การเปิดตัวนายหญิงแห่งพิทเลน

3333 Words
เวลา 07:00 น. | ออฟฟิศควบคุม C.K. Racing แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านมู่ลี่หน้าต่างกระจกเข้ามาทาบทับร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวภายใต้อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ น่านค่อยๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาทำงาน ความรู้สึกปวดร้าวและเมื่อยขบก็แล่นปราดไปทั่วทั้งสะโพกและช่วงเอวราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร... ซึ่งในความเป็นจริง สมรภูมิเมื่อคืนมันหนักหน่วงและสูบพลังงานยิ่งกว่าการวิ่งมาราธอนเสียอีก “อือ...” น่านครางเบาๆ ในลำคอ พยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าเอวบางของเธอถูกท่อนแขนแกร่งหนักอึ้งพาดทับและกอดรัดเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไอความร้อนของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เดือนวิศวะสุดโหด’ น่านเบิกตากว้าง ก้มลงมองสภาพตัวเองใต้เสื้อแจ็คเก็ตทีมที่ถูกใช้ต่างผ้าห่ม ร่างกายของเธอไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว ร่องรอยสีแดงกุหลาบฝากฝังอยู่ตามเนินอกและลาดไหล่เป็นจ้ำๆ ยืนยันว่าเรื่องราวเร่าร้อนบนโต๊ะทำงานกระจกเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่ความฝัน! “ตื่นแล้วก็อยู่นิ่งๆ ดิ้นทำไมแต่เช้า ยัยเปี๊ยก” เสียงทุ้มแหบพร่าดังก้องอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่ซอกคอจนน่านขนลุกซู่ แคนขยับตัวเล็กน้อย กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอเบียดชิดกับหน้าท้องแบนราบของเขา และนั่นทำให้น่านสัมผัสได้ถึง ‘ความตื่นตัวยามเช้า’ ที่กำลังดุนดันอยู่ตรงบั้นท้ายของเธออย่างชัดเจน! “พ... พี่แคน! ปล่อยเลยนะ อึดอัด!” น่านหน้าแดงแปร๊ด พยายามแกะท่อนแขนคีมเหล็กนั้นออก แต่แคนกลับพลิกตัวกดร่างเล็กให้นอนหงาย แล้วขึ้นคร่อมทาบทับเอาไว้อย่างรวดเร็ว “อึดอัดอะไร เมื่อคืนกูยังเห็นมึงกอดกูแน่น ร้องเรียกชื่อกูซะเสียงหวานเลยนี่” แคนกระตุกยิ้มร้ายกาจ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนจมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียอยู่กับปลายจมูกรั้น ดวงตาคมกริบของเขายามเช้ามันช่างดูขี้เกียจ ดุดัน และเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “ไอ้คนบ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส! ใครร้องเรียกพี่ ไม่มีเว้ย!” น่านแหวเสียงหลง ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่สายตากลับเผลอไปมองรอยเล็บจางๆ บนแผ่นหลังและไหล่ของเขา ซึ่งเป็นผลงานการขีดข่วนของเธอเองเมื่อคืนตอนที่ความเสียวซ่านถึงขีดสุด... ยิ่งมองก็ยิ่งเขินจนอยากจะมุดโซฟาหนี “ปากแข็ง... สงสัยต้องทวนความจำกันอีกรอบมั้ง ถึงจะยอมรับว่าเป็น ‘เมีย’ กูแล้ว” คำว่า ‘เมีย’ ที่หลุดออกมาจากปากนายสนามหน้าตาย ทำเอาก้อนเนื้อในอกซ้ายของน่านเต้นกระหน่ำรัว แคนไม่รอให้เธอได้เถียง เขาก้มลงฉกฉวยริมฝีปากบางที่กำลังบวมเจ่อจากการถูกบดขยี้เมื่อคืน มอบจูบยามเช้าที่แสนจะลึกซึ้งและดูดดื่ม ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปทักทายกวาดต้อนความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ น่านพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่เพียงแค่เขาขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ ร่างกายของเธอก็อ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สองมือเล็กค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปคล้องลำคอแกร่งของเขา ตอบรับจูบนั้นอย่างเผลอไผล “อื้อ... แคน... พอแล้ว... วันนี้พี่มีแข่งนะ” น่านหอบหายใจสะท้านเมื่อเขาผละริมฝีปากออก เลื่อนลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น “ก็เพราะมีแข่งไง... กูถึงต้องเติมพลังก่อน” แคนพึมพำเสียงแหบพร่า ขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ “ไปอาบน้ำกัน... ตัวมึงเหนียวไปหมดแล้ว” ไม่พูดเปล่า แคนตวัดวงแขนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของน่านลอยหวือขึ้นจากโซฟาในท่าเจ้าสาว น่านร้องว้าย รีบซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างด้วยความเขินอาย แคนก้าวยาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวของออฟฟิศที่อยู่ด้านในสุด ปิดประตูล็อกแน่นหนา ภายในห้องน้ำกว้างขวางปูด้วยกระเบื้องสีเทาเข้มสไตล์ลอฟต์ แคนวางร่างเล็กลงบนพื้นกระเบื้องอย่างเบามือ เขาเอื้อมมือไปเปิดฝักบัวแบบ Rain Shower น้ำอุ่นจัดโปรยปรายลงมาชโลมร่างของคนทั้งสองจนเปียกปอนไปทุกสัดส่วน น่านยกมือขึ้นกอดอกตัวเองด้วยความขวยเขิน แม้เมื่อคืนจะเห็นกันไปหมดแล้ว แต่การมายืนเปลือยเปล่าเผชิญหน้ากันใต้แสงสว่างของหลอดไฟห้องน้ำ มันทำให้เธอทำตัวไม่ถูก “ปิดทำไม... เมื่อคืนกูกลืนกินมึงไปทั้งตัวแล้ว” แคนจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างดึงออกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับรอยรักสีแดงที่เขาฝากฝังไว้ ยอดอกสีหวานชูชันท้าทายสายตาเมื่อสัมผัสกับความเย็นของอากาศที่แทรกซึมเข้ามา แคนกดปั๊มสบู่อาบน้ำกลิ่นสปอร์ตของเขาลงบนฝ่ามือ ถูจนเกิดฟองนุ่ม ก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้ลงบนลาดไหล่บางและแผ่นหลังเนียนของน่าน สัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านที่ชโลมไปด้วยฟองสบู่มันช่างลื่นไหลและวาบหวาม น่านสะดุ้งเล็กน้อย เผลอเกร็งตัวเมื่อฝ่ามือร้อนลากผ่านส่วนโค้งเว้าบริเวณเอวคอดและสะโพกผาย “อ๊ะ... พี่แคน... ฉันอาบเองได้” น่านเสียงสั่น พยายามจะแย่งขวดสบู่มา “อยู่นิ่งๆ ... กูจะอาบให้” แคนกดเสียงต่ำ แววตาของเขาเข้มขึ้น มือหนาเลื่อนมาด้านหน้า กอบกุมความอวบอิ่มทั้งสองข้างเอาไว้เต็มฝ่ามือ นวดเฟ้นเคลึงเบาๆ พร้อมกับใช้นิ้วหัวแม่มือปัดป่ายยอดปทุมถันที่แข็งขืนจนคนตัวเล็กต้องเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเบาๆ ในลำคอ “อ๊า... แคน... อย่าแกล้ง...” สายน้ำอุ่นที่ไหลชโลมร่าง ไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มที่กำลังปะทุขึ้นเลยแม้แต่น้อย แคนดันร่างของน่านให้ถอยไปชิดกำแพงกระเบื้องเย็นเฉียบ เขาทาบทับร่างกว้างใหญ่ลงมาประกบ บดเบียดความแข็งแกร่งที่ตื่นตัวเต็มที่เข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ สัมผัสลื่นๆ จากฟองสบู่ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านให้กับการเสียดสี แคนโน้มใบหน้าลงไปดูดดึงยอดอกสีสดอย่างหิวกระหาย ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียหยาดน้ำที่เกาะพราวบนผิวเนื้อนุ่ม น่านขยุ้มเส้นผมสีเข้มที่เปียกน้ำของเขาแน่น เรียวขาเล็กสั่นระริกจนแทบจะยืนไม่อยู่ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนต่ำลงไปสัมผัสกับใจกลางความเป็นหญิงที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำและน้ำหวานที่เริ่มหลั่งริน นิ้วยาวค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบอย่างเชื่องช้า “อื้อ! เจ็บ...” น่านนิ่วหน้า ช่องทางของเธอยังคงบวมช้ำจากการร่วมรักอย่างหนักหน่วงเมื่อคืน “ชู่ว... กูจะทำเบาๆ ... ผ่อนคลายนะคนดี” แคนปลอบประโลมเสียงหวาน ถอนนิ้วออกแล้วเปลี่ยนมาคลึงเคล้นที่จุดกระสันภายนอกแทน นิ้วหัวแม่มือบดขยี้จุดอ่อนไหวรัวเร็วสลับช้า สร้างความเสียวซ่านจนน่านต้องแอ่นสะโพกเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างลืมตัว “อ๊า... อ๊ะ... แคน... หนูเสียว... ไม่ไหวแล้ว...” คำสรรพนามออดอ้อนหลุดออกมาอีกครั้งโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ แคนขบกรามแน่นเมื่อได้ยินคำว่า ‘หนู’ ความอดทนของเขาขาดผึง เขายกเรียวขาข้างหนึ่งของน่านขึ้นเกี่ยวรัดไว้กับเอวสอบ ก่อนจะจับความแข็งขืนของตัวเองจ่อที่ปากทางรัก แล้วค่อยๆ ดันสะโพกเข้าไปจนสุดความลึก! “อ๊าาา! / ซี้ดดด...” เสียงครางผสานกันดังแข่งกับเสียงน้ำตกกระทบพื้น น่านเบิกตากว้าง สัมผัสถึงความคับแน่นที่เติมเต็มเข้ามาในร่างกายจนจุก แคนหอบหายใจหนัก ซบหน้าลงกับลาดไหล่บาง เขาแช่ตัวนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ “แน่นชิบหาย... ขนาดผ่านมาทั้งคืนแล้ว มึงยังตอดกูรัดกูขนาดนี้เลยน่าน” แคนพึมพำเสียงแหบพร่า จังหวะรักใต้สายน้ำดำเนินไปอย่างนุ่มนวลแต่ลึกซึ้ง แคนไม่ได้กระแทกกระทั้นรุนแรงเหมือนเมื่อคืน เพราะรู้ว่าเธอปวดระบม เขาเน้นจังหวะที่เนิบช้า บดคลึงสะโพกเข้าหาอย่างลึกล้ำ ทุกครั้งที่ดันตัวเข้าไปจนสุด เขาจะกดแช่ไว้ให้เธอสัมผัสถึงตัวตนของเขาอย่างชัดเจน “อื้อ... ลึกจัง... พี่แคน... อ๊ะ!” น่านครางกระเส่า สองมือโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น ร่างกายบิดเร่าไปตามจังหวะที่เขาส่งมา ฟองสบู่และสายน้ำอุ่นทำให้การเสียดสีลื่นไหลและเสียวซ่านจนแทบขาดใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนในห้องน้ำแคบๆ กระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนให้พุ่งทะยาน “กูรักมึงนะน่าน... มึงเป็นของกูคนเดียว” แคนกระซิบคำหวานที่หาฟังได้ยากยิ่ง เขาเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วขึ้นอีกนิด เมื่อรับรู้ได้ว่าช่องทางรักของเธอเริ่มตอดรัดถี่รัว บ่งบอกว่าเธอกำลังจะแตะขอบสวรรค์ “อ๊า! พี่แคน! แคน! จะถึงแล้ว... หนูจะถึงแล้ว!” “พร้อมกันนะคนดี... ซี้ดดด...” แคนกระแทกสะโพกเน้นๆ เข้าไปลึกสุดใจอีกสามสี่ครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยสายธารแห่งความปรารถนาออกมาพร้อมกัน น่านหวีดร้องสุดเสียง ซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน แคนกอดรัดร่างเล็กไว้แน่น ฝังจมูกลงบนกลุ่มผมเปียกชื้นของเธอ ซึมซับความสุขสมยามเช้าที่แสนจะสมบูรณ์แบบ เวลา 09:30 น. | สนามแข่งรถระดับประเทศ (National Circuit) บรรยากาศการแข่งขันในวันชิงชนะเลิศ (Final Race) ดุเดือดและคึกคักกว่าวันรอบคัดเลือกหลายเท่าตัว ผู้ชมเต็มอัฒจันทร์ เสียงเพลงและเสียงพากย์จากโฆษกสนามดังกระหึ่ม แฟนคลับของทีม C.K. Racing และ Phantom Racing ต่างพากันชูป้ายเชียร์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย รถตู้ของทีม C.K. Racing ขับเข้ามาจอดที่โซน VIP ด้านหลังพิท ทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก ร่างสูงโปร่งของแคนในชุดนักแข่งรถสีดำคาดแดงก็ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างามและดุดัน แว่นตากันแดดสีดำสนิทปกปิดดวงตาคมกริบ แต่ก็ไม่สามารถบดบังออร่าความหล่อเหลาที่แผ่กระจายออกมาได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้ช่างภาพและสื่อมวลชนที่ดักรออยู่ต้องรัวชัตเตอร์กันจนมือหงิก ไม่ใช่ตัวนักแข่งหนุ่ม... แต่เป็นร่างเล็กของหญิงสาวหน้าหมวยที่เดินก้าวตามลงมาจากรถต่างหาก! น่านสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว ทับด้วย ‘เสื้อแจ็คเก็ตทีม C.K. Racing’ ตัวโคร่งของแคน กางเกงยีนส์รัดรูป และรองเท้าผ้าใบ สภาพของยัยเด็กไอทีดูต่างไปจากปกติเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มมีเลือดฝาดแดงระเรื่อ ริมฝีปากอวบอิ่มดูบวมเจ่อนิดๆ และที่สำคัญ... บนลำคอขาวเนียนที่โผล่พ้นปกเสื้อแจ็คเก็ต มีรอยจ้ำสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่ให้เห็นวับๆ แวมๆ! ทันทีที่น่านก้าวลงจากรถ แคนก็เอื้อมมือมาคว้ามือเล็กของเธอไปกุมไว้อย่างหน้าตาเฉย! เขาสอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกันแน่น ไม่สนใจสายตาของนักข่าวหรือแฟนคลับที่กำลังเบิกตาอ้าปากค้าง “พ... พี่แคน! ปล่อยมือเลยนะ คนมองเต็มไปหมดแล้ว!” น่านกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดมือออกด้วยความเขินอายขั้นสุด “ปล่อยทำไม กูจะจูงเมียกูเดินเข้าพิท ใครมีปัญหา?” แคนตอบหน้าตาย ไม่ยอมคลายมือ แถมยังกระตุกรั้งร่างเล็กให้เดินเข้ามาประชิดตัวเขามากขึ้น “เชิดหน้าไว้ ยัยเปี๊ยก มึงคือ Data Engineer ทีมแชมป์ และเป็นนายหญิงของกู ทำตัวให้มันสมฐานะหน่อย” “ไอ้คนหน้าด้าน! ไอ้บ้าอำนาจ!” น่านด่าอุบอิบ แต่ก็ยอมเดินจับมือเขาเข้าไปในพิทแต่โดยดี รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัยจากฝ่ามือใหญ่ของเขา เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในเต็นท์พิท ลูกทีม C.K. ทุกคนต่างพากันหยุดชะงัก ไอ้ท็อป เฮียปอ และช่างเครื่องคนอื่นๆ มองภาพบอสใหญ่จูงมือ Data Engineer หน้าหมวยเข้ามาด้วยสายตาที่เป็นประกายวิบวับ “โอ้โห... วันนี้แสงแดดมันช่างแสบตาเหลือเกินครับเฮีย! นายหญิงมาคุมถึงขอบแทร็กแบบนี้ สงสัยวันนี้รถเราวิ่งฉิวทะลุไมล์แน่ๆ!” ท็อปผิวปากแซวเสียงดังลั่นพิท “ไอ้ท็อป มึงเงียบปากไปเลยนะ! ไปเช็กลมยางรถพี่แคนนู่นไป!” น่านแหวเข้าให้ หน้าแดงลามไปถึงหู “แหม... ดุซะด้วยครับนายหญิง! แต่เอ๊ะ... ทำไมคอนายหญิงมันมีรอยแดงๆ เหมือนยุงกัดเต็มไปหมดเลยล่ะครับ ยุงอู่เรามันดุขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย!” ท็อปยังไม่เลิกกวนประสาท ชี้ไม้ชี้มือไปที่ซอกคอของน่าน น่านสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นตะปบปกเสื้อแจ็คเก็ตปิดคอตัวเองทันที “ย... ยุงมันชุมเว้ย! เมื่อคืนนั่งรันโค้ดดึก ยุงมันเลยกัดเอา!” แคนกระตุกยิ้มมุมปาก ปรายตาขวางๆ มองลูกน้องตัวแสบ “เออ กูเป็นยุงเอง... มึงมีปัญหาอะไรไหมไอ้ท็อป หรือมึงอยากโดนยุงอย่างกูเตะก้านคอแทน?” ประโยคยอมรับหน้าตายของแคน ทำเอาลูกทีมทั้งพิทฮากันครืน ท็อตรีบยกมือไหว้ปลกๆ แล้วเผ่นแน่บไปที่รถแข่งทันที น่านอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอหยิกหลังมือคนตัวโตไปเต็มแรง “พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย! น่าเกลียดที่สุด!” น่านโวยวาย “น่าเกลียดตรงไหน ความจริงทั้งนั้น” แคนยักไหล่ ปล่อยมือเธอเพื่อให้น่านเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะคอนโทรล “นั่งเช็กระบบซะ กูจะไปคุยเรื่องยางกับเฮียปอแป๊บนึง” น่านทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เปิดแล็ปท็อปลูกรักด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม แต่ยังไม่ทันจะได้พิมพ์อะไร เสียงเรียกคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลังพิท “ไอ้น่านนนน!” เจและไมค์ในชุดนักศึกษาธรรมดาเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาในเขต VIP ของพิท C.K. Racing ทั้งสองคนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเพื่อนรักนั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ในชุดแจ็คเก็ตทีมตัวโคร่ง “พวกมึงมาได้ไงเนี่ย!” น่านดีใจรีบหันไปทักทาย “ก็บัตร VIP ที่มึงฝากไอ้ท็อปเอาไปให้กูเมื่อเช้าไงวะ!” ไมค์ชูบัตรคล้องคอให้ดู ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ จ้องหน้าเพื่อนสาวอย่างจับผิด “แต่นี่มึง... มึงไปทำอะไรมาวะน่าน ทำไมหน้าตามันดู... อิ่มเอิบแปลกๆ เหมือนคนเพิ่งกินอิ่มนอนหลับมาเต็มอิ่ม ทั้งๆ ที่เมื่อคืนมึงบอกว่าต้องปั่นโค้ดยันเช้าไม่ใช่เหรอวะ” “เออนั่นดิ! แล้วปากบวมๆ นั่นมันอะไรอีก! ส้มตำพริกสิบเม็ดเมื่อวานมันยังไม่ออกฤทธิ์เหรอวะ!” เจสมทบ “พ... พวกมึงหยุดจับผิดกูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กูทาลิปสติกสีใหม่เว้ย! มันเลยดูอวบอิ่ม!” น่านแถจนสีข้างถลอกเป็นรอบที่ร้อยของวัน “อ๋อ... ลิปสติกยี่ห้อ ‘แคน ชยากร’ หรือเปล่าจ๊ะเพื่อนรัก” ไมค์ลอยหน้าลอยตาแซว “กูเห็นนะเว้ยตอนพวกมึงเดินลงมาจากรถตู้ จับมือกันแน่นเชียว แหม... ประกาศตัวเป็นนายหญิงเต็มที่เลยนะยัยหมวย!” “ไอ้บ้าไมค์! มึงเงียบไปเลยนะเดี๋ยวกูเอาประแจฟาดปาก!” น่านแยกเขี้ยวใส่เพื่อน การหยอกล้อของเพื่อนรักทำให้ความตึงเครียดก่อนการแข่งขันลดลงไปได้มาก น่านยิ้มกว้าง รู้สึกอบอุ่นที่มีเพื่อนคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ แม้พวกมันจะปากหมาไปหน่อยก็ตาม เวลา 11:45 น. | ช่วงเวลาก่อนปล่อยตัว (Grid Walk) รถแข่งทุกคันถูกนำไปจอดเรียงรายบนจุดสตาร์ท (Starting Grid) กลางแทร็ก พริตตี้สาวสวยกางร่มบังแดดให้นักแข่ง สื่อมวลชนและทีมงานเดินกันขวักไขว่ แคนนั่งประจำที่อยู่ในรถ GT-R R35 สีดำด้านที่อยู่ในตำแหน่ง Pole Position (อันดับหนึ่ง) เขาเปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองไปที่พิทเลนเพื่อมองหาร่างเล็กของคนที่เขารัก น่านในฐานะ Data Engineer ไม่ได้ออกไปที่กริดสตาร์ท เธอต้องนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อเช็กค่า Telemetry สดๆ ก่อนปล่อยตัว “ระบบไฟพร้อม แรงดันน้ำมันเครื่องปกติ อุณหภูมิทแร็กอยู่ที่สี่สิบองศา ยางน่าจะหนึบพอดี” เสียงใสของน่านรายงานผ่านวิทยุสื่อสารเข้าหูฟังของแคน “สคริปต์ Anti-Lag ที่ฉันแก้เมื่อคืน ฉันเซ็ตให้มันทำงานสัมพันธ์กับองศาพวงมาลัยแล้ว พี่กดคันเร่งออกจากโค้งได้เลย ไม่ต้องกลัวรถสะบัด” (รับทราบ... กูเชื่อใจมึง) เสียงทุ้มตอบกลับมา บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อโฆษกประกาศให้ทีมงานทุกคนออกจากกริดสตาร์ท เหลือเพียงรถแข่งที่กระหึ่มเครื่องยนต์รอสัญญาณไฟ แม็คในรถ Phantom Racing สีขาวที่จอดอยู่อันดับสอง พยายามเร่งเครื่องเบิ้ลใส่เพื่อข่มขวัญ “ไอ้แม็คมันวอร์มเครื่องแปลกๆ นะ กราฟเสียงมันกระชากเกินไป” น่านขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงจากไมโครโฟนรอบสนาม “พี่แคน ระวังมันเสียบไลน์ในตอนโค้งแรกนะ มันคงกะจะแซงตั้งแต่เริ่มเลย” (หึ... มันไม่มีทางได้เห็นแม้แต่ไฟท้ายรถกูหรอก) แคนตอบอย่างมั่นใจ (น่าน...) จู่ๆ เสียงของแคนก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “หืม... มีอะไร ระบบมีปัญหาเหรอพี่แคน!” น่านตกใจ รีบก้มลงเช็กหน้าจอ (เปล่า...) แคนหัวเราะในลำคอเบาๆ (กูแค่จะบอกว่า... ถ้ารอบนี้กูชนะ มึงเตรียมตัวย้ายของจากหอ มาอยู่คอนโดกูแบบถาวรได้เลย... กูไม่ให้มึงกลับไปอยู่คนเดียวอีกแล้ว) น่านเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีแม้จะอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของพิท “พ... พี่บ้าเหรอ! มาขออะไรตอนรถจะออกตัวเนี่ย! มีสมาธิกับการแข่งก่อนสิเว้ย!” (ตอบตกลงมาก่อน... ไม่งั้นกูจะจอดรถทิ้งไว้ตรงนี้แหละ ไม่ข่งไม่แข่งมันแล้ว) นายสนามจอมเผด็จการเริ่มงอแง “ไอ้พี่แคน! ไอ้บ้า!” น่านสบถด่า แต่รอยยิ้มกว้างกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เออ! ชนะให้ได้ก่อนเถอะไอ้ขี้เก๊ก! ถ้าแพ้ฉันจะลบโค้ดรถพี่ทิ้งให้หมดเลยคอยดู!” (หึ... หยอดกระปุกรอเป็นเมียเจ้าของอู่ได้เลย ยัยเปี๊ยก) สัญญาณไฟแดงดวงที่หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ห้า สว่างขึ้นตามลำดับ! เสียงเครื่องยนต์หลายสิบสูบแผดคำรามกึกก้องจนพื้นสนามสั่นสะเทือน น่านกำมือแน่น สายตาจดจ่ออยู่กับกราฟรอบเครื่องยนต์บนหน้าจอที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำประสานไปกับเสียงเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบที่เธอเป็นคนลงมือปรับจูนด้วยตัวเอง ไฟแดงดับลง! สัญญาณปล่อยตัวเริ่มขึ้น! “เหยียบให้มิดเลยพี่แคน!!!” น่านตะโกนลั่นพิท รถ Nissan GT-R R35 สีดำด้านพุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ทราวกับอสูรกายที่ถูกปลดปล่อย ทิ้งรถของคู่แข่งให้ดมควันยางอยู่เบื้องหลัง การแข่งขันที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและหัวใจ... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD