๕ หวง... ห่วง... หึง.3

1456 Words
กษิดิศขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเลขานุการสาวของภรรยาก้าวเข้ามาขวางหน้าเอาไว้ “มีอะไรหรือครับ” สุชาดายิ้มให้สามีของนายจ้าง พลางนึกงุนงงว่าสองคนนี้เขาไม่ได้คุยกันก่อนหรืออย่างไร “เอ่อ คุณอันมีแขกค่ะ กำลังเจรจาเรื่องงานแทนท่านประธาน” ได้ฟังแล้วเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ่งอารมณ์เสีย “นี่เที่ยงแล้วนะ” เลขานุการสาวยิ้มแหย ก่อนจะตอบ “คือ คุณอันสั่งอาหารเข้ามาทานกับคุณมาร์คข้างในค่ะ” คำว่า ‘มาร์ค’ สะดุดหูของกษิดิศทันทีและสะดุดใจอย่างจัง ร่างสูงของชายต่างชาติที่เขาเคยเห็นสองสามครั้งเมื่อมาพบคุณเกษมสว่างวาบในความคิด แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นจนสุชาดาใจไม่ดี เริ่มคิดว่านายจ้างสาวสวยกับสามีของหล่อนมีปัญหาอะไรกันหรือไม่ แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะอาละวาดเพราะดูจากสายตาที่น่ากลัวคู่นั้นหญิงสาวก็รีบแก้สถานการณ์ “เอ่อ รบกวนคุณดิศรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกกับคุณอันให้ค่ะว่าคุณดิศมาขอพบ” สิ้นเสียงของเลขานุการกษิดิศก็หันขวับ นึกโกรธคนตรงหน้า เขาเป็นสามีแต่จะเข้าพบภรรยาตนเองต้องขออนุญาตก่อน! ชายหนุ่มหงุดหงิดเป็นกำลัง มองข้ามกฎที่เขาเองก็ยึดถือมานาน ที่ไม่ว่าใครจะเข้าพบตนก็จะต้องติดต่อผ่านเลขานุการหน้าห้องด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่อันธิตาหรือเขาเองก็ตามที อาการเม้มปากจนเป็นเส้นตรงของชายหนุ่มทำให้สุชาดานิ่งเงียบ ใจไม่ดีนัก เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปยังโต๊ะทำงานของตนชะงัก รอจนฝ่ายนั้นบอกออกมาด้วยน้ำเสียงขรึมจัดว่า “ไม่ต้อง ผมจัดการเอง” พูดจบเขาก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมากด แต่ก่อนส่งข้อความเขายังปรายตามองเลขานุการที่ยืนไม่มั่นใจพลางบอก “คุณไปเถอะ ไม่ต้องห่วงว่าผมจะทะเล่อทะล่าเข้าไปขัดจังหวะเจ้านายคุณกับ ‘แขก’ คนสำคัญของเธอหรอก ผมจะรอเธอตรงนี้” เขาเน้นคำว่าแขกเต็มเสียง ทำให้สุชาดารีบเผ่นแน่บออกไปจากบริเวณหน้าห้องทำงานของนายสาว ในใจภาวนาให้คนในห้องเข้าใจว่าหล่อนต้องรักษาตัวรอด พลางคิดว่าถ้าคุณดิศได้พบกับคุณมาร์คอะไรจะเกิดขึ้น ดูหน้าพ่อคุณทูนกระหม่อมในตอนนี้ก็หงิกพออยู่แล้ว นี่ถ้าได้เห็นว่าคุณภรรยาแสนสวยกำลังคุยอยู่กับหนุ่มหล่อล่ำบึ้กสองต่อสองไม่อาละวาดห้องแตกเลยรึ เคยเห็นขรึมๆ เงียบๆ ไม่ค่อยพูด ดูไม่สนใจภรรยาสักเท่าไรท่าจะไม่จริงเสียแล้ว ที่สำคัญท่าจะขี้หึงไม่ใช่เล่นเลย... เสียงดังเตือนของข้อความทำให้อันธิตาพลิกโทรศัพท์ขึ้นมาดู นิ้วเรียวเลื่อนดูข้อความแล้วชะงัก ใบหน้างามบึ้งตึงจนคนที่ชวนคุยต้องหยุดมองอย่างแปลกใจ “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแอนนี่” มาร์คมักเรียกอันธิตาว่าแอนนี่เสมอยามพบหน้าเพราะออกเสียงง่ายกว่าชื่อจริงของหล่อนเป็นไหนๆจึงใช้ชื่อนี้มาตลอด คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้ายิ้มๆ กับชายหนุ่ม “ไม่มีอะไรค่ะ พอดีมีข้อความไร้สาระเข้ามา” หญิงสาววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ผ่านไปครู่เดียวข้อความเดิมก็เตือนเข้ามาอีก ทำให้หญิงสาวลอบผ่อนลมหายใจยาว ก่อนจะชำเลืองมองผู้ชายตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “เอ่อ เดี๋ยวดิฉันขอตัวสักครู่นะคะ” มาร์คเลิกคิ้วนิดๆ แล้วพยักหน้ายิ้มให้หญิงสาว “ตามสบายครับ” “ขอบคุณมากค่ะ” ร่างบางเลี่ยงชายหนุ่มตรงไปยังประตูห้อง มาร์คหันมองตามแล้วหรี่ตามองเพราะเมื่อประตูเปิดออก แวบหนึ่งเขาเห็นร่างสูงของใครบางคนไหววับก่อนประตูปิดลง... ดวงหน้างามของอันธิตาเรียบเฉยเมื่อออกมาเผชิญหน้ากับสามี ‘ในนาม’ เพราะตั้งแต่คืนที่ผ่านมา หล่อนตั้งใจให้เขาเป็นได้แค่นี้ และจะไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวเข้าใกล้อีกเด็ดขาด หญิงสาวบอกตนเองเช่นนั้น ทว่าลึกลงไปกลับไม่แน่ใจสักนิด เพราะเมื่อใดที่อยู่ใกล้กัน ใจของหล่อนก็พร้อมจะทรยศตัวเองเสมอ ขณะเดียวกัน กษิดิศกวาดตามองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้คนถูกมองรู้สึกราวกับถูกตบหน้าและเปลื้องผ้าออกด้วยสายตาหยาบคายคู่นี้ “อย่ามองอันแบบนี้นะพี่ดิศ” กษิดิศทำเสียงเยาะในลำคอ ทำให้คนตัวบางถลึงตาใส่แต่เขาไม่สน ยังคงมองหล่อนด้วยสายตาแบบเดิมไม่เลิก “แล้วทำไมพี่จะมองไม่ได้ ในเมื่อ ‘เมียพี่’ ปฏิเสธที่จะกินข้าวกับ ‘ผัว’ ตัวเอง แต่กลับมานั่งกินข้าวกับไอ้หนุ่มตาน้ำข้าวนั่น ทำไม กินข้าวกับพี่ไม่เร้าใจเท่ากับไอ้หนุ่มนั่นใช่ไหม!” มือใหญ่ยกขึ้นกระชับต้นแขนเรียวเล็กภายใต้สูททันสมัยเนื้อดีของหญิงสาวแน่น อันธิตากัดฟันข่มความเจ็บ พยายามแกะมือเขาออก “คนทุเรศก็มักจะคิดหรือทำอะไรทุเรศๆ แบบนี้นี่เอง ปล่อยอัน! อันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับพี่หรอก!” อารมณ์ที่พร้อมจะลุกไหม้อยู่ทุกวินาที เมื่อถูกราดน้ำมันลงจึงทำให้เปลวเพลิงแห่งอารมณ์พวยพุ่ง เขากระชากร่างบางเข้าหาจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวถลาเข้าหาจนอกอวบกระแทกเบียดไปกับแผ่นอกล่ำสันของสามี เช่นเดียวกับเอวเล็กที่ถูกเขาสวมกอดเอาไว้แนบแน่น ใบหน้าคมก้มประชิดห่างกันเพียงเซนติเมตร... “ว่าพี่ทุเรศใช่ไหม ดี! งั้นพี่ทำทุเรศๆ กับเมียตัวเองเลยก็แล้วกัน” พูดจบริมฝีปากอิ่มสีเรื่อก็ถูกกระแทกจากปากร้อนจัดของคนที่เต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวง หญิงสาวร้องในลำคอ ดิ้นอึกอักเอาตัวรอด ทั้งหวาดหวั่นและกริ่งเกรงว่าจะมีบุคคลที่สามเข้ามาพบเหตุการณ์น่าอับอายนี้ ซึ่งอาจทำให้ชื่อเสียงของหล่อน บิดาและบริษัทเสียหาย มือบางจึงทั้งตบ ทุบและตีเขาไม่ยั้ง แต่เนื้อตัวของเขากลายสภาพเป็นกำแพงเลือดเนื้อจึงไม่สะทกสะท้านยามถูกทำร้ายจากมือเล็กนุ่มของภรรยา ก้มหน้าก้มตาตักตวงจุมพิตหวานจากหญิงสาวราวลงทัณฑ์ เพลิงอารมณ์ที่คุโชนรุนแรงก่อนหน้าเริ่มทุเลา แรงดิ้นรนต่อต้านเริ่มอ่อนล้า มือที่ทุบตีเขาก่อนหน้าขยำแน่นที่สาบเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยุ่ง ขณะที่ชายหนุ่มเลื่อนมือขึ้นช้อนศีรษะเล็กไว้เมื่อยามเขาบดเบียดจุมพิตหนักหน่วงราวจะสูบเอาวิญญาณออกจากร่างของหล่อน ภาพคู่รักจุมพิตดูดดื่มหน้าห้องทำงานทำให้คนที่ก้าวออกมาต้องค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างเบามือ แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มาร์คถอนหายใจยาว เขาไม่เคยคิดมากเรื่องใครจะจูบใคร ต่อให้ยืนจูบจนปากเปื่อยแค่ไหนเขาก็ไม่สน ทว่าภาพของอันธิตาและใครคนนั้น ซึ่งเป็นสามีของหล่อนกำลังตามมารบกวนจิตใจของเขาไม่น้อย และมันกำลังทำให้เขาอยากกลับห้องพักมากกว่าอยู่เจรจาเรื่องงานกับหล่อนต่อไป... อึดใจใหญ่ต่อมา กษิดิศค่อยๆ ผละใบหน้าออกจากภรรยาอย่างอ้อยอิ่ง เขากวาดตามองดวงหน้าหวานที่บัดนี้แดงก่ำ โดยเฉพาะริมฝีปากคู่งามที่บัดนี้บวมเจ่อ นึกพอใจที่หญิงสาวไม่ได้ทาลิปสติกสีจัด ไม่เช่นนั้นปากของเขาคงจะเลอะไปด้วยสีจากลิปสติกของหล่อน ซึ่งเขาไม่เคยนึกชอบรสชาติของมันเลยสักนิด... “ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจพอแล้วก็ปล่อยอันเสียทีสิคะ” หญิงสาวบอกเขาโดยไม่มองหน้า แต่หลุบตามองแค่แผงอกกว้างและตึงแน่นของเขาเท่านั้น กษิดิศยิ้มทั้งที่ถูกไล่ รู้สึกอารมณ์ดีผิดกับก่อนหน้านี้อย่างหลังมือเป็นหน้ามือ “ใครว่าพี่พอใจแล้ว”คนที่ก้มหน้าเงยขวับ ดวงตากลมโตวาววับอย่างเอาเรื่อง“พี่ยังไม่ได้กินข้าว หิวจนแสบท้องแล้ว อันให้พี่ทานข้าวด้วยคนนะ” คำตอบของเขาทำเอาคนที่จ้องตานิ่วหน้า ความเป็นห่วงแล่นเต็มหัวใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้โกรธเขาแทบตาย...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD