สิ่งสำคัญสำหรับการแต่งงาน ฤกษ์ยามมงคลเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนำดวงของทั้งคู่ รวมถึงดวงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไปให้ซินแสดู เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว ฝ่ายชายจะทำการส่งข่าวให้ฝ่ายหญิงทราบว่าต้องตัดผม ตัดชุดแต่งงาน วันไหน เวลาอะไร เพราะดวงที่ซินแสให้มานั้นจะระบุละเอียดตั้งแต่ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์แต่งหน้าทำผม ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์เข้าหอ และมีฤกษ์คลอดลูกมาให้เสร็จสรรพ
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยางจิวหรงดูเหมือนจะวิ่งผ่านไปเร็วจนรู้สึกสับสน นางยังไม่พร้อมเลยสักนิด ไม่รู้จักเจ้าบ่าวด้วยซ้ำว่าเขาแต่งงานกับนางเพื่ออะไร นางยืนนิ่งเหมือนหุ่นไม้เพื่อให้ช่างตัดเสื้อสามคนวัดตัวเพื่อตัดชุดใหม่จำนวนหลายชุดสำหรับเป็นสินเจ้าสาว พร้อมด้วยหีบใส่เครื่องเพชรเครื่องทองติดแผ่นหัวใจสีแดง ซึ่งได้รับเป็นของขวัญจากบิดามารดาและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวจำนวนมากเสียจนมีบัญชีถึงสามเล่ม
แต่นางไม่รู้สึกยินดีเลย
“พี่หญิง” เป่าอวี้กับฉูฉู่มาเล่นที่เรือนจินจวี๋เซียง เด็กๆ ต่างหน้างอง้ำ ขอบตาปริ่มๆ จะร้องไห้ “ท่านแม่บอกว่าพี่หญิงจะต้องออกไปจากจวน ข้ากับฉูฉู่ไม่อยากให้ท่านไปเลย”
“พี่เองก็ไม่อยากจากพวกเจ้าไปเหมือนกัน” หยางจิวหรงฝืนยิ้มให้น้องสาวน้องชายและรวบตัวทั้งสองมากอด “มาดูมงกุฎเจ้าสาวสิ สวยมากเลยนะ ท่านแม่บอกว่ามงกุฎนี้จะสืบทอดให้เฉพาะสะใภ้ใหญ่ของสกุลหยางเท่านั้น แต่ท่านปู่อนุญาตให้พี่สวมเข้าพิธีได้เป็นพิเศษเลยนะ”
“ไท่จื่อจะดีต่อพี่หญิงรึเปล่าขอรับ”
หยางจิวหรงเองก็ไม่รู้ นางไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะต้องกลายเป็นสมบัติของใคร “ไท่จื่อต้องดีสิ ถ้าเขาทำนิสัยไม่ดี พี่ก็จะเตะเขาให้ตัวขาดสองท่อนเลย”
“ข้าก็จะช่วยพี่หญิงเตะด้วย”
หยางจิวหรงฝืนหัวเราะและไล่ปลายนิ้วไปบนสายพิณ บรรเลงเพลงให้น้องๆ สนุกสนาน จ้าวเฉินฟงส่งคนให้นำของขวัญมามอบให้ทุกวัน ทุกคนที่ทราบข่าวจึงพากันสรรเสริญเยินยอ แต่นางรู้! รู้ดีว่าจ้าวเฉินฟงไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวนางอย่างที่แสดงออกเลยสักนิด การแต่งงานของคนชั้นสูงไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง และผู้หญิงไม่มีปากเสียงในเรื่องนี้ หยางจิวหรงจึงทำสิ่งที่พอจะทำได้นั่นคือส่งจดหมาย บอกให้เขายกเลิกการแต่งงานไปซะ
คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ใช่จดหมาย เขาตอบโดยที่ไม่ต้องเขียนตัวอักษรมาสักคำ ทรงมอบปิ่นทับทิมล้อมเพชรล้ำค่าเป็นของขวัญสื่อเสน่หาจงรัก ทับทิมเม็ดงามนั้นแดงก่ำสุกใสราวกับเลือดหยาดหยด ส่วนเพชรเม็ดใหญ่ที่ห้อมล้อมก็ล้วนเป็นเพชรน้ำใสล้ำค่า ทุกคนต่างพากันฮือฮาชื่นชมด้วยความอิจฉา แต่หยางจิวหรงไม่ใช่คนโง่ที่ตื่นเต้นกับของเหล่านี้
คนผู้นี้ต้องการเล่นตลกอะไรกันแน่!
----------
จ้าวลู่ขัดเคืองอย่างยิ่ง โกรธปึงปังอยู่หลายวัน ส่วนซือหม่าจิ้งก็คอยยุแยงว่าหยางกงคิดไม่ซื่อ เมื่อองค์ชายหนุ่มพบหน้าหยางกงก็ตำหนิต่างๆ นานา หยางกงเป็นผู้ใหญ่ถูกคนหนุ่มรุ่นหลานตำหนิไม่ไว้หน้าก็ไม่พอใจ แต่เก็บอารมณ์ไว้ภายใต้รอยยิ้ม
“ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะยกนางให้ข้า แต่ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงกลับไม่คัดค้านเลยสัก ท่านคิดจะดูถูกข้าสินะ”
“เรื่องนี้จะโทษกระหม่อมฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก จู่ๆ ไท่จื่อก็ชิงจิวหรงตัดหน้าไปเช่นนั้น ฝ่าบาทกับฮองเฮาก็ทรงสนับสนุน กระหม่อมเป็นเพียงขุนนาง ข้ารับใช้จะมีปัญญาใดมาขวางเจ้านาย แต่หนทางแก้ยังมีพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างไร”
“ฆ่า”
หยางกงกระซิบด้วยแววตาเป็นประกาย องค์ชายจ้าวลู่กับซือหม่าจิ้งก็เข้าใจความหมายโดยทันที จ้าวลู่กระหายตำแหน่งมานานจึงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“ท่านเห็นควรว่าจะลงมือได้เมื่อไร”
“เดือนหน้า ไท่จื่อจะต้องจัดงานแต่ง อาศัยจังหวะนี้จู่โจมอีกฝ่ายไม่ให้ทันตั้งตัว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย กระหม่อมจะส่งจิวหรงเข้าห้องหอของท่านทันที” หยางกงโน้มหน้ามากระซิบเสนอแผนลอบปลงพระชนม์ นัดแนะว่าเวลาที่เหมาะสมคือวันมงคล สกุลหยางจะรับหน้าที่สังหารจ้าวเฉินฟง หยางเจี้ยนเฉิงซึ่งมีตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์จะเปิดทางเข้าวังให้ ส่วนองค์ชายจ้าวลู่กับสกุลซือหม่าจัดการยึดอำนาจจากฮ่องเต้รวดเดียวเสร็จสรรพ เท่านี้ก็จะสมหวังทุกประการ
“เรื่องนี้อันตรายมากนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีความเห็นว่าควรจะต้องคิดให้รอบคอบ”
ฉินเหรินจง ขุนนางซึ่งติดตามองค์ชายจ้าวลู่กระซิบทักท้วง เพราะหากมีใครทรยศขึ้นมานั่นหมายถึงโทษตายสถานเดียว คนผู้นี้มีวาสนาได้เป็นถึงเขยราชวงศ์และเป็นที่โปรดปรานของไทเฮา แววตาของฉินเหรินจงเจ้าเล่ห์เห็นแก่ตัว แต่เป็นที่โปรดปรานขององค์ชายจ้าวลู่เพราะคนผู้นี้มีวิธีหาเงินเข้ากระเป๋าได้เฉียบขาดเสมอ
“กระหม่อมขอเสนอให้ทุกท่านลงชื่อในสัญญาเลือด”
“สัญญาเลือด?”
“ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทรงควรมีหลักประกัน ให้พวกเราทุกคนเขียนหนังสือลงชื่อว่าร่วมปลงพระชนม์ฮ่องเต้ หากใครคิดตุกติก สัญญาเลือดนี้ก็จะถวายถึงพระหัตถ์ฮ่องเต้แน่นอน ใครไม่กลัวถูกประหารล้างโคตรก็ลองดูได้ เท่านี้องค์ชายก็วางใจได้แล้วว่าไม่มีใครกล้าคิดไม่ซื่อ กระหม่อมจะเป็นคนแรกที่เขียนสัญญาเลือดเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อองค์ชายเอง”
“ยอดเยี่ยมมาก” องค์ชายจ้าวลู่ถูกใจความคิดของฉินเหรินจงยิ่งนัก หยางกงกำลังถูกสงสัยว่าคิดไม่ซื่อจึงจำยอมเอ่ยปากเขียนสัญญาเลือดไว้เช่นกัน ซือหม่าจิ้งจะเป็นผู้รวบรวมและเก็บรักษาสัญญาเลือดเหล่านี้ไว้เอง
“เสียนเฟยเป็นคนของกระหม่อม พร้อมรับคำสั่งทุกเมื่อ”
“ดีมาก ท่านลุงจิ้งรีบส่งข่าวให้นางเตรียมพร้อมได้เลย ข้าจะนับถอยหลังรอวันแต่งงานของไท่จื่อให้มาถึงเร็วๆ” องค์ชายจ้าวลู่หายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้ง จ้าวเฉินฟงคงจะไม่ทันคิดว่าวันแต่งงานจะกลายเป็นวันตาย ผู้ที่จะได้ครอบครองหยางจิวหรงและแผ่นดินนี้มีเพียงเขาผู้เดียวเท่านั้น ใครหน้าไหนอย่าได้หวัง!
