ต้นรักไม่ได้ไปตามเอกสารหรืองานที่ไหนแต่เธอเดินไปหาเพื่อนทั้งสองที่แผนกประสานงานเสียงมะปรางดังขึ้นทันทีที่เห็นเธอ
“ไอ้รัก!! มาได้ยังไง!?”
“ทำหน้าแบบนี้คืออะไร” เพลงพิณเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรี่ตามองเพื่อนรัก สองสายตาจ้องมาแบบไม่ต้องนัดต้นรักชะงักก่อนจะพยายามทำเสียงให้ปกติ
“ไม่มีอะไร”
“โกหก!!” มะปรางตอบเสียงดังฟังชัด
“โกหกชัด ๆ” เพลงพิณพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ต้นรักกะพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันตั้งตัวมะปรางก็เอนตัวเข้ามาใกล้
“เล่ามา” น้ำเสียงกดต่ำลงคาดคั้น “เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น” ต้นรักเงียบไปภาพเมื่อครู่ย้อนขึ้นมาเองระยะที่ใกล้เกินไปสายตาแล้วก็สัมผัสนั่นอีก แต่ยังดีนะที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะไม่งั้นเธอไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ไอ้รัก แกหน้าแดงอีกแล้ว!!” เพลงพิณชี้ทันทีเมื่อเห็นว่าหน้าของเพื่อนสนิทเริ่มแดงระเรื่อขึ้นทีละนิด
“ไม่ได้เป็นอะไร!!” ต้นรักสะดุ้งรีบยกมือปิดแก้มตัวเองด้วยความเร็ว
“อ๋อ งั้นก็มีอะไร” มะปรางพูดสวนกลับทันทีแต่สายตาและหน้าตาไม่ได้เชื่ออย่างที่เธอพูด
“แล้วก็เกี่ยวกับท่านประธานใช่ไหม??” คำถามตรงเกินไป ต้นรักเม้มปาก ไม่ตอบ ซึ่งมันชัดอยู่แล้วสองสาวหันมองหน้ากันก่อนจะยิ้มแบบรู้ทัน
“โอ๊ยยย” มะปรางลากเสียง “ระดับนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะ ถึงขั้นต้องหนีออกมาตั้งหลัก” เพลงพิณเอนพิงเก้าอี้พลางหรี่ตามองต้นรักอย่างจับผิด
“ไม่มีอะไรจริง ๆ” ต้นรักสูดหายใจลึกพยายามดึงสติและความคิดของตัวเองกลับมา แต่เสียงที่เอ่ยออกมาเบากว่าปกติและไม่มีใครเชื่อ
“เดี๋ยวต้องไปทำงานต่อแล้ว” เธอพูดตัดบทพลางลุกขึ้นทันที
“หนีอีกแล้วนะ” เพลงพิณพูดตามหลัง มะปรางยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอรู้จักเพื่อนสนิทคนนี้ดี เพราะเธอกับต้นรักและเพลงพิณรู้จักสนิทกันมานานทำให้รู้ไส้รู้พุงกันดีและไม่มีอะไรที่รอดสายตาจับผิดของเธอไปได้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็เผลอหลุดออกมาเอง”
ต้นรักทำเป็นไม่ได้ยินแต่ฝีเท้าที่รีบขึ้นมันฟ้องทุกอย่าง เธอกลับมาที่ห้องทำงาน มือผลักประตูเข้าไปช้า ๆ ธาม ไททัน และคีรินยังอยู่ครบแต่บรรยากาศไม่ตึงเหมือนก่อน เสียงคุยงานยังดำเนินอยู่เรียบ ๆ แต่ผ่อนลงต้นรักก้าวเข้าไปเงียบ ๆ ตั้งใจจะกลับไปนั่ง แต่
“มาแล้วเหรอ” เสียงธามดังขึ้น ทั้งห้องหยุดทันทีต้นรักชะงักเงยหน้าขึ้นมอง สายตาสบเข้ากับสายตาเขา นิ่ง ลึก เหมือนเขาเห็นตั้งแต่เธอยังไม่ทันเปิดประตูธามปิดแฟ้มแล้วลุกขึ้น
“ไปด้วยกัน” คำพูดนั่นสั้นและไม่มีคำอธิบาย
“คะ??” ต้นรักได้แค่กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าธามด้วยสายตางุนงงสงสัย
“มีนัดคุยงานกับคู่ค้า” คำตอบเรียบ ๆ แต่ชัด ไททันลุกขึ้นตาม คีรินยิ้มบาง ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางอารมณ์ดี
“ไปทำงาน ไปกินข้าวด้วยครบเลยนะ โชคดีจริง” คีรินหันมามองต้นรัก ต้นรักไม่รู้จะตอบอะไรทำได้แค่เดินตามออกไปทั้งที่ในใจยังวุ่นวายสับสนไม่ต่างจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว
ภายในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้า แสงไฟสีอุ่นทอดตัวนุ่มลงบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศเงียบสบาย เสียงพูดคุยรอบข้างเบาจนแทบกลืนไปกับดนตรี พนักงานพาเดินมาหยุดที่โต๊ะสำหรับสองคนต้นรักชะงักเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ธามก็เลื่อนเก้าอี้ออกให้
“นั่งสิ” เสียงเขาเรียบ แต่เบาลงกว่าปกติต้นรักลังเลเพียงครู่ ก่อนจะนั่งลงเงียบ ๆ สายตาเธอเผลอเหลือบออกไปด้านข้างอีกโต๊ะหนึ่งไม่ไกลนักคีรินกับไททันนั่งอยู่เหมือนตั้งใจเว้นระยะแต่ก็ใกล้พอจะมองเห็นทุกอย่างชัดเจน คีรินพิงพนักเก้าอี้สายตาแทบไม่ละจากฝั่งนี้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังดูอะไรที่น่าสนใจส่วนไททันนั่งนิ่งแต่สายตานั้น… มองตรงมาไม่ต่างกันต้นรักรีบหลบสายตาแทบไม่ทันอาหารทยอยถูกเสิร์ฟเธอขยับมือจะจัดจานของตัวเอง แต่...
“เดี๋ยว” เสียงธามเอ่ยขึ้นไม่ดังนักมือเขาเลื่อนเข้ามาใกล้ตักอาหารใส่จานเธออย่างเป็นธรรมชาติไม่มีท่าทีรีบร้อน
“ลองอันนี้ก่อน” น้ำเสียงยังคงราบเรียบ ต้นรักมองจานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ตักขึ้นมาชิม
“อร่อยค่ะ” เธอพูดเบา ๆ ธามพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตักอย่างอื่นให้เพิ่มอีกโดยไม่พูดอะไร ต้นรักเริ่มรู้สึกถึงสายตาแม้จะไม่ได้มองไปเธอก็รู้ว่ามีคนกำลังมองอยู่ เธอแอบเหลือบไปอีกครั้งคีรินยังมองมาตรง ๆ เหมือนไม่คิดจะปิดเลยสักนิดพอเห็นว่าเธอหันไป เขายิ่งยิ้มชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ต้นรักรีบก้มหน้าลงทันทีแก้มร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัวไททันยังคงนิ่งแต่สายตาที่มองมานั้น มันเหมือนอ่านสถานการณ์ออกทั้งหมดแล้วและเลือกจะไม่พูดตลอดมื้ออาหาร
ธามแทบไม่พูดอะไรแต่ดูแลเธอเงียบ ๆ เลื่อนจานให้เข้าที่ ตักเพิ่มเมื่อของในจานเริ่มน้อยลงเป็นจังหวะเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอต้นรักพยายามโฟกัสกับอาหารตรงหน้าแต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งรับรู้ทั้งการกระทำของเขาและสายตาจากอีกโต๊ะที่ไม่เคยละไปไหนเลยเธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามเก็บอาการทั้งที่ในใจเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ มื้ออาหารยังดำเนินต่อไปอย่างเงียบ ๆ เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยบางอย่างที่ชัดเกินกว่าจะมองข้ามได้
มื้ออาหารจบลงอย่างเงียบ ๆ จานตรงหน้าถูกเก็บออกไปทีละอย่างเหลือเพียงแก้วน้ำกับบรรยากาศที่ยังคงนิ่งอยู่ระหว่างทั้งสองคน ต้นรักวางช้อนลงเบา ๆ มือเธอประสานกันหลวม ๆ บนตักลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“เอ่อ…” น้ำเสียงเธอเบาเหมือนยังไม่แน่ใจว่าควรถามดีไหม ธามเงยหน้ามองสายตานิ่ง รอ ต้นรักกลืนน้ำลายเล็กน้อย
“คู่ค้าที่นัดไว้… จะมาถึงเมื่อไหร่คะ” คำถามนั้นถูกพูดออกมาเรียบ ๆ แต่แฝงความสงสัยบางอย่างเงียบไปเสี้ยววินาทีธามมองเธออยู่แบบนั้นไม่ตอบทันทีสายตานิ่ง ลึก ก่อนที่มุมปากเขาจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจางจนแทบไม่ทันสังเกต
“ยังไม่มา” เสียงตอบกลับของเขาเรียบและสั้นเหมือนไม่ใส่ใจ ต้นรักพยักหน้าเบา ๆ
“งั้นเรา…” เธอเว้นจังหวะเหมือนรอคำสั่งต่อธามเอนหลังเล็กน้อยสายตายังจับอยู่ที่เธอ
“รอ” คำเดียวแต่ทำให้ต้นรักนิ่งไปเธอพยักหน้ารับช้า ๆ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกแปลกขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกอย่างมัน… เงียบเกินไป ไม่มีเอกสาร ไม่มีการเตรียมอะไรเพิ่มเติม ไม่มีสัญญาณของ ‘การนัดหมาย’ เลยแม้แต่นิดเดียวเธอก้มมองมือของตัวเองพยายามไม่คิดมากแต่ความรู้สึกบางอย่างมันค่อย ๆ ชัดขึ้นชัดขึ้นทีละนิด
ธามมองเธออยู่เงียบ ๆ สายตานิ่งเหมือนเดิมแต่ลึกลงไปไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด เขารู้ดีว่าไม่มีคู่ค้าคนไหนกำลังจะมา ไม่มีนัด ไม่มีงาน ตั้งแต่แรก มันก็แค่แผน เขาแค่อยากพาเธอออกมาเท่านั้นเอง อยากเห็นเธอในระยะที่ไม่มีใครแทรก อยากให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้ต่อหน้าเขาโดยไม่มีข้ออ้างอื่นนิ้วเขาแตะขอบแก้วเบา ๆ สายตายังไม่ละจากเธอ นิ่ง เหมือนคนที่วางแผนไว้แล้วทุกอย่างและกำลังปล่อยให้มันเป็นไปอย่างช้า ๆ โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