“อืม” เขายัดตุ๊กตาตัวนั้นให้เลยเมื่อฉันยังไม่รับเสียที ฉันกอดมันไว้ เอาแก้มแนบความนุ่มนิ่มนั้นด้วยความสุขที่ระบายทั่วหัวใจ ฟาร์มหยิบป้ายบอกราคาขึ้นมาดู แล้วก็หยิบตุ๊กตาที่ตัวเล็กกว่านี้มาให้อีกสองตัว จากนั้นก็จูงแขนฉันไปเคาน์เตอร์เลย เลยเพิ่งจะมีสติดูป้ายราคาแล้วคำนวณในหัว สามตัวนี้รวมกันน่าจะแปดร้อย...แพงไป
“ฟาร์ม เอาตัวเดียวพอ”
“ซื้อให้” สิ่งนั้นฉันรู้อยู่แล้ว แต่มันแพงไปจริงๆ ไม่รู้ว่าฟาร์มต้องเก็บค่าขนมกี่วัน หรือต่อให้พ่อเขาส่งเงินให้เยอะแต่ก็รู้สึกไม่อยากให้เขาเสียเงินเยอะขนาดนี้อยู่ดี
“มันแพงไป ตั้งแปดร้อยกว่า”
ฟาร์มไม่ได้เถียงฉันอีก เขาหยิบตุ๊กตาไปกองๆ บนเคาน์เตอร์จ่ายเงินเลย ฉันถอนหายใจ ถึงจะเกรงใจเขาแต่ก็ลึกๆ มันก็ดีใจที่เขาซื้อให้ ทำเป็นไม่อยากคีบตุ๊กตาให้ แต่ซื้อให้สามตัวเลย
“รับถุงไหมคะ”
“ครับ”
“ยี่สิบเก้าบาทนะคะ”
“ครับ” ฟาร์มจัดการจ่ายเงินเรียบร้อยก็ส่งถุงตุ๊กตาให้ฉัน รับมันมาถือไว้ด้วยหัวใจฟูๆ มันคุ้มมากๆ แล้วสำหรับวันนี้ ไม่ว่าจะไปทำอะไรต่อ ดูหนัง กินข้าว ช็อปปิ้ง มันก็สดใสสวยงามไปหมด
“กลับได้แล้วไหม เดี๋ยวมืดก่อน” ฟาร์มถามตอนที่เรานั่งร้านชาบูมาได้เกือบชั่วโมง ตอนนี้ห้าโมงครึ่ง แต่เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วก็อาจจะมืดเร็วจริงๆ
“อืม กลับเลยก็ได้”
“อิ่มยัง”
“ขอหมูอีกถาดได้ไหม”
เขาพยักหน้าแบบรับรู้ แล้วก็เล่นโทรศัพท์ต่อ ฉันเลยสั่งเบคอนอีกหนึ่งคอนโด
“เช็กบิลเลยนะครับ” ฟาร์มเป็นคนบอก แล้วพอพนักงานมาเช็กบิลเขาก็เป็นคนจ่ายเงินก่อน ส่วนฉันยังวุ่นกับการรีบกินให้หมดอยู่ เรียบร้อยแล้วจึงหยิบตังค์ให้เขาแบบสองหาร
“ฉันจ่ายไปแล้ว” พอเขาตอบแบบนั้นก็เอียงหน้ามอง ปกติเราก็หารกันตลอดถ้ามากันสองคน ฟาร์มจะไม่ยอมให้ฉันเลี้ยงถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษจริงๆ
“ไม่เอา หารสิ ซื้อตุ๊กตาให้ก็หมดไปเยอะแล้วนะ”
“ถือว่าเลี้ยงเผื่อแล้วกัน”
มองหน้าฟาร์มแบบสงสัยอีกครั้ง จนเขาเอ่ยเหตุผลที่ทำให้หัวใจกระตุก...ด้วยความยินดีวูบหนึ่ง ที่เหลือมีแต่ความหน่วง
“วันเกิดเธอเปิดเทอม น่าจะไม่ได้เลี้ยง”
มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ เมื่อรู้ว่าฟาร์มให้ความสำคัญกับวันเกิดฉัน...ให้มาเสมอ แต่มันใจหายที่รู้ว่าอาจไม่มีอีกแล้ว
“จะไปให้เลี้ยงที่กรุงเทพฯ” ฉันบ่นอุบ เห็นว่าฟาร์มยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าให้เราลุกจากโต๊ะเสียที
ขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากร้านก็มืดพอดี วันนี้มันมีความสุขมากเลยละ ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นเมื่อต้องคิดว่ามันอาจจะไม่มีอีกแล้ว ความมืด...ทำให้ฉันกล้ากอดเอวเขา ซบหน้ากับแผ่นหลังนั้น ฟาร์มอาจเข้าใจว่าฉันหนาว มันหนาวจริงๆ นั่นแหละ หนาวเหน็บจับหัวใจเลย
ฟาร์มไม่ได้ย้ายไปกรุงเทพฯ ทันทีหลังจากปิดเทอม แม่กรบอกว่าให้รอโรงเรียนใกล้เปิดก่อน เวลาของฉันเลยถูกยืดออกไปอีกเดือนกว่า แต่สุดท้ายมันก็หมดลงอยู่ดี
วันนี้ฟาร์มขึ้นมากางเต็นท์นอนบนดาดฟ้า เพราะฉันขอนอนกับแม่กรในคืนสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางในวันพรุ่งนี้ วันนี้แม่กับแม่กรก็พูดคุยร่ำลากันดึกดื่น ส่วนฉันกับฟาร์มก็ขึ้นมานั่งเล่นบนดาดฟ้าต่อ ฟาร์มยังเกากีตาร์ของเขา แต่ฉันร้องเพลงไม่ออก
“ฟาร์มว่าตรงนั้นใช่ดาดฟ้าบ้านชาไหม” ฉันชี้มือฝ่าความมืด
“ใช่มั้ง”
“ที่เราแอบขึ้นไปเล่นแล้วฟาร์มโดนแม่กรดุ ทั้งๆ ที่ชาเป็นคนชวน” ฉันหมายถึงบ้านหลังเก่า ที่เป็นตึกอาคารพาณิชย์
“ตอนไหนเหรอ”
“ฟาร์มจำไม่ได้จริงอะ” ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่จำความได้นั่นแหละ ผู้ใหญ่ก็ไม่อยากให้เด็กแบบเราขึ้นมาตามลำพัง แถมมาตอนกลางคืน ฉันกับฟาร์มชอบนอนมองดาวบนดาดฟ้าแบบนี้ตั้งนานแล้ว
“ตอนนี้ดาวพลูโตอยู่ตรงไหนนะ” ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่จู่ๆ ก็หลุดวงโคจร...แล้วฉันกับฟาร์มล่ะ จะหลุดจากวงโคจรของกันและกันจริงไหม
ฉันชันเข่าตัวเองขึ้นมา นั่งกอดมันเอาคางเกยด้วยความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอกเรื่อยๆ
“ฟาร์มไม่อยู่ชาก็ไม่มีเพื่อนสิ เหงาแย่”
“เพื่อนเธอเยอะแยะ” ใช่เยอะแยะ แต่ไม่มีใครเหมือนฟาร์ม
ยิ่งคิดก็ยิ่งเหงา...ฉันไม่กล้าถามเลยว่าถ้าเขาย้ายไปกรุงเทพฯ แล้วจะเป็นเพื่อนกับฉันอยู่ไหม เพราะลึกๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าฟาร์มอยากเป็นเพื่อนกับฉันแค่ไหน เขาอาจจะอยู่กับฉันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็จริง อาจจะใจดีกับฉันมาก แต่ฉันก็รู้ว่าจริงๆ แล้วฟาร์มก็มองฉันเป็นลูกเจ้านาย จนฉันกลัวว่าฟาร์มจะไม่ได้มองฉันในฐานะเพื่อนจริงๆ เขาอาจแค่ดีด้วยในฐานะลูกเจ้านายที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ได้
ถ้าเขาไม่รู้สึกว่าเป็นเพื่อน เขาอาจจะไม่อยากอะไรกับฉันแล้วก็ได้ แต่สำหรับฉัน ฟาร์มเป็นเพื่อนคนพิเศษเสมอ พิเศษกว่าทุกคนบนโลกนี้
อยากร้องไห้จัง...แล้วพอคิดแบบนี้น้ำตาก็ไหลอาบแก้มในที่สุด จุกแน่นในอกไปหมด
“ใบชา” ฟาร์มหันมาเรียกฉัน เลยตอบด้วยเสียงสูดน้ำมูกไปทีหนึ่ง เสียงสั่นเครือในลำคอ
“หืม”
“ร้องไห้ทำไม” พอถูกถามก็เงยหน้ามองเขาด้วยความขุ่นเคืองในใจ ก็คนมันไม่อยากให้ไปก็ต้องร้องสิ ฟาร์มน่ะไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ฉันเลยสักนิดเลยเหรอ
“ก็ คิดถึง” พูดได้แค่นั้นก็ต้องกลั้นเสียงสะอื้นตัวเอง ในความมืดที่มีเพียงแสงสลัวๆ ของไฟบนดาดฟ้า ฉันเห็นความรู้สึกมากมายในแววตาคู่นั้น จากที่ปกติมันแทบจะไร้ความรู้สึก
ฟาร์มดูกังวล แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่ฉันไม่คิดไม่ฝันมาก่อน มือเย็นๆ ที่ยื่นมาจับแก้มเหมือนต้องการซับน้ำตาให้ทำทุกอย่างหยุดนิ่ง ฟาร์มไม่เคยเช็ดน้ำตาให้ฉันแบบนี้เลย การปลอบของเขาคือการอยู่ข้างๆ เงียบๆ สัมผัสนี้ทำหัวใจฉันวูบไหวขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะสั่นรัว ไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย
ใบหน้าเราเข้าใกล้กันเรื่อยๆ เหมือนมีแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งตอนที่เขาจูบลงบนปากฉัน วาบหวิว ใจสั่น ก่อนที่ฉันจะตาโตขึ้นด้วยความคาดไม่ถึง ฟาร์มดึงใบหน้าออกแล้วขยับห่างเหมือนตกใจ
“ขอโทษ” เอ่ยขอโทษเสียงแผ่ว ในแววตาเขารู้สึกผิดจนทำใจฉันเสีย น้ำตาคลอพานจะไหลลงมาอีก ยิ่งตอนที่ฟาร์มขยับตัวห่างแล้วหันหน้าไปทางอื่น คิ้วเข้มยังขมวดด้วยความอึดอัดใจ
ทำไมต้องขอโทษ ทำไมต้องรู้สึกผิดขนาดนั้น ในขณะที่ฉัน...