เวลา 02:15 น. | ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังก้องแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วงในห้องแล็บที่เย็นเฉียบ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องถูกปิดมืดลงไปแล้ว เหลือเพียงมุมขวาสุดของห้องที่ยังมีแสงสว่างวาบจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นโบว์
“โอ๊ยยยย ไอ้เหี้ยเอ๊ย! กราฟขยะอะไรวะเนี่ย!”
‘น่าน’ หรือ ลลิตา สุธรรม นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปี 3 สบถออกมาเสียงดังลั่น สองมือขยี้ผมซอยสั้นระต้นคอของตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรง เสื้อช็อปสีเลือดหมูที่สวมทับเสื้อยืดตัวโคร่งหลุดลุ่ยเปื้อนคราบฝุ่นและรอยปากกา แต่เจ้าตัวหาได้สนใจความสวยงามใดๆ ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือโปรเจกต์วิชา Data Analysis ที่กำลังจะถึงเดดไลน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“มึงจะโวยวายหาพระแสงอะไรตอนตีสองวะไอ้น่าน คนจะหลับจะนอน” เสียงงัวเงียดังมาจากใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวถัดไป ‘ไอ้เจ’ เพื่อนสนิทร่างโย่งมุดหัวออกมาจากเสื้อกันหนาว สภาพเหมือนศพที่เพิ่งฟื้นคืนชีพ
“ก็มึงดูเดต้าที่ไอ้พวกรุ่นพี่มันส่งมาให้เป็นเรฟเฟอเรนซ์ดิเจ กราฟการจ่ายน้ำมันบ้าอะไรเนี่ย แกว่งเป็นคลื่นสึนามิเลย มอเตอร์ไซค์วินหน้าปากซอยยังจูนเครื่องเนียนกว่านี้อีก ถ้ากูเอาข้อมูลขยะพวกนี้ไปทำโมเดลส่งจารย์ มีหวังโดนด่าเปิงตั้งแต่สไลด์หน้าแรกแน่ๆ” น่านบ่นกระปอดกระแปด นิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าจอที่เต็มไปด้วยกราฟเส้นยึกยือ
“แล้วมึงจะเอาไง จะไปหากราฟรถแข่งระดับเทพจากไหนมาวิเคราะห์? มึงไม่ใช่เด็กเครื่องกลนะเว้ย ที่จะเดินไปขอรื้อเครื่องชาวบ้านเขาได้อะ” ‘ไอ้ไมค์’ เพื่อนสนิทอีกคนที่ฟุบหน้าอยู่บนคีย์บอร์ดเงยหน้าขึ้นมาสมทบ ตาปรือๆ มองเพื่อนสาวหน้าหมวยที่ตอนนี้แววตาเริ่มมีประกายความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น
“ระดับกูแล้ว... ถ้าเดินไปขอไม่ได้ ก็แค่เข้าไปหยิบมาเงียบๆ ดิวะ”
น่านยิ้มมุมปาก มือเล็กเอื้อมไปหยิบกระป๋องเครื่องดื่มชูกำลังที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะมาเปิดกระดกอึกใหญ่ ก่อนจะวางลงและเริ่มรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอีกครั้ง คราวนี้หน้าจอโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลถูกพับเก็บลงไป แทนที่ด้วยหน้าต่าง Command Prompt สีดำสนิทที่มีตัวอักษรสีเขียววิ่งพรวดพราด
“มึงจะทำอะไรไอ้น่าน อย่าบอกนะว่ามึงจะ...” เจเบิกตากว้าง รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมายืนดูหลังเก้าอี้เพื่อน
“กูเคยได้ยินมาว่า อู่แต่งรถของพี่แคน วิศวะยานยนต์ปี 4 อะ ระบบเก็บข้อมูล Telemetry โคตรเทพ เป็นเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่เก็บกราฟ ECU รถแข่งระดับประเทศไว้เพียบ” น่านพูดไปพิมพ์ไป สายตาจับจ้องหน้าจอเขม็ง
“ไอ้เหี้ยน่าน! มึงบ้าป่าววะ! นั่นอู่ C.K. Racing ของเฮียแคนเลยนะเว้ย! มึงรู้ไหมว่าพี่เขาน่ากลัวขนาดไหน แค่เดินผ่านหน้าลานเกียร์กูก็ขนลุกแล้ว มึงไปเจาะระบบเขา โดนจับได้นี่ตายศพไม่สวยนะ!” ไมค์ร้องลั่น พยายามจะเอื้อมมือไปดึงปลั๊กคอมออกแต่น่านปัดมือทิ้งอย่างว่องไว
