ต้นรักก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า สายตาไล่ตามตัวเลขในแฟ้มอย่างตั้งใจตัวอักษรแน่นข้อมูลถี่แทบไม่มีช่องให้พลาด เธอพยายามไล่เรียงจับจุดแต่ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป
“หยุด” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้กว่าที่คิด ต้นรักชะงักปลายปากกาค้างกลางประโยคยังไม่ทันเงยหน้าเธอก็รู้ทันทีว่าเขาเข้ามาแล้วใกล้มากเงาของเขาทาบลงมาบนโต๊ะกลบพื้นที่ของเธอไปครึ่งหนึ่ง
“ตรงนี้” นิ้วของธามแตะลงบนเอกสารข้างมือเธอใกล้จนแทบชนต้นรักกลืนน้ำลายสายตาเลื่อนไปตามตำแหน่งนั้น
“คุณอ่านข้ามไป” น้ำเสียงเรียบไม่มีอารมณ์แต่หัวใจเธอสะดุด
“คะ??”
“บรรทัดนี้” นิ้วเขาเลื่อนช้า ๆ ตามตัวอักษร ช้า จงใจเหมือนบังคับให้เธอมองตาม “มันคือเงื่อนไขหลัก” เงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนเสียงนั้นจะต่ำลงชิดขึ้น
“ถ้าพลาดตรงนี้” ลมหายใจเขาเฉียดลงมาแผ่ว ๆ “งานจะพังทั้งชุด” ต้นรักเม้มปากแน่นรีบก้มอ่านใหม่ทันทีลมหายใจเริ่มถี่โดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษค่ะ ฉัน...”
“ไม่ต้องขอโทษ” เขาตัดทันทีด้วยคำสั้น ๆ แต่ชัดเจนและหนักแน่น
“แก้ให้ถูกก็พอ” คำพูดนั้นตกลงมาเหมือนน้ำหนักที่วางทับใจเธอต้นรักพยักหน้าเบา ๆ มือจับปากกาแน่นขึ้นเธอเริ่มเขียนใหม่ บรรยากาศภายในห้องเงียบ มีแค่เสียงปากกาขีดลงบนกระดาษ กับลมหายใจที่เธอพยายามกดให้ปกติ แต่ เขาไม่ไปไหน ยังยืนซ้อนอยู่หลังเธอ ใกล้เกินไป ต้นรักรับรู้ทุกอย่างแม้ไม่ต้องหันไปมองทั้งแรงกดดันทั้งสายตาที่เหมือนกำลังจ้องอยู่ตลอดเวลา
“เร็วไป” เสียงเขาดังขึ้นอีกครั้งใกล้กว่าเดิมต้นรักชะงัก แล้วเธอรู้สึกได้ว่าเขาโน้มลงเพียงเล็กน้อยแต่พอให้ไหล่เธอแข็งทันที
“คุณรีบเขียนโดยยังไม่เข้าใจ” ลมหายใจเขาเฉียดข้างหูใกล้จนเธอเผลอกลั้นหายใจ
“อ่านให้จบก่อน” เสียงนั้นต่ำลง “…แล้วค่อยสรุป” เหมือนเขาพูดกับเธอคนเดียว ต้นรักพยักหน้าแม้เขาจะไม่เห็นเธอวางปากกาแล้วเริ่มอ่านใหม่ช้าลงและละเอียดขึ้นเวลาผ่านไปเงียบ ๆ จนกระทั่ง
“อธิบายให้ผมฟัง” ต้นรักชะงักหัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่กล้าหันไป
“สรุปส่วนนี้” เขายังอยู่ที่เดิมไม่ขยับเหมือนตั้งใจให้เธออยู่ใต้ระยะนั้นต้นรักสูดหายใจลึก
“เป็นเงื่อนไขหลักของดีลค่ะ” เสียงเธอนิ่งขึ้นนิดหนึ่ง
“ถ้าตัวเลขไม่ถึง…” เธอหยุดก่อนจะพูดต่อ “อีกฝ่ายสามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา” บรรยากาศเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ วินาทีนั้นยาวกว่าปกติ ยาวจนต้นรักเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดถูกหรือไม่ หัวใจเต้นแรง ลมหายใจแผ่วก่อนที่
“อืม” เสียงตอบสั้น ๆ ดังขึ้นใกล้กว่าที่ควรจะเป็น มันใกล้… จนเธอรู้สึกได้ว่าถ้าเขาโน้มลงมาอีกนิดคงไม่มีช่องว่างพอให้อากาศลอดผ่าน ต้นรักชะงักยังไม่ทันได้ขยับเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น
“มองผม” คำสั่งสั้น ๆ แต่ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใกล้เกินไป... ระยะห่างหายไปแทบหมด ปลายจมูกเฉียดกันสายตาประสาน นิ่ง ลึกและกดเธอไว้กับที่
ต้นรักหยุดหายใจสมองว่างเปล่าเธอควรถอยควรทำแบบนั้นแต่ร่างกายกลับไม่ขยับ ธามมองเธออยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่างจากแววตาเธอเหมือนกำลังรอ วินาทีนั้นบางอย่างขาดลงเขาโน้มเข้ามาจนริมฝีปากแตะกันเบา ๆ ช้าแต่แจ่มชัด ต้นรักนิ่งงันหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาสัมผัสนั้นไม่ได้เร่งเร้า ไม่ได้รุนแรงแต่มันดูตั้งใจ
เขาขยับใกล้อีกนิดริมฝีปากสัมผัสกันแน่นขึ้นอีกนิดแต่หนักแน่นพอให้เธอรับรู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาด ลมหายใจของเขาอุ่นแนบชิด มือของต้นรักกำปากกาแน่นก่อนจะค่อย ๆ คลายลง ดวงตาเธอเบิกกว้างค้างไว้นานในความรู้สึก เขาผละริมฝีปากออกช้า ๆ เหมือนเดิมระยะห่างกลับมาแต่บางอย่าง… ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“คะ… คุณ!!” ต้นรักเลื่อนสายตามองหน้าเขาด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นและเบาเกินกว่าจะเป็นคำพูด ธามมองหน้าเธอนิ่งสายตาลุ่มลึกชัดขึ้นและไม่หลบก่อนที่เขาจะพูด
“ตั้งใจทำงาน” น้ำเสียงกลับมาราบเรียบเหมือนทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้มันไม่สามารถหลอกเธอได้อีกแล้ว ต้นรักก้มหน้าลงพยายามมองเอกสารแต่ตัวอักษรไม่อยู่ในสายตาเพราะสิ่งที่ชัดกว่าคือ สัมผัสเมื่อครู่ ด้านหลังธามมองเธออีกครู่หนึ่งก่อนจะผละออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ความจริงคือเขาเพิ่งข้ามเส้นไปแล้ว
ช่วงพักกลางวันในห้องอาหารของบริษัทคึกคักเหมือนปกติ เสียงคนคุยกันจอแจ กลิ่นอาหารลอยคลุ้ง แต่ตรงโต๊ะมุมหนึ่ง บรรยากาศกลับตึงผิดปกติ ต้นรักนั่งก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ เงียบ…จนผิดสังเกต
“หยุดกิน!!” เสียงมะปรางดังขึ้นทันที ทำให้ช้อนในมือเธอค้างกลางอากาศ
“หือ!?” ต้นรักเงยหน้าขึ้นงง ๆ แล้วก็ต้องชะงักเพราะมะปรางกับเพลงพิณกำลังจ้องเธอสายตาเดียวกันเป๊ะ สายตาแบบ… สารภาพมาเดี๋ยวนี้
“มีอะไรเหรอ??” เธอพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในเริ่มไม่ปกติแล้ว
“มี” เพลงพิณตอบสั้น ๆ “แล้วเยอะด้วย”
“มากกกก” มะปรางพยักหน้าแรง ต้นรักกะพริบตาปริบ ๆ เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที
“คือ??”
“เมื่อเช้าตอนทำงานกับท่านประธานเป็นยังไงบ้าง” คำถามนั้นเหมือนโยนระเบิดลงกลางโต๊ะต้นรักชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบตอบ
“ก็ปกตินะ” คำตอบที่ต้นรักเอ่ยออกมา เร็วเกินไป เร็วแบบมีพิรุธ
“ปกติ??” เพลงพิณเลิกคิ้วทันที
“ปกติแบบหน้าแดงถึงหูเนี่ยนะ??”
“แล้วนี่คืออะไร” มะปรางโน้มเข้ามาใกล้ นิ้วจิ้มแก้มอมชมพูของต้นรักเบา ๆ “แก้มยังไม่หายแดงเลยค่ะคุณเพื่อน” ต้นรักสะดุ้ง รีบยกมือแตะแก้มตัวเองร้อน… ร้อนจริง
“ก็… ห้องมันร้อน” เธอแก้ตัวเสียงเบา
“แอร์บริษัทเปิด 20 องศา” เพลงพิณสวนทันที
เงียบ...
“โอเค” มะปรางวางช้อนเสียงดัง แกร๊ก กับสายตาและท่าทางเตรียมคาดคั้นเต็มที่
“เล่ามา!!”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ นะ”
“ต้นรัก” น้ำเสียงของเพื่อนกดต่ำลงทันที “อย่าให้เพื่อนต้องงัดปาก” ต้นรักลอบกลืนน้ำลาย พยายามก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่ไม่ทัน
“เขาเข้าไปใกล้ ใช่ไหม??” มือเธอหยุดทันที
เงียบ...
“ใกล้มากด้วย ใช่ไหม??” มะปรางเสริม “แล้วสอนงานแบบใกล้ชิดด้วย ใช่ไหม??” ต้นรักเม้มปากแน่น ไม่ตอบแต่สีหน้ามันตอบหมดแล้ว
“โอ๊ยยยยย/โอ๊ยยยยย” สองคนร้องพร้อมกัน
“ไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น!! พวกแกนี่จินตนาการล้ำเลิศจริง ๆ” ต้นรักรีบเงยหน้าขึ้นเถียง เร็ว ลน ยิ่งน่าสงสัย
“งั้นตอบมา” เพลงพิณเอนตัวมาใกล้ “เขาแตะตัวเธอไหม”
“ไม่” ตอบทันที แต่สายตาหลบมะปรางหรี่ตามองทันที
“โกหกไม่เนียนเลยค่ะเพื่อนรัก”
“ก็แค่…” ต้นรักเผลอหลุดออกมา แต่แล้วก็หยุดทันที สองคนนั้นนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมาช้า ๆ พร้อมกัน
“แค่… อะไร??”
“มะ… ไม่มีอะไร”
“ต้นรัก” เสียงเรียกชื่อเบา ๆ แต่กดดันจนหนีไม่พ้น เธอเม้มปากแน่น สุดท้ายก็ยอมพูด
“แค่…เขาเข้ามาใกล้ตอนสอนงาน”
“ใกล้แค่ไหน??”
“ก็ใกล้”
“ใกล้ขนาดไหน??”
เงียบ... แต่ภาพเมื่อเช้าแล่นเข้ามาในหัวโดยไม่ขออนุญาต ใกล้จนลมหายใจชนกัน ใกล้จน…
“พอแล้ว!! ไม่มีอะไรทั้งนั้น” ต้นรักรีบตัดบททันทีเสียงดังขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเหมือนกลัว… ว่าถ้าปล่อยให้ถามต่อ ความจริงจะหลุดออกมาหมดสองคนนั้นมองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้งรอยยิ้มเดิมแต่คราวนี้รู้ทันหมดแล้ว
“โอเค…ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไร” เพลงพิณพยักหน้าเหมือนเชื่อแต่น้ำเสียงไม่เชื่อเลยสักนิด
“แต่ถ้ามีอะไรขึ้นมาอีก” มะปรางยิ้มมุมปากด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากหน้าตา “อย่าลืมมาเล่าแบบละเอียดนะคะ” ต้นรักหน้าแดงขึ้นมาอีกรอบทันที
“ไม่มี!!” เธอย้ำแต่เสียงนั้นเบาและไม่มั่นใจเลยสักนิดเพราะลึก ๆ แล้วเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่าครั้งหน้ามันจะหยุดอยู่แค่ ‘ใกล้’ จริงหรือเปล่า