มหาลัยThe Richton University คณะพยาบาลศาสตร์
ครืด~ครืด~
เห้อ!!!
เสียงมือถือดังขึ้นถี่ๆ เมล์ลินถอนหายใจยาว ก่อนกดรับสายอย่างไม่เต็มใจนัก
“ค่ะป้าดา”
{เมล์ลิน…ป้าโทรมารบกวนเวลาเรียนหลานรึเปล่าจ๊ะ…}
“เมล์ว่างค่ะ ป้าดามีอะไรก็พูดมาเถอะ อีกหน่อยเมล์ต้องเข้าเรียนแล้ว ”
เมล์ลินถามขึ้นอย่างรู้ทัน เพราะที่ป้าดาโทรมาก็คงไม่พ้นเรื่องเงิน
{ก็จะเรื่องอะไรซะอีกละ ก็เรื่องค่าเทอมยัยแซมมี่นั่นแหละ ที่ป้าบอกหนูไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนอะ เมล์หาได้รึยังลูก น้องจะได้เอาไปจ่ายมหาลัยแล้วนะ }
จริงอย่างที่เธอคิดไม่มีผิด ค่าเทอมของแซมมี่ไม่ใช่น้อยๆ เพราะแซมมี่เรียนแพทย์ ส่วนเธอเรียนแค่พยายบาล ตั้งใจว่าจะเอาเท่าที่ไหว แต่ก็ไม่เคยคิดว่าป้ากับลุง จะยัดเยียดความรับผิดชอบอันแสนหนักอึ้งของแซมมี่ให้เธอด้วย
“ป้าดาคะ เมล์ยังไม่มีเลยค่ะ ตอนนี้ต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลด้วย ป้าหาทางอื่นก่อนได้มั้ยคะ ”
เมล์ลินพูดอย่างตัดบท แม้รู้ว่าเหตุการณ์ตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
{อะไรนะ นี่แกอย่าบอกนะ ว่าแกจะไม่ช่วยฉันอ่ะ
ค่าเทอมน้องแสนเดียว แกยังไม่คิดจะช่วย แกมันเนรคุณ ทำไมไม่นึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน ที่ฉันกับลุงวัฒน์เลี้ยงแกมาตั้งแต่ยังเด็ก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ปีกกล้าขาแข็ง ใช่สิ อีกปีเดียวแกก็เรียนจบแล้วหนิ แกไม่ต้องพึ่งพาพวกฉันแล้วใช่มั้ย
อีกหน่อยก็ได้ทำงาน และออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ทิ้งผู้มีพระคุณไว้ข้างหลังแบบนี้แกไม่มีทางเจริญหรอกนะ }
แค่เพียงเมล์ลินพูดขัดใจ ป้าของเธอก็ใส่ไม่ยั้ง
เสียงด่าทอแหลมปรี๊ดมาตามสาย จนเมล์ลินต้องขยับมือถือออกให้ไกลหู
“โอเคค่ะป้าดา ค่าเทอมแซมมี่อาทิตย์หน้าใช่มั้ย เดี๋ยวเมล์จะรีบจัดการให้นะคะ ”
สุดท้ายก็ไม่พ้นเธออยู่ดี แซมมี่พึ่งปี2อยู่เลย แล้วอีกตั้งกี่ปีละทีนี้
{เมล์จะช่วยน้องจริงๆใช่ไหมลูก ป้าจะได้รอ }
“ค่ะ เมล์จะรีบหาให้ ”
{ขอบใจนะลูก ป้าคิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าเมล์หนะไม่ใจร้ายใจดำหรอก ป้ากับลุงยังคุยกันอยู่เลยนะ ว่าเมล์หนะกตัญญูรู้คุณ ต่อให้เรียนจบเป็นพยาบาล หลานก็ต้องส่งเสียน้องเรียนเหมือนเดิมนั่นแหละ ”
หลังจากได้คำตอบที่พอใจ คำพูดของป้าดาหวันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แต่เมล์ลินก็ชินไปซะแล้ว เพราะคำว่าบุญคุณมันค้ำคอ จึงทำให้ป้าดาหวันเอารัดเอาเปรียบเธอมาตลอดหลายปี เป็นเธอที่ต้องเสียสละให้แซมมี่ เป็นเธอที่ต้องทำงานทุกอย่างในบ้าน จนเธอไม่เคยมีชีวิตเป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
“งั้นแค่นี้ก่อนนะคะป้าดา หนูต้องเข้าห้องเรียนแล้ว”
{จ้า…}
ก่อนวางสาย ป้าดาหวันก็ทิ้งท้ายด้วยคำพูดหวานเจี๊ยบ ที่ไม่ว่าเมล์ลินได้ยินทีไรก็ขนลุก เรียกว่าหลอนไปหมดก็ว่าได้
“อีกแล้วเหรอเมล์ เมื่อเดือนก่อนก็พึ่งขอไปซื้อกระเป๋าเองนะ หน้าตาน้องแกนี่คงสำคัญมากเนาะ ถึงได้ต้องใช้กระเป๋าใบละหลายหมื่น
เรียนแพทย์ที่ค่าเทอมสูงริบลิ่ว ยาวนานถึง6ปี
และแกเป็นคนหาเงินจ่ายค่าเทอมให้ ”
ใบพลูพูดขึ้นอย่างเหลืออด โมโหแทนเพื่อน ที่ต้องมาแบกรับคำว่าบุญคุณไม่จบไม่สิ้น
“ทำไงได้ละใบพลู ป้าดาหวันกับลุงนิวัฒน์เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็กหนิ ถึงแม้ว่าทุกอย่างฉันจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตลอดก็เถอะ ถือซะว่าตอบแทนที่ป้ากับลุงให้ฉันอยู่อาศัยก็แล้วกัน ”
พอเธอโตขึ้นมาหน่อย ป้าดาหวันก็ใช้เธอทำงานบ้านสารพัด ปากก็บอกว่ารักเธอกับแซมมี่เท่ากัน ไม่มีลำเอียงแม้แต่น้อย
“โดยการที่ต้องจ่ายค่าเทอมให้ยัยแซมมี่ จนกว่าจะจบปี6นี่นะ โอ้พระเจ้า นี่มันเวรกรรมอะไรของแกเมล์ลิน ”
เมล์ลินทำหน้าเศร้าอย่างคนปลงไม่ตก
“ เรื่องนั้นชั่งมันก่อนเถอะใบพลู แกช่วยฉันคิดทีว่าจะหาเงินหนึ่งแสนจากที่ไหน เพื่อให้ทันจ่ายค่าเทอมแซมมี่อาทิตย์หน้า ฉันมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ”
งานพาร์ทไทม์ที่ทำอยู่ ก็ได้ไม่เท่าไหร่เอง วันละไม่กี่ร้อย เงินที่ซื้อกระเป๋าให้แซมมี่เมื่อเดือนก่อน ก็เงินพิเศษจากค่างานและเงินเก็บบางส่วน
ที่เก็บไว้ใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นทั้งนั้น
“นี่แกฝันอยู่รึไง หาเงินหนึ่งแสนภายในหนึ่งอาทิตย์ ”
ใบพลูยืนกอดอก ยืนยันเสียงแข็ง ว่ายังไงก็เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
“คุยอะไรกันยะสองสาว หน้าตาเคร่งเครียดเชียว”
และฟางข้าวก็มาถึง ฟางข้าวคือเพื่อนอีกคนในกลุ่ม ที่หาเงินส่งเสียตัวเองเรียนมาจนถึงปี4เหมือนกันกับเธอนั่นแหละ
“จะอะไรซะอีกละ ที่ทำยัยเมล์ลินเครียดได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องน้องสาวเจ้ากรรมนายเวร ที่คอยตามหลอกตามหลอน ตามขูดตามรีดจนแทบไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว ล่าสุดอะนะ อาทิตย์หน้าต้องจ่ายค่าเทอมหนึ่งแสน อยากเรียนพอเข้าใจนะ แต่ต้องมีปัญญาจ่ายค่าเทอมด้วย ”
ใบพลูของขึ้นอีกรอบด้วยความโมโห
“จริงเหรอเมล์ ”
ฟางข้าวถามเสียงเบา มองหน้าเมล์ลินด้วยความสงสาร
“อืม…แกมีงานอะไรที่ได้เงินไวๆบ้างมั้ยอ่ะ แนะนำฉันทีสิ ”
เมล์ลินถามขึ้น ตอนนี้ไม่รู้จะมองหาใครแล้ว
“เอางี้ป่ะ ผับที่เพื่อนฉันทำงานอยู่อ่ะ มีแต่ระดับเศรษฐีไฮโซที่ไปเที่ยวกัน แกลองไปหาคนรวยที่นั่นป่ะล่ะ ครั้งสองครั้งก็ได้จับเงินแสนละ ยิ่งสวยๆสดๆอย่างแก ฉันว่าหาได้ไม่ยากหรอก ”
เมล์ลินถึงกับตาโต
“ นี่แกคงไม่ได้หมายถึง ให้ฉันไปขาย…หรอกนะ ”
เมล์ลินโพล่งขึ้นเสียงดัง ถึงลำบากยากเย็นขนาดไหน เธอก็ไม่เคยคิดทำงานอย่างว่า และนี่ค่าเทอมก็ไม่ใช่ของเธอเองด้วยซ้ำ แล้วเธอจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นไหม
“นี่!!!ยัยเมล์… เงินตั้งหนึ่งแสนนะ ฮัลโหล… สติค่ะสาว ไม่ใช่เงินหนึ่งพัน ที่จะสามารถทำงานพาร์ทไทม์ในร้านสะดวกซื้อแล้วได้มาง่ายๆ เงินก้อนโตขนาดนั้น มันก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่ายป่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะให้แกทำตลอด ได้เงินก้อนนี้แกก็เลิก มันจะไปยากอะไร ”
พอได้ยินแบบนั้น เมล์ลินก็หน้าเศร้ายิ่งกว่าเดิมซะอีก ถ้าทำแบบนั้นแล้วอาชีพพยาบาลของเธอละ
มันจะเหลือศักดิ์ศรีอะไรให้ชื่นชมอีก
“ ใช่ที่ผับของมาเฟียป่ะ ฉันเคยได้ยินพวกแก๊งค์นางฟ้าคุยกันนะ ว่าไปคืนเดียวก็มีกระเป๋าสวยๆสะพายแล้ว ”
ใบพลูรีบพูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้
“ ที่นั่นเลย ศูนย์รวมเศรษฐี บางคนโชคไม่ดีได้คนที่อายุเยอะหน่อย แต่รับรองเงินหนากันทั้งนั้น ”
เมล์ลินนั่งเงียบ นี่เธอต้องขายสิ่งที่หวงแหน
เพื่อแลกกับคำว่ากตัญญูจริงๆหรอ