คนที่เจ็บใจจนหน้าไหม้ก็คือเจียวเจียว แม้ว่าซือหม่าหลันจะพยายามปลอบใจ แต่หลานสาวคนโปรดก็มีแต่จะเกรี้ยวกราด วาสนาของนางกำลังจะสูงส่งเทียมฟ้าแต่กลับล้มไม่เป็นท่าเพราะหยางจิวหรง ตั้งแค่เกิดมาไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกเปรียบเทียบไปเสียหมด เจียวเจียวเกลียดขี้หน้าคู่แข่งอยู่แล้วจึงยิ่งแค้นใจ
“นังชาติชั้นต่ำ ปู่มันเคยเป็นแค่ทหารเลว กล้าเผยอหน้ามาแข่งขันกับลูกสาวตระกูลขุนนางเก่าแก่อย่างข้า!”
“พี่เลิกด่าทอนางสักทีเถอะ ข้าฟังแล้วรำคาญ ในเมื่อวาสนาชะตารักของนางสูงกว่าพี่ พี่ก็ต้องยอมรับ” อู๋ซวงอุ้มแมวตัวสวยขึ้นมานั่งนักแล้วลูบขนของมันเล่น เจียวเจียวจึงหันไปหัวเราะเยาะ
“เหอะ ข้าเห็นนะว่าเจ้าแอบมองไท่จื่อ น่าสงสารเสียจริง ขนาดแค่ชอบยังไม่เคยสนทนากับไท่จื่อเลยสักครั้ง แม่นางจิวหรงคนงามก็โฉบไปซะแล้ว”
“เลิกพูดเรื่องนี้สักทีเถอะ!”
“แน่จริงก็พูดออกมาสิ เจ้ากล้าพูดรึเปล่าว่าไม่เจ็บใจ”
“...”
“ตอนนี้ทั้งองค์ชายทั้งไท่จื่อต่างก็สนพระทัยนังนั่น ถ้าไม่มีมันสักคนทุกอย่างก็เรียบร้อย ข้าจะขัดขวางนางให้จงได้ เจ้าต้องมาร่วมมือกับข้าซะ” เจียวเจียวจับเจ้าแมวโยนทิ้งออกไป “เจ้าส่งจดหมายไปหามัน ล่อให้มันออกมาพบเจ้าที่วัดบนเนินเขา ที่เหลือข้าจะจัดการเอง”
“แต่ว่าจิวหรงเป็นน้องเรานะ”
“ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ข้าอยากได้ ข้าจะเอา!”
เจียวเจียวมุ่งมั่นที่จะเป็นชายาเอกขององค์ชายจ้าวลู่ให้จงได้ เพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กว่าผู้ที่จะได้ครองแผ่นดินคือจ้าวลู่ ดังนั้นแล้วนางจะไม่ยอมยกตำแหน่งมารดาของแผ่นดินให้ผู้ใดทั้งนั้น ซือหม่าหลันเข้าข้างเจียวเจียวเสมอจึงรีบหว่านล้อม
“เจ้าไม่อยากได้ไท่จื่อมาครอบครองงั้นหรือ เจ้าเองก็เป็นถึงคุณหนูสกุลซือหม่า รูปร่างหน้าต่างและความสามารถก็มิด้อยไปกว่านังนั่น ลองคิดดูสิ ไท่จื่อทรงเลือกมันเพราะมันเจ้าเล่ห์อวดตัวให้เด่น เจ้าก็เลยไม่มีโอกาสแสดงฝีมือบ้าง ถ้าหากวันนั้นเป็นเจ้าที่ได้ดีดพิณถวาย จะเป็นเช่นใดกันหนอ”
“...”
“วันคืนชื่นสุข อิงแอบแนบชิดยามราตรี โอบกอดมิเว้นห่าง”
อู๋ซวงสะดุ้ง แววตาสับสน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังต่อสู้ขัดแย้ง แต่พอนึกถึงภาพรัชทายาทรูปงามองอาจเคียงคู่คลอเคลียหยางจิวหรง สีหน้าของอู๋ซวงก็เปลี่ยนไป ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ของตน
“ไปหยิบกระดาษกับพู่กันมาให้ข้า”
เจียวเจียวหัวเราะชอบใจทันที