คิ้วเข้มหนาที่โก่งรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ทำให้คนมองนิ่งดั่งต้องมนต์สะกด ใบหน้าคร้ามคมที่มีลูกผมตรงไรหูและไรเคราบางๆดูรับกับผิวขาวตามแบบฉบับของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าผู้คนนับร้อยที่เดินผ่านไปมา ไหล่หนากว้างที่ตั้งตรงดูผึ่งผายจนทำให้สาวน้อยแอบนึกไปถึงความอบอุ่นของแผงอกนั้น
“ไหม
!
...ไหม
!
..”
นฤบดินทร์สะกิดร่างบางที่ยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับเป็นตะคริวไปชั่วขณะ
“คะ ว่าไง”
แพรไหมได้สติเมื่อได้ยินเสียงของแฟนหนุ่มเรียกชื่อเธอดังขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ร่างใหญ่ของผู้ชายคนนั้นได้เดินหายออกไปจากตรงนี้นานแล้ว
“เป็นอะไรหรือเปล่า พี่เรียกเราอยู่ตั้งนาน”
“เปล่าค่ะ เปล่า”
สาวน้อยทำท่าทางเลิ่กลั่กหันรีหันขวางมองหาร่างใหญ่ของบุรุษสุดหล่อคนนั้นที่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“นั่นคุณอัคคี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”
นฤบดินทร์บอกกับแฟนสาว เมื่อเห็นว่าร่างบางเกร็งเมื่อสบเข้ากับสายตาคมเฉียบของหนุ่มใหญ่เข้า
“พี่ดินรู้จักเค้าด้วยหรอคะ”
แพรไหมเอียงหน้าถามแฟนหนุ่มด้วยความสงสัยใคร่รู้ ตั้งแต่เกิดมาเธอเพิ่งเคยได้เห็นบุรุษรูปหล่อคมเข้มงดงามราวกับรูปปั้นประติมากรรมชั้นเอกของเทพบุตรที่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์
“อืมใช่ คุณอัคคีเค้าโด่งดังมากในแวดวงสังคม พี่กะว่าถ้าทำงานใช้ทุนเสร็จก็จะมาสมัครงานที่บริษัทของเค้านี่แหละ”
นฤบดินทร์พูดขึ้นด้วยแววตาที่มุ่งมั่น ส่วนสาวน้อยก็ได้แต่อ้าปากหวอด้วยความคาดไม่ถึง พร้อมกับจำชื่อของบุรุษรูปงามผู้นั้นเอาไว้ในใจ
“ไปกินไอติมกันเถอะค่ะ ไหมหิวแล้ว”
สาวน้อยเกาะแขนแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อน พร้อมกับถูแก้มเนียนลงบนลำแขนแกร่ง
“โอเคครับ”
สองหนุ่มสาวเดินความแขนกันเดินไปอย่างไม่เกรงอายสายตารอบข้าง ที่เห็นว่าเด็กนักเรียนเดินจับมือชายหนุ่มซึ่งจะดูอย่างไรมันก็ยังไม่เหมาะสม
ร่างใหญ่ที่แอบยืนอยู่ในมุมตึกใกล้ๆ ถึงกับต้องขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย แวบแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าหวานของสาวน้อยใกล้ๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่เอาแต่จ้องมองใบหน้าของเขาราวกับต้องมนต์สะกด คิ้วเรียวสวยดังคันศรรับกับจมูกงอนเชิดขึ้นอย่างเหมาะเจาะ ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มสีระเรื่อเผยออกจากกันเล็กน้อยด้วยความตกใจ มันทำให้ร่างเล็กของสาวน้อยในชุดนักเรียนมัธยมนั้นดูน่ารักสวยหวานราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยๆที่น่าทะนุถนอม หัวใจแกร่งด้านชาของหนุ่มใหญ่กระตุกวาบและประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมามานานมากแล้ว จนเกือบจะลืมรู้สึกนี้ไปหมด แต่อัคคีก็ต้องเก็บอาการพึงพอใจในตัวของสาวน้อยไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง
สองหนุ่มสาวจับมือกันเดินไปอย่างสนิทสนม ซึ่งอัคคีคิดว่าสองคนนั้นคงไม่ใช่พี่ชายกับน้องสาวเป็นแน่ ความผิดหวังในตัวของสาวน้อยเกิดขึ้นในใจ ไม่คิดว่าเด็กนักเรียนมัธยมจะแก่แดดถึงขึ้นมีแฟนเร็วถึงขนาดนี้ ความแนบชิดชิดสนิทสนมของสาวน้อยและแฟนหนุ่ม ไม่ต้องบอกเขาก็พอจะรู้ว่าลึกซึ้งไปถึงขั้นไหนต่อไหนกันแล้ว น่าเสียดายที่สาวน้อยวัยขบเผาะคนนี้มีคู่ใจไปเสียแล้ว
ร่างใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่ม เดินเข้ามาในบ่อนพนันที่ตัวเองได้ถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอยู่ ผู้คนที่เข้ามาเสียงโชคในวันนี้ค่อนค่างจะบางตา เนื่องจากเป็นช่วงท้ายของเดือน สายตาคมมองไปยังร่างบางของปาริดาที่เจ้าตัวยังคงจ้องเขม่งพินิจมองไพ่ในมืออย่างมุ่งมั่น
“ตอนนี้ปาริดาติดหนี้บ่อนอยู่เท่าไหร่”
เสียงทุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องพักส่วนตัวที่อยู่บนชั้นสองของบ่อนใหญ่ที่มุมกว้างสามารถมองลงไปยังผู้เล่นที่อยู่ด้านล่างได้อย่างสะดวกตา
“ห้าสิบล้านแล้วครับนาย”
ตงลูกน้องมือขวาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาก่อนจะใช้มือแตะลงบนหน้าจอขนาดใหญ่สองสามครั้ง แล้วเอ่ยตอบผู้เป็นนายอย่างรวดเร็วทันใจ
“ไปจัดการเร่งรัดให้เธอหาเงินชำระหนี้”
มุมปากหยักได้รูปยกยิ้มร้ายขึ้น ก่อนจะออกคำสั่งลูกน้องทั้งสองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
“ครับนาย”
ตงและต้าพี่น้องฝาแฝดตอบรับคำสั่งพร้อมกัน ก่อนจะหายวับออกไปจากห้องพักทันที
ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวออกไปมองสถานการณ์ของผู้คนชั้นล่างที่ถูกผีพนันเข้าสิงจนไม่ลืมหูลืมตา มือแกร่งทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีเข้ม ก่อนจะใช้สายตาคมจ้องมองตามร่างใหญ่ของสองลูกน้องคนสนิทเดินแหวกไปตามทางมุ่งตรงไปยังร่างของสาวใหญ่ แววตาเจ้าเล่ห์ของหนุ่มใหญ่ส่อแววออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพียงครู่หนึ่งเขาจึงหันหลังกลับแล้วเดินมานั่งลงบนโซฟาที่เดิมอย่างรู้สึกอารมณ์ดี
“ขออนุญาตครับนาย”
เวลาผ่านไปราวสิบห้านาที ตงและต้าได้เปิดประตูห้องพักเข้ามา
“เธอว่าไงบ้าง”
อัคคียังคงก้มมองหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือโดยไม่ได้หันไปมองหน้าลูกน้องแต่อย่างใด
“คุณปาริดาบอกว่ายังไม่มีเงินที่มาใช้หนี้ให้กับเราครับ เลยขอผ่อนผันออกไปก่อน”
ต้าแฝดผู้น้องเอ่ยขึ้นบอกเจ้านาย
“และเธอยังบอกอีกว่าจะขอกู้เงินที่บ่อยอีกสองล้านครับ”
ตงพูดเสริมขึ้น ทำให้ร่างใหญ่ชะงักไปก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหมุนร่างกลับมาทางลูกน้องคนสนิททั้งสองคนที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
“หึ
!
ได้คืบจะเอาศอก”
ดวงตาคมหรี่ลงพร้อมกับปากหยักที่ยกขึ้นอย่างนึกสมเพชคนรักเก่า แค่นี้มันยงน้อยไปเสียด้วยซ้ำกับการกระทำของเธอ ซึ่งเขาจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าที่เขาเคยสัมผัสเป็นร้อยเป็นพันเท่า
“เอ่อ...นายครับ คุณปาริดาเธอบอกว่ามีภาระที่ต้องส่งลูกสาวเรียนด้วยครับ”
ตงที่เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงพูดบอกให้เจ้านายได้รับรู้
“ลูกสาวหรือ?”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างนึกสงสัย ซึ่งอัคคีนั้นไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเธอนั้นได้มีลูกกับสามี เนื่องจากสามีของปาริดาได้เสียชีวิตหลังจากแต่งงานได้เพียงห้าเดือนเท่านั้น
“ใช่ครับ เห็นเธอบอกมาแบบนั้น และเธอยังบอกอีกว่าลูกสาวกำลังเรียนอยู่ชั้นมอหก”
ตงพูดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายที่สงสัยใคร่รู้
สิ่งที่ได้ยินมายิ่งทำให้อัคคีนั้นอยากรู้เหลือเกินว่าลูกสาวของปาริดานั้นเป็นใคร จึงรีบสั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปตามสืบประวัติของปาริดากับลูกสาวของเธอมาโดยละเอียด ในใจของอัคคีนั้นร้อนเป็นไฟทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวในครั้งก่อน รอวันที่ความแค้นนี้มันสุกงอม แล้วค่อยเอาคืนให้อย่างสาสมในวันที่เขานั้นมีทุกอย่างเหนือกว่าเธอ...ปาริดา
“กลับมาแล้วค่า
!!
”
เสียงใสของสาวน้อยวัยสิบแปดดังขึ้นหลังจากเปิดประตูเข้ามาภายในตัวบ้านหลังจากที่ลงจากรถแท็กซี่โดยมีแฟนหนุ่มนั่งมาส่งด้วย
“เย็นนี้ทำอะไรกินคะแม่”
แพรไหมเดินเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้าน ก่อนจะสวมกอดมารดาที่กำลังยืนคนแกงในหม้อจากทางด้านหลัง
“วันนี้ใครมาส่ง”
ปาริพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เนื่องจากเธอได้บอกลูกสาวเรื่องการคบแฟนหนุ่มหลายหนแล้ว
“เอ่อ..พี่ดินค่ะแม่ เพิ่งกลับมากรุงเทพวันนี้เอง”
แพรไหมรู้ดีว่ามารดาของเธอนั้นไม่ค่อยจะชอบนฤบดินทร์เท่าไหร่นัก