“มึงเงียบไปเลยไอ้ไมค์ กูไม่ได้จะเอาไปทำลาย กูแค่จะ ‘ยืม’ กราฟสวยๆ มาเป็นวิทยาทานในการทำโปรเจกต์แค่นั้นแหละ กูใช้ Proxy บังหน้าตั้งสามชั้น แถมพ่วงเซิร์ฟเวอร์มหา'ลัยเป็นทางผ่านอีกที ระดับนี้ไม่มีทางจับ IP กูได้หรอกน่า... อ๊ะ! บิงโก! ไฟร์วอลล์อู่แม่งเขียนโค้ดได้หยาบชะมัด หลวมเป็นกางเกงยางยืดเลย”
น่านกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อหน้าจอแสดงผลว่าเธอสามารถเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์อู่ C.K. Racing เข้าไปได้สำเร็จ โฟลเดอร์ข้อมูลมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้า เธอไม่รอช้า รีบคลิกเข้าไปในโฟลเดอร์ ‘Race_Telemetry_V8’ และทำการก๊อปปี้ไฟล์กราฟการทำงานของเครื่องยนต์ (ECU) มาลงในไดรฟ์ของตัวเอง
“โห... ข้อมูลโคตรเนียน จ่ายน้ำมันเป๊ะ อากาศเข้าสมูท... แต่เดี๋ยวนะ”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อสายตาของ ‘The Tuner’ ระดับอัจฉริยะอย่างเธอ มองเห็นจุดบกพร่องบางอย่างในชุดข้อมูล น่านขยับแว่นสายตาที่สวมอยู่ ก้มหน้ามองกราฟใกล้ๆ
“รอบปลายช่วง 7,500 ถึง 8,000 รอบ มันตื้อนี่หว่า... คนจูนแม่งตั้งค่าองศาไฟจุดระเบิดอ่อนไปนิดนึง ถ้าเป็นสนามทางตรงยาวๆ โดนแซงช่วงปลายแหงๆ”
ด้วยสัญชาตญาณและความคันไม้คันมือ น่านไม่เพียงแค่ขโมยข้อมูล แต่เธอยังจัดการเขียนโค้ดแก้พารามิเตอร์ในไฟล์ต้นฉบับของอู่ ปรับองศาการจุดระเบิดและการจ่ายน้ำมันในช่วงรอบปลายเสียใหม่จนกราฟสมูทไร้ที่ติ
“เอาล่ะ ถือซะว่าเป็นค่าเช่าข้อมูลก็แล้วกันนะเฮีย ปรับให้ขนาดนี้ รถแรงขึ้นเห็นๆ” น่านหัวเราะคิกคักกับตัวเอง ก่อนจะทำการกด Log out ลบร่องรอยการเชื่อมต่อของตัวเองทั้งหมดตามสเต็ปของแฮกเกอร์มือฉมัง แล้วปิดคอมพิวเตอร์อย่างอารมณ์ดี
“ปะ พวกมึง กลับไปนอนได้ พรุ่งนี้ค่อยมาลุยโปรเจกต์ต่อ กูได้ของดีมาละ”
น่านคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย เดินนำหน้าเพื่อนชายทั้งสองที่ยังคงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... ‘ร่องรอย’ ที่เธอคิดว่าลบไปจนหมดจดนั้น มันดันไปสะดุดตา ‘เจ้าของอู่’ เข้าอย่างจัง
เวลา 09:30 น. | อู่แต่งรถ C.K. Racing
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณอู่ขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์แต่งรถระดับไฮเอนด์ กลิ่นน้ำมันเครื่องและยางไหม้ลอยคลุ้งเป็นเอกลักษณ์ ร่างสูงโปร่งของ ‘แคน’ หรือ ชยากร นนทแก้ว ในชุดหมีช่างสีเข้มที่ท่อนบนถูกปลดกระดุมลงมาผูกไว้ที่เอว เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำรัดรูปที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ กำลังยืนจ้องหน้าจอแล็ปท็อปที่เชื่อมต่อสายสัญญาณเข้ากับกล่อง ECU ของรถแข่งคันโปรด
ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยความเรียบนิ่งจนติดจะเย็นชา บัดนี้กำลังขมวดคิ้วแน่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน แววตาดุดันภายใต้กรอบแว่นตานิรภัยจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอไม่วางตา
“เฮียปอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกหัวหน้าช่างเครื่องที่ยืนอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำเอาลูกน้องในอู่เสียวสันหลังวาบ
“ครับคุณแคน มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ?” เฮียปอ ชายวัยกลางคนที่มีประสบการณ์ทำรถมาค่อนชีวิตรีบเดินเข้ามาหา
“เมื่อคืน... มีใครเข้ามาแตะเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลรถแข่งทีมเราบ้างไหม?”
“ไม่น่ามีนะครับ เมื่อคืนผมปิดอู่ตอนเที่ยงคืน ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยก็ทำงานปกติ ทำไมเหรอครับคุณแคน?”
แคนไม่ตอบ แต่หมุนหน้าจอแล็ปท็อปไปให้หัวหน้าช่างดู “กราฟน้ำมันกับองศาไฟของรถคันนี้... มันถูกแก้”
“ห้ะ! เป็นไปได้ยังไงครับ! ไฟล์นี้มีแค่คุณแคนกับผมที่เข้ารหัสได้นะ” เฮียปอเบิกตากว้าง รีบหยิบแว่นสายตามาสวมและเพ่งมองข้อมูลบนจอ “แถม... แถมจุดที่มันแก้นี่... มันตรงกับปัญหาที่เรารถตื้อรอบปลายที่เราหาสาเหตุไม่เจอมาตั้งสองวันเลยนี่ครับ! คนแก้มันรู้ได้ยังไง?”
แคนแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววอันตราย “เก่ง... เก่งมากซะด้วย กล้าแฮ็กเข้ามาในระบบของผม ขโมยข้อมูลไป แถมยังมีหน้ามาทิ้งร่องรอยแก้โค้ดหยามหน้ากันอีก”
ร่างสูงผละออกจากหน้ารถ เดินตรงไปยังห้องกระจกที่ใช้เป็นออฟฟิศควบคุมระบบส่วนกลาง นิ้วยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบ Log file ของเซิร์ฟเวอร์ แม้ว่าแฮกเกอร์ปริศนาจะพยายามลบร่องรอยและใช้ Proxy บังหน้า แต่สำหรับคนที่เป็นเจ้าของระบบและจบสายวิศวะมาอย่างเขา การแกะรอยตามกลับไปก็ไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถ
ผ่านไปเพียงสิบห้านาที หน้าจอก็ปรากฏชุดตัวเลข IP Address สุดท้ายที่ชี้เป้าหมายอย่างชัดเจน
“IP นี้... มันมาจากเซิร์ฟเวอร์ของคณะวิศวะฯ มหา'ลัยเราเอง” แคนพึมพำ มุมปากกระตุกยิ้มที่ทำเอาไอ้ท็อป นักแข่งมือรองของทีมที่เพิ่งเดินเข้ามาในออฟฟิศถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“เอ่อ... เฮียแคนยิ้มแบบนี้... ใครชะตาขาดเหรอเฮีย?” ท็อปถามเสียงสั่น
“มึงเตรียมรถให้กูทีท็อป กูจะเข้ามหา'ลัย” แคนดึงเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่มีตราสัญลักษณ์ประธานรุ่นปี 4 มาพาดบ่า “กูจะไปลากคอ ‘หนู’ ที่มันกล้ามากระตุกหนวดเสือถึงในถ้ำสักหน่อย”
เวลา 13:00 น. | ลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศยามบ่ายที่ลานเกียร์คึกคักไปด้วยนักศึกษาหลากหลายชั้นปีที่มานั่งจับกลุ่มคุยกัน กินข้าว หรือแม้กระทั่งปั่นงาน น่านในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ สวมกางเกงยีนส์ขาดเข่าและรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนม้าหินอ่อน ตรงหน้ามีกล่องข้าวหมูกรอบที่กินไปได้ครึ่งเดียว และแล็ปท็อปที่เปิดหน้าจอโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทิ้งไว้
“มึงดูนี่ไอ้เจ ไอ้ไมค์” น่านชี้มือให้เพื่อนดูผลลัพธ์บนหน้าจอด้วยความภาคภูมิใจ “พอเอากราฟของอู่ C.K. มาใส่โมเดลปุ๊บนะ ค่า Error แทบจะเป็นศูนย์ โคตรเพอร์เฟกต์! กูบอกแล้วว่าระดับกู ไม่มีพลาด”
“เออๆ กูยอมรับว่ามึงเก่ง ยัยแฮกเกอร์หน้าหมวย” เจส่ายหัว ยัดไส้กรอกเข้าปาก “แต่กูก็ยังเสียวสันหลังอยู่ดีวะ มึงแน่ใจนะว่าลบร่องรอยหมดแล้วจริงๆ”
“หมดจดว่ะ! สะอาดกว่าห้องนอนกูอีก มึงเลิกปอดแหกได้ละ ไม่มีใครรู้หรอกน่าว่าเด็กไอทีปี 3 อย่างพวกเราไปเจาะระบบระดับ...”
ปัง!!
คำพูดของน่านถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ฝ่ามือหนาของใครบางคนก็ตบลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างแรงจนกล่องข้าวหมูกรอบแทบกระดอน บรรยากาศรอบโต๊ะที่เคยเจี๊ยวจ๊าวเงียบกริบลงถนัดตา ไม่ใช่แค่โต๊ะของพวกเธอ แต่ดูเหมือนนักศึกษาทั้งลานเกียร์จะหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว
น่านค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนค้ำหัวอยู่ ชายหนุ่มตรงหน้าสวมเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่ดูสะอาดสะอ้าน รังดุมทุกเม็ดติดเรียบร้อยผิดกับเด็กวิศวะทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่สาวๆ ทั้งมหา'ลัยต่างกรี๊ดสลบ บัดนี้กลับนิ่งสนิทและแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนสัมผัสได้
‘พี่แคน... ชยากร เดือนมหา'ลัย เจ้าของอู่ C.K. Racing’
ไอ้เจกับไอ้ไมค์ตัวแข็งทื่อไปแล้ว พวกมันแทบจะกลั้นหายใจ ในขณะที่น่านพยายามคุมสติ เก็บซ่อนความตกใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย (ที่จริงๆ แล้วเหงื่อเริ่มซึมตามไรผม)
“มีอะไรหรือเปล่าคะ... พี่แคน?” น่านถามเสียงแข็ง พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น
แคนปรายตาลงมองหน้าจอแล็ปท็อปของน่านที่ยังเปิดไฟล์ ‘Race_Telemetry_V8’ หราอยู่ มุมปากหนากระตุกยิ้มหยัน ก่อนจะตวัดสายตาดุดันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวตรงหน้า
“เก่งนี่...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดๆ ทุกถ้อยคำดังก้องไปถึงโสตประสาทของคนฟัง “ดึงกราฟรถแข่งกูไปดูเล่นหน้าตาเฉย ตัวก็แค่นี้ สมองขโมยหรือไง?”
คำว่า ‘ขโมย’ ทำเอาเส้นความอดทนของน่านขาดผึง ความกลัวเมื่อครู่ปลิวหายไปทันทีเมื่อโดนหยามซึ่งหน้า ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับร่างสูง แม้ส่วนสูงจะต่างกันลิบลับจนเธอต้องแหงนคอตั้งบ่า แต่น่านก็ไม่คิดจะยอมแพ้
“ใครขโมย!” น่านสวนกลับเสียงดังฟังชัด ลืมคำว่า ‘พี่’ ไปเสียสนิท “แค่ยืมมาดูเป็นวิทยาทานเว้ย! จะงกไปไหน ข้อมูลแค่นี้อู่ระดับพี่ไม่สะเทือนหรอกมั้ง”
“ยืม?” แคนเลิกคิ้วสูง ก้าวเข้าประชิดตัวจนน่านต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ “ยืมบ้านเธอเขาไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของเหรอ ยัยเปี๊ยก?”