“ ตัดสินใจสักทีเถอะยัยเมล์ มันจะครึ่งคืนอยู่แล้วนะ”
ฟางข้าวเอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าเซ็ง ให้กับความไม่กล้าตัดสินใจของเพื่อน เมล์ลินมองดูเหยื่ออีกรอบ ก่อนชี้มั่วๆไปที่โต๊ะ
“เอาคนนั้นแหละ แกไปดีลให้หน่อย ”
สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ ‘เป็นใครก็คงเหมือนกันนั่นแหละ’เธอได้แต่คิดในใจ สุดท้ายแล้วมันก็จบที่การเสียตัว
“แบบนี้สิเพื่อนรัก ครั้งแรกมันก็กลัวเป็นธรรมดา
แต่แกสวยขนาดนี้ แถมยังสดใหม่ด้วย เดี๋ยวฉันคุยราคาให้ ถ้าฉันส่งสัญญาณมาแกก็แค่ฉีกยิ้มกว้างๆส่งกลับไป เข้าใจรึเปล่า ”
“อืม…”
เมล์ลินตอบเพื่อนอย่างไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็ต้องทำใจยอมรับ มองตามหลังเพื่อนที่กำลังเดินไปที่อีกโต๊ะ และเริ่มเจรจาบางอย่าง พร้อมชี้มาทางโต๊ะที่เธอนั่ง พอชายคนนั้นหันมาเธอก็ฉีกยิ้มกว้างตามที่วางแผนกันเอาไว้
“ยัยเมล์ ยิ้มหวานกว่านั้นอีกหน่อย แบบยิ้มยั่วอะ ”
ใบพลูที่นั่งข้างๆแอบกระซิบ เมล์ลินพยายามทำตามจนสุดความสามารถ เพื่อให้ได้เงินก้อนโตมา หวังว่าเธอคงคิดไม่ผิดนะ
“ นั่นแหละ เอียงข้างนิดนึง แกเซ็กซี่มากเพื่อนรัก”
ใบพลูกับฟางข้าวคือเพื่อนที่แท้ทรู ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็สนับสนุนและพร้อมที่จะช่วยตลอดเวลา
“เฮ้ย!! สำเร็จแล้วเมล์ลิน กรี๊ด!!”
พอผู้ชายคนนั้นพยักหน้า ใบพลูก็กรี๊ดดีใจ แต่ก็ไม่ดังนัก เพราะยังพยายามเก็บอาการไว้อยู่ ส่วนเมล์ลินไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี ยังทะเลาะกับความรู้สึกตัวเองอยู่เลย
ตึก…ตึก…ตึก…
“ยัยเมล์ เสี่ยเล้งตกลงแล้ว ค่าตัวแกห้าหมื่นเลยนะ ตอนแรกเสี่ยจะให้สองหมื่น แต่ฉันบอกว่าแกยังบริสุทธิ์ ขอเป็นห้าหมื่นได้มั้ย เสี่ยก็ตกลงทันที”
ฟางข้าวรีบเดินกลับมา และพูดขึ้นอย่างดีใจ
เรื่องเจรจาเธอไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว
“ ขอบใจแกสองคนนะ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร
พวกแกก็สนับสนุนฉันตลอดเลย ”
แต่แทนที่จะดีใจ เมล์ลินกลับขอบคุณเพื่อนเสียงเศร้า
“ อย่าพูดแบบนั้นสิ พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ
ฉันหวังแค่ให้แก หลุดพ้นจากครอบครัวนี้สักที
เผื่อแกจะได้มีชีวิตที่ดีกับเค้าบ้าง แต่ในเมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเราก็จะช่วยแกให้ผ่านพ้นไปเอง”
ฟางข้าวกับใบพลูรีบกอดปลอบใจ
“อื้ม…ถ้าฉันตอบแทนครอบครัวนี้จนถึงที่สุดแล้ว
ฉันก็จะไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ให้พวกเขามายุ่งเกี่ยวแน่นอน ”
เมล์ลินพูดทั้งน้ำตา
“ อย่าร้องไห้ เสี่ยกำลังให้คนไปจัดการเรื่องห้อง
แกนั่งรอก่อน ถ้าเรียบร้อยเสี่ยจะให้คนเอาคีย์การ์ดมาให้”
เมล์ลินพยักหน้ารับ และนั่งรอด้วยใจที่กำลังเต้นระส่ำ
“ แต่ถ้าได้ห้าหมื่น แสดงว่ายัยเมล์ก็ต้องทำอีกนะสิ ขอแสนนึงเลยไม่ได้เหรอยัยฟาง ”
พอใบพลูพูดแบบนั้น เมล์ลินก็มองหน้าฟางข้าว
แล้วพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย
“ นั่นนะสิ ขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม ”
เธอเองก็ไม่อยากทำเรื่องอย่างว่าถึงสองรอบ
“ ฉันคุยกับเสี่ยแล้ว เสี่ยบอกว่าถ้าแกทำให้เสี่ยพอใจ เสี่ยก็จะเพิ่มพิเศษให้ แต่ไม่ได้บอกว่าเท่าไหร่ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่แกแล้วนะ ว่าแกจะทำให้เสี่ยพอใจได้หรือเปล่า ”
“อื้ม…โอเค… ฉันจะทำให้เต็มที่”
แม้ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่เธอก็ต้องทำให้ได้ นั่งรอเพียงไม่นานชายชุดดำลูกน้องของเสี่ยเล้งก็เดินเข้ามา พร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้
“ คุณผู้หญิงครับ เสี่ยให้เอาคีย์การ์ดมาให้ เสี่ยบอกว่าให้ขึ้นไปรออยู่ข้างบนได้เลย เดี๋ยวเสี่ยตามไป”
เมล์ลินรับคีย์การ์ดมาไว้ในมือ และมองไปที่เสี่ยอีกครั้ง ก่อนเห็นว่าเสี่ยก็มองเธออยู่เหมือนกัน ปากหยักสีคล้ำแสยะยิ้มอย่างพอใจ จนเมล์ลินรู้สึกขนลุกซู่ เลยต้องรีบหลบสายตามองไปทางอื่น‘ไม่มีอะไรหรอกน่าเมล์ลิน แกเก่งอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้แกต้องผ่านมันไปได้สิ ’ เธอได้แต่ปลอบใจตัวเอง ปลุกความกล้าในตัว เพื่อผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปให้ได้
“ ฉันว่าแกรีบขึ้นไปรอเสี่ยเถอะ อีกหน่อยเค้าก็คงตามไป เดี๋ยวฉันสองคนจะรอแกอยู่ตรงนี้ พอเสร็จแกก็รีบลงมา หรือถ้าเสี่ยเค้าติดใจแก แล้วขอต่อ แกก็ส่งข้อความบอกพวกฉันด้วย พวกฉันจะได้กลับก่อน”
ฟางข้าวเอ่ยขึ้น ก่อนที่เมล์ลินจะพยักหน้ารับและรีบเดินแยกจากเพื่อนไปยังชั้นบนของผับ
ตึก…ตึก…ตึก…
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นที่ทางเดินตึก!ตึก! ใจกล้าของเมล์ลินเริ่มสั่นไหว มือเล็กกำเข้าหากันแน่นเพราะความกลัว จนตอนนี้มันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เมล์ลินยืนทำใจอยู่หน้าห้องสักพัก
ก่อนรวบรวมความกล้า และผลักประตูเข้าไปในห้อง ดวงตากลมโตมองสำรวจไปโดยรอบ มันโอ่อ่าหรูหราก็จริง แต่ในเวลาเดียวกันมันก็น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนห้องเชือด ห้องพรากวิญญาณ ห้องอะไรก็ตามแต่ตอนนี้มันไม่น่าอยู่เลยซักนิด
“ยายจ๋า…หนูคิดถึงยายจัง…”
เธอนั่งลงที่เตียงอย่างกล้าๆกลัวๆ ปากก็เอาแต่พึมพำถึงยาย บนโลกใบนี้คงมีแค่ยายสินะที่ใจดีกับเธอ แม้ตอนนั้นยังเด็กมาก แต่ก็รับรู้ถึงความรักที่ยายมอบให้ และความรักแบบนั้นเธอก็ไม่เคยได้รับจากใครอีกเลย ในระหว่างที่เธอกำลังคิดเตลิดไปไกล ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงดัง
ปัง!
พร้อมประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง