4.2

2069 Words
“ท่านประธานไม่มีหลานสาวค่ะ ปฏิเสธการเข้าพบ” พนักงานประชาสัมพันธ์ที่รับสายฐากูรแจ้งเอื้องฟ้า พนักงานมองเอื้องฟ้าด้วยสายตาขบขันแกมเยาะเย้ย เมื่อได้รับคำปฏิเสธจึงมั่นใจว่าเอื้องฟ้าตั้งใจหาเรื่องโกหกเพื่อเข้าพบวศิน เธอดูเหมือนผู้หญิงที่จ้องจับผู้ชายอย่างนั้นเหรอ เอื้องฟ้าได้แต่สงสัย เธอหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ ตั้งใจอย่างนั้น แต่เดินได้เพียงสามเก้าเท่านั้น เอื้องฟ้าต้องหยุดเดินกะทันหัน เมื่อตรงหน้ามีกำแพงมนุษย์สุดหล่อมาดเข้มขรึมยืนขวางทาง “พี่ขอโทษ ตฤณกับชลออกไปกินข้าวข้างนอกพอดี พี่เลยให้สองคนนั้นไปรับตอนเที่ยงตรง” “หนูมาก่อนเวลาค่ะ ขอโทษนะคะคุณตฤณและคุณชลคงเสียเที่ยวแล้วค่ะ” “หนูไม่ผิดเลยเอื้องฟ้า ความผิดของพี่เองทั้งหมด” “อาหารเย็นและเค้กก็คงเละหมดแล้ว” “ขวัญเสียสินะ” วศินทำให้เอื้องฟ้าตกใจอุทานออกมา “อุ้ย!!” เมื่ออยู่ดีๆ เขาก็โอบกอดเธอ ริมฝีปากประทับจุมพิตลงบนหน้าผาก วศินไม่รู้หรือไงว่าเขากับเธอไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง พนักงานหลายคนกำลังมองอย่างให้ความสนใจ โดยเฉพาะพนักงานประชาสัมพันธ์ นอกจากความสนใจแล้วยังรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมา “คุณพี่ทำตัวประเจิดประเจ้อมากแล้วนะคะ” “ทีอย่างนี้เรียกคุณพี่ ถ้าบอกว่าเป็นเมียคงได้ขึ้นไปส่งอาหารให้พี่ถึงโต๊ะทำงานแล้ว” “ใครจะเชื่อหนูคะ คนได้ยินนอกจากไม่เชื่อแล้วเขาจะหัวเราะ” “ใครกล้าหัวเราะเมียพี่กัน พวกเธอเหรอ?” วศินหันไปถามพนักงานประชาสัมพันธ์ ฝั่งนั้นไม่ตอบแต่พากันยืนเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วก้มหน้า วศินและเอื้องฟ้ายืนห่างกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพียงแค่สามก้าวเท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่พูดคุยกันพนักงานประชาสัมพันธ์ทั้งสามคนได้ยินเต็มสองรู้หู รวมถึงพนักงานคนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นด้วย ไม่มี ‘ลุงหลาน’ แต่มี ‘ผัวเมีย’ ต่างหากล่ะ “รับอาหารไปสิคะ หนูจะกลับแล้ว คุณพี่โทรหาคุณตฤณและคุณชลด้วยนะคะ ฝากบอกด้วยว่าหนูขอโทษที่ออกมาล่วงหน้า” “พี่ผิดเองที่พูดไม่เคลียร์ แต่ขึ้นไปข้างบนกับพี่ดีกว่า ไปดูห้องทำงานของพี่” “หนูทำงานบ้านเสร็จหมดแล้ว หนูอยากนอนกลางวันค่ะ” “ห้องทำงานพี่มีครบทุกอย่าง หนูจะนอนกี่ยกก็ได้” คำพูดฟังแล้วสองแง่สองง่ามชอบกล เอื้องฟ้าไม่สามารถหาข้ออ้างมาปฏิเสธรอบสองได้ ถึงแม้เธอจะทำวศินก็คงมีเหตุผลรองรับข้ออ้างของเธอ เอื้องฟ้าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของวศิน แล้วดูสิ่งที่เขาแสดงออกต่อเธอสิ พนักงานคงหมดความเหลื่อมใสในตัวเจ้านายไปแล้วกระมัง และแล้ววศินก็พาเอื้องฟ้ามาที่ห้องทำงานเขาจนได้ ท่ามกลางความมึนงงของเลขาและผู้ช่วยเลขา วศินใช้โอกาสนั้นพาเอื้องฟ้าเดินมาแนะนำตัวกับเลขาและผู้ช่วยเลขาซะเลย “เอื้องฟ้า อัครบดินทร์ ไม่ใช่หลานและฉันไม่ใช่ลุง เราสองคนเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย จำหน้าและจำชื่อเอาไว้ด้วย นี่คือนายหญิงของนายทั้งสอง” “สวัสดีครับ” สองหนุ่มทักทายยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ ไม่ต้องไหว้ค่ะ ไม่ต้องไหว้” ตกใจที่สองหนุ่มยกมือไหว้เธอ ด้วยความที่ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แถมยังอายุน้อยกว่า เอื้องฟ้าไม่ติดใจเรื่องมารยาท เธอน่ารักจนวศินต้องหอมแก้มโชว์ลูกน้อง “ผมชนาธิปครับ เป็นเลขา” “ผมฐากูรครับ เป็นผู้ช่วยเลขา ขอโทษด้วยนะครับที่ทำเรื่องเสียมารยาทไปทางโทรศัพท์” “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจว่าคุณทำตามหน้าที่ค่ะ” ทีแรกจะใช้คำว่า ‘หนู’ แทนตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าคนข้างกายจะไม่ปลื้ม เพราะมันดูเป็นการให้ความสนิทสนมเกินไป เอื้องฟ้าจึงแทนตัวเองแบบห่างเหิน แต่น้ำเสียงไม่แข็งกระด่างและพูดมีหางเสียงเสมอ “ไปพักเถอะ ฉันจะกินข้าว โทรบอกตฤณหรือชลก็ได้ บอกให้แวะซื้อนมซื้ขนมมาให้เอื้องฟ้าด้วย” “ได้ครับ” วศินพาเอื้องฟ้าเข้ามาในห้องทำงาน หญิงสาวสำรวจเฟอร์นิเจอรในห้องทำงานของวศิน เรียบร้อยและเป็นระเบียบมาก โต๊ะทำงานและเก้าอี้ใหญ่โต้โอ้อ้าสมกับตำแหน่งประธาน “ห้องทำงานพี่เป็นยังไง” “ค่ะ ใหญ่โตดีค่ะ ไมโครเวฟอยู่ข้างนอกเหรอคะ หนูจะเอาอาหารไปใส่จานอุ่นให้” “อยู่ข้างในครับ พี่บอกแล้วไงว่าที่นี่มีทุกอย่าง” วศินเปิดประตูห้องอีกห้อง ด้านในเป็นห้องนอนและห้องน้ำขนาดกว้างขวาง มีประตูห้องแยกอีกห้องเป็นห้องครัว เดิมทีคงมีเอาไว้ประดับห้องให้มันดูครบครันเท่านั้น วศินไม่ได้ตั้งหลักปักฐานกินอยู่ที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นเอื้องฟ้าก็ยังสงสัยว่ามันมีเหตุจำเป็นอะไรที่วศินต้องสร้างห้องนอน เอาไว้ในห้องทำงานด้วย ห้องน้ำกับห้องครัวเธอพอเข้าใจ แต่ห้องนอน..... วศินไม่ใช่คนที่จะหนีงานมานอนพักหรอกนะ เอื้องฟ้าได้แค่คิดและสงสัยเท่านั้น “หนูอุ่นอาหารให้นะคะ” “โอเค กินอะไรมาแล้วหรือยังล่ะ” “กินแล้วค่ะ” “พี่ต้องกินคนเดียวเหรอ” “ค่ะ” “เหงาแย่เลย” “หนูกลับไม่ได้ค่ะ” นั่นแสดงว่าเธอจะนั่งเป็นเพื่อนตอนเขากินข้าว วศินคลี่ยิ้ม ปล่อยให้แม่บ้านประจำตัวเป็นคนจัดการเรื่องอาหาร รู้สึกกระปรี้กระเปร่ากับการทำงาน ทำงานไปด้วย วอแวเอื้องฟ้าไปด้วย นี่มันความสุขชัดๆ ความสุขของผู้ชาย ‘เห่อเมีย’ ยังไงล่ะ +++++++++++++++++ “เป็นเพื่อนเป็นญาติกันยังไงถึงไม่รู้ว่าวศินมีเมีย มัวแต่เอาเวลาไปคลุกอยู่กับร่องอกสาวสินะ ให้ตายเถอะ ถ้ารู้ว่ามีลูกไม่เอาถ่านแบบนี้ ตอนเกิดฉันเอาขี้เถ้ายัดปากฆ่าตายไปแล้ว” คมสันบ่นให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน อยากให้ลูกชายเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้ แต่นี่อะไร อายุปูนนี้ยังทำตัวเจ้าสำราญไม่เลิก คมสันอยากเลี้ยงหลานตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ตอนที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง เจ้าลูกชายตัวดีก็หาได้คิดได้ไม่ น่าหนักใจนัก!! “คุณพ่อก็ต้องด่าตัวเองด้วยครับ เป็นอาหลานกันยังไงถึงไม่รู้ว่าหลานชายตัวเองมีเมีย และไม่ต้องบ่นให้ผมเลย วศินมีเมียมันก็ดีแล้ว” แม้ตกใจกับเรื่องที่ได้ยินอยู่บ้าง แต่นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ตระกูลอัครบดินทร์มีทายาท ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องรีบร้อนไปผลิตทายาท เรียกได้ว่าความหวังเรื่องทายาทของอัครบดินทร์อยู่ที่วศินเต็มๆ “แกไม่คิดจะผลิตทายาทให้ตระกูลเราบ้างหรือไง” “ผลิตทำไมล่ะครับ วศินรับหน้าที่ไปแล้ว ผมก็ลอยตัวชิวๆ และผมไม่อยากทำให้สาวๆ ทั้งประเทศต้องเสียใจ คุณพ่อช่วยเข้าใจผู้ชายอย่างผมด้วยนะครับ” “หลงตัวเองได้ใครวะเนี่ย” “ลูกใครก็เหมือนคนนั้นนั่นแหละครับ” “ที่รักคุณดูมันสิ!! ดูมัน!! ไอ้ลูกคนนี้นี่!!” คมสันชี้นิ้วให้กิ่งแก้วดูลูกชาย ปากคอเราะร้าย กวนประสาทและหลงตัวเองอย่างหนักหน่วง “ลูกฉันคนเดียวที่ไหนกันคะ เราช่วยกันทำอย่างตั้งอกตั้งใจกันแท้ๆ” กิ่งแก้วตอบ สายตามองสองพ่อลูกด้วยความรู้สึกเอือมระอาระคนหนักหน่วงใจ กิ่งแก้วไม่หวังจะได้หลานจากธานินทร์แล้วล่ะ เรียกได้ว่าทำใจเอาไว้แล้วดีกว่า “ผมขอตัวก่อนนะครับ ผมจะแวะไปดูหน้าพี่สะใภ้สักหน่อย” “หัดมีมารยาทบ้างเถอะ ผัวเมียเขาอยู่ด้วยกัน รู้จักโทรนัดก่อนพบซะบ้างนะธานินทร์” “คนกันเองน่าคุณพ่อ ทีคุณพ่อไปบ้านพี่ชายกับบ้านน้องชาย นึกอยากไปตอนไหนก็ได้” คมสันทนไม่ไหว ถอดร้องเท้าสลิปเปอร์แล้วขว้างใส่ลูกชาย มันอ้อนมืออ้อนเท้าดีนัก ชอบทำให้คนแก่ใกล้เข้าโลงต้องอารมณ์เสียได้ตลอด ทางด้านธานินทร์หลบทันเพราะโดนประจำ หัวเราะ “ฮ่าๆ” เสียงดังลั่นบ้าน แล้วจึงเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้าน “ถ้าไม่มีเมียไม่มีลูกอย่ากลับมาเหยียบบ้านอีกนะธานินทร์ ฉันตัดขาดจากแกแล้วไอ้ลูกไร้น้ำยา” “บ้ายบายครับคุณพ่อ เดี๋ยวผมจะรีบมาหานะคร้าบบบบ!!!” ไม่มีความสลด ยังหันหน้ามาโบกมือบ้ายบาย กิ่งแก้วปลอบใจสามีให้ใจเย็น ก่อนจะเดินทางไปบ้านดนัยและคนางค์เพื่อถามไถ่เรื่องภรรยาของวศิน ที่อยู่ๆ ก็มาปรากฏตัวที่บริษัท เมื่อหนึ่งคนรู้ อีกคนก็ต้องรู้ และมันก็พูดต่อกันไปหลายปากจนกระทั่งรู้เรื่องกันหมด ขณะเดียวกันธานินทร์มีจุดมุ่งหมาย ณ คอนโดหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา มาไม่บอกไม่กล่าว หน้าห้องมีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าหน้าห้องอยู่สองคน เอาไว้เรียกใช้งานยามจำเป็น ไม่ได้รบกวนผู้พักอาศัยห้องอื่น เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนของคอนโดแห่งนี้ ชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นของวศิน