Ep.3: คนนอก

1372 Words
ห้องรับรองสำหรับเด็กฝึกงานเงียบผิดปกติ ต้นรักกับเพลงพิณกำลังฟังเจ้าหน้าที่ HR อธิบายกฎบริษัทอย่างตั้งใจ แต่มะปรางกลับขมวดคิ้วทันทีที่สายตาไล่อ่านเอกสารในมือ “เดี๋ยวนะคะ” เธอยกมือขึ้น “ทำไมต้องห้ามใช้ลิฟต์บางตัว แล้วทำไมต้องแจ้งตำแหน่งตัวเองทุกครั้งหลังเลิกงานด้วยคะ นี่ฝึกงานหรือเข้าองค์กรลับ??” บรรยากาศเย็นลงทันที HR ชะงักไปเล็กน้อยก่อนฝืนยิ้ม “เป็นนโยบายของผู้บริหารค่ะ” “ผู้บริหารคนไหนคะ ถึงได้ตั้งกฎเหมือน...” เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังแทรกเข้ามาทั้งห้องเงียบโดยอัตโนมัติ ร่างสูงในสูทดำสนิทก้าวเข้ามาในห้อง ถุงมือหนังสีดำสะท้อนแสงไฟอ่อน ๆ สายตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างไม่เร่งรีบก่อนหยุดที่มะปราง ไททัน “มีปัญหาอะไร” น้ำเสียงเรียบ นิ่ง แต่กดดันจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง มะปรางลุกขึ้นยืนทันที “มีค่ะ เราเป็นแค่เด็กฝึกงาน ไม่ใช่นักโทษ ทำไมต้องถูกควบคุมขนาดนี้” เสียงกระซิบแผ่วดังรอบห้อง ไททันเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงก้าวเดียว เงาของเขาทาบลงมาบนพื้นตรงหน้า “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะตั้งคำถามทุกอย่างได้” “งั้นก็อธิบายค่ะ ถ้ามันสมเหตุสมผล ฉันก็จะทำตาม” ปลายนิ้วในถุงมือหนังขยับเล็กน้อย เหมือนเจ้าตัวกำลังชั่งใจ ต้นรักเริ่มรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่กฎบริษัทธรรมดา ไททันโน้มตัวลงเล็กน้อย เสียงต่ำพอให้ได้ยินเฉพาะแถวหน้า “เพราะบางชั้นในตึกนี้… ไม่ปลอดภัยสำหรับคนนอก” คำว่า คนนอก ชัดเจนและหนักแน่น มะปรางชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ยังจ้องตอบ “แล้วเราจะเป็นคนนอกตลอดไปเหรอคะ” สายตาไททันแข็งขึ้นเล็กน้อย “จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้สร้างปัญหาให้ใคร” หัวใจต้นรักสะดุดคำพูดนั้นเหมือนไม่ได้ส่งถึงมะปรางคนเดียว ไททันถอยออกหนึ่งก้าว “ปฏิบัติตามกฎ แล้วคุณจะปลอดภัย” เขาหันหลังเดินออกไป เสียงประตูกระจกปิดดัง คลิก เบา ๆ แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของทุกคน ภายในห้องกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง “โอ๊ย!! คนอะไรเย็นชาชะมัด” มะปรางพ่นลมหายใจแรง HR รีบจัดเอกสารให้เข้าที่ “ท่านรองประธานก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ จริงจังกับความปลอดภัยมาก” “รองประธาน??” มะปรางเลิกคิ้ว “อ๋อ ที่แท้ก็คนตั้งกฎแปลก ๆ นี่เอง” เพลงพิณแตะข้อศอกเพื่อนเบา ๆ เพื่อเตือนเพื่อนสนิทของตัวเองให้เงียบ “แก เสียงเบาหน่อย” แต่ต้นรักไม่ได้สนใจคำเตือนนั้น ในหัวเธอยังวนเวียนอยู่กับประโยคเมื่อครู่ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่จุดอ่อนของใคร มันไม่ใช่แค่คำเตือนมันเหมือนการทดสอบ “แกว่าที่เขาพูดหมายความว่ายังไง” เธอถามเบา “ก็หมายความว่าเขาไม่ไว้ใจเราไง” มะปรางตอบทันที เพลงพิณส่ายหน้า “ไม่ใช่แค่นั้น” สองคนหันมามอง “สายตาเขาเมื่อกี้… ไม่ได้มองแบบผู้บริหารมองเด็กฝึกงาน” ต้นรักนิ่งไป เธอรู้สึกเหมือนกัน ตอนที่เขาพูดคำว่า คนนอก สายตานั้นไม่ได้มีแค่ความแข็งกร้าว แต่มันเหมือนมีความระวัง… หรือบางอย่างที่ลึกกว่านั้น เสียง HR เรียกให้เตรียมแยกไปยังแผนกของตัวเอง บรรยากาศเริ่มขยับกลับสู่ความปกติ แต่ความตึงเครียดยังลอยอ้อยอิ่ง “ถ้าเขาคิดว่าคนอย่างมะปรางจะกลัว บอกเลยคิดผิดมหันต์” มะปรางกระซิบ “ก็ระวังหน่อยแล้วกัน อย่าเพิ่งมีเรื่องวันแรก” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ ต้นรักยิ้มบาง “งั้นก็หวังว่า ‘เรื่อง’ นั้นจะไม่ใส่กับคนสูทดำกับถุงมือหนังอีก” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ สามสาวสบตากัน ก่อนจะเดินออกจากห้องแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าตั้งแต่วินาทีที่มะปรางลุกขึ้นเถียงต่อหน้าเขาสายตาของไททันจะไม่มองพวกเธอเป็นแค่ ‘เด็กฝึกงาน’ อีกต่อไป หลังออกจากห้องรับรอง เด็กฝึกงานแต่ละคนก็ถูกพาแยกไปตามแผนกของตัวเอง โถงลิฟต์ชั้นทำงานเต็มไปด้วยพนักงานที่เดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ บรรยากาศจริงจังกว่าบรรยากาศในมหาวิทยาลัยหลายเท่า เจ้าหน้าที่ HR หยุดยืนหน้าลิฟต์ก่อนหันมาหาทั้งสามคน “ของพวกเธออยู่ชั้น 12 นะ แผนกเอกสารและประสานงานนำเข้า – ส่งออก” มะปรางทำหน้าเหมือนเพิ่งรู้ชะตากรรมตัวเอง “ฟังดูเหมือนจะต้องจมกับกองเอกสารแน่เลย” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ “อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเจอคนถุงมือหนังแล้วล่ะมั้ง” ต้นรักยิ้มจาง ๆ แต่ในหัวเธอยังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย ลิฟต์เปิดออกพร้อมเสียง ติ๊ง เบา ๆ ทั้งสามก้าวเข้าไปพร้อมพนักงานอีกสองสามคนภายในลิฟต์เงียบสนิทเหมือนทุกคนกำลังระวังคำพูดของตัวเองไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้น 12 แผนกทำงานกว้างขวาง เต็มไปด้วยโต๊ะทำงานเรียงเป็นระเบียบ เสียงคีย์บอร์ด เสียงโทรศัพท์ และเสียงเอกสารถูกเปิดปิดดังสลับกันไปมาผู้หญิงวัยประมาณสามสิบต้น ๆ เดินเข้ามาหาพวกเธอ “พวกเด็กฝึกงานใช่ไหมคะ” เธอยิ้มเป็นมิตร “ฉันชื่อพี่ลิน เป็นหัวหน้าทีมที่พวกเธอจะมาฝึกงานด้วย” “ฝากตัวด้วยนะคะพี่” มะปรางยกมือไหว้ทันที เพลงพิณกับต้นรักก็ยกมือไหว้ตาม พี่ลินพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่ต้องเกร็งนะ ที่นี่ทำงานจริงจังแต่ไม่ได้โหดขนาดนั้น” “ถ้าไม่รวมคนถุงมือหนังคนนั้น” มะปรางพึมพำเบา ๆ เพลงพิณรีบสะกิดทันที พี่ลินหัวเราะเบา ๆ เหมือนจะได้ยินอยู่บ้าง “โอเค ก่อนอื่นพี่จะแบ่งงานง่าย ๆ ให้ลองทำก่อน” เธอวางแฟ้มเอกสารสามกองบนโต๊ะ “ต้นรัก เธอช่วยตรวจเอกสารใบสั่งสินค้าพวกนี้ เทียบกับข้อมูลในระบบนะ” “ค่ะพี่” “เพลงพิณ เธอช่วยอัปเดตตารางขนส่งในไฟล์นี้” “ได้ค่ะ” “ส่วนมะปราง ติดต่อบริษัทขนส่งตามรายชื่อในนี้ แจ้งกำหนดส่งของ” พี่ลินหันไปมองมะปรางก่อนจะยื่นแฟ้มหนา ๆ ให้มะปรางมองแฟ้มในมือ “โอเค งานพูดคุยนี่ปรางถนัด” สามสาวนั่งประจำโต๊ะที่จัดไว้ใกล้กันบรรยากาศทำงานรอบตัวดูจริงจังจนพวกเธอเริ่มตั้งใจทำงานโดยอัตโนมัติผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ต้นรักกำลังเปิดเอกสารตรวจรายละเอียดทีละหน้าแต่จู่ ๆ เธอก็หยุดชะงักตัวเลขในใบสั่งสินค้าหนึ่งชุดดูแปลกไป จำนวนสินค้าในเอกสารไม่ตรงกับข้อมูลในระบบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “พิณ แกดูนี่หน่อย” “อะไรเหรอ” เพลงพิณเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ ต้นรักชี้ที่ตัวเลขในเอกสาร “จำนวนมันไม่ตรงกับในระบบ” “จริงด้วย” เพลงพิณมองสลับไปมา มะปรางที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่เงยหน้ามามอง “มีอะไรเหรอ” ต้นรักตอบเบา ๆ “เหมือนเอกสารชุดนี้จะผิด” เพลงพิณพูดต่อ “หรือไม่ก็…มีใครแก้ข้อมูล” สามสาวสบตากันยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังพนักงานหลายคนเงยหน้าขึ้นทันทีบรรยากาศในแผนกเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด “อย่าบอกนะว่า…” มะปรางกระซิบต้นรักหันไปมอง ร่างสูงในสูทดำกำลังเดินผ่านแผนกอย่างสงบนิ่ง ถุงมือหนังสีดำยังอยู่ที่มือเหมือนเดิมไททัน สายตาคมกวาดมองพื้นที่ทำงานตามปกติแต่เมื่อเดินผ่านโต๊ะของเด็กฝึกงานทั้งสามสายตาของเขาก็หยุดลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหยุดฝีเท้า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงเรียบดังขึ้นต้นรักกับเพลงพิณชะงักส่วนมะปรางถอนหายใจเบา ๆ “วันแรกก็มาแล้วสินะ” แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเอกสารที่ต้นรักถืออยู่ในมือกำลังจะพาเด็กฝึกงานสามคนเข้าไปใกล้เรื่องบางอย่างที่บริษัทนี้พยายามซ่อนเอาไว้ตั้งแต่แรกและมันอาจอันตรายกว่าที่พวกเธอคิดก็ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD