บทที่ 1 หยางจิวหรง 1

1361 Words
คุยกับนักเขียน ^^ สวัสดีนักอ่านทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่เลือกหยิบผลงานเล่มนี้นะคะ หากเคยอ่านหลันเอ๋อร์ สามีเจ้ามารอหน้าประตู ซึ่งเป็นเรื่องราวของจ้าวหย่งคัง อ๋องสามแห่งแคว้นจ้าว กับฉินเหม่ยหลัน คุณหนูที่ถูกมองข้ามแต่แสนจะฉลาดเป็นกรด บรรณาการแสนรักก็คือเรื่องราวของเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของจ้าวหย่งคังนั่นเองค่ะ ----------------------------- หยางจิวหรงเกิดมาพร้อมคำทำนายว่าจะมีวาสนาสูงส่ง ครอบครัวจึงหมายมั่นให้นางเข้าวัง หยางจิวหรงเติบโตอย่างเพียบพร้อม ไม่เคยรู้จักความทุกข์ใดๆ จนกระทั่งได้มาพบกับรัชทายาทผู้ที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล จากเด็กสาวในตระกูลสูงส่ง ร่วงหล่นกลายเป็นคณิกาต่ำต้อย สู่หนทางก้าวขึ้นบัลลังก์ฮองเฮาอย่างแยบยล เนื้อเรื่องในเล่มนี้จะค่อยๆ พัฒนาความคิดของหยางจิวหรง จากเด็กสาวใสซื่อมองโลกในแง่ดี จนกระทั่งย้อมมืดไปด้วยแรงรักแรงแค้น ล้างผลาญทุกคนที่เคยทำร้ายนางอย่างสาสม แต่มีเพียงผู้เดียวที่นางไม่อาจหักใจลบล้างนั่นก็คือเขา จ้าวเฉินฟง แรงบันดาลใจที่เขียนเรื่องนี้เพราะเมื่อสิบปีก่อน ทางบ้านเริ่มลำบากเพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ถูกธนาคารฟ้องล้มละลาย แม้จะเดือดร้อนแต่ทางบ้านก็ดิ้นรนกันเอง ไม่เคยไปขอหยิบยืมใคร ไม่เคยขอใครกิน แต่เวลาพบญาติพี่น้องพวกเขากลับถอยห่างเพราะอาจจะเข้าใจผิดว่าทางบ้านปุ๋มจะไปขอเงินทอง ญาติที่อยู่บ้านตรงข้ามกันถึงกับพูดใส่หน้าแม่ว่า “ฉันจะคุยกับแกอีกทำไม แกมันหมดตัวแล้ว” แม่ไม่ตอบโต้อะไร แต่ปุ๋มจำฝังใจ เวลาผ่านไป ปุ๋มกับพี่ชายเรียนจบมีงานทำ ทางบ้านก็พอจะสบายมีฐานะขึ้น ญาติคนนั้นกลับมาเจ๊าะแจ๊ะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เข้าทำนอง “พอจนก็ย่ำยี พอมั่งมีก็อิจฉา” ปุ๋มในฐานะผู้น้อยจะทำอย่างไรได้นอกจากเดินหนี ขี้เกียจยกมือไหว้ให้เสียมือ ตัดญาติไปเลยเพราะไม่อยากรู้จัก และเหมือนเวรกรรมมีจริงเพราะญาติคนนี้จากที่เคยมีเงินมีที่ทางเยอะแยะก็กำลังจะหมดตัว ดังนั้นปุ๋มจึงหยิบเรื่องนี้มาเขียน แต่หยางจิวหรงไม่รอเวรกรรมแบบปุ๋ม นางลงมือด้วยตัวเอง ด้วยรักและปรารถนาดี ปุ๋ม (ตันเหมย) ------------------ บทที่ 1 หยางจิวหรง สิบห้าปีต่อมา... เรือนหอมเบญจมาศทอง (จินจวี๋เซียง) จวนสกุลหยาง