๓ ไม่รักไม่ต้องแคร์.4

1257 Words
เช้าวันใหม่เมื่อกษิดิศตื่นขึ้น ข้างกายของเขาไม่มีร่างงามของภรรยาอยู่แล้ว ชายหนุ่มบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะลุกจากเตียงทำธุระส่วนตัว เขามองนาฬิกา โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด เพราะหากเป็นวันทำงานเขาคงต้องไปสายอย่างแน่นอน... ร่างสูงก้าวลงบันได ได้ยินเสียงพูดคุยเบาๆ แล้วก็ยิ้มออกมาได้เมื่อมารดาหันมายังเขา ส่วนอันธิตาหลบสายตาคม นวลแก้มเป็นสีเรื่อต่างรู้สาเหตุเพียงสองคน “สวัสดีครับแม่ มานานหรือยังครับ” เขาทักทายมารดา ขณะที่นั่งลงเคียงข้างท่านโดยไม่ลืมมองไปยังภรรยาที่บัดนี้กลายเป็นนางอายไปเสียแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนยังทะเลาะกันอยู่... “สักพักแล้วล่ะจ้ะ พอดีแม่นัดกับคุณยาว่าจะไปทำสปากันสักหน่อย” คุณศศิภาบอกลูกชายยิ้มๆ พลางมองไปยังสะใภ้คนงามแล้วยิ้มกริ่มก่อนจะหันมากำชับบุตรชายว่า “อยู่ทางนี้ก็ดูแลน้องล่ะ อย่าปล่อยให้น้องเหงา” ท่านกล่าวพลางปรายตามองสะใภ้ยิ้มๆ คนถูกมองหน้าแดงเรื่อเพราะรู้ความหมายของฝ่ายนั้น ส่วนกษิดิศไม่ตอบแต่มองไปยังภรรยานิ่ง คุณศศิภาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปชวนคุณอารยา “เราไปกันเถอะค่ะ” “แม่ไปก่อนนะลูก” คุณอารยาหันไปบอกกับบุตรสาว ก่อนจะพากันออกไปกับคุณศศิภาด้วยท่าทางกระหนุงกระหนิงคลอเสียงหัวเราะถูกใจเมื่อพูดถึงเรื่องหลาน คนได้ยินทำคอแข็ง ใบหน้าแดงก่ำจรดใบหู เพราะรู้ว่าในความเป็นจริงไม่อาจเป็นเช่นนั้นได้เลย... “จะไปไหนอัน” กษิดิศเรียกไว้ทันทีที่หญิงสาวลุกจากเก้าอี้รับแขก “อันจะไปห้องสมุดค่ะ” พูดไปแล้วก็ชะงัก หน้าร้อนขึ้นมาอีกเมื่ออีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความขบขัน อันธิตาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ยังอ่านค้างไว้สินะ ว่าแต่ไม่สนุกเหรอ ถึงได้หลับคาหนังสือแบบนั้น” เสียงทุ้มล้อเลียนของสามีทำให้หญิงสาวเม้มปาก พลางตวัดตามองเขาแวบหนึ่งด้วยความขุ่นเคือง เมื่ออีกฝ่ายทำราวกับลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนทำอะไรไว้กับหล่อนสำหรับเรื่องหนังสือ อันที่จริงหล่อนไม่ได้ตั้งใจอ่านเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะใครถ้าไม่ใช่เขาที่ทำให้ต้องอยู่ในสภาพนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ เขาจะมาใส่ใจหล่อนทำไมอีก ไม่รักทำไมต้องทำเหมือนกับแคร์กัน จะต้องพาหล่อนกลับขึ้นห้องทำไม แน่ล่ะ ไม่มีใครอีกแน่นอกจากเขาที่พาหล่อนขึ้นห้อง หญิงสาวรู้สึกขายหน้าที่เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกอีกทีก็เช้าวันใหม่ เมื่อตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของสามีที่เพิ่งทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หนำซ้ำความอบอุ่นที่ได้รับตลอดคืนที่ผ่านมาก็เพราะอ้อมแขนของเขา หญิงสาวตวัดสายตาค้อนอีกฝ่ายอย่างเผลอๆ ทำเอาคนถูกค้อนเลิกคิ้วขึ้น แต่หญิงสาวสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างเคืองๆ พลางคิดว่าเขาถือสิทธิ์อะไรมานอนกอดหล่อน แตะต้องตัวหล่อน ทั้งที่เป็นเขาแท้ๆ ที่ตะโกนใส่หน้าหล่อนปาวๆ ว่าไม่ได้อยากแตะหล่อนเลยแม้สักนิด... กษิดิศมองค้อนสวยๆ ของภรรยาด้วยความหมั่นไส้แกมขบขัน หล่อนคงโกรธเรื่องเมื่อคืนไม่หายและคงอายเรื่องที่เขาพาหล่อนเข้านอน ชายหนุ่มอมยิ้ม รู้สึกแปลกใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมเขาจึงหายโกรธหล่อนง่ายดายนัก เพราะเรื่องที่เขารู้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยสักนิดและจะว่าไปมันเป็นการหมิ่นเกียรติกันด้วยซ้ำไป เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นรอยยิ้มรื่นรมย์ก็พานหดหายลงไป เหลือเพียงดวงตาคมที่มองหญิงสาวอย่างค้นคว้า จนเจ้าตัวเริ่มรู้สึกและเดินหนีเขาไปอีกทางโดยที่เขาไม่ได้รั้งเอาไว้เหมือนเมื่อครู่ แต่ชายหนุ่มตัดสินใจลุกตามหญิงสาวไปทันที... อันธิตาเหลือบตามองสามีที่เดินตามแล้วขมวดคิ้วมุ่น กระทั่งหล่อนเข้าไปในห้องสมุดเขาก็ตามเข้าไปอีก “พี่ดิศมีอะไรจะพูดกับอันหรือไงคะ” เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าหล่อนเป็นคืบพลางเลิกคิ้วเป็นคำถาม ชายหนุ่มหลุบตาลงมองดวงหน้างามที่วันนี้ปราศจากเครื่องสำอาง ผมยาวที่เคยเกล้าหรือรัดเอาไว้วันนี้ปล่อยสลายเต็มแผ่นหลัง ส่งให้ใบหน้าหวานๆ หวานยิ่งขึ้น แลดูเด็กลงจนเขาอาจเข้าใจผิดคิดว่าหล่อนอายุแค่สิบแปดหรือสิบเก้าปีถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน ดวงตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดที่ริมฝีปากเต็มตึง สีชมพูระเรื่อราวกลีบบัวแล้วต้องผ่อนลมหายใจยืดยาว แววตาคู่คมที่มองมานั้นทำให้คนตัวบางขยับถอยห่างเขาอย่างระแวดระวังก่อนหันหลังให้เขา “พี่ไม่ได้มีอะไรจะคุยกับอันหรอก แค่อยากจะอ่านหนังสือบ้างแค่นั้นไม่ได้หรือ” หญิงสาวเอี้ยวตัวหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง กำลังคิดว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน แต่แล้วจึงไหวไหล่เบาๆ พลางบอก “งั้นตามสบายแล้วกันค่ะ อันจะเอาหนังสือออกไปอ่านข้างนอก” พูดจบ ร่างเล็กในชุดกระโปรงลายดอกไม้จุ๋มจิ๋มน่ารักราวสาวน้อยก็หันหลังให้พร้อมกับก้าวไปเลือกหนังสือ ทำเป็นเลิกสนใจอีกฝ่าย ทว่าหางตาชำเลืองมองอย่างไม่ไว้ใจนัก เพราะแววตาของเขาวันนี้ดูแปลกไป และแปลกอย่างไม่น่าไว้ใจสักนิด ไม่รู้ว่าจะหาเรื่องให้หล่อนได้เสียใจอีกหรือไม่... กษิดิศยิ้มมุมปากกับท่าทางหวาดระแวงของภรรยา ก่อนขยับเข้าไปยืนซ้อนหลัง ความสูงของเขาทำให้ไม่ต้องเขย่งเท้าขึ้นแบบหล่อนแล้วดึงเอาหนังสือเล่มที่หญิงสาวหมายตาลงมาแทน ร่างบางหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเอาเรื่อง ในขณะที่ชายหนุ่มกลับยิ้มยั่ว แล้วหันหลังเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมซึ่งหล่อนเผลอหลับไปเมื่อคืนราวกับต้องการก่อกวนอารมณ์ หญิงสาวเม้มปากแล้วสะบัดหน้าหนี แล้วคว้าเอาหนังสือออกมาอีกสองเล่ม ก่อนจะสาวเท้าผ่านหน้าออกไปโดยไม่ยอมสบตาเขาอีก... แต่กษิดิศหมายตาหล่อนไว้แล้ว วูบหนึ่งเขาคิดถึงณภัทร ดวงตาคมเข้มหรี่ลงพลางคิดอย่างคนเห็นแก่ตัวว่าหล่อนยังเป็นเมียเขาและเขามีสิทธิ์ในตัวหล่อนเต็มที่ แล้วทำไมเขาจะแตะต้องหล่อนบ้างไม่ได้ ยังไงก็ดีกว่าเป็นควายให้หล่อนสนตะพาย เขาจะแกล้งหล่อนให้ปั่นป่วน ซึ่งมันคงดีกว่ามานั่งหน้าดำคร่ำเครียดแล้วทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆ ดังนั้นเมื่อหญิงสาวเดินผ่านไปได้นิดเดียว ชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปกระตุกมือบางจนหล่อนร้องโวยวายก่อนเซเข้าไปนั่งบนตักกว้างของสามีพร้อมกับอ้อมแขนที่กอดรัดรอบเอวกิ่วเป็นเหตุให้หญิงสาวใจหายวาบเพราะร่างของหล่อนและเขาแนบสนิทกันอย่างที่หล่อนไม่ทันเตรียมใจว่าเขาจะมาไม้นี้! “ปล่อยนะพี่ดิศ!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD