>>คฤหาสน์ ณ สิงคโปร์>เพนท์เฮ้าส์สุดหรูกลางเมือง
“ไปพักกันได้” เอริคสั่งลูกน้อง
ครับนาย..โทมัส ลูกน้องคนสนิท
“อ่อ..นี่รูปคู่หมั้น ฉันฝากด้วย”
รับทราบ..ครับนาย ผมจะรีบจัดการให้ครับ
เช้าวันรุ่งขึ้น 08.00 น.
ร่างสูงในชุดลำลองกำลังนั่งทานอาหารเช้าและ
เช็คข่าวต่างๆบนมือถือ..
เสียงเคาะประตูจากลูกน้องคนสนิท “เข้ามา”
โทมัส “นายครับ เราทราบที่อยู่ของ
คุณเชอร์รี่ แวนส์สัน แล้วครับ.. อืม ทำงานเร็วดี
“สวัสดีครับคุณเชาว์ ผมเอริค คาร์เซนโต้ มารับ
ตัวว่าที่เจ้าสาวครับ” เอริคกล่าว
“อืมม ได้สิ จะมาวันไหนล่ะ ลุงจะได้บอกลูกของ
ลุงให้เตรียมตัว” เชาว์กล่าวตอบรับ
“วันนี้ช่วงเย็น ผมจะส่งคนไปรับที่บ้าน” วางสาย
“อะไรนะ..ตุ๊ดๆๆๆสายตัด” โอ้!! เชาวน์มีความกังวล
“ใครโทรมาแต่เช้าค่ะคุณพ่อ” เชอร์รี่เอ่ยถาม
เชอร์รี่ แวนส์สัน อายุ 28 ปี ลูกสาวคนโต
เป็นดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าสตรีในบริษัทเอกชนของ
แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมา 3 ปี แต่เธอไม่เคยรู้
เรื่องการหมั้นหมายที่พ่อได้ทำพันธะสัญญา
เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
เชาว์ เดินวนไป วนมา เพื่อคิดหาวิธีหลบเลี่ยง
แต่เขาย่อมรู้ดี หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามสัญญา
เขาจะโดนตามล่าอย่างไม่มีสิ้นสุด
“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณพ่อ พี่รี่” เสียงสาววัยใส
ทักทายพ่อและพี่สาวยามเช้า ก่อนจะไปเรียน
เชอลีน แวนส์สัน อายุ 20 ปี ลูกสาวคนเล็ก
กำลังศึกษาคณะแพทย์ฯปี1 ในมหาวิทยาลัยเอกชน
“มานั่งสิ เชอร์รี่ เชอลีน พ่อทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว”
เชาว์กล่าวขึ้น จ้องมองลูกสาวทั้งสองอย่างหนักใจ
“คุณพ่อมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าค่ะ”
เชอลีน เอ่ยถาม..เพราะเห็นหน้าพ่อดูกังวล
“ปะเปล่า ลูก รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะสาย”
พ่อกล่าว
“หนูต้องไปแล้วค่ะ พี่ภพมารับแล้วค่ะ” สวมกอดพ่อ
“เย็นนี้ลูกจะกลับบ้านไหม”
“ไม่ค่ะ พี่ภพจะพาไปเที่ยว ตจว. สัก 2-3 วันค่ะ”
คนเป็นพ่อได้ยินรู้สึกโล่งอกขึ้น..
“พ่อจะได้ไม่ทำมื้อเย็นเผื่อ..เดินทางปลอดภัยลูก”
เชอร์รี่เดินตรงไปที่รถหรู..ที่จอดรออยู่
เสียงรถสปอร์ตสุดหรูอีกคัน ดังแทรกเข้ามา
“นั่นมันรถมาวินนี่ลูก” พ่อเอ่ยบอกเชอลีน
สวัสดีครับพ่อ เชอตื่นหรือยังครับ มาวินทักทาย
แหม!!!!.. วิน มาถึงก็กัดเราเลยนะ เดี๋ยวเถอะ
วินกินข้าวมาหรือยัง..จะกินกับเชอก่อนไหม พ่อเอ่ย
“ผมเรียบร้อยแล้วครับ”
“แวะมารับเชอไปมอด้วยกัน” มาวินกล่าวตอบกลับ
“เชออิ่มพอดี ไปกันเถอะวิน เดี๋ยวสาย”
++มหาลัยเอกชน++
เชอลีนแยกกับมาวินที่ลานจอดรถ เดินมุ่งไปคณะ
แพทย์ฯ อย่างรีบร้อน จนไปชนกับชายร่างสูงสง่า
ในชุดสูทสีดำ ที่กำลังเดินผ่านมาพอดี
หนังสือตกกระจายลงพื้น พร้อมแก้วน้ำหวานที่
กระเด็นใส่ชุดสูทของชายร่างสูง..
“เฮ้ย..เดินยังไงวะ ไม่เห็นหรอว่านายเดินมา ”
“หยุด..โทมัส” เอริคปามลูกน้องคนสนิท
“แต่นายครับ..คือว่า”
“โทมัส..พอได้แล้ว”
“ผมเช็ดสูทให้ครับ”
“ไม่ต้อง..ถอยไป” เอริคกล่าวไล่ลูกน้องให้ถอยห่าง
เชอลีนก้มเก็บหนังสือที่พื้น..ลุกขึ้นยืนเงยหน้ามอง
ชายร่างสูง 185 สวมแว่นตาดำ ตรงหน้า
พร้อมยกมือไหว้ “หนูขอโทษด้วยค่ะ” เชอลีนเอ่ยขึ้น
“เอ่อ..นั่นชุดสูทของคุณเปื้อน สักครู่นะคะ”
เชอลีนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา
“หนูขออนุญาตคะ” มือบางยื่นผ้าเข้าไปเช็ดคราบ
น้ำหวานที่กระเด็นใส่สูท อย่างกังวลและรู้สึกผิด
“นี่เธอ..หยุด” โทมัสกำลังจะเอ่ยห้าม เพราะเขารู้ดี
ว่าเจ้านายของเขา ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้
เอริค ส่งสายตาไล่ลูกน้องให้ถอยไปไกลๆ..
ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ กลับยืน
มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพอใจ เขาจ้องมอง
ใบหน้าสวยของหญิงสาวอย่างไม่กระพริบตา
“ขอบใจมาก” เอริค กล่าว
“หนูต้องขอโทษอีกครั้งที่เดินไม่ระวัง” เชอลีนยิ้ม
ก่อนเดินจากไป..เอริคยืนมองแผ่นหลังร่างบางเดิน
หายเข้าไปในคณะแพยท์ฯ..หึหึ!! อีก4-5 ปีข้างหน้า
คงมีหนุ่มๆป่วยเยอะแน่ ว่าที่คุณหมอสวยขนาดนี้
“นายว่า..อะไรนะครับ” โทมัส เดินเข้ามาถาม
“เปล่า” ไปหาท่านอธิการบดีกันเถอะ เอริคเอ่ย
“นาย..เปลี่ยนสูทในรถก่อนเถอะครับ”
“ไม่จำเป็น” เอริค ก้าวเดินนำไปอย่างสบายใจ
ระหว่างที่เอริคสนทนากับท่านอธิการบดี ใบหน้า
หญิงสาวคนนั้นลอยเข้ามาในหัวของเอริคเป็น
ระยะๆ ..มือหนาพรางลูบสูทบริเวณที่มีคราบเปื้อน
น้ำหวานและเผลอยกยิ้มมุมปากอย่างลืมตัว
ร่างสูง หล่อ สง่า สุขุม ก้าวเดินกลับขึ้นรถอย่างช้าๆ
นักศึกษาสาวพากันจ้องมองและเอ่ยปากชมใน
ความหล่อ เท่ห์ รวย ของเขา เสียงชมพวกนั้น
ลอยเข้าหู เอริค..แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเสียงพวกนั้น
เขากลับมองหาเด็กสาวคนนั้นมากกว่า แต่ก็ไร้เงา
โทมัส เปิดประตูรถหรูที่จอดรออยู่
“นายจะไปที่ไหนต่อครับ”
“ไปบ้านมิสเตอร์เชาว์” เอริคกล่าว
ได้ครับนาย..โทมัส รับคำสั่ง
“เอ่อ..แล้วก็ สืบประวัติของเด็กคนเมื่อเช้าด่วน”
ห๊ะ!! ยัยเด็กนั่น?? ..หรอครับนาย
“เออ..!! มีปัญหาอะไร” เอริคเอ่ยเสียงแข็ง
“แต่นายกำลังจะแต่งงานกับ”..โทมัส อึกอัก!!!
“แล้วมันยังไงวะ..!!!” เอริค อารมณ์หงุดหงิด
โทมัสเห็นเจ้านายหงุดหงิด “ครับ ได้ครับนาย”
นายจะอยากรู้ประวัติยัยเด็กซุ่มซ่ามคนนั้นทำไม
ในเมื่อนายกำลังจะไปรับว่าที่เจ้าสาวอยู่ตอนนี้
หลุดจากความคิดก็แชทให้ลูกน้องไปสืบประวัติ
คนที่นายต้องการทันที..
++บ้านมิสเตอร์เชาว์ แวนส์สัน++
บอดี้การ์ด กดกริ่ง หลายรอบแต่ไม่มีใครออกมา
“ไม่มีใครอยู่ครับนาย” บอดี้การ์ด รายงาน
“หึหึ!! งัดบ้าน ค้นทุกซอก ทุกมุม ตามหาให้เจอ”
“รับทราบ..ครับนาย”
“จะรอฟังข่าวที่ไนท์คลับของแดนนี่..ออกรถ.!!!”
เอริคสั่งด้วยน้ำเสียงโกรธ
++ไนท์คลับ D&D Night Club++
“เฮ้ยยยย ลมอะไรพัดมึงมาถึงที่นี่วะ”
แดนนี่ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วน เอ่ยแซว
“หยุดปากมาก แล้วไปเอาเหล้ามา” เอริค..กล่าว!!
“มึงหงุดหงิดอะไรวะ แล้วมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”
แดนนี่ เอ่ยถาม อย่างอยากรู้
“ถึงไทยเมื่อคืน..มารับตัวว่าที่เจ้าสาว แต่แม่ง!!”
เอริค กล่าวด้วยแรงโกรธที่ถูกหักหน้า
“ถามจริง ทำไมมึงถึงยอมรับการแต่งงานด้วย
เงื่อนไขแบบนี้วะ” แดนนี่ แสดงความคิดเห็น
“ก็แต่งไปตามความเหมาะสม เพื่อรับตำแหน่ง
ยังไงกูก็ไม่ได้รู้สึกรักใครอยู่แล้ว ว่าที่เจ้าสาวก็
ไม่แย่อย่างที่คิด” เอริค บอกเพื่อนตามจริง
“ก็ไม่แน่ แต่งไปอาจจะรักกันก็ได้ ใครจะไปรู้”
“ หึหึ!! ไม่มีวันนั้นหรอก ผู้หญิงทุกคนก็เห็นแก่เงิน
เห็นแก่ความสบายทั้งนั้น เหมือนแม่กูไง ยังทิ้งลูก
อย่างกูหนีไปใช้ชีวิตสุขสบายกับชู้ได้ ที่กูยอมแต่ง
งาน ยอมตามใจพ่อ เพราะพ่อลำบากแลกทุกอย่าง
เพื่อปกป้องกู ฉะนั้น!! กูก็ควรกอบกูศักดิ์ศรีของวงศ์
ตระกูลกลับมาให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง เพื่อพ่อของกู”
เอริค พูดอย่างหนักแน่น ไม่ลังเล
นึกย้อนถึงอดีตที่เคยลำบากในวัยเด็ก เขาดิ้นรน
ทำทุกอย่างกว่าจะมายืนจุดนี้ได้ มันยิ่งทำให้เขา
มองผู้หญิงเป็นแค่สิ่งของสำหรับแลกเปลี่ยน
ผลประโยชน์และความใคร่บนเตียงเท่านั้น
“เออ ว่าแต่มาอยู่ไทยนานป่ะ” แดนนี่ เอ่ยถาม
“กลับคืนนี้..มีงานด่วน” เอริค เอ่ย
“เอ้า!! แล้วว่าที่เจ้าสาวของมึง ยังหาไม่เจอ”
“อืม..พวกลูกน้องกูกำลังตามหาตัวอยู่ เจอตัว
เมื่อไหร่ จะบินตามไปทันที” เอริค กำหมัดแน่น
สายเรียกเข้า..มือถือของแดนนี่
เอริค เหลือบเห็นหน้าจอเป็นรูปของเด็กคนเมื่อเช้า
แดนนี่เดินออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก..พอคุยสาย
จบแดนนี่ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง VIP อีกครั้ง
“ใครวะ รูปสาวสวยคนนั้น แฟนมึง”
“บ้า!!! นั่นน้องเชอ เป็นเด็กพาร์ทไทม์ที่ร้านเว้ยยย”
แดนนี่มีอาการเลิ่กลั่ก เขินอาย เกาหัว
“เด็กพาร์ทไทม์ต้องใส่รูป แล้วมึงต้องเขินขนาดนี้”
“เออๆ กูแอบชอบน้องเขา แต่กูก็แก่เกินกว่าจะไป
จีบเด็กวัยนั้นไง อีกอย่างน้องเขาก็มีคนจีบเยอะ
แถมยังมีทายาทห้างดังอย่าง มาวิน รุ่นเดียวกัน
คอยไปรับ คอยไปส่ง กูเลยทำได้แค่นายจ้างที่ดี”
“มาวิน? ใช่ไอ้เด็กที่เก๊กๆชอบให้สัมภาษณ์กวนๆ”
“อือ ไอ้เด็กเวรนั่นแหระ” แดนนี่ตอบ
“แล้วน้องเขาทำหน้าที่อะไรที่ไนท์คลับวะ”
“เปล่า..กูจ้างน้องเขามาช่วยงานพวกเอกสารบัญชี”
“น้องเขาเรียนบัญชี?”
“ไม่!!! น้องเขาเรียนแพทย์ แต่พอมีความรู้บัญชี”
“ทำไมไม่จ้างพนักงานประจำมาทำเลยวะ หรือหา
เรื่องอยากใกล้ชิดน้องเขา”
“เดี๋ยวนะ..มึงดูสนใจเกี่ยวกับน้องเขาเป็นพิเศษนะ”
“ป๊าววว กูก็ถามไปเรื่อย”
“มึงไม่เคยอยากรู้เรื่องอะไรที่ไม่มีผลประโยชน์กับ
ธุรกิจของมึง”
“เออ..ไม่ถามแล้ว” เอริค ยกแก้วดื่ม เปลี่ยนเรื่องคุย