++เพนท์เฮ้าส์..กรุงเทพฯ++
เอริค หลังวางสายจากธีภพ เขาเปลี่ยนใจกลับเข้า
กรุงเทพฯก่อนเวลา และตั้งใจพาเชอลีนไปออกงาน
“นัดประชุมพบปะคู่ค้าในประเทศ-ต่างประเทศ”
เอริค อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดินลงมา เห็นหญิงสาว
ยืนรออยู่แล้วในชุดเดรสยาวเปิดไหล่
สีชมพูกุหลาบ ผมลอนสีเกาลัดถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ
แต่งหน้าบางๆ สวมใส่รองเท้าส้นเข็มสูง 4 นิ้ว
เธอดูสวยสง่า โดดเด่นสะดุดตา เอริค ค่อยๆเดิน
เข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ
เชอลีน เห็นเอริค “ว้าว ชุดนี้หล่อจัง” เอ่ยปากชม
“จริงหรอ แต่ฉันไม่ชินกับสีอื่นสักเท่าไหร่” เอริค
ยืนตรงหน้าหญิงสาวและพูดเชิงไม่ค่อยมั่นใจ
ในการเปลี่ยนการแต่งตัว เชอลีน มองสำรวจ
มือบางยื่นเข้าไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านใน
ออก 1 เม็ด ช่วยจัดปกคอเสื้อให้ร่างสูง ก่อนจะเดิน
ไปหยิบรองเท้าที่เข้ากับสูทสีเทาเข้มของร่างสูง
“คุณใส่รองเท้าคู่นี้นะคะ” เอริค เหมือนโดนสะกด
เขาจ้องมองหญิงสาวที่ตอนนี้เธอดูเป็นสาวขึ้น มัน
ช่างแตกต่างจากหญิงสาววัยใสในชุดนักศึกษา
“ไปกันเลยไหมค่ะ” เชอลีน เดินเข้ามาถามใกล้ๆ
เอริค สติพึ่งกลับมา “ฮึ่มมม..ปะ ไปกันเลย”
ทั้งคู่เดินออกจากลิฟท์เพื่อไปขึ้นรถที่จอดรออยู่
โทมัสกับลูนีย์ ตะลึงในความสวยของหญิงสาว
พากันยืนมองตาค้าง จนเอริครู้สึกหวงเชอลีน
“มัวแต่มองอยู่นั่น เปิดประตูรถสิวะ” เอริค รู้สึก
หงุดหงิดขึ้นมาทันที ก่อนจะปรับสีหน้าและอารมณ์
เอริค เอ่ยขึ้น “เดี๋ยวไปร้านของมาร์ตินหน่อย”
“ได้ครับนาย” โทมัส รับคำสั่ง เพียงไม่นานรถ
ขับมาจอดหน้าร้านของมาร์ตินที่ขายเครื่องประดับ
เครื่องเพชรชื่อดัง เอริคจับมือเชอลีน พาเข้าไป
ในร้าน มาร์ตินที่ตั้งตาคอยว่าเพื่อนจะพาสาวที่
ไหนมาดูเครื่องประดับ ลำพังผู้หญิงจะเข้าใกล้ยัง
ยากเลย มาร์ตินก็ถึงกับตาค้างไปเช่นกันหลังเห็น
หญิงสาวที่เอริคจับมือพาเดินเข้ามา เอริคขอดูเซ็ท
เครื่องประดับทันที เชอลีน เอียงหน้าสวยชิดข้างหู
ร่างสูงกระซิบเบาๆ“หนูไม่เอาเครื่องประดับนะคะ”
เสียงแผ่วเบาที่สัมผัสเข้าไปในหูของเอริค ทำให้
หัวใจของเขาแทบกระเด็นออกมาเต้นที่พื้น
“ฉันอยากให้เธอใส่” เอริค จ้องมองหญิงสาวที่ยืน
ตรงหน้า แทบอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
เชอลีน มองไป มองมาที่ตู้โชว์ “งั้นหนูเอาอันนี้ค่ะ”
เอริค มองตามนิ้วเรียวชี้ไป “ขอดูหน่อย”
มาร์ตินเอ่ยชม “ นอกจากคนจะสวยมากขนาดนี้
ยังตาถึงเลือกเครื่องประดับได้เก่งอีก” ใบหน้ายิ้ม
เอริค “มันดูเล็กไปหรือเปล่า” มาร์ตินเอ่ยเสริม
“มันอาจจะดูเล็ก แต่น้ำเพชรและดีไซน์นี้ รับรอง
หาไม่ได้จากร้านอื่นและเหมาะกับวัยของน้องเขา”
มาร์ตินหยิบสร้อยออกมา “ ใส่เลยไหม” เอริคมอง
พฤติกรรมของเพื่อน อยากจะเสยหน้าสักที สองที
“เอามา เดี๋ยวใส่ให้เอง” เอริครู้สึกว่าสร้อยมัน
ธรรมดาและเส้นเล็กเกินไป แต่พอเขาสวมสร้อย
ให้เธอ จากสร้อยที่ดูธรรมดา ก็ดูสวยและพิเศษขึ้น
มาทันที เอริค จ้องมองหญิงสาวพรางอมยิ้ม
รถหรูสีดำสนิทได้จอดเทียบทางเข้าโรงแรม
เอริคลงจากรถมาพร้อมสาวสวย กล้องทุกตัวใน
งานก็พากันหันมาทิศทางเดียว พากันกดชัตเตอร์
รัวๆ แสงแฟลชสะท้อนจนเชอลีนรู้สึกแสบตา จน
ต้องบีบแขนเอริคเบาๆ “หืมมม” เอริค หันมอง
หญิงสาว “คุณเดินช้าๆหน่อยได้ไหมค่ะ หนูแสบตา”
เอริค หยุดเดิน ก่อนจะเปลี่ยนจากการเดินควงแขน
เป็นเดินโอบเอวหญิงสาวแทน เพื่อช่วยประคองไม่
ให้เธอล้ม “แบบนี้ดีขึ้นไหม” เอริค เอ่ยถามอย่าง
เป็นห่วง “ดีค่ะ..ขอบคุณค่ะ”
++บ้านพักหลบซ่อนตัวแถวชายแดน++
“พ่อค่ะ..นี่มันยัยเชอนี่ค่ะ” เชอร์รี่ดูสกู๊ปข่าวในทีวี
คนเป็นพ่อเดินมาหยุดดูข่าวในทีวี พรางคิดในใจ
คุณเอริคไม่ทำร้ายยัยเชอของพ่อจริงๆด้วย แถมยัง
ควงยัยเชอออกงานด้วย คงหลงความน่ารัก ความ
สดใสของยัยเชอเข้าแล้วแน่ๆ ” ผู้เป็นพ่ออมยิ้ม
“ผู้ชายที่อยู่กับยัยเชอคือใครหรอค่ะพ่อ” เชอร์รี่
ดูข่าว ตาจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่ม เธอรู้สึกหลงรักชาย
หนุ่มที่เดินโอบน้องสาวของเธอในข่าว ช่างเป็น
ผู้ชายที่หล่อและเพียบพร้อมซะทุกอย่าง เหนือกว่า
ธีภพเป็นไหนๆ แววตาของเชอร์รี่เป็นประกาย
ผู้เป็นพ่อเห็นสายตาของลูกสาวถึงกับส่ายหน้า
ให้กับตัวเอง พร้อมเอ่ยขึ้น “นั่นคุณเอริค..คู่หมั้น
ของลูกที่พวกเราหนีมาไง” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น
เชอร์รี่ถึงกับตกใจ “ อะ อะไรนะคะ พ่อ..ทำไมหนู
ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นผู้ชายคนนี้..ทำไมพ่อถึง..
“เพราะลูกมัวแต่เอาเวลาไปสนใจธีภพไง..ลูกไม่
เคยฟังในสิ่งที่พ่อพยายามจะบอกลูกเลย ที่พวกเรา
ต้องหนีกันอยู่ทุกวันนี้และทิ้งน้องไว้ ก็เพราะลูกบอก
รักธีภพมากและไม่มีทางยอมแต่งงานกับคุณเอริค”
พ่อ เอ่ยตามจริง..เชอร์รี่นิ่งเงียบไป “เราจะกลับไป
แก้ไขทุกอย่างค่ะพ่อ หนูจะไปแต่งงานกับคุณเอริค”
“แล้วธีภพล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม “พี่ภพไม่ได้รักหนู
ตั้งแต่แรกค่ะพ่อ พี่ภพรักยัยเชอมาตลอด แต่หนู
จะคืนพี่ภพให้กับยัยเชอ ที่ผ่านมาหนูเอาเปรียบ
น้องมามากพอแล้ว ตอนนี้หนูจะกลับไปรับผิดชอบ
ทุกอย่างเอง เราจะไม่หนี พ่อก็ไม่ต้องลำบากอีก”
เชอร์รี่กุมมือพ่อ มองตาพ่อ “หนูรู้ค่ะว่าพ่อคิดถึง
ยัยเชอมากแค่ไหน พ่อต้องทิ้งน้องไว้ก็เพราะพ่อ
ต้องเลือกมาช่วยหนู หนูช่างเป็นพี่สาวที่เห็นแก่ตัว
มากค่ะพ่อ เรากลับไปหายัยเชอกัน กลับไปแก้ไข
ทุกเรื่องให้ถูกต้องกันค่ะพ่อ” เชอร์รี่ยิ้ม ในใจลึกๆ
เธอรู้สึกอิจฉาน้องสาวมาตลอด แย่งทุกอย่างที่คิด
ว่ามันดีสำหรับเธอ แต่เธอมักจะใช้คำพูดที่ดูดีใน
การมาพูดกล่อมผู้เป็นพ่อให้ช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
การที่พ่อไม่สามารถพาเชอลีนหนีไปด้วยได้ เพราะ
เชอร์รี่ไม่ต้องการให้ธีภพกับน้องสาวใกล้ชิดกัน
จึงออกอุบายให้พ่อทิ้งเชอลีนไว้ โดยบอกผู้เป็นพ่อ
ว่าเชอลีนทั้งสวยและน่ารัก ถ้าเอริคมาเจอเชอลีน
แล้วหลงรัก เปลี่ยนใจแต่งงานกับน้องสาวแทน
ทั้งเธอและพ่อก็ไม่ต้องหนี ส่วนเชอร์รี่ก็ได้สมหวัง
กับธีภพตามที่ตั้งใจไว้..แต่ตอนนี้ พอเชอร์รี่ได้เห็น
เอริคที่ดูดีกว่าและเหนือกว่าธีภพทุกอย่าง ก็รู้สึกว่า
ตัวเองทำผิดพลาดครั้งใหญ่และเธอต้องรีบกลับไป
ทวงผู้ชายที่ต้องเป็นของเธอคืนจากน้องสาว..
ผู้เป็นพ่อ นิ่งเงียบ มองหน้าลูกสาว อย่างรู้ทัน พราง
คิดในใจ..ทุกอย่างมันสายไปแล้วเชอร์รี่ หนูกลับ
ไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เชาว์ผู้รู้จักเอริคเป็นอย่างดี
เอริคเป็นมาเฟียที่เน้นทำธุรกิจ เพื่อสร้างรากฐาน
ทางการเงิน ทางอิทธิพลเป็นหลัก แต่เขาไม่มีเรื่อง
ผู้หญิงเข้ามาพัวพัน เพราะตั้งแต่เขาถูกแม่ทิ้งไป
เขาก็เหมือนเกลียดผู้หญิงทั้งโลกไปเลย ไม่เคยมี
ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ตัวเอริคได้..แต่วันนี้เอริค
กลับเดินโอบเชอลีนในงานสังคมใหญ่ๆ เชาว์รู้สึก
กังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเขาก็รู้จักนิสัย
ของเชอร์รี่เป็นอย่างดี เห้อ นี่ฉันเลี้ยงเชอร์รี่และ
ตามใจลูกจนเสียคนแล้วใช่ไหม