หยางกงสร้างเรือนอันงดงามเป็นพิเศษให้แก่หลานสาว และเป็นเรือนเดียวที่มีสวนส่วนตัวเพื่อให้นางฝึกหัดเป็นกุลสตรีที่งามพร้อมแบบสตรีในราชสำนัก ในสวนมีแนวกำแพงหินอ่อนหลังคากระเบื้องสีทอง เจาะช่องเป็นประตูพระจันทร์ วาดโค้งวงกลม ประดับลวดลายเข้ากันกับระเบียงทางเดินลงสู่ศาลากลางน้ำอันสวยงาม สาวใช้ของเรือนอื่นมักจะชอบมาอ้อยอิ่งแถวนี้เพื่อฟังเพลงพิณของคุณหนูและทายกันว่านายใหญ่จะส่งตัวคุณหนูเข้าวังเมื่อไร “คุณหนูบอบบาง น่ารักเหมือนตุ๊กตางานฝีมือ ฝีมือดีดพิณเป็นหนึ่ง เฮ้อ อยากรู้เหลือเกินว่าคุณชายบ้านไหนจะโชคดีได้คุณหนูไปเป็นศรีภรรยา” “คุณหนูช่างงามเหมือนเทพธิดา ท่านหยางกงย่อมรักเหมือนแก้วตาดวงใจ ข้าเป็นหญิงยังใจเต้นทุกทีที่เห็นรอยยิ้มแสนหวานของคุณหนู” พวกสาวใช้จากเรือนอื่นชะเง้อชะแง้อยากชมโฉมคุณหนูคนงาม สาวใช้ของเรือนจินจวี๋เซียงได้ยินเข้า จึงเข้ามาถามด้วยสีหน้าขบขัน “พวกเจ้าเอ่ยถึงคุณหนูจิวหรงอยู่หรือ” “ใช่ ทำไมล่ะ ก็คุณหนูจิวหรงเป็นกุลสตรีที่หาได้ยากยิ่ง ข้าได้พบคุณหนูเฉพาะแค่ตอนคารวะนายท่านทุกเช้า กิริยามารยาทช่างอ่อนช้อยงดงาม ข้ายังเผลอคิดว่าคุณหนูเป็นองค์หญิงด้วยซ้ำ ฟังเสียงพิณสิ ยิ่งฟังใจข้ายิ่งเคลิบเคลิ้มล่องลอย” “เจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่สินะ” “ทำไมถึงรู้ล่ะ” พวกนางคุยกันอยู่ดีๆ เสียงพิณที่ลอยแว่วมาจากเรือนจินจวี๋เซียงพลันหยุดชะงัก บรรดาสาวใช้ต่างเห็นคุณหนูหยางจิวหรงกำลังวิ่งเร็วเป็นพายุ รองเท้าก็ไม่ใส่ ปากหัวเราะร่าโดยที่มีพี่ชายวิ่งตามไล่หลังมาติดๆ พวกสาวใช้หน้าใหม่ต่างอ้าปากค้างเพราะเห็นคุณหนูผู้เรียบร้อยคนนั้นแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ทุกคน “แบร่ๆ แน่จริงก็จับให้ได้สิเจ้าคะ” “จิวหรง! ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับม้าของข้า!” “ฮ่าๆ ข้าขอขี่เล่นบ้างจะเป็นไรไป พี่เส้าหมิงขี้งก” หยางจิวหรง หลานสาวคนโตของหยางกงมีรูปโฉมงดงามมาตั้งแต่เยาว์วัย ไม่เพียงเชี่ยวชาญทั้งการขับขานและระบำรำฟ้อน ยังชำนาญการเป่าขลุ่ยขวางและพิณโบราณ แม้ว่านางจะได้รับยกย่องว่าเป็นคุณหนูผู้งามโดดเด่นกว่าใคร แต่หยางเส้าหมิงผู้เป็นพี่ชายรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้แก่นแก้วเหลือร้ายเพียงใด ดังนั้นจึงควงไม้เรียวมาด้วย “องค์ชายจ้าวลู่ยกมันให้ข้าดูแล ถ้ามันเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ จิวหรง!” “ตอนข้าทาแก้มให้เจินเจิน มันก็ชอบนี่นา พี่เส้าหมิงไม่ใช่ผู้หญิง พี่เส้าหมิงไม่เข้าใจหรอก” “จิวหรง! เจินเจินมันตัวผู้!” หยางเส้าหมิงหมดความอดทน ถ้านางขี่ม้าแบบธรรมดาๆ เหมือนคนทั่วไปเขาไม่ว่าหรอก แต่นางเล่นขี่ม้าลุยลงน้ำไปเก็บดอกบัวกลางสระ ทำเอาม้าสีขาวแสนสวยเปรอะขี้โคลนไม่พอ นางยังเล่นพิเรนทร์นำชาดมาทาหน้าเจ้าม้าเป็นดวงๆ อีกต่างหาก หยางเส้าหมิงไล่ตามหลังน้องตัวแสบมาติดๆ นึกไม่ถึงว่านางจะหมุนปลายเท้ากลับมา ปรบมือแล้วร้องเพลงราวกับนกน้อย “พี่ชายจ๋า พี่ชายจ๋า จิวหรงซุกซน อย่าโกรธเลยหนา อย่าโกรธเลยหนา อ่ะแฮ่ม เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ ยิ้มให้จิวหรงสักนิด ดูสิ เจ้ากระต่ายยังหัวเราะเลยนะ อ่ะแฮ่ม หัวเราะตามจิวหรงสามครั้ง ฮะๆ ฮ่าๆ” นางหัวเราะเดี๋ยวเบาเดี๋ยวดังกลายเป็นเสียงดนตรี ไม่ว่าใครก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “เจ้านี่น้า... ยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่เลิก อีกหน่อยก็ต้องแต่งงานแล้วแท้ๆ” “จิวหรงไม่แต่งหรอก จิวหรงจะอยู่กับท่านปู่” หยางจิวหรงสดใสดุจดอกไม้แรกแย้มที่ไม่เคยมีความทุกข์ใดๆ มาแผ้วพาน ต่อให้เขาโกรธแค่ไหนก็ใจอ่อนยวบ สุดท้ายหยางเส้าหมิงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทหารองครักษ์แสนจะน่ากลัวก็แค่ดุน้องสาวนิดหน่อย แล้วกำชับสาวใช้ให้ดูแลคุณหนูจิวหรงให้ดี อย่าปล่อยให้หนีออกไปเล่นซนอีก แต่คล้อยหลังพี่ชายแสนดุไปได้ไม่เท่าไร หยางจิวหรงก็มาชวนน้องๆ ตัวเล็กตัวน้อยไปเล่นสนุกกัน “เป่าอวี้ ฉูฉู่ เรามาเล่นไล่จับกัน ถ้าข้าจับพวกเจ้าได้ พวกเจ้าต้องช่วยข้าเก็บดอกไม้นะ” “ถ้าพี่หญิงจับพวกเราไม่ได้ พี่หญิงต้องทำขนมให้กินอีกนะ” “ฮิๆ ได้ ถ้าพวกเจ้าหลบข้าได้ ข้าจะทำขนมให้กิน” เด็กๆ ลูกหลานของสกุลหยางล้วนชอบอยู่กับหยางจิวหรง เพราะนางใจดี เล่านิทานเก่งและมักจะมีขนมอร่อยๆ ให้น้องทาน รวมทั้งเป็นเพื่อนวิ่งเล่นอีกด้วย ในขณะที่พี่น้องรุ่นเดียวกันต่างถือตัวเป็นผู้ใหญ่ ไม่เล่นเหมือนเด็กๆ อีกแล้ว “พี่หญิงทางนี้ๆ ฮ่าๆ” นางคลุมผ้าเหมือนผีร้ายแล้วไล่ตะครุบน้องๆ ส่งเสียงวี้ดว้ายตึงตังดังไปถึงเรือนรับรองแขกที่หยางกงกำลังสนทนาอยู่กับแขกผู้ใหญ่ แม่นมเกรงว่าจะเกิดเรื่องจึงรีบตามไปห้ามปราม “พวกเจ้ารีบไปทางนั้น ขวางทางไว้ ขืนนายท่านโกรธขึ้นมาจะหัวขาดกันทุกคน! รีบไปห้ามเร็วเข้า” “เจ้าค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD