Ep.6: ประชุม

1583 Words
ห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารเงียบกว่าปกติ กระจกบานใหญ่เปิดมุมมองออกไปยังตัวเมืองที่กำลังคึกคัก รถยนต์เคลื่อนตัวเป็นสายยาว แสงแดดยามบ่ายสะท้อนผิวตึกสูงระยิบระยับแต่ภายในห้องกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดันที่หนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนเหลือเพียงความเงียบ โต๊ะประชุมยาววางเรียงรายด้วยผู้บริหารระดับสูงโน้ตบุ๊กถูกเปิด เอกสารถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและที่หัวโต๊ะธามนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำอย่างสงบนิ่งสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่มีสิ่งใดในห้องนี้สำคัญพอจะทำให้เขาแสดงอารมณ์ออกมาแต่ดวงตาคมลึกคู่นั้นกลับกวาดมองทุกคนอย่างช้า ๆ เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง บางอย่างที่คนในห้องไม่อยากเป็นฝ่ายถูกวางไว้บนตาชั่งนั้นด้านขวาของเขาไททันนั่งตัวตรง สีหน้าสงบแต่สายตาคมกริบของเขากำลังกวาดมองผู้บริหารรอบโต๊ะเหมือนนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อส่วนด้านซ้ายคีรินเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ หมุนปากกาในมือเล่นอย่างไม่เร่งรีบ รอยยิ้มบาง ๆ ติดอยู่ที่มุมปากเหมือนกำลังดูละครสนุกเรื่องหนึ่งธามเหลือบมองเอกสารตรงหน้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เริ่มได้” เสียงของเขาไม่ดัง สั้น เรียบ เย็น แต่แรงกดดันในน้ำเสียงกลับทำให้หลายคนในห้องประชุมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากหัวหน้าทีมรีบเปิดสไลด์ “วันนี้ผมจะนำเสนอรายงานการขนส่งสินค้าในไตรมาสที่ผ่านมา รวมถึงแผนปรับปรุงเส้นทางขนส่งในไตรมาสหน้า” แผนที่เส้นทางขนส่งและตารางตัวเลขปรากฏบนหน้าจอ เขาเริ่มอธิบายตามสไลด์อย่างเป็นระบบ “ในไตรมาสนี้ ปริมาณการขนส่งรวมอยู่ที่หนึ่งแสนสองหมื่นยูนิต เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนประมาณสิบสองเปอร์เซ็นต์ครับ” แต่ยังไม่ทันผ่านสไลด์ที่สองเสียงทุ้มของธามก็ดังขึ้น “หยุด” ทั้งห้องเงียบลงทันทีหัวหน้าฝ่ายหยุดพูดกลางประโยคปลายนิ้วของธามเคาะเบา ๆ บนโต๊ะประชุมเสียงแทบไม่ได้ยินแต่ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนมันดังก้องในหูสายตาคมของเขาจับอยู่ที่ตัวเลขบนจอ “ตัวเลขค่าขนส่งตรงนี้” เขาพูดช้า ๆ “เพิ่มขึ้นเกือบสิบแปดเปอร์เซ็นต์” สายตาคมเงยขึ้นมองคนตรงหน้า “คุณมั่นใจแค่ไหนว่ามันสมเหตุสมผล” หัวหน้าฝ่ายรีบตอบทันที “เป็นผลจากค่าขนส่งทางเรือที่ปรับขึ้นครับ รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางบางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่ท่าเรือ” “หลีกเลี่ยงความล่าช้า…” ธามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเรียบ ๆ “…หรือหลีกเลี่ยงการวางแผนที่ผิดพลาดของทีมคุณ” สายตาคมกวาดมองตัวเลขอีกครั้ง คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันทีหัวหน้าฝ่ายเงียบไปชั่วครู่ก่อนเหงื่อเริ่มซึมตรงขมับ ด้านหลังโต๊ะประชุมต้นรักเงยหน้ามองจอทันทีเธอเปิดแฟ้มในมืออย่างรวดเร็วสายตาไล่ดูตัวเลขต้นทุนการขนส่งทีละบรรทัด เพลงพิณที่ยืนข้าง ๆ เริ่มก้มดูข้อมูลของตัวเองอย่างตึงเครียดมะปรางแทบกลั้นหายใจเพราะดูเหมือนสถานการณ์จะเริ่มไม่ดี ด้านหน้าห้อง ธามยังคงนั่งนิ่งสายตาคมกวาดมองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะพูดอีกครั้ง “อธิบาย” หัวหน้าฝ่ายอ้าปากเหมือนจะตอบ แต่ยังไม่ทันพูด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเบา ๆ “ตัวเลขไม่ผิดค่ะ” ทั้งห้องหันไปมองทันที ต้นรักยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะประชุม แฟ้มเอกสารยังเปิดอยู่ในมือ หัวหน้าฝ่ายมองเธออย่างตกใจมะปรางแทบอยากดึงแขนเพื่อนกลับเพลงพิณสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดธามเงยหน้าขึ้นสายตาคมหยุดอยู่ที่ต้นรักเขามองเธอเงียบ ๆ ก่อนจะพูดคำเดิมอีกครั้ง “อธิบาย” น้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้เหมือนเขาตั้งใจฟังจริง ๆ ต้นรักก้มดูเอกสารในมือก่อนพูดออกมาอย่างระมัดระวัง “ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเปลี่ยนเส้นทางบางส่วนค่ะ” เธอเลื่อนเอกสารไปด้านหน้า “ช่วงเดือนก่อนมีการปิดท่าเรือหลักสองวัน ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้ท่าเรือสำรอง” เธอชี้ไปที่กราฟ “ต้นทุนเลยเพิ่มขึ้นช่วงสั้น ๆ แต่หลังจากนั้นก็กลับมาอยู่ในระดับปกติค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ตัวเลขในรายงานเลยเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งเดือน” ห้องประชุมเงียบสนิท ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือมารับเอกสารจากมือเธอปลายนิ้วของทั้งสองเฉียดกันเพียงเสี้ยววินาที ต้นรักชะงักเล็กน้อย ธามก้มมองข้อมูลในเอกสาร พลิกหน้ากระดาษอย่างช้า ๆ ทุกคนในห้องรอคำพูดของเขาผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาวางเอกสารลง “อืม” ธามขานรับในลำคอเพียงคำเดียวสั้น ๆ แต่มันทำให้ความตึงเครียดในห้องลดลงทันที หัวหน้าฝ่ายถอนหายใจเบา ๆ ก่อนรีบนำเสนอส่วนต่อไป ธามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อีกครั้งสีหน้ายังคงนิ่งแต่สายตาคมของเขาเลื่อนไปที่ต้นรักอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่การมองผ่าน ๆ เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ไททันสังเกตเห็นจากหางตาแต่ไม่ได้หันไปมอง คีรินที่เอนหลังอยู่ก็ยิ้มมุมปากเบา ๆ เพราะสำหรับพวกเขามันไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่ธามจะปล่อยให้ใครสักคนพูดแทรกกลางการประชุมแล้วยังยอมฟังจนจบ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้กฎบางอย่างในห้องประชุมนี้อาจเริ่มเปลี่ยนไปแล้วโดยมีใครบางคนยืนอยู่ข้างจอพรีเซนต์ถือแฟ้มเอกสารไว้แน่นและยังไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วินาทีที่เธอเปิดปากพูดสายตาของผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็มองเธอไว้แล้วโดยที่เธอไม่มีทางรู้ตัวเลย การประชุมยังคงดำเนินต่อไป สไลด์ถัดไปถูกเปิดขึ้น ตัวเลข กราฟ และแผนผังเส้นทางการขนส่งไหลผ่านหน้าจออย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศในห้องประชุมยังคงตึงเครียดเหมือนเดิมไม่มีใครกล้าพูดเกินสิ่งที่จำเป็นหัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “สำหรับไตรมาสหน้า เรามีแผนเพิ่มจำนวนเที่ยวขนส่งทางเรืออีกประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ เพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นช่วงเปิดตลาดใหม่” เสียงทุ้มของธามดังขึ้นทันที “ทำไมต้องยี่สิบ” คำถามสั้น เรียบ แต่ทำให้ทั้งห้องเงียบลงในทันที หัวหน้าฝ่ายหยุดพูดกลางประโยค ธามยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้เหมือนเดิมปลายนิ้วเคาะเบา ๆ บนโต๊ะประชุมดวงตาคมมองไปที่หน้าจออย่างไม่ลดละ “ถ้าเพิ่มเที่ยวขนส่ง…” เขาพูดช้า ๆ “…แต่ปริมาณสินค้าไม่ถึงตามที่คาด” สายตาคมเงยขึ้นมองคนตรงหน้า “คุณจะอธิบายยังไง” คำถามเรียบง่ายแต่เหมือนน้ำหนักของมันกดทับลงบนทั้งห้องหัวหน้าฝ่ายกลืนน้ำลายก่อนตอบ “เราประเมินจากปริมาณคำสั่งซื้อย้อนหลังสามปีครับ” “สามปีที่ผ่านมา??” ธามทวนคำช้า ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา “ตลาดตอนนี้เหมือนสามปีก่อนเหรอ” หลังสิ้นสุดคำพูดนั้นภายในห้องก็เงียบลงทันทีเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ หัวหน้าฝ่ายเริ่มเปิดเอกสารอย่างรีบร้อนเหมือนกำลังหาคำตอบบางอย่างแต่ดูเหมือนเขาจะหามันไม่เจอ ด้านหลังห้องประชุม ต้นรักนั่งนิ่งอยู่กับเพื่อนอีกสองคนแฟ้มเอกสารถูกวางบนตักแต่มือของเธอกำมันแน่นโดยไม่รู้ตัวเธอไม่เคยอยู่ในห้องประชุมแบบนี้มาก่อนบรรยากาศกดดันจนเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องเสียงของธามดังขึ้นอีกครั้ง “ผมถามว่า” น้ำเสียงยังคงเรียบเหมือนเดิม “คุณมั่นใจ??” หัวหน้าฝ่ายเริ่มพูดติดขัดไททันเหลือบตามองเล็กน้อยส่วน คีรินยังคงเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ เหมือนกำลังดูฉากหนึ่งในละคร เขารู้ดีว่านี่คือวิธีประชุมของธาม กดดันจนกว่าคนตรงหน้าจะคิดจริง ๆ ไม่ใช่แค่จำข้อมูลมาอ่าน ด้านหลังมะปรางเอนตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ “โหดจริง” เพลงพิณพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่ต้นรักไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงมองไปที่หัวโต๊ะเงียบ ๆ มองผู้ชายที่ทั้งห้องกำลังเกรงกลัว ธาม ผู้ชายคนนั้นยังคงนั่งนิ่งสายตาคมเหมือนสามารถกดดันคนทั้งห้องได้โดยไม่ต้องขึ้นเสียงจังหวะหนึ่ง เขาเอนตัวพิงเก้าอี้สายตากวาดผ่านคนทั้งห้องอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดเพียงเสี้ยววินาที ที่แถวหลัง ตรงที่เด็กฝึกงานสามคน กำลังนั่งอยู่ต้นรักชะงักเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่าเพราะเพียงชั่วครู่เดียวสายตานั้นก็เลื่อนไปที่หน้าจออีกครั้ง “ทำใหม่” ธามพูดขึ้นสั้น ๆ แต่ทำหัวหน้าฝ่ายสะดุ้ง “คะ… ครับ??” “แผนนี้ยังดีไม่พอ” เขาพูดเรียบ ๆ “ผมต้องการเหตุผลที่ดีกว่านี้” ทั้งห้องเงียบอีกครั้งการประชุมดำเนินต่อไปท่ามกลางความกดดันส่วนด้านหลังมะปรางแอบกระซิบทันที “โอ๊ย!! ฉันจะเป็นลม” “พิณด้วย” เพลงพิณพยักหน้าต้นรักยังคงนั่งเงียบแต่หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาดและเธอก็ไม่รู้เลยว่าในช่วงสั้น ๆ เมื่อครู่สายตาของผู้ชายที่นั่งหัวโต๊ะได้หยุดอยู่ที่เธอจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD