ระหว่างเดินทางไปบ้านของพ่อเอริค “สัญญาคู่ค้า
มันสำคัญกับคุณขนาดนี้ ทำไมคุณถึงใจเย็นล่ะค่ะ”
“ฉันใจเย็นที่ไหนกันล่ะ ฉันพยายามยื่นข้อเสนอ
ให้เจคอปเกินกว่า 10 ครั้งแล้วแต่เขาไม่เคยสนใจ
เธอทำได้ยังไง เชอลีน เธอพูดอะไรกับเขา หรือมี
เงื่อนไขอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่า” เชอลีน ยิ้ม
“ก็แค่บอกข้อดี ข้อเสีย ของข้อเสนอที่คุณยื่นให้
และผลประโยชน์ที่คุณเจคอปจะได้รับจากการ
ร่วมธุรกิจกับคุณ คุณเจคอปก็มีถามพวก
เรื่องส่วนตัวบ้าง เขาก็ชมว่าหนูสวย พูดตรงดี
ชัดเจน ประมาณนี้ค่ะ” เอริค ทั้งดีใจและรู้สึก
แปลกใจมาก เพราะเขาพยายามยื่นข้อเสนอ
ให้เจคอปเกิน 10 ครั้ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ
พ่อกับเอริคถึงได้หันไปโฟกัสการแต่งงานเพื่อ
รวมตระกูล รวมอำนาจ ในการขึ้นรับตำแหน่ง
เธอไปพูดหรือตกลงอะไรกับเจคอปกันนะ
เชอลีน เจคอปถึงได้ยอมเซ็นต์สัญญาคู่ค้า
ภายใน 20 นาที เอริค ครุ่นคิดและกังวลมาก
รถหรูขับเข้าพื้นที่บริเวณบ้านของพ่อเอริค
“โห้ นี่บ้านของพ่อคุณหรอค่ะ ใหญ่กว่า
สนามหลวงอีกมั้งเนี้ย” เชอลีน มองข้างทาง
อย่างตะลึงในความอลังการ เอริค ได้แต่ยิ้ม
ในความตื่นเต้นของเชอลีน
“แต่บ้านของฉันใหญ่กว่านี้เยอะ”
“ห๊ะ ใหญ่กว่านี้อีกหรอค่ะ พ่อกับลูกสร้างบ้าน
ขิงกันเองหรอค่ะ” เอริค ถึงกับขำเบาๆ
รถหรูเทียบจอดหน้าคฤหาสน์ของ
เอ็ดเวิร์ด คาร์เซนโต้ อดีตนายใหญ่รุ่นที่ 4
ทีมบอร์ดี้การ์ด ทีมแม่บ้าน นับร้อยชีวิต
ยืนเรียงแถวรอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เอริคกับเชอลีน ก้าวลงจากรถ ก็พบชายสูงวัย
หน้าตาหล่อ น่าเกรงขาม ที่ยืนรออยู่ขยับเดิน
เข้ามา “สวัสดีครับพ่อ” จับมือทักทายแบบมาเฟีย
“พ่อขอแสดงความยินดีกับว่าที่นายใหญ่คนใหม่
ในที่สุดลูกก็ทำมันสำเร็จ พ่อภูมิใจในตัวลูก เอริค”
“อันที่จริง ไม่ใช่ผมหรอกครับ” เอริดหันไปมอง
หญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่ จับมือหญิงสาวขยับเข้ามา
“แต่เพราะเชอลีนต่างหากที่พูดให้เจคอปยอม
เซ็นต์สัญญากับตระกูลของเราครับ”
เชอลีน ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณท่าน”
อย่างนอบน้อม ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายสูงวัย
“อืม! สวัสดี เธอช่างสวยสดใสดังเพชรน้ำงามที่
หายาก” เอ็ดเวิร์ด กล่าว
“เราเข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น
พ่อลูกเดินเคียงข้างกันเข้าไปในบ้าน เชอลีนเดิน
รั้งท้าย เพราะมัวแต่แวะชมการตกแต่งบ้าน
สไตล์นายใหญ่ในวงการมาเฟีย เอริค ที่เดินคู่
กับพ่อและเดินนำหน้าอยู่ หันมามองหญิงสาว
ก็ถึงกับหลุดขำในลำคอ ทำให้ผู้เป็นพ่อต้อง
หันมองตาม “แกบินไปไทยไม่กี่วัน ทำไมพ่อรู้สึก
ว่าแกเปลี่ยนไปมาก” คนเป็นพ่อ เอ่ยถาม
“เปลี่ยนไปอย่างไรครับ” เอริค สงสัย ขมวดคิ้ว
“ตั้งแต่แกเป็นหนุ่มน้อย จนถึงปัจจุบัน พ่อไม่เคย
เห็นแกเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนและแกก็ไม่เคยให้
ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้แกได้ แต่กับเด็กสาวคนนี้
ทำไมแกถึงยอมให้เข้าใกล้ได้ล่ะ ควงออกงาน
และยังพาเธอมาถึงที่นี่อีก” เอริค นิ่งคิด
“ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตั้งแต่เจอเธอครั้งแรก
ผมก็ยอมให้เธอเข้าใกล้ผมแล้ว และตอนนี้
ผมก็ไม่อยากห่างจากเธอเลยครับ” เอริค อมยิ้ม
“พ่อว่ามันคือความรัก แล้วเรื่องคู่หมั้นของแก
จะเอายังไงต่อ เพราะมิสเตอร์เชาว์โทรมาหา
พ่อเมื่อเช้านี้และบอกจะส่งลูกสาวคนโตมาเข้า
พิธีแต่งงานกับแกเร็วๆนี้” ผู้เป็นพ่อเอ่ย
“ผมต้องการยกเลิกพันธะสัญญานี้ครับ
เธอหนีไปกับแฟนหนุ่มที่คบมา 3 ปี และผมไม่
เคยรู้สึกชอบหรือรักเธอเลย ก่อนที่ผมจะเจอ
เชอลีนด้วยซ้ำ ยิ่งผมตามสืบประวัติของเธอ
หากวิธีเดียวในการรับตำแหน่งนายใหญ่คือ
ต้องแต่งงานกับเธอ ผมยอมเป็นแค่คนธรรมดา
ดีกว่าต้องทนอยู่กับผู้หญิงเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา
แบบเธอครับ” พ่อ จ้องมองเอริค “แล้วสาวน้อย
คนนั้นล่ะ” เอ็ดเวิร์ด หันมองไปทางเชอลีน
“ผมรักเธอครับ..แต่ไม่รู้ว่าเธอรักผมหรือเปล่า”
เอริค มองไปที่หญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามา
“ถ้าตามความคิดของพ่อเชอลีนยังเด็กเกินไป
สำหรับแก แต่เชอร์รี่มีทั้งอายุและการศึกษา
เหมาะสำหรับตำแหน่งนายหญิงเคียงข้างแก
เอริค แสดงสีหน้านิ่งเฉย “พ่อรู้จักนิสัยของ
เจคอปเป็นอย่างดี ทั้งพ่อและตัวผมยังไม่
สามารถทำให้เจคอปยอมเซ็นต์สัญญาร่วม
ธุรกิจกับเราได้ แต่กับเชอลีนที่พ่อมองว่าเธอ
ยังเด็กสามารถทำให้เจคอปยอมเซ็นต์สัญญา
ได้ภายใน 20 นาที ผมไม่รู้ว่าเชอลีนยื่นข้อเสนอ
อะไรให้กับเจคอป แต่ที่รู้ ๆ เรา2พ่อลูกตระกูล
คาร์เซนโต้ผู้ยิ่งใหญ่ แพ้เด็กอายุ 20 และยัง
ไม่จบการศึกษาอย่างเชอลีนครับ” เอริค มองหน้า
ผู้เป็นพ่อ “อย่าทำให้ผมต้องทิ้งทุกอย่างไปเหมือน
ที่แม่เคยทำเลยนะครับ ผมจะพาเชอลีนกลับเลย”
เอริค พูดจบเดินตรงเข้าไปหาเชอลีน และพาเธอ
กลับเพนท์เฮ้าส์ทันที“ เชอลีน สังเกตุเห็นหน้าตา
ของเอริคดูนิ่งเฉย นัยตาแข็งก้าว “คุณทะเลาะกับ
คุณท่านหรือเปล่าค่ะ ต้นเหตุเพราะหนูใช่ไหม”
เอริค จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า “ฉันกับพ่อแค่มี
ความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกันอ่ะ” มือหนาลูบ
ศีรษะของหญิงสาวอย่างเอ็นดู “อ่อค่ะ” เชอลีน
ได้คำตอบ ก็เดินไปที่ระเบียง มองบรรยากาศช่วง
ค่ำคืน ร่างบางนั่งลงเอนกายพิงโซฟา สายตามอง
แสงไฟส่องสว่างที่สวยงามแต่กลับเงียบเหงา พราง
นั่งคิดถึงคำพูดปริศนาจากเจคอปที่บอกว่าตัวเธอ
ไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ ของตระกูลแวนส์สัน
เพราะหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อใช่ไหม พ่อถึงได้
ทิ้งหนูไว้แบบนี้ น้ำใสๆค่อยๆไหลออกมาจาก
ดวงตาคู่สวย เอริคที่นั่งครุ่นคิด เขารู้สึกกังวลและ
เป็นห่วงเชอลีนอย่างบอกไม่ถูก
“ช่วยตามไซลาสกับเอลตัน ให้ฉันที” เอริคสั่งโทมัส
“ได้ครับนาย” โทมัส รับคำสั่งและรีบดำเนินการ
ทันที ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ไซลาสกับเอลตัน ก็เข้า
มาพบเอริค “ฉันอยากให้พวกนาย 2 คน คอยดูแล
ความปลอดภัยให้เชอลีน แต่อย่าให้เธอรู้ตัว
เด็ดขาด ฉันอยากรู้ว่าเจคอปกับเชอลีนมีข้อตกลง
อะไรกัน ดูแลความปลอดภัยของเธอให้เท่ากับชีวิต
ของฉัน” เอริค เอ่ยขึ้น “ได้ครับนาย พวกเราจะดูแล
ความปลอดภัยของคุณเชอลีนให้เท่ากับชีวิตของ
พวกเราเช่นกันครับ” ทั้งคู่ก้มศีรษะลง รับคำสั่ง
“พวกนายไปพักผ่อนกันได้” เอริค พูดจบ ก็ถือ
แก้วไวน์เดินตรงไปหาหญิงสาวที่อยู่ตรงระเบียง
เอริค ลงนั่งข้างๆหญิงสาว เหลือบมองและเอ่ยขึ้น
“วิวที่นี่มันคงสวยมากจนทำให้ฝุ่นเข้าตาเธอสินะ”
หญิงสาวหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มด้วยดวงตา
คู่สวยที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา “ใช่ค่ะ มันสวยมาก”
เชอลีน ยิ้มบาง เอริค กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม
“หนูอยากลองดื่มไวน์บ้างได้ไหมค่ะ”
“ได้สิ” เอริค ยื่นแก้วไวน์ให้กับหญิงสาว
“แต่หนูไม่อยากดื่มไวน์จากแก้วค่ะ”
เอริค ยกคิ้วขวาขึ้น “เธอ..จะแกล้งอะไรฉันอีก”
เชอลีน เม้มปาก “เปล่าแกล้งซะหน่อย”
ร่างบางกำลังจะลุกขึ้นยืน มือหนารีบคว้าร่างบาง
ลงมานอนแนบชิดอกแกร่ง “จะไปไหน หืมม”
สายตาของทั้งคู่ประสานกัน “จะไปดื่มไวน์ค่ะ”
เชอลีน อมยิ้ม “ไม่อยากดื่มไวน์จากแก้ว แล้ว
อยากดื่มไวน์จากอะไรล่ะ” เอริค หลี่ตาลง
“อยากดื่มไวน์จากท่อ PVC ค่ะ” ปลายลิ้นบาง
แตะมุมปาก หยอกเย้าสายตาชายหนุ่มตรงหน้า
“เชอ” ลอบกลืนน้ำลายอย่างเผลอตัว “ขาาา”
“เธอกำลังทำให้ฉันคลั่งตาย รู้มั้ย” มือบางไล้ลูบ
วนไป วนมาเบาๆ ที่แก่นกลางกายของชายหนุ่ม
“ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างหนู จะไปทำให้มาเฟียอย่าง
คุณคลั่งตายได้ยังไงค่ะ” ใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วย
ความทะเล้นท์และความเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากบางทาบ
ลงต้นคอของชายหนุ่ม “อื้มมม์ ชะ เชอ อ่าาส์” เสียง
ครางเบาๆในลำคอของชายหนุ่ม