ตอนที่ 1

2946 Words
หล่อนเคยฝันถึงการแต่งงาน ได้สวมชุดแต่งงานสีขาวงาช้าง ยืนอยู่ใต้ซุ้มดอกกุหลาบเคียงคู่เจ้าบ่าว สองมือเกาะเกี่ยวประสาน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดพรายบนใบหน้า ยามหันมามองกันมีเพียงความสุขโชนฉายในดวงตาของคนทั้งคู่ ฝันนั้น...เมื่อไหร่นะ น่าจะสักสิบห้าสิบหกกระมัง หนึ่งปีหลังจากเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอิสราภักดิ์ นับจากวันนั้น ผ่านมากี่ปีแล้วเล่า ความฝันนั้นยังคงสวยงามเสมอ หากความเป็นจริงที่ต้องเผชิญต่างหากทำลายความฝันนั้นจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ใบบัวขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม สองแขนกอดตัวเอง นอนแน่นิ่งใบหน้าแทบจะแนบไปกับหมอน ผมดำขลับยาวประบ่าตกระใบหน้าและลำคอ ปกปิดหยาดน้ำตาที่แห้งเกรอะกรังและร่องรอยจากผู้เป็นสามี ลำคอของหล่อนมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ผลพวงจากการขบเม้มและดูดดึงจากริมฝีปากหยักหยาบ ยังมีรอยกัดที่กระทำอย่างดุดัน คึกคะนอง ‘คุณเต...บัวเจ็บ’ หล่อนประท้วงเมื่อเขากัดลงบนลาดไหล่ จนปรากฏเป็นรอยฟันเรียงเป็นระเบียบ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นรอยแดงช้ำ ‘ก็ต้องเจ็บหน่อยละ คนอื่นจะได้คิดว่าเรารักกันจริงๆ’ เตชิตไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องพินัยกรรมของบิดาที่กำหนดให้เขาต้องแต่งงานกับใบบัว อยู่กินกันครบหนึ่งปีจึงจะได้รับมรดกทั้งหมด เขาขี้เกียจตอบคำถาม ไม่อยากให้พวกนักข่าวมาซักถามให้วุ่นวาย ไม่อยากให้คนอื่นเอาตระกูลอิสราภักดิ์ไปพูดลับหลังหรือซุบซิบนินทา ใบบัวเข้าใจในข้อนี้ หล่อนเองก็ไม่อยากให้คนนอกรู้เรื่องนี้เช่นกัน ‘ฉันทำแบบนี้เพราะจำเป็น ไม่ได้คิดพิศวาสในตัวเธอเลยสักนิด’ เขาต่อประโยคที่ทำให้หัวใจของคนฟังปวดแปลบ ใช่ว่าใบบัวจะไม่เคยได้ยินถ้อยคำประเภทนี้จากเขา ทว่า...ในคืนแต่งงาน บนเตียงที่มีเขากับหล่อน ในยามที่เขากำลังโลมลูบหล่อนด้วยมือหยาบกร้าน ใช้ริมฝีปากซุกไซ้ละเลียดชิมไปทุกซอกทุกมุม และรวมถึงยามนี้...ยามที่เขาขยับสะโพกเคลื่อนไหวเหนือเรือนร่างหล่อนอย่างดุดัน คำพูดเช่นนั้นทำให้หล่อนเสมือนเป็นตุ๊กตายาง มิใช่มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและอารมณ์ความรู้สึก ‘ความต้องการของผู้ชาย จะนอนกับใครก็ได้ แม้แต่ คนที่...ไม่ได้รัก’ ยิ่งพูด หล่อนก็ยิ่งเจ็บปวด กระนั้นเสียงครางกระเส่าก็ยังเล็ดลอดออกมา หล่อนไม่อาจสะกดเสียงครางไว้ได้เมื่อเขารุกรานหล่อนอย่างบ้าคลั่ง แทรกตัวตนเข้ามาอย่างล้ำลึก ถาโถมเข้าใส่จนหล่อนสั่นสะท้าน ใบบัวยังจำได้ดีถึงความสุขสมที่เสียดแทงไปทั่วทั้งร่าง เขากอดรัดหล่อน โจนจ้วงเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ยามแท่งแกร่งร้อนนั้นเหยียดขยายเต็มที่ ใจกลางเรือนร่างของหล่อนก็ตอดรัดเขา บีบเคล้นจนเขาถึงปลายทาง สายธารสีขาวเปรอะเปื้อนที่นอนและส่วนนั้นของหล่อน เขาผละจาก สบถคำอย่างหัวเสีย ‘บ้าฉิบ!’ เขาไม่ได้สวมเครื่องป้องกัน หล่อนไม่ได้กินยาคุม ใบบัวเข้าใจในความหัวเสียของเขา ...กับคนที่แสนชิงชัง เขาคงไม่อยากแม้แต่จะสัมผัสแตะต้อง และยิ่งไม่อยากให้มีสิ่งใดเป็นภาระผูกพันระหว่างกัน เตชิตผละจาก ทิ้งหล่อนให้อยู่กับความหนาวเหน็บอ้างว้าง เขาหายออกจากห้องไปพักหนึ่ง ก่อนกลับเข้ามาพร้อมกับยา หนึ่งเม็ด ‘ยาคุมฉุกเฉิน’ รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ กระนั้นหัวใจบางส่วนของหล่อนก็บีบรัด ใบบัวรู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวกอดกระชับผ้าห่มคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนเองด้วยมือข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างยื่นออกไปรับยานั้นไว้ เตชิตรินน้ำใส่แก้วเตรียมไว้ให้เรียบร้อย เขาเฝ้าดูจนหล่อนกลืนยาเม็ดนั้นลงท้อง ดื่มน้ำตามเรียบร้อยแล้วจึงเดินจากไป ห้องนอนเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ใบบัวนั่งน้ำตาซึม เอนกายลงนอน ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม จวบจนกระทั่งตอนนี้ ...สายแล้วกระมัง หล่อนไม่รู้วันเวลา ไม่อยากจะลงจากเตียง ไม่ปรารถนาจะพบหน้าใคร โดยเฉพาะเขา ใบบัวคิดจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทั้งวัน ทว่าจู่ๆ ประตูห้องก็เปิดผลัวะออกมาอย่างไม่มีการบอกล่วงหน้า เสียงฝีเท้า หนักแน่น ก้าวฉับๆ อย่างไม่เกรงใจใครนั้น หล่อนย่อมรู้ดีว่าเป็นของใคร ใบบัวลุกนั่ง สองมือกอดผ้าห่มไว้แนบแน่น “คุณเต...” ไม่ทันได้ถาม เขาก็พูดขึ้นมารัวเร็ว “ไปกับฉัน” เขาเดินผ่านปลายเตียงไปที่ตู้เสื้อผ้า กระชากเดรสสีขาวครีมออกมาตัวหนึ่ง โยนมาให้หล่อน มันปลิวมาตกกระทบใบหน้า ก่อนไถลลงไปกองอยู่บนตักของหล่อน “ยังไม่ได้อาบน้ำ?” เขาหรี่ตามอง คิ้วเข้มๆ นั้นขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหา กระชากผ้าห่มของหล่อนออกไปอย่างง่ายดาย ใบบัวผวาตาม หากถูกวงแขนล่ำสันรั้งเอาไว้ เตชิตกอดหล่อน โอบเอวหล่อน ตวัดสายตามองสำรวจร่างเปลือยเปล่าของหล่อนอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจาก แววตาที่วับวาวขึ้นมาเล็กน้อย เนื้อตัวของหล่อนมีแต่รอยแดง ทั้งรอยดูด รอยกัด และรอยมือ เขาฝากฝังทุกอย่างไว้บนผิวกายผุดผ่อง “ลุกไม่ไหวละสิ” เขารวบตัวหล่อน แบกพาดบ่า ตรงไปยังห้องน้ำ เพราะเปลือยเปล่าอยู่แล้วจึงไม่ต้องเสียเวลาถอดเสื้อผ้า เขาจับตัวหล่อนยืนใต้ฝักบัว เปิดน้ำเย็นฉ่ำให้ไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะลงมา มือใหญ่หยาบลูบไปตามเนื้อตัว ใบบัวขมวดคิ้ว ขยับมือยื้อยุดมือเขาไว้ “หยุดนะคะ อย่าทำแบบนี้” “ทำไม” “คุณไม่มีสิทธิ์...” “ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ” เขาส่งเสียงฮึในลำคอ กระชากมือออกจากมือเรียวเล็ก ก่อนตะโบมลูบไล้หนักยิ่งกว่าเดิม ทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้ว เขาลากมือสัมผัสและบีบเคล้นอย่างถือสิทธิ์ ทิ้งความร้อนให้ลามเลีย และฝากรอยแดงขึ้นเป็นริ้วบนเนื้อนวล ใบบัวกัดริมฝีปาก แววตาคับแค้นระคนหม่นเศร้า หล่อนเพิ่งนึกได้...เขาไม่ใช่ไม่มีสิทธิ์ ตรงกันข้าม ในฐานะสามี เขามีสิทธิ์แตะต้องหล่อนทุกซอกทุกมุม หญิงสาวสะท้านเมื่อมือใหญ่ทาบลงบนใจกลางเรือนร่างแล้วนวดคลึงตามอำเภอใจ ใบบัวอ่อนระทวย แข้งขาไร้เรี่ยวแรงจนต้องยกมือเกาะบ่าเขาไว้ ช้อนสายตาขึ้นไปมอง เห็นแววตาท้าทายเยาะหยันโชนฉายชัดเจนในดวงตาสีสนิมเหล็ก ใบบัวหน้าร้อนผ่าว อับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี “อย่านะคุณเต” หล่อนลดมือลง จับข้อมือของเขา จิกเล็บลงบนนั้น ทว่าเขาไม่สะทกสะท้านกลับพูดยียวน “อย่าเหรอ? หน้าตาเธอไม่เหมือนว่าอยากให้หยุดเลยนี่” ถ้อยคำดูแคลนทำให้หัวใจรวดร้าวจนแทบแตกสลาย ก่อนขบริมฝีปากจนห้อเลือด เบือนสายตาหลบซ่อนความรวดร้าวในดวงตา ทำได้แค่จิกเล็บลงบนแขนของเขา...จกให้แรงที่สุดจนมันสั่นระริก เตชิตสะดุ้ง เสียงลมหายใจแรงขึ้น กระนั้นเขาก็ไม่คิดจะหยุด ปลายนิ้วที่แทรกเข้าไปในความอุ่นชื้นยิ่งรัวเร็วจนหล่อนตัวสั่นสะท้าน เขาทำเหมือนแกล้ง...ทั้งแกล้ง ทั้งตอบโต้ที่หล่อนทำให้ผิวขาวๆ ของเขามีแผลและเลือดซิบ “หยุดค่ะคุณเต หยุดได้แล้ว” หล่อนโอดครวญ เสียง สั่นเครือ ก่อนจะส่งเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “พอเถอะค่ะ ไหนว่าคุณมีธุระไง” “ธุระ...รอได้ ฉันอยากดูเธอมากกว่า” ‘ดูเธอ’? ดูอะไรเล่า ดูว่าหล่อนตอบสนองเขาได้มาก แค่ไหนน่ะหรือ ยามนี้ตัวหล่อนเปียกปอน เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ก็เปียกชุ่มเช่นกัน ภายใต้สายน้ำเย็นยะเยือก กลับมีกระแสความอุ่นร้อนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ คนทั้งสองอยู่ใกล้ชิด วงแขนล่ำสันกอดรัดเอวเล็กแนบแน่น ใบบัวแม้อยากหนีกลับสิ้นเรี่ยวแรง ได้แต่กัดฟันกลั้นสะอื้นกับปลายนิ้วที่รุกรานอย่างดุดันของเขา “คุณเต...” ในที่สุดหล่อนก็เปล่งเสียงหวาน ดวงหน้า แหงนเงย หล่อนมองสบตาเขา “พอนะคะ บัวขอ อย่าทรมานบัวแบบนี้” เขายิ้มเครียด ดวงตาวาวจ้า “ยิ่งเห็นเธอทรมาน ฉันก็ยิ่งมีความสุข เธอทุกข์เท่าไหร่ ฉันยิ่งอยากหัวเราะมากเท่านั้น” คำพูดกรีดแทงหัวใจ นี่ถ้าเขาจับมีดเฉือนเนื้อของหล่อนได้คงทำไปแล้ว ใบบัวเข้าใจเขา...อย่างน้อยก็เคยเข้าใจ สำหรับคนที่เคยเป็นที่หนึ่งในบ้าน ได้รับความรักจากบิดาและมารดา มีครอบครัวอันแสนอบอุ่น จนวันหนึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป มารดาล้มป่วย บิดาเริ่มติดพันผู้หญิงคนอื่น จนในวันที่มารดาของเขาสิ้นชีวิต เตชิตคงรู้สึกเสมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้า ยิ่งเมื่อผู้เป็นบิดาเชิดชูผู้หญิงคนใหม่ออกหน้าออกตา เขาก็ยิ่งโกรธแค้น บิดาปกป้องผู้หญิงคนนั้น เขายิ่งเกลียดชัง เมื่อเขาทำให้อะไรผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เป้าหมายของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นหล่อนแทน ใบบัวกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ ทั้งความทุกข์ระทม ความคับแค้น และความชิงชัง ในร่มเงาของคฤหาสน์อิสราภักดิ์ ใครๆ ก็คิดว่าหล่อนโชคดี ได้หลุดพ้นจากความจนกลายเป็นคุณหนูที่มีคนคอยรับใช้ แต่ย่อมไม่มีใครรู้ว่าในอาณาเขตบ้านหลังนี้ หล่อนต้องผจญกับอะไรบ้าง ความชิงชังของคนคนหนึ่งรุนแรง น่ากลัว และควร หลีกหนีไปให้ไกลที่สุด ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ใบบัวสะอื้นเมื่อเขาขยับนิ้วถอดถอนรัวเร็ว ผลักดันหล่อนสู่ความเวิ้งว้างเบื้องบน “อื้อ...คุณเต” หญิงสาวกัดฟัน หลับตา พยายามซ่อนเร้นใบหน้าที่แสนทรมานกึ่งสุขสมของตนเอง หากเขาก็เลื่อนมือที่กอดเอวมาที่ใบหน้าของหล่อน บีบปลายคางหล่อนให้แหงนเงย “ลืมตามองฉัน” ออกคำสั่ง พลางหยุดมือ ใบบัวแม้ไม่อยากทำตาม แต่ความทรมานที่แผดเผาทำให้หล่อนไม่อาจทำในสิ่งที่สมองสั่งได้ หญิงสาวค่อยๆ ลืมตา จากนั้นปลายนิ้วแกร่งก็ขยับเคลื่อนไหวอีกครั้ง “ดีมาก...” เขากระซิบเสียงสั่นพร่า มุมปากยกขึ้นเหยียดหยัน และแววตาของเขา...มันคือแววตาของผู้ชนะ และมันเป็นเช่นนั้นเสมอ ไม่เคยมีสักครั้งที่หล่อนจะเอาชนะเขาได้ ...ไม่เคยเลย และอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ “ครางออกมาสิ” ใบบัวยิ่งกัดฟัน เขายิ่งระรัวนิ้ว สร้างความเสียวซ่าน เสียดแทงไปทั่วทุกอณูในเรือนกาย ในชั่ววินาทีแห่งความสุขสม หล่อนไม่อาจฝืนบังคับร่างกายได้ เรือนกายของหล่อนกระตุกเกร็ง ริมฝีปากของหล่อนเผยอออก แล้วเสียงครางอย่างแผ่วหวานและเปี่ยมสุขก็เล็ดลอดออกมา “แบบนี้สิคนดี” เขากระซิบข้างหู พลางหัวเราะอย่างผู้ชนะ “เธอเป็นคนดีของฉันก็เฉพาะตอนนี้ละมัง” เขาดันปลายคางหล่อน แล้วทาบทับริมฝีปากลงมา ใบบัวคิดว่า...คงแค่นั้น แค่จูบส่งๆ ไม่มีอะไรต่อจากนั้น แต่เปล่าเลย...เขายังคงจูบหล่อนต่อ ยังแทรกเรียวลิ้นเข้ามาภายใน เกี่ยวกระหวัดรัดรึง ก่อนทุกอย่างจะเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติ เขาดุนดันตัวตนแทรกเข้ามาในความคับแน่น รุกรานหล่อนอย่างดุดัน “อย่าคิดว่าฉันพิศวาสเธอ” เขากระซิบเสียงสั่นพร่า ขณะโจนจ้วงเข้าใส่หล่อนอย่างไม่ยั้ง “ฉันแค่จะ ‘เอา’ เธอให้คุ้มกับเงินของพ่อฉันที่เธอได้ไป!” ปวดร้าวเพียงใด เจ็บใจแค่ไหน หล่อนก็ไม่อาจห้ามตนเองไม่ให้ตอบสนองเขาได้ ยามเตชิตจับหล่อนโยนสู่ความหฤหรรษ์ ใบบัวก็รู้สึกว่าเรือนร่างของตนเองกำลังจะแตกสลาย หล่อนเกร็งกระตุกเป็นครั้งที่สาม เรียกเขาเสียงแหลม “คุณเต!” เสียงนั้นดังสะท้อนกับผนังกลับไปกลับมา ตอกย้ำให้หล่อนรู้ว่าถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบบัวนั่งแปะลงกับพื้น เขาผละจากรวดเร็ว เดินออกไปจากห้องน้ำพลางตะโกนตามหลัง “รีบแต่งตัว ฉันจะไปรอข้างล่าง” หญิงสาวชันเข่า นั่งอยู่ในความเงียบงัน ความโศกสลดหลั่งรินอยู่ในหัวใจอย่างเงียบเชียบ ประตูห้องน้ำปิดลง เสียงฝีเท้าดังตึงตังตามอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของ เสียงนั้นดังสะท้อนในห้องที่เงียบสงัด เตชิตเดินผ่านปลายเตียง อีกไม่กี่ก้าวจะถึงประตูกลับชะงักฝีเท้า หัวคิ้วขมวดเข้าหากันยามหันไปมองบนเตียง ผ้าห่มผืนหนากระเด็นลงไปกองกับพื้น เหลือเพียงผ้าปูเตียงยับย่น บนนั้นปรากฏจุดสีแดงแต่งแต้มความขาวสะอาดตา ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วเอื้อมมือออกไป ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นจนแทบเป็นเส้นตรง ปลายนิ้วค่อยแตะลงบนรอยแดงนั้น เลือด... เลือดจากเมื่อคืน... ค่ำคืนที่หล่อนกรีดร้องและตอบสนองเขาอย่างตรงไปตรงมาและไร้ชั้นเชิง ค่ำคืนที่เขาสั่นสะเทือนสุขสมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวตนของเขาอยู่ในความอุ่นนุ่มและฉ่ำชื้น ความรู้สึกนั้นเขายังจดจำได้ ทุกความรู้สึก ทุกความทรงจำคล้ายสลักฝังแน่นในอณูเนื้อกายของเขาไปเสียแล้ว เตชิตขบกรามแน่น มือใหญ่หยาบขยำผ้าปูเตียง กำแน่นจนสั่นระริก ยามเมื่อได้ยินเสียงกุกกักในห้องน้ำเขาจึงปล่อยมือ เหลือบมองไปด้านหลัง เห็นใบบัวเดินโซซัดโซเซท่าทางอ่อนแรง เนื้อตัวของหล่อนสั่นสะท้าน และเมื่อเงยหน้ามาสบตาเขา ร่างทั้งร่างก็คล้ายจะแตกสลายในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้านี้ ชายหนุ่มละสายตาจากมา เอื้อมมือหยิบเดรสสีขาวที่อยู่บนเตียง จับวางตรงปลายเตียง “แต่งตัวซะ ฉันรีบ ไม่อยากผิดนัด” เตชิตปรายตามองหล่อน ไม่มีคำพูดใดอีก เท้าทั้งสองก้าวฉับๆ ไปที่ประตู รอยเลือดสีแดงฉานบนผ้าปูสีขาวผืนนั้นติดตามมาหลอกหลอนถึงนอกห้อง เขาหยุดยืนพิงประตู แหงนเงยหน้ามองเพดาน เลือดพรหมจรรย์งั้นหรือ...คล้ายคนกลั้นลมหายใจมายาวนาน เตชิตผ่อนลมหายใจยาว ดวงตาเข้มขึ้นเล็กน้อย ...ใบบัวยังบริสุทธิ์ ...เขาเป็นคนแรกของหล่อน ...ยังไม่เคยมีใครแตะต้องหล่อนอย่างสนิทชิดเชื้อและ ล้ำลึกเท่าเขา ...เขาเป็นคนแรกที่ได้ครอบครองความงดงามของวัยสาว แม้แต่คนรักของหล่อนก็ยังช้ากว่าเขาไปหนึ่งก้าว ไม่สิ...เขาเดินนำไปแล้วเป็นสิบก้าวต่างหาก! หัวใจของเตชิตเต้นเร็วแรง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการ ‘เป็นคนแรก’ ทำให้เขาภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ทว่า...บริสุทธิ์แล้วอย่างไร เขายิ้มเหยียดหยัน ความชิงชังในใจเขาไม่อาจลดทอนได้เพียงเพราะหล่อน ไม่เคยผ่านมือชายอื่น ดีเสียอีก ให้เขาเป็นคนแรก จะได้คุ้มกับเงินและทรัพย์สินนับล้านที่หล่อนจะได้หลังจากหย่าขาดจากกัน ใบบัวเพียงต้องการเงิน หล่อนอยากได้เงินมาก อยากได้จนตัวสั่นเหมือนแม่ของหล่อน! พ่อของเขาก็ไม่รู้ว่าหลงอะไร ผู้หญิงคนนั้นนักหนาถึงได้เขียนพินัยกรรมบ้าๆ นั่นขึ้นมา ในพินัยกรรมระบุให้เขาแต่งงานกับใบบัวจนครบหนึ่งปี ห้ามปฏิเสธการแต่งงาน ห้ามหย่า ห้ามเลิก ห้ามแยกกันอยู่ หากเลิกกันก่อนครบหนึ่งปี มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษทั้งหมดจะถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศลและโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนใบบัวจะได้เงินจากสินสมรสและยังได้เงินส่วนหนึ่งจากบิดาของเขา ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันหรือหย่ากันหล่อนก็ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง! แล้วจะไม่ให้คิดได้อย่างไรว่าหล่อนเห็นแก่เงิน! ที่หล่อนยอมแต่งงานกับเขาทั้งที่ไม่ได้รักก็เพราะอยากได้เศษเสี้ยวมรดกจากอิสราภักดิ์ ไม่ใช่หรือ! แค่พรหมจรรย์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไรจะสนใจทำไม ไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ เลยที่เขาจะต้องรู้สึกรู้สากับสิ่งนั้น แม่ของหล่อนเห็นแก่เงิน ลูกย่อมไม่ต่างกัน! แววตาของเตชิตวาวจ้า โทสะคล้ายสุมอยู่ในอกเพียงนึกถึง ผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงที่ทำให้มารดาของตนตรอมใจจนไม่อาจยื้อชีวิตตนเองเอาไว้ได้ ผู้หญิงคนนั้นได้รับกรรมแล้ว ก็เหลือแต่ผู้เป็นลูก...ไม่ต้องรอให้สวรรค์ลงโทษหรอก เขานี่แหละจะกุมชะตาชีวิตของ หล่อนเอง ดวงตาของเขาเป็นประกายอย่างคนที่คุ้นชินกับการใช้อำนาจควบคุมทุกอย่างในมือ ใบบัวเป็นของเขา...เขาสั่งให้ไปทางซ้าย หล่อนก็ต้องไปทางซ้าย สั่งให้ไปขวาก็ต้องเป็นไปตามนั้น หล่อนเป็นดั่งลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ เขาบีบเมื่อใดหล่อนก็ตายเมื่อนั้น ดวงตาสีสนิมเหล็กมีความสาแก่ใจวูบขึ้นมาขณะเดินลิ่วกลับไปยังห้องนอนของตนเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD