Ep.5: ดูวุ่นวาย

1402 Words
เช้าวันทำงานอีกวันที่แสนวุ่นวาย แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของแผนกประสานงานน้ำเข้า - ส่งออก แต่บรรยากาศไม่ได้ละมุนตามแสงเลยสักนิด “ใครเอาแฟ้มพรีเซนต์ของปรางไป!!” เสียงมะปรางดังลั่น สีหน้าตื่นตระหนก คิ้วขมวดจนแทบชนกัน มือสองข้างเท้าเอวเหมือนกำลังเตรียมเปิดศึก เพลงพิณเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ช้า ๆ สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาเหนื่อยใจนิด ๆ “แกวางไว้บนโต๊ะตัวเองไม่ใช่เหรอ” “ก็ใช่!! แต่ตอนนี้มันหายไป!!” มะปรางทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตก ต้นรักที่กำลังเรียงโพสต์อิทอยู่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาใสกะพริบสองทีเหมือนกำลังประมวลผล “เมื่อกี้เหมือนรักเห็นปรางถือไปตอนจะถ่ายเอกสารนะ” “จริงด้วย!!” มะปรางนิ่งไปแป๊บหนึ่งก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง เพลงพิณหลุดยิ้มมุมปาก ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเอ็นดู “วันแรกที่ได้ทำงานจริง อย่าเพิ่งสร้างตำนาน” ต้นรักหัวเราะเบา ๆ เสียงใส แต่แววตายังมีความประหม่าแฝงอยู่ลึก ๆ “ตั้งสติหน่อยนะมะปราง” มะปรางทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อน ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบแฟ้มด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน นอกห้องกระจกสายตาคมกริบที่มองเข้าไปแผนกประสานงานส่งออก - นำเข้า ธามยืนสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังคิดเรื่องธุรกิจใหญ่โต สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง แต่สายตาเขาไม่ได้อยู่ที่เอกสารเขามันเลื่อนช้า ๆ ไปยังโต๊ะหนึ่งด้านล่างไททันเหลือบมองตามก่อนเลิกคิ้วนิดเดียว “ดูวุ่นวายนะครับ” มะปรางกำลังปีนเก้าอี้ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเกินเหตุ เพลงพิณยืนจับพนักพิงไว้แน่น ปากขยับเตือนตลอดเวลา ส่วนต้นรักยกมือกันแฟ้มที่เริ่มเอียง แฟ้มล้มลงเอกสารกระจายว่อนต้นรักทำหน้าเหวอ ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะรีบคุกเข่าลงเก็บอย่างลนลานแก้มเริ่มขึ้นสีชมพูอ่อนด้วยความอาย มุมปากของธามขยับขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีรอยยิ้มบางมากจนแทบมองไม่เห็น แต่ไททันสังเกตเห็นและเขาไม่พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามาทั้งสามเงยหน้าพร้อมกันรอยยิ้มบนใบหน้ามะปรางหายวับไปทันที เหลือเพียงความตึงเครียดเพลงพิณยืนหลังตรงขึ้นโดยอัตโนมัติ มือจับแฟ้มแน่นต้นรักที่ยังคุกเข่าอยู่ชะงัก มือค้างอยู่กลางอากาศ ธามเดินเข้ามา สีหน้าเรียบ ดวงตานิ่งลึกไททันตามหลัง สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาคมกริบ ความเงียบแผ่คลุมพื้นที่ทันทีต้นรักค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและสบตาเขา หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ แววตาเธอไหววูบเล็กน้อย แต่ยังไม่หลบสายตาของธามกวาดตาผ่านเอกสารที่กระจายก่อนหยุดที่มือเธอ “เอกสารพวกนั้นเรียงผิดชุด” น้ำเสียงเรียบ แต่ไม่เย็นชาเหมือนทุกครั้งต้นรักก้มมองทันที คิ้วขมวดนิด ๆ “จริงด้วยค่ะ” เธอรับกระดาษจากมือเขาอย่างระวัง แต่ปลายนิ้วกลับเฉียดถุงมือหนังสีดำโดยไม่ได้ตั้งใจสัมผัสสั้นมากแต่เธอเผลอกลืนน้ำลายแก้มที่ชมพูอยู่แล้วแดงขึ้นอีกนิดธามสังเกตเห็นแววตานิ่ง ๆ นั้นอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที “ตั้งใจดี” เขาพูดช้า ๆ แต่สายตาไม่ละจากหน้าเธอ “แต่ต้องละเอียดกว่านี้” คำพูดเรียบง่ายแต่จังหวะที่เขาพูด…เหมือนตั้งใจให้ได้ยินแค่เธอ เพลงพิณแอบมองสลับไปมา สีหน้าครุ่นคิด มะปรางหรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนที่ธามจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตูลิฟต์ปิดลง ไททันเหลือบมองกระจกสะท้อนภาพเจ้านาย “เมื่อกี้นายยิ้มครับ” “เหรอMM” ธามนิ่ง สีหน้าราบเรียบเย็นชาเหมือนเดิม “ครับ” เงียบไปครู่หนึ่งธามมองตัวเลขลิฟต์ที่ลดลง ดวงตาครุ่นคิด “ก็แค่ดูว่าใครจะสร้างปัญหา” แต่แววตาที่สะท้อนในกระจกไม่ได้ดูเหมือนกำลังมอง ‘ปัญหา’ คิรินยืนพิงเสา มือไขว้หลัง สีหน้ากึ่งขบขันกึ่งสนใจ สายตาเขาหยุดที่มะปรางที่กำลังบ่นงึมงำกับเพื่อนมุมปากยกขึ้นนิดหน่อย “พลังงานล้นดีจัง” น้ำเสียงเบา แต่ดวงตาเป็นประกาย ทันทีที่ผู้บริหารเดินพ้นสายตามะปรางทรุดตัวลงบนเก้าอี้ “พินเกือบหัวใจวาย!!” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ แต่สายตายังครุ่นคิด “เขามองโต๊ะเราตั้งแต่แรกเลยนะ” ต้นรักพยายามทำหน้าเรียบ แต่ปลายนิ้วเธอยังสั่นนิด ๆ “ก็แค่มาตรวจงาน” มะปรางจ้องหน้าเพื่อน ก่อนชี้นิ้วใส่แก้มเธอ “แล้วนี่อะไร” ต้นรักรีบยกมือแตะแก้มตัวเอง “อะไร??” “แดง” เพลงพิณยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทันส่วนต้นรักหลบสายตา หัวใจยังเต้นแรงกว่าปกติเธอไม่รู้ว่าเพราะอายหรือเพราะสายตาคู่นั้น…ยังติดอยู่ในความรู้สึกและบนชั้นสูงของตึกสายตาสามคู่ยังคงมองลงมาด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันสนใจ จับตา และเริ่มรู้สึกมากกว่าที่ควร บนชั้นของตึก กระจกใสสะท้อนภาพเมืองที่เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ แต่ภายในห้องกลับนิ่งสงบผิดปกติ ธามยืนกอดอก เงาสะท้อนของตัวเองในกระจกดูแข็งกร้าวพอ ๆ กับสีหน้าจริง ดวงตาคมลึกทอดมองลงไปยังแผนกการตลาดอีกครั้ง แม้ร่างสามสาวจะเล็กลงในมุมมองจากที่สูงแต่สายตาเขากลับหยุดนิ่งอยู่ที่คนเดิม “ถ้าจะดูต่อ ผมแนะนำกล้องวงจรปิดสะดวกกว่านะครับ” ไททันยืนเยื้องด้านหลัง มือไขว้หลัง สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาเจ้าเล่ห์เล็ก ๆ ธามเหลือบตามองช้า ๆ สายตาเย็นเฉียบจนไททันยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ “ผมแค่เสนอทางเลือก” “หึหึ ผมว่าไม่ต้องใช้กล้องหรอกครับ แบบนี้ชัดกว่าเยอะ” คีรินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาเอนตัวพิงผนัง มือหมุนปากกาเล่น สีหน้ากึ่งขบขัน ธามไม่ตอบ แต่กรามขยับนิดหนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “เตรียมประชุมบ่ายนี้ให้พร้อม” เขาตัดบทเสียงเรียบ แต่ก่อนจะหันหลังเดินออกไป สายตาเขายังเหลือบลงไปด้านล่างอีกครั้ง…เพียงเสี้ยววินาที ด้านล่างความวุ่นวายยังไม่จบ “โอ๊ยยยยย เอกสารชุดนี้มันต้องเรียงตามไทม์ไลน์สิปราง!!” เพลงพิณพูดเสียงเบาแต่จริงจัง คิ้วขมวดน้อย ๆ ขณะช่วยจัดกระดาษ “ก็ปรางรีบไหมล่ะ!!” มะปรางทำหน้ามุ่ย ปากยื่นอย่างไม่ยอมแพ้ ต้นรักนั่งคุกเข่าข้างโต๊ะ มือเรียงกระดาษอย่างตั้งใจ สีหน้าจริงจังผิดกับภาพลักษณ์อ่อนหวาน ดวงตาใสกวาดอ่านแต่ละหน้าอย่างละเอียดแต่ลึก ๆ ใจเธอยังไม่สงบ ภาพปลายนิ้วที่แตะถุงมือหนังสีดำยังติดอยู่ในความรู้สึก เธอส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนจะไล่ความคิดนั้นออก “รัก เรียงชุดนี้เสร็จยัง??” เพลงพิณถาม “จะเสร็จแล้ว” เสียงจอบรับนุ่ม แต่เบากว่าปกตินิดหนึ่ง มะปรางหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับสังเกต ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “แกเป็นอะไรหรือเปล่า” “เปล่านี่” ต้นรักสะดุ้งพร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกเลิกลัก “แน่ใจ??” แก้มเธอขึ้นสีจาง ๆ อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว เพลงพิณอมยิ้มบาง ๆ เหมือนอ่านออก แต่ไม่พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นพร้อมกันสามเครื่อง ติ๊ง ทั้งสามก้มมองหน้าจอหัวข้อเมลเด่นชัด แจ้งเปลี่ยนแผนพรีเซนต์ ผู้บริหารเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง มะปรางตาโตทันที “อะไรนะ!! เขาจะเข้าประชุมเองเหรอ!!” “งั้นเราต้องเตรียมสไลด์ใหม่ เพิ่มข้อมูลละเอียดกว่านี้” เพลงพิณสูดหายใจลึก สีหน้าเคร่งขึ้นทันที ต้นรักนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง หมายความว่า… เธอจะต้องเจอเขาอีกในห้องประชุม มะปรางเริ่มเดินวนไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน มือยกขึ้นกุมหัว “โอ๊ยยย วันนี้เราจะโดนเชือดแล้วเหรอ!!” “ตั้งสติ เราทำได้” เพลงพิณหันไปจับไหล่เพื่อน สีหน้าจริงจังแต่มั่นคง “อืม… เราทำได้” ต้นรักมองเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาที่เคยไหววูบเริ่มแน่วแน่ขึ้น แม้ในใจจะยังสั่น แต่ลึก ๆ ก็มีบางอย่างผลักดันไม่ใช่แค่ความกลัวแต่เป็นความรู้สึกที่เธอเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD