หยางจิวหรงเพิ่งรู้ว่าท่านปู่กำลังรับรองแขกอยู่ข้างในก็ช้าไปเสียแล้ว เสียงเด็กๆ วิ่งเล่นไล่จับดังเกินกว่าจะให้อภัย หยางกงรู้ฤทธิ์เดชของหลานสาวคนนี้ดีจึงตั้งใจว่าจะดุให้เข็ดหลาบ แต่หยางจิวหรงโยนผ้าคลุมผีร้ายทิ้งไปแล้วโผล่หน้ามาที่ประตูเรือนรับรองแขกด้วยกิริยาเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอะอะอะไรกัน ท่านปู่กำลังมีแขกคนสำคัญอยู่นะห้ามเสียมารยาท ท่านปู่อยู่ที่นี่ยังไม่มีใครยกน้ำชามาอีกหรือ”
นางปรบมือเรียกสาวใช้ พลางค้อมศีรษะคารวะท่านปู่และแขกผู้ใหญ่อย่างนุ่มนวลเหมือนผ้าพับไว้
“ขอประทานอภัยด้วยที่จวนสกุลหยางเสียงดังหนวกหู หลานจะอบรมน้องๆ ให้ดีไม่ให้ท่านปู่ขายหน้าเองเจ้าค่ะ หลานขอตัวไปตามน้ำชาและของว่างให้ท่านปู่ และท่านลุงเฉินก่อนนะเจ้าคะ”
นางดูแลเรื่องยกน้ำชาให้ท่านปู่อย่างแช่มช้อย ก่อนจะถอยออกไปจากเรือนแล้วเผ่นตามหลังน้องๆ ไปอย่างรวดเร็ว แขกของหยางกงไม่ทราบนิสัยแสบๆ จึงพากันเอ่ยชมว่ากิริยามารยาทของคุณหนูช่างงดงาม ยิ่งโตขึ้นคงจะยิ่งเป็นสาวงามเพียบพร้อมเป็นแน่ คำชมสะกิดเตือนความจำที่เคยคุยกับไทเฮาไว้ขึ้นมา หยางกงจึงสังเกตหลานสาวคนนี้อยู่หลายวัน ก่อนจะสั่งให้คนไปตามบุตรชายทั้งสามและขุนนางที่ไว้ใจได้มาคุย
“เดิมทีข้าก็มั่นใจว่าสายเลือดแท้ๆ ของฝ่าบาทอย่างองค์ชายจ้าวลู่จะได้ขึ้นเป็นรัชทายาท แต่นึกไม่ถึงว่าฝ่าบาทกลับเลือกพระโอรสบุญธรรม ฮองเฮาจึงกลับมามีอำนาจอีก”
“หลายปีมานี้ฝ่าบาทเข้าข้างไท่จื่อมาตลอด แต่ธรรมดานิสัยคน พอมีตำแหน่งก็คลายใจ ทำตัวเหลาะแหละจนฝ่าบาทเริ่มไม่พอพระทัย ข้าคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะร่วมมือกับองค์ชายจ้าวลู่ โค่นไท่จื่อลงจากตำแหน่ง”
“ตอนนี้ขุนนางกว่าครึ่งพร้อมใจร่วมกับองค์ชายจ้าวลู่แล้ว ข้าจึงคิดจะรีบแสดงตัวสนับสนุนองค์ชายขึ้นเป็นรัชทายาท หลังจากนั้นค่อยวางยาแล้วเชือดทิ้ง ทำตามมติฟ้าตั้งสกุลหยางเป็นใหญ่ พวกเจ้าทั้งสามคิดเห็นประการใด” หยางกงปรึกษากับบุตรชายทั้งสาม ซึ่งกล้าถึงขั้นหยิบเรื่องล้มล้างราชบัลลังก์ขึ้นมาพูด
“ลูกเห็นด้วย ตอนนี้ไท่จื่อไม่เป็นที่โปรดปรานเหมือนก่อน เปรียบเหมือนคนอ่อนแอ วันก่อนฝ่าบาททรงใช้ให้คนไปตามเพื่อปรึกษาราชการ แต่ไท่จื่อทรงเมามายลุกมิขึ้น ทำให้ฝ่าบาทกริ้วหนัก”
“ไท่จื่อหาเรื่องตัดทอนอำนาจของเราหลายครั้ง หากองค์ชายจ้าวลู่กำจัดไท่จื่อได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเรา”
ครั้งล่าสุดที่เกิดเรื่องขัดแย้งก็คือเมื่อเดือนก่อน เจ้าเมืองลั่วซึ่งเป็นคนของหยางกงถูกจับได้ว่าลอบติดต่อซื้อตัวแม่ทัพชายแดนมาเป็นพวก แทนที่จะเจรจาตกลงเป็นการลับกันก่อน รัชทายาทกลับสั่งให้ฆ่าเสีย
“ท่านพ่อ ระวังเรื่องนี้จะเป็นแผน”
“แผนอะไรที่ไหนกัน มันแสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่เห็นสกุลหยางของข้าในสายตา ในเมื่อไท่จื่อไม่รู้จักไหลลื่นตามสถานการณ์ ไยข้าต้องอุ้มชู”
เป้าหมายแรกคือหยางกงต้องการควบคุมราชสำนักเพียงผู้เดียว ก้าวสำคัญคือต้องเลือกใช้หุ่นเชิด
“จิวหรง ปีนี้นางอายุเท่าไรแล้ว”
“นางเกิดปีเถาะ ปีนี้ก็สิบห้าแล้วขอรับท่านพ่อ เอ่อ นางซุกซนไปบ้าง ลูกจะกำชับให้ฮูหยินเข้มงวดให้มากขึ้นขอรับ”
“ความสดใสของนางนี่แหละเป็นไม้เด็ดของเรา ข้าคงต้องรีบแล้ว”
“ท่านพ่อวางแผนใดไว้หรือขอรับ” หยางเจี้ยนเฉิงรู้สึกเป็นห่วงลูกสาว แม้ว่าประกาศิตของบิดาถือเป็นเด็ดขาด ห้ามโต้แย้งใดๆ แต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะทราบชะตาที่หยางกงกำลังจะลิขิตให้จิวหรง
“ข้าจะยกนางให้องค์ชายจ้าวลู่ แต่การยกให้อย่างออกหน้าออกตาจะทำให้คุณค่าของจิวหรงต่ำลงและอาจถูกปฏิเสธได้ แต่ข้ามีแผนในใจแล้ว หากตกลงกันเรียบร้อยเมื่อไร สกุลหยางจะสนับสนุนองค์ชายจ้าวลู่ให้ขึ้นครองราชย์ แผนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ที่เราคุยกันไว้ก็เริ่มดำเนินการได้เลย ปกปิดเป็นความลับ อย่าให้รั่วไหลเด็ดขาด”
“ขอรับ”
หยางเจี้ยนเฉิงมีสีหน้าไม่สบายใจนัก อึดอัดที่บิดาใช้หลานสาวเป็นเชื้อไฟจุดชนวน ทว่าหยางกงมีคำสั่งห้ามแพร่งพรายให้หยางจิวหรงรู้ เพราะการแต่งงานคือการเจรจาซื้อขายไม่ใช่เรื่องราวของความรู้สึก หยางจิวหรงจะได้รับบอกกล่าวเมื่อพิธีแต่งงานตระเตรียมขึ้นแล้วเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ปฏิเสธเด็ดขาด ต่อให้หยางเจี้ยนเฉิงรักลูกสาวคนนี้แค่ไหนก็ตาม คำสั่งของหยางกงเป็นที่สิ้นสุด
.
.
.
การจะยกหลานสาวให้เชื้อพระวงศ์จะเสนอตรงไปตรงมาไม่ได้เด็ดขาด
กุลสตรีที่ดีจะต้องไม่ถูกนำไปแนะนำตัวกับคนแปลกหน้า แต่หยางกงก็จำเป็นต้องให้องค์ชายเห็นสินค้าชิ้นนี้ ดังนั้นหยางกงจึงสร้างโอกาสขึ้นมาด้วยการอ้างเรื่องนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดเก่าแก่ที่สกุลหยางเป็นผู้อุปถัมภ์ และเชื้อเชิญให้องค์ชายจ้าวลู่มาร่วมเพื่อเป็นเกียรติ
หยางจิวหรงถูกสั่งให้ไปไหว้พระในวันนั้นด้วย เพราะวัดเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งที่คุณหนูผู้ดีจะได้อยู่ตามลำพัง นางจะต้องอาบน้ำหอมและสวดมนต์อยู่ภายในวิหารเท่านั้น วันนั้นทั้งวันต้องตั้งสมาธิอยู่ในความสงบเพื่อรอให้องค์ชายจ้าวลู่ ‘บังเอิญ’ พบหญิงงาม
หยางกงจัดการให้สาวใช้สองคนเฝ้าหลานสาวไว้ให้ดี ห้ามนางก้าวออกจากวิหารก่อนถึงเวลาโดยเด็ดขาด วันนี้นางสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อน ปักเส้นไหมทองดูเรียบง่ายแต่มีรสนิยมตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลชั้นสูง กระโปรงปักลวดลายดอกไม้เล็กๆ สดใสสบายตา หยางกงกำกับให้หลานสาวจะต้องนั่งคุกเข่าสวดมนต์ตรงจุดที่แสงตะวันยามบ่ายจะทอประกายบนแก้มอ่อนเยาว์พอดิบพอดี เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ชายจ้าวลู่จะต้องประทับใจและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สาวน้อยผู้นี้มาครอบครอง
“เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบคุณท่านหยางกง”