และยังใจดีซื้อห้องชุดคอนโดในตึกให้บอดี้การ์ดใช้พักอาศัยอีกด้วย สมแล้วที่เป็นเศรษฐี “วศินอยู่ใช่ไหม” “ครับ อยู่กับคุณผู้หญิงครับ” ใส่รหัสประตูแล้วเปิดเข้าไป ธานินทร์ถอดรองเท้าหนังแล้วสวมรองเท้าสลิปเปอร์แล้วเดินตรงมายังห้องโถง เขากำลังจะอ้าปากส่งเสียงทักทายวศิน กลับต้องอ้าปากค้าง เบิกตากว้าง เท้าหยุดชะงัก พระเจ้าช่วย!! อุทานในใจ วศินและภรรยาที่เขาไม่ทราบชื่อแต่คุ้นหน้าเธอดีหันมาหาเขา “อุ้ย!!” หญิงสาวสวยอุทานตกใจ เธอนั่งคร่อมอยู่บนตักของวศิน สองเรียวแขนโอบกอดรอบลำคอแน่น ธานินทร์เห็นอย่างนั้นก็รีบเอามือปิดตา “ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นครับ” “นายนี่มันไร้มารยาทจริงๆ ธานินทร์ จะมาหาก็หัดโทรมาบอกก่อนสิ” “ใครจะรู้ละว่านายจะสวีท” “เอามือออกได้แล้ว เห็นก็คือเห็น อย่ามาตอแหล” “เอาออกได้แน่เหรอ” “เออ!” ธานินทร์เอามือออกจากตา เขาเดินยิ้มอย่างผู้ชายอารมณ์ดี ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด แบบนี้เรียกหน้าด้านหน้ามึนได้หรือเปล่า ธานินทร์นั่งลงแล้วมองเอื้องฟ้าอย่างพิจารณา คุ้นหน้าและความสวยแบบเย็นชาเขาจดจำได้ติดตา “พระเจ้า!! คุณที่ผมสนใจนี่!!” อุทานเสียงดัง “นายกำลังพูดต่อหน้าเมียฉันว่านายสนใจเธอ เกรงใจผัวที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ด้วยธานินทร์ นายอยากตายใช่ไหม?” วศินหายใจหึดหัดไม่พอใจธานินทร์ กล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้ออกมา สงสัยไม่อยากตายดี “มันเป็นไปได้ยังไง” “มันเป็นไปแล้ว เอื้องฟ้าคือเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน สวัสดีธานินทร์สิเอื้องฟ้า ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ด้วยใกล้ๆ ธานินทร์ไม่กล้าทำอะไรหนูหรอก” “สวัสดีค่ะคุณธานินทร์” “สวัสดีครับพี่สะใภ้” ธานินทร์รับไหว้ ก่อนจะหันมาหาวศินแล้วถาม “นายให้พี่สะใภ้เรียกนายว่าพี่?” “หนักหัวนายหรือไง ผัวเมียกันเขาก็ต้องมีคำศัพท์เฉพาะเรียกขานกันเป็นเรื่องธรรมดา” “นายน่าจะเป็นลุงนะ” “ฉันเป็นผัวไม่ใช่ลุง” “ไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกมันจะกลมและนายก็ดันมีเมียแล้ว นายนี่มันร้ายจริงๆ วศิน” “ฉันร้ายและเจ้าเล่ห์น้อยกว่านายเยอะเลย” “หื้ม?” ธานินทร์แปลกใจ โดยปกติแล้ววศินจะต้องตอบว่า ‘ฉันร้ายและเจ้าเล่ห์ได้มากกว่าที่นายคิด’ แต่ครั้งนี้กลับถ่อมตัวเองซะอย่างนั้น แถมวศินยังแสดงความหวานกับเอื้องฟ้าอย่างไม่อาย มีแต่เอื้องฟ้าที่เขินอายจนหน้าแดง แม้เธอจะพยายามวางท่านิ่งเฉย แต่ความแดงบนใบหน้ามันปกปิดไม่มิด คืนนั้นเขาจำได้ วศินดูไม่มีทีท่าสนใจเอื้องฟ้าเลยสักนิด แต่ทำไมถึงสามารถตัดหน้าเขาไปได้ล่ะ ธานินทร์มองวศินอย่างพิจารณา พลางถามตัวเองว่า....‘นี่มันใช่วศินที่เรารู้จักแน่เหรอ?’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD