถนน โดยจุดหมายคือหมู่บ้านท้ายตลาดในตัวเมืองจันทบุรี
“คุณว่าเพื่อนคุณเขาจะนอนหลับไหม?”
บรรยากาศเงียบเย็นภายในรถที่ทำให้สองคนอยู่ด้านในเงียบใส่กันมานาน ทว่าหมอหนุ่มเจ้าของรถจู่ๆ ก็ถามคำถามกับอีกคนที่นั่งมาข้างๆ กัน
แววตาเศร้าสร้อยแดงก่ำคล้ายคนกำลังอกหักของหมอสามสิบ นัยน์ตาคู่นั้นกำลังบอกว่าเขารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขนาดไหน
“บัวว่าคุณหมออย่าคิดมากเลยนะคะ มั่นใจเถอะค่ะว่าเพื่อนบัวจะไม่กลับไปเจ็บอีก เพียงแต่ว่าตอนนี้หยกกำลังโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุและสงสารพี่นาฟอยู่ก็เท่านั้น”
ใยบัวที่นั่งโดยสารมาข้างๆ กับชายหนุ่ม เอ่ยปลอบใจเขาไป เมื่อเห็นสีหน้าของหมอกันต์แล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี อีกทั้งทางนั้นเองก็ทั้งเพื่อนทั้งพี่ที่เธอเคยรู้จัก ส่วนทางนี้ก็ว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนเธอ
“แต่ผมว่ามันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าผมไม่รู้นะว่าลึกๆ หยกยังรอเค้าอยู่”
ทั้งๆ ที่เขากำลังจะแต่งงานกับปิ่นหยกในอีกไม่กี่วัน แต่คนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวกลับต้องวิ่งแจ่นไปดูอาการคนรักเก่าของเธอ หนำซ้ำการกระทำที่บ่งบอกได้ว่าปิ่นหยกยังแคร์คนรักเก่ามาก มันถึงกับทำให้หมอกันต์อดไม่ได้เลยที่จะรู้สึกน้อยใจ
“คุณหมออย่าคิดมากเลยนะคะ”
“เห็นหยกบอกว่ารู้จักคุณมานานแล้ว” หมอกันต์ถามขณะที่สายตายังมองถนนอยู่เรื่อยๆ
“ค่ะ”
ใยบัวไม่รู้หรอกว่าระหว่างเพื่อนของเขากับหมอกันต์ไปรู้จักหรือชอบกันได้อย่างไร เพราะวันๆ เธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องของใครเลยด้วยซ้ำ คนอุทิศตัวถวายงานอย่างเธอวันๆ หมกมุ่นอยู่เพียงไม่กี่อย่างคือทำงานและช่วยแม่ขายของที่ตลาด
ร่างบางแอบเหล่สายตามองคนขับ เมื่อเห็นว่าเขากลับมาเงียบอีกครั้ง เธอเองก็ไม่ได้สนทนาอะไรต่อ ก่อนจะเอนหลังนอนเอาศีรษะแนบเบาะนุ่มและหันหน้าเข้าหากระจกมองดูวิวทิวทัศน์ข้างทางไปเรื่อยๆ
เอี๊ยดด!!!
“คุณหมอจอดรถทำไมคะ?” ร่างบางที่กำลังจะเคลิ้มหลับเพราะบรรยากาศตอนนี้ ทว่าคนขับก็เบรกรถกะทันหันอยู่ตรงหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ทั้งที่ยังไม่ถึงบ้านเลยด้วยซ้ำ แล้วแถวนี้คือที่ไหนเธอเองก็ไม่อาจรู้ได้
“ผมขอแวะลงไปซื้อของก่อน คุณไปด้วยไหม?”
