แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมวศินถึงถ่ายโอนโครงการทุนการศึกษามาให้ดูแล แต่ธานินทร์ก็อ้าแขนโอบรับด้วยความเต็มใจ เขาทำเพื่อบริษัทด้วยและทำเพื่อตัวเองด้วย ภาพพจน์ของนักธุรกิจและนักลุงทุนผู้ร่ำรวยดูดีขึ้นเป็นกอง
“วศินคิดยังไงถึงโยนโครงการทุนการศึกษามาให้นายดูแล”
“เพราะเหมาะกับฉันไง ฉันคือกำลังสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัทของเรานะ”
“คนบาปอย่างนายเนี่ยนะ”
“ตกลงว่านายเรียกฉันมาด่าใช่ไหมพฤกษ์”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
“มีอะไรก็รีบๆ พูดมา ฉันมีนัดดูหนังกับมิเชล”
ธานินทร์เปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อวานควงอีกคน วันนี้ควงอีกคน และพรุ่งนี้....แน่นอนว่ามิเชลในวันนี้เธอจะหายสาบสูญไปจากความทรงจำของธานินทร์ ด่าไปก็เปล่าประโยชน์แล้วยังจะกระทบตัวเองอีก
ความร่ำรวยและอำนาจทำให้ชายคนหนึ่งกลายเป็น ‘คนเลวไร้หัวใจ’ ผู้หญิงหลายคนต่างพูดแบบนั้น หลังจากที่พวกเธอโดนเขี่ยออกจากชีวิตอย่างไม่ใยดี
“สมกับเป็นคนร่านทั้งกายหยาบและใจ”
“ขอบคุณที่ชมครับคุณพฤกษ์ ในเมื่อรู้ว่าผมร่านแล้วก็รีบพูดธุระมาเถอะครับ ปล่อยให้ผู้หญิงรอนานไม่ดีนะครับ”
“หึ” พฤกษ์หัวเราะเย้ยหยันในคอ แล้วพูดเข้าประเด็น “โครงการเทเรซ่าส่วนคอนโดวศินอนุมัติเรื่องซื้อคืนและรื้อถอนเตรียมสร้างใหม่”
“ก็ดีแล้วนี่ ฉันก็เห็นว่ามันสมควรสร้างใหม่ตั้งนานแล้ว ตึกมันดูล้าสมัยไม่เข้ากับตึกอื่นที่เพิ่งสร้าง ระดับวศินจัดการเรื่องขอซื้อคืนได้ไม่ยากหรอก หมอนั่นจัดการเร็วจะตาย”
“3 วันจัดการทุกอย่างเสร็จ นายไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอ”
“ยังไงวศินก็ทำเพื่อบริษัทของเรา”
“แต่หมอนั่นซื้อคอนโดคืนในที่ราคาสูงถึงสองเท่า”
“ฉันรู้ว่าวศินบ้าระห่ำแต่หมอนั่นมองการไกล ถ้าเสียเงินไปแล้วไม่ได้กำไรกลับคืนวศินคงไม่ทำ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องการเรื่องท้าทาย ฉันพอเข้าใจหมอนั่นนะ”
“และวศินดันเป็นประธานที่ตำแหน่งใหญ่ที่สุด”
“แล้วไง”
“นายกับฉันจะต้องเป็นคนดูแลและจัดการเรื่องนี้ต่อจากวศินยังไงล่ะ”
“อ้อ...นายกับฉัน ฮาๆ ฮาๆ” ธานินทร์ระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนบ้าเสียสติ วินาทีต่อมาเสียงหัวเราะหยุดลง บางทีพฤกษ์อาจหมั่นไส้เขาเลยอยากกลั่นแกล้งให้เสียขวัญเล่น ธานินทร์จะให้โอกาสพฤกษ์อีกครั้ง “บอกมาว่านายแค่แกล้งฉันเล่นเพราะนายหมั่นไส้ความหล่อของฉัน”
“ฉันพูดจริงและที่จริงยิ่งกว่านั้นคือ นายคงต้องรับเรื่องนี้ไปดูแลต่อคนเดียว”
“คนเดียว!!”
“ก่อนหน้านี้เราสามคนมีความเห็นตรงกันว่าจะซื้อโรงแรมของเจ้าสัวเฉลิมชัย”
“ก็ไหนรับปากเจ้าสัวเฉลิมชัยไปแล้วว่าจะโอบอุ้มทีมบริหารเดิมเอาไว้ เราก็แค่ปรับเปลี่ยนแผนการบริหารให้ดีกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ นี่อย่าบอกนะว่าทีมบริหารเป็นเหี้ยทั้งหมด”
“อืมเหี้ยทั้งหมด”
“บัดซบ!!”
ธานินทร์สบถดังลั่นด้วยความหัวเสีย เส้นเอ็นขึ้นตามขมับหมดแล้ว ใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ ขณะนั้นพฤกษ์เปิดกล้องหน้าจอโทรศัพท์ แล้วยื่นไปตรงหน้าธานินทร์
“ตีนกานายขึ้นหมดแล้วนะธานินทร์”
“อ๊ากกกกกกก!!!!” เสียงร้องคำรามของธานินทร์
“ฮาๆ ฮาๆ ฮาๆ” เสียงหัวเราะของพฤกษ์ขำและสะใจมาก แค่เสียงหัวเราะก็บอกได้ว่า พฤกษ์เลือกที่จะซ้ำเติมไม่ใช่ปลอบโยน
ธานินทร์ลุกขึ้นเดินไปหากระจกอย่างไว เดี๋ยวนี้มีแอพพลิเคชั่นทำให้หน้าแก่ คนหล่อมักโดนกลั่นแกล้ง เมื่อเดินมาถึงกระจกจึงรู้สึกสบายใจ มองซ้ายมองขวาสำรวจตรวจตราอย่างละเอียด อารมณ์ปรับเปลี่ยนเร็วมาก เขายังหล่อเหมือนเดิม
“วศินนี่มันบ้าจริงๆ”
“ก็ไหนนายบอกว่าเข้าใจหมอนั่นไง อายุมากชอบความท้าทายไม่ใช่เหรอ”
“บัดซบ!!”
“ใช่วศินบัดซบที่สุด”
“นายนั่นแหละพฤกษ์ที่บัดซบ เลิกถากถางและเลิกซ้ำเติมฉันสักที”
ธานินทร์หน้านิ่วคิ้วขมวด พฤกษ์เห็นแล้วเอือมระอา ธานินทร์มักแสดงความหงุดหงิดเสมอเมื่อวศินมอบหมายงานให้ทำ แต่ไม่ว่าจะหงุดหงิดยังไง เอาเข้าจริงธานินทร์ก็ไม่เคยปฏิเสธ และยังตรากตรำทำตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถ
“ถ้างานนี้เสร็จนายก็ได้พัก”
“ปีที่แล้ววศินก็พูดประโยคนี้กับฉันเหมือนกัน”
“นายก็แค่ไปควบคุมดูแลแค่นั้นเอง เสียเวลานิดๆ หน่อยๆ ไม่เห็นต้องทำอะไรมาก”
“ฉันวางแผนว่าฉันจะไปญี่ปุ่นสักเดือนสองเดือนเพื่อผ่อนคลายสมองและร่างกาย”
“ถ้านายอยากกินอาหารญี่ปุ่นหรืออยากได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นมันง่ายนิดเดียว”
“ส่งตรงจากญี่ปุ่น?”
“ระดับนายเช่าเหมาลำมาเสริฟที่ไทยก็ยังได้ ทำตัวให้สมกับเป็นเศรษฐีหน่อยสิวะ”
“นายนี่มันสุดยอดจริงๆ พฤกษ์ งั้นฉันขอตัวก่อน”
“เชิญ”
ธานินทร์ลืมเรื่องขุ่นมัวไปจนหมดสิ้น เรียกได้ว่าตอนกลับนี่เดินตัวปลิวราวกับวัตถุไร้น้ำหนัก พฤกษ์ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย กับเรื่องใต้สะดือธานินทร์กระตือรือร้นมาก ทีเรื่องงานละโอดครวญเหมือนหมาโดนน้ำร้อนสาด มันช่างน่าอเนจอนาถใจนัก
+++++++++++++++++
วศินเมินเฉยต่อข้อความที่ถูกส่งมาจากธานินทร์ ในขณะนั้นความสนใจเขาอยู่ที่หญิงสาวในชุดนักศึกษา เธอไม่ได้แต่งตัวเหมือนนักศึกษาสาวที่เขาเคยเห็น เพราะชุดนักศึกษาที่เธอใส่มันพอดีตัว ความยาวของกระโปรงเลยเข่า แต่เธอก็ยังเป็นคนมีเสน่ห์ที่น่ามองไม่เปลี่ยน
“สวัสดีค่ะ”
“ผมมีนัดกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ คุณทำผัดกระเพราอร่อย ผมจะเอาไปฝากท่านทั้งสอง ทำอาหารเสร็จแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวสวยๆ ด้วยล่ะ เราต้องไปด้วยกัน”
“ฉันต้องไปด้วยเหรอคะ”
“ใช่ ผมต้องพาแม่บ้านไปแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้จัก ท่านจะได้วางใจ”
“ค่ะ”
เอื้องฟ้ามีคำถามมากมาย แต่เธอคิดว่าเออออตามวศินน่าจะดีกว่า บางทีการตั้งคำถามของเธออาจทำให้เขามองเธอผิดไปก็ได้ เอื้องฟ้าไม่อยากกลายเป็นคนหลงตัวเอง
ความต้องการของวศินหากคิดในแง่ดี บางทีคนรวยมากก็มีความต้องการที่แปลกประหลาด สิ่งสำคัญคือ ขอแค่เขาหวังดีไม่หวังร้ายก็เพียงพอแล้วล่ะ
เอื้องฟ้าลงมือทำเมนูผัดกระเพราะอย่างตั้งอกตั้งใจ ทำไข่ดาวน้ำ เสร็จแล้วจึงนำไปบรรจุใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัว วศินบอกให้ใส่เดรสได้หากเธอมี เอื้องฟ้าเลือกเดรสสีฟ้าดีไซน์น่ารักทันสมัยแขนตุ๊กตาและมีความยาวถึงเข่า
เธอปล่อยผมดัดลอนใหญ่ถึงสะโพก แต่งหน้าบางเบาเหมือนไม่ได้แต่ง สวมใส่รองเท้าหุ้มส้นสีครีม ลุคอ่อนหวานสดใส วศินพึงพอใจแต่ไม่ได้กล่าวชมออกปาก
“ไปกันเถอะ”
“ค่ะ”
วศินขับรถด้วยตัวเอง แต่มีบอดี้การ์ดขับรถตามหลังอยู่ห่างๆ เดินทางไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านเศรษฐี มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ต้องเป็นเศรษฐีเท่านั้น แค่รวยอย่างเดียวคงไม่พอ
“คุณท่านรอในห้องนั่งเล่นค่ะ”
“ไม่ต้องกลัว ที่นี่ปลอดภัยไม่อันตราย” วศินหันมาบอกแล้วเดินนำเข้าบ้าน
เอื้องฟ้าเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินจ้ำอ้าวตามหลังวศินไป เขาถึงห้องนั่งเล่นก่อนแต่ยืนรอเธอเพื่อที่จะได้เข้าไปพร้อมกัน เอื้องฟ้าคิดว่าเธอแค่มาแนะนำตัว จากนั้นก็ออกไปรอวศินที่รถ รอให้เขาใช้เวลากับครอบครัวเสร็จแล้วกลับคอนโดพร้อมกัน
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
“สวัสดีค่ะ”
เอื้องฟ้ายกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้สึกเกร็งเมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองที่จ้องมองมาที่เธอ เอื้องฟ้าก้มหน้าลงเล็กน้อย
แม้เอื้องฟ้าจะปกปิดความรู้สึก แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน คนางค์มองทะลุปรุโปร่ง ความนิ่งสงบของเอื้องฟ้าเหมือนน้ำนิ่งที่ไหลลึก ภายในคงมีเรื่องราวว้าวุ่นรบกวนจิตใจอยู่ไม่น้อย
“นั่งก่อนสิแล้วแนะนำตัวให้แม่ได้รู้จัก”
แทนตัวเองว่า ‘แม่’ เต็มปากเต็มคำ มองดูก็รู้ว่าแม่บ้านตรงหน้าไม่ได้หมายถึงลูกจ้าง แต่เป็นแม่บ้านในความหมายอื่น ดนัยหันมองภรรยาแล้วส่ายหน้าเอือมระอาให้กับความรีบร้อนของคนางค์
วศินวางมือบนแผ่นหลังของเอื้องฟ้าแล้วดันเบาๆ เขาพาเธอไปนั่งโดยที่เขาไม่ได้ไปนั่งที่ไหนไกล ข้างเธอนี่เอง อย่างไรพื้นที่โซฟามันก็กว้างขวาง นั่งข้างกันจะเป็นไรไป
“แนะนำตัวกับคุณพ่อคุณแม่สิเอื้องฟ้า”
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อเอื้องฟ้าค่ะ เป็นแม่บ้านของคุณวศินค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักเอื้องฟ้า ชื่อของหนูเพราะมาก”
“ขอบคุณค่ะ”
“สวยด้วยมาดนิ่งเหมือนฉันตอนสาวๆ เลยนะคะคุณดนัย”
คนางค์หันไปพูดยิ้มๆ กับสามี สมัยเป็นสาวคนางค์ก็เป็นสาวสวยมาดนิ่งสุดเย่อหยิ่ง ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลผู้ร่ำรวย การเลี้ยงดูอบรมทำให้คนางค์เป็นอย่างนั้น เรียกได้ว่าสมัยเป็นสาว คนางค์ทำให้คนรู้สึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย
แต่ความสวยมาดนิ่งของเอื้องฟ้าแตกต่างจากคนางค์ตรงที่ เห็นแล้วต้องเอ็นดู หากสนใจและตั้งใจมองให้ดี จะรู้ว่าเอื้องฟ้าเป็นเด็กที่ข้างในเต็มไปด้วยบาดแผลและความเจ็บปวด
“แต่คุณไม่ได้น่าเอ็นดูเหมือนเอื้องฟ้านะคุณคนางค์”
“คุณพูดเหมือนไม่อยากนอนร่วมห้องกับฉันแล้วอย่างนั้นแหละที่รัก”
“แต่ผมก็หักห้ามใจไม่ให้เอ็นดูคุณไม่ได้เลยจริงๆ ครับ”
“ทำเป็นมาพูดดี”
คู่รักรุ่นใหญ่ทะเลาะกันได้น่ารักมาก เอื้องฟ้ายิ้มน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว และเธอไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มของเธอที่มาจากการเผลอตัว มันทำให้คนที่เฝ้ามองใจสั่นหวั่นไหวมากขนาดไหน รอยยิ้มของเอื้องฟ้าเหมือนของล้ำค่าที่หายาก
“เอื้องฟ้าทำผัดกระเพราไข่ดาวน้ำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ”
“น่ารักน่าเอ็นดู ทำอาหารเป็นด้วย แบบนี้แม่ค่อยวางใจหน่อย และแม่ต้องรบกวนเอื้องฟ้าดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกชายแม่ด้วยนะ วศินค่อนข้างรักงานมากกว่ารักสุขภาพ”
“หนูจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ”
“ถ้าหากลูกชายของแม่เถลไถลก็โทรมารายงายแม่ได้ เดี๋ยวแม่จะให้เบอร์หนูเอาไว้”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปกินข้าวกันดีกว่า กินไปคุยไป”
ดนัยและคนางค์ประคองกันและกันเดินนำไปยังห้องอาหาร เอื้องฟ้ายังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เธอคงไม่คิดว่าแม่บ้านจะได้นั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านาย
“คุณพ่อคุณแม่รอเราอยู่นะ”
“ฉันต้องไปด้วยเหรอคะ ฉันรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมนะคะ”
“คุณให้เกียรติผมและผมก็ให้เกียรติคุณ คุณรู้เอาไว้แค่นี้พอ โอเคไหม”
“ฉันรู้สึกไม่สบายใจค่ะ”
“หรือต้องให้คุณพ่อคุณแม่มาชวนคุณไปกินข้าวด้วยกันอีกครั้งคุณถึงจะรู้สึกสบายใจ”
เอื้องฟ้าลุกขึ้นยืนทันที วศินเดินนำและเอื้องฟ้าเดินตาม เธอไม่ใช่คนดื้อถ้าหากคุยกันเข้าใจ ในเมื่อเขาต้องการแบบนั้นก็ย่อมได้ ทั้งที่รู้สึกวิตกกังวลแทบแย่ แต่ต้องข่มกลั้นแล้วทำตัวให้นิ่งเข้าไว้
“เอื้องฟ้ามานั่งข้างแม่ดีกว่า แม่มีเมนูจะแนะนำหนูหลายอย่างเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ยิ่งทุกคนให้เกียรติเธอยิ่งทำให้เธอรู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น เศรษฐีครอบครัวนี้ดูแตกต่างจากเศรษฐีครอบครัวอื่น เอื้องฟ้ารู้สึกว่าเธอกำลังได้รับความสนใจ ความสำคัญ และการเอาใจใส่ เจ้านายอย่างแพนและเจ้านายคนอื่นก็ยังไม่เคยทำถึงขนาดนี้ แต่สำหรับวศินและครอบครัวของเขากลับแตกต่างออกไป
คนางค์เป็นศิษย์เก่าTSN แถมยังเรียนคณะบัญชีอีกด้วย สองสาวต่างวัยพูดคุยกันถูกคอ แต่คุยไปคุยมาวศินรู้สึกเหมือนงานเข้าตัว เมื่อคนางค์พูดถึงเรื่องโครงการทุนการศึกษาที่วศินก่อตั้งขึ้น แต่วศินไม่ได้พูดแก้ตัว เขาปล่อยให้สองสาวต่างวัยพูดคุยกันไป
จนกระทั่งกลับถึงคอนโด.....
“ตอนนี้ผมไม่ได้ดูแลเรื่องโครงการทุนการศึกษาแล้ว”
“ค่ะ”
“วันนั้นที่ไนต์คลับโซนร้านอาหาร หากคุณจำผมได้ คุณก็คงจำผู้ชายสองคนที่นั่งกับผมได้เหมือนกัน”
“ฉันจำได้ค่ะ”
“คนที่ยื่นนามบัตรให้คุณเป็นคนจัดการเรื่องทุนการศึกษาต่อจากผม ถ้าหากผมดูแลเองคุณจะต้องได้รับทุนการศึกษาแน่นอน ผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ธานินทร์คงเห็นว่าคุณใช้นามสกุลของคนมีฐานะเลยไม่ได้ให้ทุนการศึกษากับคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อย่างน้อยฉันก็ได้งานทำและคุณก็ให้ที่อยู่กับฉัน ฉันไม่ติดใจอะไรค่ะ”
“คุณพ่อคุณแม่ผมเป็นยังไงบ้าง”
“ท่านทั้งสองเป็นคนจิตใจดีค่ะ”
“ผมคิดว่าท่านก็คงรู้สึกกับคุณแบบที่คุณรู้สึกกับท่าน”
“ขอบคุณที่ใจดีกับฉันนะคะ”
ดีใจและซาบซึ้งใจ เอื้องฟ้ารู้สึกว่าดอกไม้ที่เหี่ยวเฉากำลังได้รับน้ำ สิ่งที่หายากในชีวิตของเอื้องฟ้าไม่ใช่เงิน แต่เป็นความรักและความเมตตาจากคน วันนี้เธอรู้สึกว่าเธอได้รับสิ่งนั้น
เอื้องฟ้าคลี่ยิ้ม วันนี้เธอยิ้มมากกว่าสามครั้ง และรอยยิ้มนี้ก็เป็นรอยยิ้มแรกที่วศินได้รับจากเอื้องฟ้า และถึงแม้วศินจะพึงพอใจ แต่มันยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุนของเขา
เสียเป็นล้านต้องได้มากกว่ารอยยิ้มสิ