“ดวิน!”
ตาคู่หวานพยายามมองให้ดูดุ ชายหนุ่มพยักหน้ารับเพราะอีกฝ่ายจิ้มนิ้วชี้ลงกับอกผึ่งผายของเขาไม่ยั้ง
“รู้ไหมที่พูดไปน่ะฮะ เข้าใจไหมยะว่ามันสำคัญมาก!”
“รู้แล้วน่า”
“อื้อ รู้ก็ดี” หญิงสาวมัดผมยาวรวบ ๆ ไว้พอให้ดูไม่ยุ่งมาก เธอก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังประตูห้องนอนที่ปิดล็อกเพื่อเปิดออก ทว่าเสียงของ
ดวินกลับทำให้ร่างแบบบางแต่สัดส่วนอวบอิ่มอย่างที่ควรจะเป็นหยุดกึก
“หากางเกงในไม่เจอ”
อลิยาหันกลับมามองเขาตาโต
“จริง ๆ บ็อกเซอร์ก็อยู่นี่ แต่ทำไมกางเกงในหายก็ไม่รู้!” ชาย-หนุ่มผ่อนลมหายใจ พูดเรียบเรื่อยเหมือนเป็นเรื่องปกติ “แต่จำได้ว่าเมื่อคืนที่เราไปนัวกันต่อข้างนอกนั่น เกงในฉันอาจจะอยู่นั่นก็ได้ ลียาออกไปก็ฝากหาให้ด้วยแล้วกันนะ” เขายิ้มหวานแบบจงใจเรียกว่าอ่อย แต่อลิยาแข็งค้างหน้าซีดไปแล้ว
ไอ้เพื่อนเวร!
จากสรรเสริญพ่อหนุ่มฮอตของบริษัทในใจ อลิยาก็หน้าตั้งสอดส่ายสายตามองหา ‘หลักฐาน’ ชี้มูลความผิด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่เจอ หญิงสาวเดินวน ๆ อยู่รอบโซฟาสองสามรอบ และคอยเหลียวมองมารดากับบิดาที่ช่วยกันแกะกับข้าวกะหนุงกะหนิงว่ารู้ตัวหรือไม่ ว่าตอนนี้ลูกสาวออกมาจากห้องนอนแล้ว
คนเป็นลูกคิ้วขมวดเดินวนโซฟาอีกรอบ ตัดใจจะก้มลงมองก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา ขนสันหลังลุกวาบและเธอก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตอบ คนมองคือพ่อ และหญิงสาวก็ยิ้มแหยกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
ศาสะโคลงศีรษะ อาศัยทีเผลอของภรรยาหันมาชี้นิ้วบอกลูกสาวตัวดีว่ามีอะไรซ่อนตรงไหน
คนเป็นพ่อลูกก็เหมือนมีญาณวิเศษ ไม่ต้องพูดแค่อาศัยท่าทาง
อลิยาก็รู้ ร่างแบบบางรีบผลุบลงนั่งกับพื้น ควานมือเข้าไปใต้โซฟาและแทบจะร้องเยสเมื่อคว้าหมับจับหลักฐานได้คามือ ก่อนจะดึงมันออกมาและรีบยกมือไหว้บิดา ศาสะกลอกตาและโบกมือไล่ให้ลูกสาวรีบเอาหลักฐานไปซ่อนก่อนความจะแตก
อลิยาเปิดประตูห้องนอนโดยไว และไม่พูดอะไรแต่โยนกางเกงในตัวนั้นเข้าไปและรีบปิดประตู
ดวินที่นั่งกับพื้นเอนพิงปลายเตียงถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็น ก่อนประตูปิดลงยังเห็นสายตาขุ่นเขียวของสาวเจ้ามองเข้ามาเป็นเชิงสำทับว่าให้เขาสำนึกในความผิดซะ
นอนด้วยกันมาเป็นปี ก็น่าจะรู้ไส้รู้พุงกันดี แต่อลิยาทำให้เขาหัวเราะได้เสมอ ในตัวตนของเธอมักมีซอกมุมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตัวของเธอ ‘ความเป็นเธอ’ กับ ‘ความที่ถูกเลี้ยงดูมา’ ไม่ใช่ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยแม้แต่นิด ซึ่งมันบ่งบอกว่าอลิยาเป็นพวกหัวขบถใช่ย่อย
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนตัดสินใจก้าวเดินไปที่ประตูห้องนอน แง้มมันออกและมองผ่านออกไป
เขาไม่เคยเจอพ่อแม่ของอลิยา เพราะความสัมพันธ์ของเราตั้งอยู่บนฐานแค่เรื่องเซ็กซ์
ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่คนที่คิดถึงเรื่องอนาคต เราสองคนเป็นแค่พวกหื่นแต่ไม่หื่นมากพอที่จะนอนกับใครก็ได้ไปเรื่อย พอมาเจอกันมันก็เลยเหมือนลงล็อกหน่อย ๆ
เขาเลิกกับแฟน ส่วนเธอไม่มีใคร ‘เรา’ ก็เลยตกลงกันได้
เสียงพูดคุยแว่ว ๆ ดังมาให้ได้ยิน โชคดีที่โต๊ะซึ่งใช้รับประทานอาหารอยู่กึ่ง ๆ เกือบมุมห้อง หากไม่ตั้งใจมองมาทางนี้อย่างจริงจังก็คงไม่เห็นว่ามีใครแอบมองอยู่
พ่อแม่ของเธอดูใจดี และอลิยาก็ดูมีความสุขมากเมื่ออยู่กับพ่อแม่ของเธอ
ดวินเผลอยิ้มกับภาพที่เห็น ตัวเขาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ถึงมีแม่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแต่เขาก็ไม่ได้ขาดความอบอุ่น ครอบครัวของทั้งพ่อทั้งแม่ใส่ใจลูกทุกคนเท่ากัน เพียงแต่ว่าบรรยากาศง่าย ๆ สบาย ๆ แบบนี้มีไม่ค่อยบ่อย พวกท่านต่างคร่ำเคร่งกับหน้าที่การงาน การเป็นเจ้าของบริษัทมันไม่ง่าย และอนาคตเขาก็ต้องเลือกว่าจะช่วยธุรกิจของพ่อหรือแม่ เพราะน้องชาย น้องสาวต่างมารดาของเขาล้วนแล้วแต่ทำอะไรแทบไม่เป็น
‘สามสิบห้า ตอนลูกอายุครบสามสิบห้าปี พ่อกับแม่จะขอคำตอบลูกอีกครั้งนะ’
หมายถึงอีกไม่กี่เดือนเขาต้องจากที่นี่ไปเพื่อนั่งตำแหน่งรองประธานของทั้งสองบริษัท และภายในห้าปีหลังจากนั้นเขาต้องเลือกว่าจะนั่งตำแหน่งประธานบริษัทไหน เขาทำทั้งสองที่ไม่ได้ เพราะบริษัทของพ่อกับแม่ต่างเป็นคู่แข่งกัน
“ไปกินข้าวกันวันเสาร์หน้านะลูก”
เสียงพูดคุยแว่ว ๆ ของสามพ่อแม่ลูกดังมาให้ได้ยิน ฉุดให้ดวิน
ดึงตัวเองออกจากภวังค์
ยลรดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขณะที่ตักหอยลายผัดน้ำพริกเผาที่แกะเปลือกเรียบร้อยแล้วลงในจานลูกสาว
“แม่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้น่ะว่าจะเลี้ยงรุ่นกัน แต่งานมันตอนกลางวัน พ่อก็ไม่ค่อยว่าง แม่ก็ไม่อยากขับรถเองกลัวไปชนคนอื่นเข้า ลียาก็ขับรถให้แม่หน่อยนะ”
“โหย งานเลี้ยงรุ่นคนไม่เยอะเหรอจ๊ะ ลียาไปด้วยจะดีเหรอ”
“ดีสิลูก ไม่ได้เลี้ยงทั้งรุ่นหรอกก็แค่กลุ่มของแม่น่ะจ้ะ สี่ห้าคน”
คนเป็นลูกยิ้มหวานแต่พ่อคิ้วขมวดนิด ๆ “ทำไมพ่อไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยจ๊ะ” เอ่ยถามไปก็ตักต้มแซ่บขาหมูให้เมียตัวเอง พอสบตากับภรรยาก็ชะงักไปหน่อย ๆ ร้องอ๋อ “เมื่อวานใช่ไหม เออ พ่อนี่ขี้ลืม สงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์” พูดไปแต่เท้าก็เขี่ยเท้าลูกสาว อลิยาชะงัก ช้อนข้าวที่กำลังจะตักเข้าปากหยุดนิ่ง ก่อนกลบเกลื่อนด้วยการหยิบน้ำขึ้นดื่ม
งานนี้น่าจะใช่... ดูตัว!
เซ้นส์มันบอกเพราะตั้งแต่อลิยาอายุยี่สิบห้าปีได้ ยลรดาก็เพียรนำเสนอ ‘ลูกชายเพื่อน’ ให้เธอได้รู้จัก และพอลูกชายเพื่อนไม่เวิร์ก ก็เริ่มลามไปลูกชายคนรู้จัก หลานชายเพื่อนสนิท เพื่อนของเพื่อนลูกชายข้างบ้าน...
อลิยารู้ แม่กลัวเธอขึ้นคาน แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนตั้งแต่ประถม ม.ต้น ม.ปลาย มหาวิทยาลัยแม่จะเฝ้าพูดพร่ำบอกแต่ว่า
‘แฟนหาเมื่อไหร่ก็ได้นะลูก แม่ไม่ห้ามแต่แม่อยากให้ลียาสนใจการเรียนให้มาก ๆ มีแฟนก็ดี แต่ไม่มีดีกว่านะลูก จะไปไหน ๆ กับเพื่อนก็ได้ วันไหนไม่อยากไปก็ได้ แต่ถ้ามีแฟนลียาก็ต้องเสียเวลาส่วนตัวพวกนี้ไปนะลูก วันดีคืนดีก็หาเรื่องทะเลาะลียาจะปวดหัวเปล่า ๆ เพราะอย่างนั้นเรียนจบค่อยมีแฟนก็ได้นะลียา’