“ตามสบายเลยค่ะ”
จากนั้นชลกันต์ศัลยแพทย์หนุ่มจึงลงจากรถเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ มีเพียงร่างบางคนที่นั่งรออยู่ด้านในรถ กระทั่งใช้เวลาไม่นานหมอหนุ่มก็เดินมาพร้อมกับถุงใบใหญ่ซึ่งเธอคิดว่าคงจะเป็นของที่เขาเพิ่งซื้อมา
รถเอสยูวีคันงามขับเคลื่อนต่อไปหลังจากที่ทำธุระเสร็จแล้ว เหลืออีกเพียงไม่กี่กิโลเมตรข้างหน้าก็จะถึงที่หมาย โชคดีที่บ้านของท่านผู้ว่าเมืองจันท์ฯ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของหมอชลกันต์อยู่ในตัวเมืองใกล้กับบ้านของใยบัว
“หื้ม? คุณหมอคะ นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเรานี่คะ”
ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงเมื่อเห็นว่าทางที่เขาใช้ขับมามันออกจากเส้นทางหลักมาแล้ว กระทั่งคนขับเลี้ยวเข้าไปตรงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลาง โชคดีที่ตรงนี้ฝนตกไม่ทั่วฟ้า
“คุณดื่มเป็นเพื่อนผมได้ไหม? ผมยังไม่อยากกลับ”
“แต่นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ บัวว่าเราควรกลับ”
เธอบอกกับแม่ว่าจะออกมางานเลี้ยงของเพื่อนสนิทกับหมอหนุ่ม ยังไม่ได้บอกเลยว่าออกมาต่างจังหวัดในยามวิกาลแบบนี้
“คุณกินเบียร์เป็นไหม?”
หมอหนุ่มไม่ฟังที่เธอพูด ก่อนจะเลี้ยวเข้าจอดข้างบริเวณอ่างเก็บน้ำซึ่งตอนนี้เวลาเที่ยงคืนแล้วแทบจะมองไม่เห็นแสงไฟ
จากนั้นเข้าก็เริ่มจัดแจงข้าวของทุกอย่าง รวมทั้งเครื่องดื่มที่ตัวเองซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาพร้อมกับเปิดประทุนรถ มือหนาแกะกระป๋องเบียร์ยืนให้คนที่นั่งเบาะด้านข้าง
ใยบัวเหมือนต้องจำใจนั่งเป็นเพื่อนของหมอหนุ่มในคืนนี้ เธอเองก็เข้าใจว่าตอนนี้เขาคงรู้สึกน้อยใจที่ว่าที่เจ้าสาวของเขา เอาเวลาไปดูแลคนรักเก่าที่นอนอยู่โรงพยาบาล
“ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาวชัดมาก คุณว่าไหม?”
“ค่ะ”
“ผมชอบหยกตั้งแต่แรกเจอกัน หึ! นึกแล้วก็ขำนะ ทั้งที่ตอนนั้นเค้ามากับแฟนผมยังคิดเกินเลยได้”
ใยบัวมองคนที่พูดพร้อมกับกระดกกระป๋องเบียร์เข้าปาก แววตาของเขาดูหม่นหมองเหมือนในใจคิดอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นเป็นเธอที่ยกเบียร์เข้าปากเหมือนกับที่เขาทำ
จริงๆ เธอไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอลเท่าไหร่นัก เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนคออ่อน มีเพียงกาแฟเท่านั้นที่พอจะดื่มได้ต่อให้ขมมากกว่าเบียร์ก็ตาม
มือหนาของหมอหนุ่มวัยสามสิบเอื้อมไปกดเปิดเพลงจากหน้าคอนโซลรถ เขาคงจะกำลังสร้างบรรยากาศเยียวยาจิตใจตัวอยู่หรือไม่ใยบัวกำลังคิดแบบนั้น
“คุณคงจะรักหยกมากนะคะ”
“หึ! มากขนาดที่รู้ว่าเขาไม่ได้รัก แต่ก็ยังรักเค้าอยู่นั่นแหละ”
“หยกคงจะเป็นเจ้าสาวที่โชคดีมากๆ เลย” ตอนนี้ใยบัวกำลังทำหน้าที่เป็นพี่อ้อยพี่ฉอดอยู่ เธอพยายามจะพูดให้เขาไม่เครียด เพราะเชื่อว่าเพื่อนของเธอจะยังคงแต่งงานกับหมอกันต์แน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ต้องให้เวลาเธอหน่อยแค่นั้นเอง
ร่างบางกระดกมาได้เพียงแค่ครึ่งกระป๋องก็เริ่มมึนๆ ในหัวบ้างแล้ว ส่วนอีกคนที่ไม่มีท่าทีว่าจะกลับง่ายๆ ตอนนี้ก็เริ่มเปิดกระป๋องที่ 3 แล้ว
“บัวว่าคุณดื่มเยอะแล้วนะคะ เดี๋ยวจะขับรถไม่ได้”
“เบียร์ไม่กี่กระป๋องไม่ได้ทำให้ผมเมาง่ายๆ หรอกคุณ คุณลองนี่ไหม?”
พูดจบแล้วหมอกันต์ก็หยิบเอา เจมสัน ไอริส วิสกี้ ขวดสีเขียวที่เพิ่งซื้อในร้านสะดวกซื้อออกมาพร้อมกับเทใส่แก้วพลาสติกยื่นให้ร่างบางข้างๆ ดื่ม
“คะ?” ใยบัวงงกับแก้วที่เขายื่นให้ แต่ก็ยังรับไว้
“ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย”
ใยบัวยอมดื่มเพื่อหวังจะให้มันหมดเร็วๆ แล้วหมอกันต์จะได้พาเธอกลับบ้านเสียที ทว่าแค่แก้วแรกก็ทำเอาเธอร้อนวูบวาบทั่วท้องแล้ว ส่วนเขาก็ดื่มเยอะไปมากแล้วเหมือนกัน
เสียงเพลงบนรถคลอเคล้าเบาๆ พร้อมกับบรรยากาศยามเที่ยงคืนเงียบที่สงัด มีเพียงแค่สองคนที่นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศยามนี้ภายในรถที่เปิดประทุนรับลมเย็นๆ
ร่างบางเริ่มจะไม่ไหวกับเครื่องดื่มที่เขายื่นมาให้เรื่อยๆ แล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเลือดในกายมันร้อนวูบวาบขึ้นมาเสียอย่างงั้น
“อื้ม! บัวมึนหัวไปหมดเลยค่ะ คุณพาบัวกลับได้แล้ว” หญิงสาวบอกกับหมอหนุ่มพลางมือกุมขมับ
“คุณนอนไหม? ผมปรับเบาะให้”
อีกคนโน้มตัวมาทางร่างบางที่นั่งเบาะข้างๆ หวังจะปรับเบาะให้อีกคนได้นอน เพราะดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่อยากกลับ หากอีกคนง่วงเขาจะปรับเบาะให้นอนไปก่อน
ขณะที่หมอกันต์กำลังปรับเบาะให้อีกคนที่กำลังงัวเงียอยู่ ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน หมอหนุ่มมองใบหน้าแดงก่ำของใยบัวก่อนจะขาดสติโน้มริมฝีปากหยักประกบเข้ากับริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อนั้น
“อ่ะ อื้มมม~~” อีกคนที่ยังมึนๆ อยู่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมันเหมือนกับเธอกำลังอยู่ในห้วงของความฝันจึงปล่อยให้อีกฝ่ายได้ล่วงเกินไปตามน้ำ
“จ๊วบบ~~” หมอหนุ่มก็เหมือนจะเมามากแล้วเหมือนกัน ริมฝีปากหยักเลื่อนลงมาจูบซอกคอขาวของเธอ กลิ่นน้ำหอมในกายของเธอช่างเหมือนกลิ่นเดียวกันกับที่ปิ่นหยกใช้ประจำ
“หยก....”
ตอนนี้ชลกันต์ทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งได้กลิ่นน้ำหอมของหญิงสาวยิ่งนึกถึงใครอีกคน มือหนาเริ่มปลดกระดุมของอีกคนลงจนหมด เผยให้เห็นอกอิ่มที่ยังมีบลาสีขาวห่อหุ้มเอาไว้อยู่ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงไปซุกอยู่กับเนื้ออิ่มนั้น
ใยบัวไม่ได้สติมากแล้วจนได้ทีให้ใครอีกคนได้กอบโกยหาความสุขกับร่างของเธอ “อ๊าส์.... อื้ม”
คนเอาแต่ใจยังคงหยอกล้อกับเรือนร่างของหญิงสาวต่อไปไม่หยุด ก่อนที่ความต้องการมันจะทำให้ทั้งคู่เลยเถิดกันไปตามอารมณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ทั้งสองไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หากต้องตื่นขึ้นมายามมีสติกันทั้งคู่แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรกันต่อ