ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ มองดูเสี่ยเล้งที่ทั้งใหญ่ทั้งล่ำ เดินปรี่ตรงมาที่เธออย่างคนใจร้อน ทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ฉุนกึ๊กโชยเข้าจมูก อยู่ๆเธอก็นึกขยะแขยงขึ้นมาดื้อๆ ทั้งใดนั้นเสี่ยเล้งก็เข้าจู่โจมเธอทั้นทันที ทั้งกอดทั้งห้อง จนเธอตั้งตัวไม่ทัน รีบร้องห้ามด้วยความตกใจ
“เสี่ย…ใจเย็นก่อนค่ะ…หนูยังไม่พร้อม!!!”
มือเล็กพยายามดันตัวใหญ่ของเสี่ยออก แต่ก็ไม่เป็นผล เสี่ยแก่ตัวใหญ่และแรงก็เยอะจนเกินไป
เธอสู้แรงไม่ได้เลย
“ยังไม่พร้อมอะไรกัน เธอเสนอเองนะสาวน้อย อาส์…หอม…”
เสี่ยเล้งไม่ยอมหยุด แขนแกร่งกอดรัดเธอแน่นยิ่งกว่าเดิมซะอีก
ริมแก้มและลำคอของเธอถูกเขาซุกไซ้จนเจ็บแสบ ทั้งที่เธอพยายามหันหน้าหนีจนคอแทบเคล็ด ความกลัวแล่นเข้ามาในความคิดทันที
“ปล่อยนะ!!!กรี๊ด!!!ฉันไม่อยากทำแล้ว ”
เมล์ลินกรีดร้องจนสุดเสียง และใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักเสี่ยออกจนสำเร็จ
“จะไปไหน!ฮ่าๆๆๆ เธอหนีไม่พ้นหรอก ”
แขนเสี่ยเล้งฟาดกลับมาจับข้อมือเธอแน่น
ก่อนจะกระชากร่างเล็กให้ล้มทับบนตัวเขา
“กรี๊ด!!!ปล่อยนะ ไอ้เสี่ยบ้า!!”
“เธอเป็นคนเสนอเองนะหนูน้อย เธอเสนอเสี่ยก็สนอง อย่าคิดว่าเข้ามาแล้ว จะได้ออกจากห้องนี้ไปง่ายๆ เราไม่ได้เล่นขายของกันอยู่นะ”
ไม่ทันให้ขัดขืน ร่างของเธอถูกผลักลงบนเตียงอย่างแรง
พรึบ…
“อ๊ะ!!!ฉันไม่ทำแล้ว! ปล่อยฉันนะ!”
เสียงเมล์ลินแตกพร่า สั่นจนแทบไม่เหมือนเสียงตัวเอง เสี่ยเล้งหัวเราะลั่นอย่างสะใจ ก่อนร่างสูงใหญ่จะตามมาขึ้นคร่อม
“ฮ่าๆๆ คิดว่าจะหนีได้ง่ายๆเหรอหืม…”
มือหยาบลากผ่านต้นแขนเรียวจนเธอสะดุ้งด้วยความขยะแขยง
“ฉันน่ะ…ไม่ปล่อยของดีแบบเธอไปง่ายๆ หรอก”
ลมหายใจเหม็นเหล้าเป่ารดซอกคอ ทำเธอทั้งสั่น ทั้งขนลุก ทั้งคลื่นไส้
หนวดเคราที่ครูดผิวทำให้เธอเจ็บแปลบ เหมือนโดนเข็มแทงไม่หยุด
“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ไอ้หื่น!!ฮือ…ช่วยด้วย…”
“อยากได้เงินไม่ใช่เหรอ ” เสี่ยเล้งขึ้นเสียง
“งั้นเพิ่มให้อีกสองหมื่น เป็นเจ็ดหมื่นเลย! แต่วันนี้ต้องทำให้เสี่ยพอใจ เข้าใจไหม!”
พูดจบ เสี่ยเล้งก็ดึงเน็คไท รั้งข้อมือเธอขึ้นไปเหนือหัวและผูกมือเมล์ลินติดกันทั้งสองข้างจนแน่น
เมล์ลินรู้ทันที…ถ้ายังใช้แรงสู้ เธอไม่รอดแน่
เธอหลับตาหายใจลึก
บังคับให้เสียงของตัวเองสั่นน้อยที่สุด
แล้วเปลี่ยนท่าทีในพริบตา
“เสี่ย…อย่า…อย่ามัดหนูเลยนะคะ”
เสียงเธอนุ่มลงจนฟังเหมือนยอมแพ้
“หนูยอมก็ได้…แต่ขอเพิ่มเป็นแปดหมื่นนะคะ หนูจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ”
เสี่ยแก่ชะงักในคำพูดทันที
ดวงตาที่เคยวิปริตเป็นมันวาวขึ้นมาทันที
“หึ…ที่แท้ก็ดึงราคานี่เอง”
เขาหัวเราะลั่นอย่างคนบ้ากำลังถูกใจ
“ได้! แปดหมื่นก็แปดหมื่น!”
ฟอด…เสียตอบตกลงอย่างพอใจ ก่อนหอมเข้าที่ซอกคอไปอีกฟอดใหญ่
“อาส์…ฮ่าๆๆๆ กลิ่นสาปสาวนี่มันหอมถูกใจเสี่ยจริงๆ ”
เมล์ลินใจเต้นถี่
เธอยังคงทำหน้าตาอ้อนวอนเหมือนคนหมดหนทาง
“งั้น…เสี่ยแก้มัดมือหนูก่อนนะคะ”
เธอส่งเสียงหวาน ทั้งที่ในใจสั่นจนแทบหายใจไม่ออก
“เดี๋ยวหนูจะ…ตามใจเสี่ยเอง”
แค่ประโยคนั้น เสี่ยเล้งก็รีบดึงเน็คไทออกอย่างไม่ลังเล
มือหนึ่งเลื่อนไปจัดเข็มขัดของตัวเองด้วยความหิวกระหาย
เหมือนลืมทุกอย่างรอบตัว
และพอเสี่ยเผลอ
ปั๊ก!!!
“โอ้ยยยยยย!!!!”
หัวเข่าของเมล์ลินกระแทกเข้าที่เป้าของเสี่ยเต็มแรง
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นห้อง
ร่างใหญ่ทรุดลงมากองบนเตียงทันที
“อีเด็กนี่!!”
เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้น
พุ่งไปคว้ากระเป๋า มือสั่นจนเกือบทำหล่น
แต่ก็ยังฝืนเปิดประตูออกมาอย่างสุดชีวิต
ไม่หันกลับ ไม่แม้แต่จะคิด
แค่ต้องออกไปจากห้องนี้ให้ได้
ก่อนที่เสี่ยเล้งจะลุกขึ้นมาทัน
เสียงคำรามโกรธจัดดังลั่นตามหลัง
“เดี๋ยวฉันจะลากเธอกลับมาด้วยมือของฉันเอง!!!”
ปั้ง!!
เสียงประตูปิดลง เมล์ลินรีบหนีเอาตัวรอด ขาเรียววิ่งสลับกันไปอย่างไร้ทิศทาง ก่อนที่จะมาหยุดหน้าห้องหนึ่ง และรีบเปิดประตูเข้าไปอย่างไม่ลังเล
ปั้ง!!
แฮร่ก…แฮร่ก…แฮร่ง…
เมล์ลินหายใจเหนื่อยหอบ เมื่อคิดว่าปลอดภัย เธอก็ทรุดกายลงนั่งกับพื้นใกล้ๆประตู และสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้ง
ครืด~ครืด~
ยังไม่ทันพักให้หายเหนื่อย เสียงมือถือในกระเป๋าก็ดังขึ้น มือเล็กรีบควานหามือถือในกระเป๋า เพราะมันกำลังแผดเสียงร้องจนกลัวว่าคนด้านนอกจะได้ยิน
“ฮะ…ฮะโหล”
เธอหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนรีบกดรับสาย
{ยัยเมล์! มันเกิดอะไรขึ้น! เสี่ยเล้งกับลูกน้องตามหาแกกันให้ควัก แกอยู่ไหน ปลอดภัยดีหรือเปล่า}
เสียงตกใจของฟางข้าวลอดมาตามสาย
“ ฉันปลอดภัย แล้วตอนนี้พวกแกอยู่ไหน ”
{ฉันกับใบพลูรอแกที่ลานจอดรถ เรียกรถรอแกแล้วคันสีดำ ป้ายทะเบียนอะไรนะคะพี่ }
ฟางข้าวรีบหันไปถามคนขับ
{กปxxxxกรุงเทพ แกรีบลงมาระวังตัวด้วย}
“ โอเค ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้”
เมล์ลินแง้มประตูเบาๆ ให้เป็นช่องเล็กๆ
และมองลอดช่องนั้นออกไป ก่อนรีบปิดประตูไว้เหมือนเดิมเพราะชายชุดดำเต็มไปหมด
ปัง…
แกร๊ก…
และลงกลอนอย่างดี
ครืด~ครืด~
{ว่าไง ออกมาได้มั้ย}
“ลูกน้องเสี่ยเต็มเลยอ่ะ ทำไงฟาง…ฉันกลัว…
ฉันออกไปไม่ได้แน่ๆเลย ฉันกระแทกเข่าใส่กล่องดวงใจไอ้เสี่ยนั่นด้วย มันคงโกรธมากแน่ๆ ฮือ…”
{แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน แกซ่อนอยู่ในที่ปลอดภัยหรือเปล่า}
“ ในห้องอ่ะ ปลอดภัยมั้ง ฉันลงกลอนเรียบร้อย”
{งั้นแกก็อยู่ในนั้นไปก่อน ห้ามเปิดออกมาเด็ดขาด จนกว่าแกจะปลอดภัย แต่พวกฉันรอแกอยู่แถวนี้ไม่ได้นะ มันไม่ปลอดภัยอ่ะ พี่คะ เดี๋ยวพี่ช่วยขับถัดไปอีกซักสองซอยได้ไหมคะ}
“ แกรอฉันที่ไหน แกอย่าไปไกลนะฉันกลัว”
{ฉันไม่ไปไกลหรอก เดี๋ยวฉันหาอยู่แถวร้านสะดวกซื้อ ถ้าแกออกมาได้ แกก็รีบโทรหาพวกฉัน แต่ถ้าแกคิดว่าที่นั่นปลอดภัยก็อยู่ไปก่อน}
“อื้ม.. งั้นแค่นี้นะ แบตเตอรี่ฉันเตือนน่ะ”
{โอเค ระวังตัวด้วยนะเพื่อน}
ด้านในห้องเดียวกัน
“อาส์…”
ภายใต้ฝักบัวที่น้ำไหลเป็นสาย ร่างใหญ่ของหมอหนุ่ม กำลังต่อสู้กับอารมณ์ความต้องการบางอย่าง ที่มันเริ่มทวีคูณหนักขึ้น
“นายครับ ไหวไหมครับนาย ”
บอดี้การ์ดสองคน คอยดูแลไม่ห่าง
“เอาชุดคลุมมา ”
ปากหยักได้รูป พูดอย่างสกัดกั้นอารมณ์
ลูกน้องรีบสวมชุดคลุมให้ ก่อนที่หมอฮ่องเต้จะพาตัวเองมาที่เตียง
“โอเค ฉันจะระวังตัวนะ”
ทั้งสามคนหันไปมองที่หน้าประตูพร้อมกันในทันที
เมื่อมีเสียงบุคลที่สี่ดังขึ้นมา
“นั่นเสียงใครไปดูซิ/ครับนาย”
พอได้ยินเสียงเรียบเย็นดังออกมาจากด้านในสุดของห้อง
ร่างเล็กของเมล์ลินก็แข็งทื่อ ไม่กล้าแม้จะตอบรับ ไม่กล้าแม้จะขยับหรือหันไปมอง ‘ คงไม่ใช่ลูกน้องไอ้เสี่ยเล้งอีกหรอกนะ เมล์ลิน ทำไมแกถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้ ’เธอได้แต่คิดในใจพร้อมหลับตาปี๋อย่างจำนนท์ แต่ก็ยังแอบข้างตู้วางรองเท้าใกล้กับประตู
ตึก…ตึก…ตึก…
และเสียงรองเท้าเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดตรงหน้าเธอ ตอนนี้เมล์ลินรู้แล้วว่าเธอคงไปไหนไม่รอด
“ฮือ…ฉันกลัวแล้ว…อย่าทำอะไรฉันเลยนะ…”
มือเล็กสองข้างรีบยกขึ้นเหนือหัวอย่างจำยอม ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นสบตา
“ เธอเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง
ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้แล้วตามฉันมา”
ชายร่างใหญ่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงจัดจนน่ากลัว
ก่อนเดินนำเข้าไปด้านในเหมือนเดิม และผ่านเข้าไปยังประตูอีกบาน ซึ่งน่าจะเป็นห้องนอน
“ คุณจะพาฉันไปไหน ฉะ… ฉันแค่เข้าห้องผิด
ฉันจะกลับออกไปเดี๋ยวนี้ ขอโทษคุณด้วย”
เมื่อเห็นท่าไม่ดีเมล์ลินก็เตรียมตัวชิ่ง และในขณะที่เธอหมุนตัวกลับ
“หยุดอยู่ตรงนั้น เธอไม่มีสิทธิ์ออกไป
ถ้านายของเรายังไม่อนุญาต ”
เท้าเล็กชะงักทันที ไม่กล้าแม้จะขยับเท้าเพื่อก้าวต่อ หรือว่าคนด้านในจะเป็นเสี่ยเล้งจริงๆ