เวลาเดินเร็ว ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว เอื้องฟ้ารู้สึกว่านับตั้งแต่เป็นแม่บ้านให้วศิน ความซวยคงที่และคงทนมันได้อันตรธานหายไป ดอกไม้เหี่ยวเฉาตอนนี้กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง มีน้ำรดไม่ขาดหาย แม้ฟื้นตัวไม่เต็มร้อยแต่เปอร์เซ็นต์เติบโตและพลังชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม
เอื้องฟ้าไม่คิดเลยว่าความฝันมันสามารถกลายเป็นความจริงได้
ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เอื้องฟ้ามีความสุขมาก
“ดีที่เธอเลือกอยู่กลุ่มเดียวกับเรา”
“ขอบใจที่เลือกเรานะ”
“แน่นอน พวกเราชอบทำงานกับคนที่ขยันและไม่เอาเปรียบ”
“เธอแบ่งหน้าที่แล้วหรือยังล่ะ”
“เราแบ่งแล้ว แบงค์กับน้ำหวานหาข้อมูล เอื้องฟ้าสรุปและพิมพ์ ส่วนเราจะเข้าเล่มแล้วพรีเซนต์เอง ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็ปรึกษากันในไลน์กลุ่ม เดี๋ยวเราจะสร้างไลน์กลุ่มแล้วดึงเข้า”
“โอเค”
“งั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านได้”
เอื้องฟ้าไม่มีเพื่อนสนิท แต่เธอไม่ได้ทำรายงานคนเดียวตลอด บางครั้งอาจารย์ก็สั่งรายงานกลุ่มจึงจำเป็นต้องหากลุ่มทำรายงาน มีหลายคนอยากได้ตัวเอื้องฟ้าไปอยู่กลุ่มด้วย แม้พูดไม่เก่งแต่เป็นคนเรียนเก่ง และเอื้องฟ้ารู้ว่าการทำงานร่วมกับใครเธอจะไม่เสียเปรียบ กลุ่มเด็กเรียนในคลาสเดียวกันมักดึงตัวเอื้องฟ้าเข้ากลุ่มก่อนใครเสมอ เอื้องฟ้ามีความยินดีอย่างมาก แม้เป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่เธอจะไม่ถูกเอาเปรียบ ดังนั้นเอื้องฟ้าจึงตอบตกลง
เมื่อแบ่งหน้าที่กันเสร็จแล้ว เอื้องฟ้าเก็บสัมภาระใส่กระเป๋าผ้า ไม่รีรอรีบกลับทันที
วันนี้เป็นวันเกิดของเอื้องฟ้า หลังเลิกเรียนจึงหาของขวัญให้ตัวเอง ไม่ใช่ของขวัญมีค่าอะไร ก็แค่ไอศกรีมเซ็ตใหญ่เท่านั้นเอง แต่สำหรับเอื้องฟ้ามันพิเศษมาก โดยเฉพาะปีนี้เธอมีเวลาว่างไม่ต้องพะวักพะวงกับงานที่ต้องเร่งรีบไปทำ เอื้องฟ้านั่งแท็กซี่มาที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ร้านไอศกรีมชื่อดังที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้อยู่ในช่วงลดราคาพอดี บังเอิญวันนี้เป็นวันสุดท้าย เอื้องฟ้าจึงไม่พลาดโอกาสที่จะมากินไอศกรีมที่นี่
“อีก 30 นาทีโต๊ะว่างค่ะ อภัยในความไม่สะดวกนะคะ คุณลูกค้าสามารถจองโต๊ะเอาไว้ก่อนได้ค่ะ”
“จอง 1 โต๊ะค่ะ”
“กรอกชื่อและเบอร์โทรได้เลยค่ะ หากโต๊ะว่างจะโทรแจ้งทันทีค่ะ”
เอื้องฟ้ากรอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ให้พนักงาน จากนั้นเธอก็ไปเดินเล่นฆ่าเวลา ไม่บ่อยนักที่จะได้มีเวลามาเดินห้าง สิ่งของล่อตาล่อใจเยอะ เอื้องฟ้าสนใจแต่ไม่ได้ซื้อเพราะสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวย
ขณะที่เดินดูของราคาแพงฆ่าเวลา เอื้องฟ้าพบวศินด้วยความบังเอิญ เธอยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับวศิน ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าร้านนาฬิกาแบรนด์หรูระดับโลก วศินไม่ได้เห็นเอื้องฟ้า แม้จะรู้จักกันแต่เอื้องฟ้าไม่คิดเข้าไปทักทาย โดยเฉพาะตอนนี้วศินไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง ยิ่งไม่สมควรเข้าไปทักทายเขา
ดวงตาหงส์ทอดมองชายรูปงามองค์อาจแต่งตัวดี กำลังยืนคุยกับสาวสวยคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยแฟชั่นแบรนด์เนมจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ไม่รู้ว่าหนุ่มสาวพูดคุยอะไรกัน แต่คงคุยถูกคอกันไม่น้อย สังเกตได้จากรอยยิ้มเวลาที่หนุ่มสาวพูดคุยกัน
เอื้องฟ้าไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมภาพที่เห็นทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนและบริเวณอกรู้สึกโหวงเหวงอย่างแปลกประหลาด สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดเลื่อนที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อเลี่ยงการพบเจอ
เธอคิดว่าหนีวศินพ้น แต่ไม่เลย เอื้องฟ้าอยู่ในความสนใจวศินเสมอ
“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ”
“ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ”
“ครับ”
ทีแรกวศินจะเดินเข้าร้านนาฬิกา แต่ตอนนี้จุดมุ่งหมายเปลี่ยนไป เขากล่าวลาแล้วเดินมายังบันไดเลื่อนเพื่อตามเอื้องฟ้าไป ในเมื่อพบกันแล้ว เรื่องอะไรจะเมินเฉยล่ะ
เอื้องฟ้ายืนมองเด็กๆ กำลังเล่นอยู่ภายในสวนสนุกที่ร่ม เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงห้ามปรามด้วยความรักความห่วงใยของเหล่าพ่อแม่ เมื่อเด็กๆ พากันเล่นสนุกสุดเหวี่ยงอย่างไม่กลัวเจ็บ วศินเดินเข้ามาเงียบๆ เอื้องฟ้าดูมีอาการเหม่อ ตกอยู่ในภวังค์ความคิด จนกระทั่งเธอรู้ว่ากำลังถูกจ้องมอง จึงหลุดออกจากภวังค์แล้วหันมาทางด้านข้าง
“คุณวศิน”
“ผมเห็นคุณแวบๆ แต่ไม่แน่ใจเลยเดินมาดู”
“สวัสดีค่ะ พอดีฉันรอคิวกินไอศกรีมอยู่ค่ะเลยเดินเล่นรอเวลา” เอื้องฟ้าไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เธอเห็นวศิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องพูดถึง
“ผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณชอบกินไอศกรีม”
“ของขวัญพิเศษสำหรับตัวเองค่ะ”
“ของขวัญพิเศษ แสดงว่าวันนี้เป็นวันพิเศษของคุณ”
“ค่ะ”
พูดน้อยและไม่ชอบอธิบายให้ยืดยาว เอื้องฟ้ามักคิดว่าเรื่องของเธอไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะตลอดชีวิตครอบครัวของเธอปฏิบัติกับเธอแบบนั้น เอื้องฟ้าถึงได้รู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญและไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ
วศินรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเอื้องฟ้า เขารู้ด้วยว่าเธอจะต้องมากินไอศกรีมที่นี่ นับตั้งแต่วันที่เธอดึงความสนใจเขาหยุดที่เธอ ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่วศินจะเมินเฉยต่อเรื่องของเอื้องฟ้า เธอยังเป็นที่สนใจของเขาตั้งแต่วันแรกที่เจอจนกระทั่งถึงวันนี้และอนาคตข้างหน้า
“ผมว่างพอดี”
“คะ?” ทั้งรู้สึกแปลกใจและไม่เข้าใจ ว่างแล้วยังไงต่อล่ะ วศินพูดแบบนี้เขาหมายความว่ายังไง
“ผมจะเป็นเจ้ามือวันพิเศษของคุณ”
“ฉันเตรียมเงินสำหรับค่าไอศกรีมมาแล้วค่ะ”
“คุณกำลังปฏิเสธความต้องการของผมที่มีต่อคุณอย่างแรงกล้า”
ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก...วินาทีนั้นคล้ายโลกหยุดหมุน พร้อมหัวใจที่เต้นแรง เธอรู้สึกว่าเสียงหัวใจมันดังกึกก้องในหัว เอื้องฟ้ามองสบตาวศิน นับวันเขายิ่งทำตัวแปลกประหลาด คำพูดของเขาทำให้รู้สึกสองแง่สองง่าม
เขาต้องการเป็นเจ้ามือเลี้ยงไอศกรีมหรือต้องการอะไรจากเธอกันแน่?
+++++++++++++++
“นั่นมันน้องสาวเธอนี่อมีนา”
ณิชาไม้ชี้มือให้เพื่อนสาวคนสนิทมอง เอื้องฟ้าเดินเคียงข้างอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ณิชารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา แต่นึกชื่อไม่ออก อมีนามองตามทิศทางนิ้วมือของณิชาก็เห็นเอื้องฟ้าจริงๆ ซึ่งอมีนารีบปฏิเสธอย่างไวว่าเธอไม่มีน้องสาว
“คุณพ่อของฉันมีแค่พี่พิรัชต์และฉันอมีนาเท่านั้น เอื้องฟ้าก็แค่เด็กเหลือขอคนหนึ่งเท่านั้น”
“แต่ยัยนั่นใช้นามสกุลเดียวกับเธอ”
“เพราะความเมตตาจากคุณแม่และคุณพ่อของฉัน แต่มันไม่ใช่ครอบครัว”
“โอเคๆ ไม่ใช่ครอบครัว ว่าแต่ทำไมมันถึงมาเสนอหน้าที่นี่ได้แถมยังมากับคนที่ดูจะมีเงินมาก”
“คงชอบทำอาชีพขายตัวเหมือนแม่มันนั่นแหละ เลือดแม่มันแรง”
แม่ของเอื้องฟ้าเป็นอดีตเลขาของไพโรจน์ ตอนนี้ไม่รู้หายสาบสูญไปไหนแล้ว ไม่มีใครรู้และแม่ของเอื้องฟ้าก็ไม่เคยเปิดเผยตัว แต่อุษามณีกลับถ่ายทอดเรื่องราวผิดๆ ไปให้ลูกสาวและลูกชาย และไม่ว่าจะพูดความจริงอย่างไร ความเกลียดชังก็ไม่เคยเลือนหาย ยังมองเอื้องฟ้าและแม่ของเอื้องฟ้าต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนเดิม
“งั้นแสดงว่ามันก็กำลังขายตัวอยู่น่ะสิ”
“คงอย่างนั้น ดิ้นรนเพราะครอบครัวฉันเฉดหัวมันออกจากชีวิตไปแล้ว คอนโดที่มันใช้ซุกหัวนอนคุณพ่อก็ขายทิ้ง สมน้ำหน้ามัน ขูดรีดครอบครัวฉันมากกรรมตามสนอง เสียดายที่แม่มันทิ้งมันไป แต่แม่มันก็คงมีชีวิตไม่ต่างจากลูกของมันหรอก น่าสมเพชพวกชั้นต่ำ”
ณิชามองเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าแหยๆ รู้สึกว่าลูกคุณหนูอย่างอมีนาดูไม่เหมือนลูกคุณหนูเอาซะเลย กิริยามารยาท คำพูดคำจา ณิชาคบกับอมีนาได้เพราะครอบครัวสนิทกัน บางครั้งณิชาก็เคยคิดเล่นๆ ว่า หากครอบครัวเธอไม่ร่ำรวย นอกจากอมีนาจะไม่คบด้วยแล้ว คงมองเธอต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนที่มองเอื้องฟ้า
“เราไปช๊อปปิ้งกันต่อดีกว่า วันนี้ต้องช๊อปปิ้งให้ได้มากที่สุด เพื่อระบายความหงุดหงิดที่เจอยัยเอื้องฟ้า”
“จัดไปเพื่อนรัก ฉันจะช่วยเธอระบายความหงุดหงิดเอง”
อมีนาเป็นคนใจใหญ่ ณิชาเป็นคนฉลาด หลายครั้งที่มาช๊อปปิ้งกับอมีนาแล้วไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท แต่อาจจะต้องเปลืองน้ำลายพูดเอาใจและพูดประจบอมีนามากกว่าปกติสักหน่อย
ณิชาและอมีนาไปช๊อปปิ้ง มีความสุขโดยการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย แตกต่างจากเอื้องฟ้า ที่มีความสุขอย่างประหยัดกับไอศกรีมเซ็ตใหญ่เพียงหนึ่งเซ็ตเท่านั้น
“ขอบคุณนะคะ”
“อร่อยเหรอ”
“ค่ะ ปีหน้าฉันจะต้องกลับมากินอีกแน่นอน”
“ต้องรอนานขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แพงค่ะ”
เอื้องฟ้าหันหน้าไปมองวิวข้างทางขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไปตามถนน เกิดความเงียบขึ้นในรถ วันนี้วศินไม่ได้ขับรถเอง เขามีคนขับรถให้ เธอได้นั่งข้างเขาที่เบาะหลัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เอื้องฟ้าต้องระมัดระวังความใกล้ชิด
เหตุการณ์หน้าร้านนาฬิกาวันนี้ ทำให้เอื้องฟ้านึกขึ้นได้ว่า วศินเป็นผู้ชายหล่อเหลา เธอไม่รู้เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับเขา แต่คิดว่าระดับวศินคงไม่ใช่ชายโสด บางทีเขาอาจมีคนคบหาดูใจอยู่ ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาอาจสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้หญิงของเขาได้
“เอื้องฟ้า”
“.....” เธอไม่ได้ยินเสียงเขา
“เอื้องฟ้า”
“คะ?” ครั้งนี้ได้ยินและได้สติ ออกจากภวังค์ความคิดแล้วหันมาสนใจคนที่นั่งข้างๆ “คุณวศินมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เราก็รู้จักกันมา 1 เดือนแล้ว ผมอายุมากกว่าคุณ”
“ฉันทำเรื่องไม่เหมาะสมเหรอคะ”
“ไม่เชิงแต่คิดว่าใช่”
“ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณต้องการให้ฉันปฏิบัติยังไงคะ”
“แทนตัวเองว่า ‘หนู’ เหมือนที่คุณแทนตัวเองกับคุณพ่อคุณแม่ของผม”
ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา วศินมักจะพาเอื้องฟ้าไปทานอาหารร่วมกับพ่อแม่เขาทุกอาทิตย์ และแม่ของเขาก็ยังติดต่อหาเอื้องฟ้าเสมอ เอื้องฟ้าเป็นกันเองและผ่อนคลายกับพ่อแม่เขามากกว่าเขาซะอีก
“ผมขอมากไปหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะหนูทำได้ค่ะ”
เอื้องฟ้าเป็นคนนิ่งเงียบก็จริง แต่วศินก็แยกแยะออกว่าความนิ่งเงียบของเอื้องฟ้ามันแตกต่างกันยังไง ตอนนี้เขารู้ว่าความนิ่งเงียบของเธอมันผิดปกติ ระหว่างเขากับเธอเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ มันไม่เหมือนทุกวัน
เมื่อกลับถึงคอนโด เอื้องฟ้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ขณะที่วศินพาตัวเองเก็บตัวในห้องทำงาน แล้วโทรถามกับบอดี้การ์ดที่เฝ้าติดตามเอื้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา
“เอื้องฟ้าเป็นอะไร เธอพบเจอเรื่องที่ทำให้เสียขวัญตอนไหนทำไมวันนี้ถึงแปลกไป”
“ทุกอย่างปกติครับ”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงเหรอ”
“ไม่ครับ แต่ผมมีเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ”
“อะไร?”
“นายท่านยืนอยู่ที่หน้าร้านนาฬิกาและกำลังคุณอยู่กับสาวสวยคนหนึ่ง ผมเห็นว่าคุณเอื้องฟ้ายืนจ้องนานมากครับ แต่มันอาจจะไม่เกี่ยวกันก็ได้นะครับ”
“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว”
วศินพูดด้วยน้ำเสียงดุดันแล้วกดวางสาย หายใจฟึดฟัดอารมณ์เสียให้ลูกน้อง ทำไมมันจะไม่เกี่ยวกันล่ะ มันต้องเกี่ยวและเกี่ยวกันมากๆ เอื้องฟ้าเจียมเนื้อเจียมตัวและไม่หลงตัวเอง เป็นผู้หญิงคนอื่น สิ่งที่เขาทำและแสดงออกไปคงคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
แต่เพราะเธอคือเอื้องฟ้า ความแตกต่างของเธอคือสิ่งที่เขาชอบ...ชอบมาก....ชอบมากจริงๆ