เวลา 10:00 น. | ใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์
“ไอ้น่าน... กูถามจริงๆ เถอะ มึงไปปล้นเสื้อใครมาใส่เนี่ย”
เสียงทักท้วงของไอ้เจดังขึ้นทันทีที่น่านเดินทอดน่องเข้ามาถึงโต๊ะประจำใต้ตึกคณะ ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนด้วยสภาพที่ยังดูงัวเงีย แว่นตากรอบใสยังสวมอยู่บนใบหน้า แต่สิ่งที่สะดุดตาเพื่อนรักทั้งสองคนมากที่สุด ไม่ใช่ขอบตาดำคล้ำของเธอ แต่เป็น ‘เสื้อแจ็คเก็ตสีดำคาดแดง’ ตัวโคร่งที่สวมทับเสื้อนักศึกษาอยู่ต่างหาก
มันไม่ใช่เสื้อแจ็คเก็ตธรรมดา แต่มันคือแจ็คเก็ตสั่งตัดพิเศษที่มีโลโก้ ‘C.K. Racing’ ปักหราอยู่ที่อกซ้าย และด้านหลังยังมีตัวอักษรปักด้วยด้ายสีทองคำว่า ‘KAN.C_K - TEAM OWNER’ อย่างชัดเจน!
“ค... ใครปล้น กูไม่ได้ปล้นโว้ย!” น่านสะดุ้งสุดตัว รีบดึงคอเสื้อแจ็คเก็ตที่ร่นลงมาถึงหัวไหล่ให้เข้าที่ หน้าผากมนเริ่มมีเหงื่อซึมทั้งที่อากาศตอนสายยังไม่ร้อนมาก
“ไม่ได้ปล้นแล้วมึงไปเอาเสื้อของเฮียแคนสุดโหดมาใส่ได้ยังไงวะ! ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม คลุมมึงมิดจนจะกลายเป็นผ้าห่มอยู่แล้วเนี่ย!” ไมค์ชี้หน้าอย่างจับผิด “มึงอย่าบอกนะว่า... เมื่อคืนมึงไม่ได้กลับหอ?”
คำถามแทงใจดำทำเอาน่านหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนตีสองครึ่งที่เกือบจะเสียจูบแรกบนโซฟาหนังตัวแพงในออฟฟิศแคน ลอยเข้ามาปะทะหน้าอย่างจัง
หลังจากเหตุการณ์ชวนหัวใจวายครั้งนั้น น่านก็รีบปั่นโค้ดจนเสร็จตอนตีสี่ แคนขับรถมาส่งเธอที่หน้าหอพักด้วยความเงียบเชียบ ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยตลอดทาง จนกระทั่งลงจากรถ เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอใส่เสื้อแจ็คเก็ตของเขาติดตัวลงมาด้วย ครั้นจะหันกลับไปคืน รถสปอร์ตสีดำก็พุ่งทะยานออกไปสุดซอยแล้ว
เช้านี้ด้วยความรีบร้อนตื่นมาเรียน เธอก็เลยเผลอหยิบมันมาคลุมทับชุดนักศึกษาเพื่อกันแดด โดยลืมดูไปสนิทเลยว่าป้ายชื่อด้านหลังมันเด่นหราขนาดไหน!
“ก... กูแค่หนาว! แอร์ในออฟฟิศอู่มันเย็นมาก พี่แคนเขาก็เลยให้ยืมใส่ แค่นั้นเอง!” น่านแถเสียงแข็ง พยายามทำหน้าตายสู้เสือ
“ให้ยืมใส่? เฮียแคนเนี่ยนะ?” เจหรี่ตา “กูได้ยินมาว่าเฮียแกหวงของยิ่งกว่าอะไรดี เสื้อทีมสเปกผู้จัดการอู่แบบนี้ แกไม่เคยให้ใครแตะเลยนะเว้ย... ไอ้น่าน มึงมีความลับอะไรปิดบังพวกกูอีกแล้วใช่ไหม!”
“ไม่มีโว้ย! พวกมึงเลิกจับผิดกูสักทีได้ไหม กูจะนอน! อาจารย์เข้าแล้วปลุกกูด้วย” น่านตัดบทดื้อๆ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหินอ่อนโดยใช้แขนเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาต่างหมอน
กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตผสมกลิ่นอายความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของแคน ยังคงติดแน่นอยู่ที่เนื้อผ้า น่านซุกหน้าลงสูดดมกลิ่นนั้นเงียบๆ ภายใต้แขนเสื้อ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นตึกตักอย่างควบคุมไม่ได้
บ้าจริง... ทำไมถึงรู้สึกอุ่นปลอดภัยแบบนี้นะ ยัยน่าน มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ไปหวั่นไหวกับไอ้คนเผด็จการพรรค์นั้น!
เวลา 12:30 น. | หน้ามหาวิทยาลัย
หลังเลิกคลาสเรียนช่วงเช้า น่านเดินแยกกับเพื่อนทั้งสองคนเพื่ออกมารอรถตู้หน้ามหา'ลัยตามปกติ วันนี้เธอไม่มีเรียนช่วงบ่ายและตั้งใจจะกลับไปนอนพักที่หอให้เต็มอิ่มก่อนจะเข้าไปลุยงานที่อู่ตอนเย็น
ปริ๊นๆ!
เสียงแตรรถดังขึ้นเบาๆ สองครั้งเรียกความสนใจ น่านหันไปมองก็พบกับรถ SUV สีดำสนิทคันใหญ่ฟิล์มมืดทึบจอดเทียบฟุตบาทอยู่ตรงหน้าเธอ กระจกฝั่งผู้โดยสารค่อยๆ เลื่อนลงมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แว่นตากันแดดสีดำของคนที่เพิ่งกวนใจเธอไปเมื่อคืน
“ขึ้นรถ” แคนออกคำสั่งสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
น่านขมวดคิ้ว “มาทำไมเนี่ยพี่แคน ยังไม่ถึงเวลาเข้างานเลยนะ ฉันง่วง จะกลับไปนอนที่หอ!”
“กูบอกให้ขึ้นมา มึงจะยืนเถียงให้แดดเผาจนเกรียมเป็นหมูปิ้งหรือไง แดดเปรี้ยงขนาดนี้” แคนดุเสียงเข้ม แววตาหลังแว่นกันแดดจ้องมองมาอย่างดุดัน “หรือจะให้กูลงไปอุ้มมึงขึ้นมา?”
“เออๆๆ รู้แล้ว ขู่เก่งนักนะ!” น่านกระแทกเสียงตอบ รีบเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มมีสายตาของนักศึกษาคนอื่นมองมาที่รถหรูคันนี้แล้ว
แอร์เย็นฉ่ำในรถ SUV ปะทะใบหน้า แคนไม่ได้ขับรถสปอร์ต GT-R คันเก่งมา แต่วันนี้เขาเลือกใช้รถอเนกประสงค์ที่ดูคลาสสิกและดุดันไม่แพ้กัน ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำปลดกระดุมบน กางเกงยีนส์สีเข้ม ท่าทางดูสบายๆ กว่าทุกวัน
“พี่จะพาฉันไปไหน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันง่วง!” น่านโวยวายทันทีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จ
แคนไม่ตอบ เขาเหยียบคันเร่งพารถพุ่งออกสู่ถนนใหญ่ มือหนาหมุนพวงมาลัยด้วยท่าทางชำนาญ ก่อนจะปรายตามองเสื้อแจ็คเก็ตทีมที่น่านยังคงสวมคลุมตัวอยู่
“ใส่เสื้อกูมาเดินร่อนทั่วคณะ... อยากประกาศตัวว่าเป็นเด็กอู่ C.K. หรือไงยัยเปี๊ยก” แคนกระตุกยิ้มมุมปาก
น่านหน้าเหวอ รีบดึงคอเสื้อเข้าหากัน “ใครอยากประกาศ! ก็เมื่อคืนพี่เอามาคลุมให้ฉันเอง แล้วฉันก็ลืมถอดคืนตอนลงรถ! จะเอาคืนตอนนี้เลยไหมล่ะ!”
เธอกำลังจะถอดเสื้อออก แต่แคนเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้เบาๆ เพื่อห้าม
“ไม่ต้องถอด แอร์ในรถกูหนาว เดี๋ยวจามน้ำมูกยืดใส่เบาะรถกูอีก... ใส่ไว้นั่นแหละ” เสียงทุ้มอ่อนลงเล็กน้อย แคนปล่อยมือจากข้อมือเล็กแล้วกลับไปจับพวงมาลัยตามเดิม “อีกอย่าง... เสื้อตัวใหญ่ๆ มันก็เหมาะกับหมาเตี้ยๆ แบบมึงดี”
“ไอ้พี่แคน!” น่านแหวลั่น ยกกำปั้นทุบต้นแขนแกร่งไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว
แคนหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาขับรถลัดเลาะเข้าไปในซอยลึกที่ไม่คุ้นตา ก่อนจะมาจอดเทียบหน้าตึกแถวเก่าๆ คูหาหนึ่งที่ดูทรุดโทรม แต่กลับมีคิวคนยืนต่อแถวรอซื้อของกินยาวเหยียดจนล้นฟุตบาท ป้ายไม้หน้าร้านเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงซีดๆ ว่า ‘เฮียตง หมูกรอบเตาถ่าน (เจ้าเก่า) ’
น่านเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขับทันที “นี่มัน... ร้านหมูกรอบเฮียตงในตำนานนี่! ร้านนี้คิวยาวเป็นกิโลแถมปิดบ่ายโมงตลอด พี่พาฉันมาที่นี่ทำไม?”
แคนดับเครื่องยนต์ ปลดเข็มขัดนิรภัย “เมื่อคืนกูพูดว่าไง... ลืมแล้วหรือไงความจำปลาทอง”
น่านนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คำพูดเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว
‘ถ้ามึงจูนรถกูเสร็จทันการแข่งอาทิตย์หน้า... กูจะพามึงไปกินหมูกรอบ... ร้านที่อร่อยที่สุด’
“แต่... ฉันยังไม่ได้เทสต์โค้ดที่รันเสร็จเมื่อคืนเลยนะ ว่ามันใช้ได้จริงบนแท่นไดโน่หรือเปล่า พี่พามารีบเลี้ยงก่อนแบบนี้ ถ้าโค้ดมันพังขึ้นมาล่ะ?” น่านถามเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกครั้งกับการรักษาสัญญาแบบหน้าตายของผู้ชายคนนี้
“กูเชื่อใจฝีมือมึง” แคนพูดเรียบๆ แต่แววตาหนักแน่น “อีกอย่าง... กูรำคาญเสียงท้องร้องของมึง ลงมาได้แล้ว กูให้ไอ้ท็อปมาต่อคิวจองโต๊ะไว้ให้ตั้งแต่สิบเอ็ดโมงแล้ว”
น่านเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าไปในร้าน ร้านนี้เป็นเพียงตึกแถวห้องเดียวที่ไม่มีแอร์ อากาศค่อนข้างอบอ้าว กลิ่นหมูกรอบย่างเตาถ่านหอมกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ท็อปที่นั่งจองโต๊ะอยู่ด้านในสุดรีบโบกมือหยอยๆ ให้ทันที
“ทางนี้ครับเฮีย! ทางนี้ครับน้องน่าน!” ท็อปตะโกนเรียก “ผมสั่งจัดเต็มไว้ให้แล้วครับ หมูกรอบจานใหญ่สุดสามจาน ข้าวเปล่า ซุปเยื่อไผ่ ครบสูตร! งั้นผมขอตัวกลับไปขัดท่อไอเสียที่อู่ต่อก่อนนะครับเฮีย เป็นก้างขวางคอเดี๋ยวจะโดนเตะเอา”
พูดจบท็อปก็รีบวิ่งเผ่นแน่บออกไปจากร้าน ทิ้งให้น่านกับแคนนั่งเผชิญหน้ากันที่โต๊ะสแตนเลสตัวเล็กๆ
“พี่ใช้ให้พี่ท็อปมาต่อคิวเนี่ยนะ! บ้าอำนาจที่สุดเลยไอ้พี่แคน!” น่านบ่นอุบ แต่สายตากลับเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นจานหมูกรอบชิ้นโต หนังฟูเหลืองกรอบน่ากินวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า
“กูเป็นเจ้านาย สั่งลูกน้องมันผิดตรงไหน กินๆ เข้าไปเถอะ บ่นมากเดี๋ยวกูแย่งแดกหมดนะ” แคนเลื่อนจานหมูกรอบจานที่ใหญ่ที่สุดไปตรงหน้าน่าน พร้อมกับถ้วยน้ำจิ้มซีอิ๊วดำหวาน
น่านไม่รอช้า เธอตักหมูกรอบชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวกร้วมๆ ด้วยความฟินขั้นสุด หนังหมูที่กรอบฟูผสมกับชั้นไขมันที่ละลายในปากและเนื้อที่หมักจนเข้าเนื้อ ทำเอายัยเด็กไอทีถึงกับหลับตาพริ้ม โยกหัวไปมาอย่างมีความสุขลืมโลก
แคนนั่งกอดอกมองภาพคนตรงหน้ากินอย่างตะกละตะกลามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เขาไม่ได้ตักข้าวกินเลยสักคำ เอาแต่มองริมฝีปากบางที่เคี้ยวข้าวตุ้ยๆ จนแก้มพองออกเหมือนหนูแฮมสเตอร์
“ค่อยๆ แดก ไม่มีใครแย่งมึงหรอก ยัยหมูตะกละ” แคนบ่นเสียงไม่จริงจังนัก หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเตรียมไว้
“ก็มันอร่อยนี่นา! พี่แคนไม่กินอะ ระวังหมดนะฉันไม่แบ่งจริงๆ ด้วย” น่านพูดไปเคี้ยวไป ไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ซอสซีอิ๊วดำเลอะที่มุมปากเล็กน้อย
แคนถอนหายใจยาว เขายื่นมือข้ามโต๊ะไป เชยคางมนของน่านขึ้นเบาๆ
น่านชะงักกึก ชิ้นหมูกรอบคาปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองหน้าคนตัวโตที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
นิ้วหัวแม่มือที่หยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างของแคน ค่อยๆ เกลี่ยเช็ดคราบซอสสีดำที่มุมปากของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วทำเอาน่านหน้าร้อนฉ่า หัวใจเต้นโครมครามแข่งกับเสียงสับหมูกรอบของเจ้าของร้าน
“กินเลอะเทอะเป็นเด็กสามขวบ” แคนดุเบาๆ แววตาสบประสานกันนิ่งลึก “ถ้าทำซอสหยดใส่เสื้อทีมกู กูจะหักคอทิ้ง”
“ก... ก็ฉันหิวนี่” น่านเสียงสั่น รีบก้มหน้าก้มตากินต่อเพื่อหลบสายตาทรงพลังคู่นั้น
มื้ออาหารกลางวันที่ร้านหมูกรอบเตาถ่านซอมซ่อ ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีความหรูหราแบบภัตตาคารห้าดาว ไม่มีคำหวานเลี่ยน มีเพียงการด่าทอกวนประสาท และการดูแลเอาใจใส่เงียบๆ ในแบบฉบับของ ‘ชยากร นนทแก้ว’ ... ซึ่งมันกลับทำให้น่านรู้สึกว่า หมูกรอบมื้อนี้ อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก
เวลา 16:00 น. | อู่แต่งรถ C.K. Racing (ห้องทดสอบไดนาโมมิเตอร์)
หลังจากอิ่มหนำสำราญ แคนก็พาน่านกลับมาที่อู่เพื่อเข้าสู่โหมดการทำงานจริงจังอีกครั้ง คืนนี้คือการเซ็ตอัปรถสเตปสุดท้ายก่อนที่จะต้องนำไปแข่งรอบควอลิฟาย (Qualifying) ในวันมะรืนนี้ ซึ่งเป็นแมตช์สำคัญที่ต้องเจอกับทีม Phantom Racing
รถ Nissan GT-R R35 ของแคนถูกนำขึ้นแท่นไดโน่เรียบร้อยแล้ว น่านเปลี่ยนกลับมาใส่แว่นสายตากรอบใส สวมหูฟังตัดเสียงรบกวน นั่งจดจ่ออยู่หน้าจอแล็ปท็อปที่เชื่อมต่อเข้ากับกล่อง ECU ของรถ แคนนั่งประจำที่ในตำแหน่งคนขับ มีเฮียปอและทีมช่างยืนลุ้นกันอยู่หลังกระจกห้องคอนโทรล
“พร้อมนะยัยเปี๊ยก กูจะเริ่มรันจากเกียร์สาม รอบต่ำแล้วค่อยๆ ลากขึ้นไป” เสียงแคนดังผ่านวิทยุสื่อสาร
“พร้อม! สคริปต์ตัวใหม่ที่ฉันเขียนอัปโหลดลงกล่องเรียบร้อยแล้ว ฉันแก้ตารางองศาไฟช่วงบูสต์ทำงานใหม่หมด อุณหภูมิไอเสียน่าจะลดลง พี่กดคันเร่งได้เลย” น่านตอบกลับอย่างฉะฉาน แววตาเด็ดเดี่ยว
บรื้นนนนน!!!
แคนกดคันเร่ง รถพุ่งทะยานอยู่บนลูกกลิ้งของแท่นทดสอบ เสียงท่อไอเสียแผดร้องลั่นห้อง น่านจับตาดูกราฟอุณหภูมิไอเสีย (EGT) และค่าส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ (AFR) อย่างไม่คลาดสายตา
“พี่แคน! ลากรอบขึ้นไปแตะ 6,500 เลย! ฉันจะดูว่าบูสต์ตกไหม!”
แคนสับเกียร์และกระแทกคันเร่งมิด ปัง! ปัง! เสียงแบคไฟร์ดังสนั่นพร้อมกับเปลวไฟแลบออกมาจากปลายท่อ กราฟแรงม้าและแรงบิดบนหน้าจอพุ่งทะยานขึ้นเป็นเส้นโค้งที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ไร้รอยสะดุด และที่สำคัญที่สุด... ค่าอุณหภูมิไอเสียอยู่ในระดับที่ปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ!
“สุดยอด...” เฮียปอที่ยืนดูอยู่ด้านนอกถึงกับอุทานออกมา “น้องน่านแก้ปัญหาอุณหภูมิสะสมตอนเทอร์โบชาร์จเจอร์ทำงานหนักได้จริงๆ ด้วยวะ! รถคันนี้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วคุณแคน!”
แคนผ่อนคันเร่ง ดับเครื่องยนต์ เขาถอดหมวกกันน็อคออกแล้วเปิดประตูรถลงมา รอยยิ้มกว้างแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาเดินตรงดิ่งมาหาน่านที่เพิ่งถอดหูฟังออกและกำลังยิ้มจนแก้มปริด้วยความภูมิใจในผลงานของตัวเอง
ร่างสูงไม่รอช้า เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะคอมพิวเตอร์ คว้าท้ายทอยของน่านแล้วดึงศีรษะเล็กๆ นั้นเข้ามาใกล้ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น!
จุ๊บ!
“เฮ้ยยย!!” น่านเบิกตากว้าง ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ มือสองข้างยกขึ้นกุมหน้าผากตัวเองอัตโนมัติ
ช่างเครื่องทุกคนหลังกระจกห้องคอนโทรลอ้าปากค้าง ไอ้ท็อปถึงกับทำประแจตกพื้นดังเคร้ง!
“พ... พี่แคน! ทำบ้าอะไรเนี่ย! คนดูอยู่เต็มไปหมดเลยนะ!” น่านหน้าแดงแปร๊ดจนจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ มองซ้ายมองขวาด้วยความลุกลี้ลุกลน
แคนยืดตัวขึ้น ยักไหล่ด้วยท่าทางไม่หยี่ระ แววตาคมกริบทอประกายคลั่งรักอย่างปิดไม่มิดอีกต่อไป
“รางวัลสำหรับ Data Engineer คนเก่งไง” แคนพูดหน้าตาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของคนที่กำลังยืนสติหลุด “รถมันเพอร์เฟกต์มาก... เก่งมาก ยัยเปี๊ยกของกู”
คำว่า ‘ยัยเปี๊ยกของกู’ ทำเอาน่านเข่าแทบทรุด เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงกรี๊ดที่อยากจะระบายออกมา
แคนผละออกห่างเล็กน้อย มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกง แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องการแข่งขัน
“สคริปต์มึงสมบูรณ์แบบแล้ว... ที่เหลือก็แค่ไปโชว์ให้พวกหมาลอบกัดอย่าง Phantom Racing มันเห็น ว่าทีม C.K. ของกูแข็งแกร่งแค่ไหน” แคนสบตาน่านนิ่ง “วันมะรืนนี้... วันแข่งรอบควอลิฟาย มึงต้องไปสแตนด์บายที่ขอบสนามกับกู ในพิทเลน ห้ามห่างจากกูแม้แต่ก้าวเดียว... เข้าใจไหม?”
น่านสูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาให้เร็วที่สุด เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“เข้าใจแล้ว ฉันจะอยู่ตรงนั้น... จะรอเป็นคนอ่านดาต้าให้พี่จนวินาทีสุดท้ายที่รถเข้าเส้นชัยเลย”
การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น ไม่ใช่แค่การแข่งขันบนแทร็กความเร็วสูงที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของทีมแข่งรถ... แต่มันยังเป็นการเดิมพันหัวใจของนายสนามสุดโหด กับ ยัยเด็กไอทีหน้าหมวย ที่กราฟความรักของพวกเขากำลังพุ่งทะยานสู่จุดเรดไลน์ โดยไม่มีใครยอมเหยียบเบรกเลยสักคน!