นามิเดินตามรวิกาด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราอลังการและความสวยงามของสนามแข่งรถขนาดใหญ่ ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นสนามแข่งของจริงก็วันนี้ นามิอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้อวดเพื่อนสนิทอย่างอายและเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมาที่แห่งนี้
“เดินเร็ว ๆ หน่อยสินามิลูก” รวิกาที่เห็นนามิมัวแต่ถ่ายรูปไปทั่วจนเธอต้องเรียกเพราะกลัวลูกสาวจะซนและเผลอเดินพลัดหลงไปทางอื่น
“ค่ะแม่ ว่าแต่แม่แน่ใจเหรอคะ ว่าเขาเอารถเรามาซ่อมที่นี่ นี่มันสนามแข่งรถนะคะไม่ใช่ร้านซ่อม”
“เรานี่น้า... สนามแข่งก็ต้องมีอู่ซ่อมสิ เวลาแข่งแล้วรถเสียจะเอารถไปซ่อมที่ไหนถ้าไม่ใช่ที่นี่”
“จริงด้วย!!! แหะ ๆ นามิลืมไปเลย ว่าแข่งรถก็ต้องมีรถเสียและก็ต้องมีที่ซ่อม”
“ก็ใช่นะสิ ว่าแต่เรารีบเดินเถอะจะได้ไปดูรถ”
“ค่ะ”
ทันทีที่รวิกาพานามิเดินเข้าไปในส่วนของโซนซ่อมรถก็เจอกับรถกระบะคันเก่าคันเก่งของแม่เธอจอดอยู่ นามิจึงรีบวิ่งเข้าไปเดินดูรอบ ๆ รถด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณน้า!? มาเองเลยเหรอครับ ผมบอกแล้วไม่ต้องมาเดี๋ยวจะให้คนขับไปส่งที่ร้านให้เอง”
“น้าเกรงใจนะ”
“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับ”
“จะไม่ให้เกรงใจได้ยังไงวันนั้นก็ช่วยน้าทีหนึ่งแล้ว นี่ซ่อมเสร็จแล้วจะเอาไปส่งอีกลำบากเราเปล่า ๆ”
“ว่าแต่นี่คุณน้ามาคนเดียวเหรอครับ”
“เปล่าจ้ะ น้ามากับลูกสาว” รวิกาพูดด้วยรอยยิ้มกับน้ำเสียงอบอุ่นก่อนเธอจะหันไปมองดูนามิที่กำลังสำรวจรถอยู่พร้อมกับโบ้ยใบ้ให้โปรดไปมองตาม
“โน่น เดินสำรวจรถอยู่โน่นแนะ นามิลูก”
“คะแม่” นามิรีบเดินมาหารวิกาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกแต่พอมาถึงก็ต้องตกใจตาโตเพราะคนที่ยืนอยู่กับแม่เธอดันเป็นคนที่เธอเดินชนที่มหาลัยเมื่อวันก่อน
“นาย!!!/เธอ!!!”
“อ้าว!? นี่รู้จักกันเหรอ”
“ไม่ค่ะ/เปล่าครับ” นามิกับโปรดรีบหันหน้ามามองรวิกาพร้อมปฏิเสธออกมาพร้อมกัน ทั้งสองคนแค่บังเอิญเคยเจอกันแต่ไม่ได้รู้จัก
“ยังไง!?”
“คือเขาเรียนที่มหาลัยเดียวกับนามิค่ะ แล้วเมื่อวันก่อนนามิบังเอิญเดินชนเขาก็แค่นั้นเองค่ะแม่ ไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย” จะเรียกว่ารู้จักได้ยังไงเขาชื่ออะไรเธอยังไม่รู้เลยแค่คนที่บังเอิญเจอกันนะถูกแล้ว
“จริงเหรอ??”
“ใช่ครับคุณน้า”
“ถ้ายังไม่รู้จักกันงั้นตอนนี้ก็รู้จักกันแล้ว โปรดนี่นามิลูกสาวของน้าเองจ้ะ นามินี่โปรดคนที่ช่วยแม่วันนั้น” รวิกาแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เธอเอ็นดูโปรดมากเพราะเขาเป็นคนนิสัยดีอ่อนน้อมถ่อมตนและที่สำคัญโปรดเป็นคนมีน้ำใจจึงทำให้เธอเอ็นดูโปรดมากเป็นพิเศษ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะนามิ” โปรดพูดพร้อมมองหน้านามิด้วยรอยยิ้มยินดีที่ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าเธอเป็นใครอยู่ที่ไหนและที่สำคัญเขารู้จักกับแม่เธอแล้วด้วย
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“นามิเรียกพี่ว่าพี่โปรดก็ได้นะ เพราะพี่แก่กว่า แล้วนามินี่เรียนอยู่ปีหนึ่งคณะอักษรใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” นามิหรี่ตามมองโปรดด้วยความสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอเรียนอยู่คณะไหนปีไหน จนทำให้โปรดอดยิ้มออกมาไม่ได้กับอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของนามิไม่ได้
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พี่เคยเจอนามิที่คณะแล้วครั้งหนึ่งนามิน่าจะจำไม่ได้”
“เหรอคะ”
“เอาละ ๆ ทีนี้ก็รู้จักกันแล้วงั้นน้าฝากโปรดดูน้องให้น้าด้วยนะ เห็นหน้าตาแบบนี้ดื้อไม่ธรรมดาเหมือนกัน” รวิกาถือโอกาสฝากฝังนามิไว้กับโปรดเสียเลยมีโปรดช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลนามิแทนเธอตอนที่อยู่มหาลัยก็ทำให้เธอเบาใจลงได้บ้าง
“แม่อ่ะ” นามิทำหน้ายู่ใส่แม่ตัวเองทันทีที่โดนกล่าวหาว่าเธอดื้อ เธอไม่เคยดื้อสักนิดออกจะเรียบร้อยด้วยซ้ำไปเธอเนี่ยไม่เคยสร้างเรื่องให้แม่ต้องปวดหัวหรือเสียใจเลยสักครั้ง
“ครับ”
“แต่นามิกับพี่โปรดเรียนกันอยู่คนละคณะถึงแม่จะฝากแต่ก็ใช่ว่าเราจะเจอกันได้ตลอด”
“เรียนมหาลัยเดียวกันไม่ใช่เหรอ เดินไปหาไม่ได้ไกลอะไรมากมาย ใช่ไหมโปรด”
“ใช่ครับ คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวโปรดจะช่วยดูนามิให้อีกแรงครับ”
“ขอบใจโปรดมากนะ”
“ครับ”
“แม่!!!” นามิที่ได้แต่ยืนมองแม่ของตัวเองกับโปรดพูดคุยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็อดจะทำหน้ากระเง้ากระงอดออกมาไม่ได้แล้วเดินหนีทั้งสองคนไปเดินดูรถอีกรอบ
“ว๊าย!!!” นามิที่กำลังเดินอยู่หน้ามหาลัยเพื่อไปยังคณะก็ต้องตกใจเพราะเสียงบีบแตรของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ก่อนที่รถคันนั้นจะขับมาจอดข้างเธอ แต่พอคนขับเปิดหมวกออกมานามิก็ได้แต่มองบนด้วยความไม่ชอบใจ
“พี่โปรด!?”
“ขึ้นมาสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง” นามิมองรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ก็ได้แต่อึ้ง ๆ เพราะรถมันทั้งใหญ่ทั้งสูงจะให้เธอปีนขึ้นไปนั่งทั้งที่เธอใส่กระโปรงอยู่เนี่ยนะ
“แต่...” นามิที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธก็ต้องตกใจเพราะโปรดที่เห็นอาการลังเลของเธอเขาก็เลยจอดรถแล้วลงไปอุ้มเธอขึ้นนั่งซ้อนท้ายพร้อมกับจัดท่าจัดทางให้เบ็ดเสร็จก่อนเขาจะขึ้นคร่อมรถแล้วขับตรงไปยังคณะของนามิทันที
นามิกอดเอวซบหน้าลงบนแผ่นหลังของโปรดแน่นด้วยความกลัวถึงแม้โปรดจะไม่ได้ขับเร็วเพราะอยู่ในมหาลัยแต่เธอไม่ชินกับการนั่งรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่และสูงแบบนี้ ซึ่งการกระทำของนามิมันกลับทำให้โปรดยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ กับความคิดที่ว่าเขาคงต้องพาเธอขึ้นรถกับเขาบ่อย ๆ เสียแล้วจะได้ชินและไม่เกร็งขนาดนี้
โปรดขับรถมาถึงที่หน้าคณะของนามิเขาจอดรถแล้วลงไปยืนก่อนจะช่วยอุ้มเธอลงจากรถ และไม่ลืมที่จะช่วยจัดเสื้อผ้ากับทรงผมของนามิให้เข้าที่เข้าทาง การกระทำที่ดูเอาใจใส่ของโปรดมันทำให้นามิเกิดอาการใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่กับอาการเขินอายจนใบหน้าเธอค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นทีละน้อย
“เอ่อ... ขอบคุณค่ะ”
“ตอนเย็นกลับยังไง”
“นามิกลับรถไฟฟ้าค่ะ”
“งั้นเลิกเรียนแล้วรอพี่ที่คณะนี่แหละเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง”
“แต่...” โปรดไม่รอฟังคำปฏิเสธของนามิแต่เขากลับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองไปตรงหน้าเธอแทนเพื่อให้เธอได้บันทึกช่องทางติดต่อให้เขา
“เมมเบอร์นามิให้พี่ด้วย”
“ค่ะ” นามิรับโทรศัพท์ของโปรดมากดเบอร์และช่องทางติดต่ออย่างจำยอม พอบันทึกทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคืนให้ส่งคืนเขาไป
“พี่ไปก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
โปรดบอกลานามิด้วยรอยยิ้มก่อนเขาจะขึ้นคร่อมรถแล้วขับตรงไปยังคณะของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากคณะเธอมานัก ปล่อยทิ้งให้นามิยืนมองตามจนลับตาก่อนที่เธอจะหันหน้าเดินเข้าไปในคณะของตัวเองอีกคน