ไฟในแผนกประสานงานนำเข้า – ส่งออกยังเปิดสว่างเกือบทุกดวง เวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของใครบางคนขึ้น 22:47 บรรยากาศที่เคยวุ่นวายเหมือนตลาดแตกเมื่อตอนหัวค่ำตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นความเหนื่อยล้าปนหงุดหงิดเสียงคีย์บอร์ดยังดังเป็นระยะแต่ความเร็วเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ บางโต๊ะมีคนฟุบกับโต๊ะบางคนยืดตัวบิดขี้เกียจเสียงดังกร๊อบมุมหนึ่งของแผนก ต้นรัก มะปราง และเพลงพิณยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์แต่สภาพตอนนี้ต่างจากตอนเริ่มงานลิบลับมะปรางเอนหลังพิงเก้าอี้เหมือนวิญญาณกำลังจะออกจากร่างดวงตาของเธอปรือครึ่งหนึ่ง
“ปราง…” เธอพึมพำเสียงแหบ “รู้สึกว่าตัวเลขมันเริ่มลอยได้แล้ว” เพลงพิณยังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่สายตาดูเหมือนกำลังต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของเปลือกตา
“ตัวเลขไม่ลอย” เธอพูดออกมาเสียงราบเรียบ “…แกแค่ง่วงจนเบลอ”
“ไม่ใช่…” มะปรางหันไปมองเพื่อนช้า ๆ “เลขเจ็ดมันยิ้มใส่ฉันอยู่” เธอชี้ไปที่หน้าจอ เพลงพิณหยุดมือจากเมาส์ทันที
“ปราง”
“หือ!?”
“แกควรหยุดกินกาแฟก่อน” ต้นรักที่นั่งอีกฝั่งเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเธอจ้องตัวเลขมาหลายชั่วโมงแล้ว สมองเริ่มมึนเล็ก ๆ มะปรางหันมาหาเธอทันที
“รัก… แกเห็นเลขเจ็ดยิ้มไหม”
“…รักเห็นเลขห้าเต้นอยู่” ต้นรักนิ่งไปวินาทีหนึ่งก่อนจะตอบอย่างจริงจัง ทั้งสามเงียบไปสามวินาที เพลงพิณค่อย ๆ หันมามองเพื่อนสองคน
“โอเค” เธอสรุปเสียงเรียบ
“ตอนนี้พวกเราเพี้ยนกันหมดแล้ว” มะปรางยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรง
“ปรางขอพักสมองสามสิบวินาที” พูดจบเธอก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที ผ่านไปประมาณสิบวินาทีเสียงกรนเบา ๆ ดังขึ้น เพลงพิณมองแล้วถอนหายใจ
“เร็วไปไหม??” ต้นรักหลุดหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มโอที เพลงพิณยื่นมือไปเขย่าไหล่มะปราง
“ตื่น”
“หือ!? ปลุกทำไม ปรางเพิ่งหลับไปสามวิเอง” มะปรางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ด้วยท่าทางงัวเงีย
“แต่แกกรนแล้ว”
“โกหก!!”
“จริง!!”
“ชีวิตเด็กฝึกงานมันโหดเกินไป” มะปรางถอนหายใจยาว เธอเอนหัวพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะพูดขึ้น
“รู้ไหมว่าปรางเพิ่งคิดอะไรออก”
“อะไร??” เพลงพิณพูดทั้งที่สายตายังคงจ้องหน้าจอไม่ละไปไหน มะปรางยกนิ้วขึ้นอย่างจริงจัง
“ถ้าเราไม่ผ่านแผนนี้…” เธอเว้นจังหวะ “…พรุ่งนี้เราจะต้องประชุมกับท่านประธานอีก” ทั้งโต๊ะเงียบลงทันทีเพลงพิณหยุดเมาส์ต้นรักหยุดพิมพ์มะปรางเด้งตัวขึ้นนั่งตรงทันที
“โอเค!! ปรางหายง่วงแล้ว!!”
“โอเค ๆ ทำงานต่อ” เพลงพิณหลุดหัวเราะทันทีต้นรักยิ้มออกมาอีกครั้งบรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยมะปรางเปิดไฟล์ตัวเลขอีกครั้ง
“เพราะถ้าต้องไปเจอสายตาท่านประธานแบบนั้นอีก… ปรางอาจหัวใจวายจริง ๆ” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ ต้นรักกลับมาพิมพ์ตัวเลขต่อ เสียงคีย์บอร์ดดังเบา ๆ เพลงพิณพูดขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
“แต่ต้องยอมรับนะ”
“ยอมรับอะไร??” มะปรางถาม
“เขาหล่อจริง”
“ใช่ไหม!!” มะปรางเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาฉายประกายวิปวับอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน ท่านประธานหล่อผู้ช่วยทั้งสองก็หล่อแต่พวกเขาหล่อกันคนละแบบ ต้นรักหลุดหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคนที่พวกเธอกำลังพูดถึงอยู่กำลังเดินมาที่แผนกนี้
ทางเดินด้านนอกแผนกประสานงานนำเข้า – ส่งออก ประตูลิฟต์เปิดออก ธามเดินออกมาก่อนไททันกับคีรินเดินตามหลัง
“ดึกแล้วนะครับ ยังจะมาชั้นนี้อีก” คีรินถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“แค่ผ่านมา” ธามตอบสั้น ๆ ไททันเหลือบมองเขาเล็กน้อย เพราะเส้นทางที่ธามเลือกเดิน ไม่ใช่ทางออกจากบริษัท ไม่ใช่ทางลงลิฟท์แต่เป็นทางไปแผนกประสานงานนำเข้า – ส่งออก ธามยังคงเดินต่อเหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“แผนที่ประชุมวันนี้ยังไม่ดีพอ” คีรินยิ้มบาง ๆ
“เลยจะมาดูเพิ่ม??” ธามไม่ตอบแต่หยุดเดินตรงหน้าทางเข้าแผนก แล้วก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากด้านใน
“…หล่อแบบมาเฟียในซีรีส์จริง ๆ นะ” มะปรางยังพูดต่อโดยไม่รู้เลยว่าใครกำลังยืนอยู่ด้านนอก
“ถ้าเขาไม่เป็นประธานบริษัทนะ ปรางว่าต้องเป็นหัวหน้าแก๊งอะไรสักอย่างแน่” ไททันหยุดเดินทันทีคิ้วขมวดเล็กน้อย
สายตาดุขึ้นทันทีคีรินยกคิ้วอย่างสนุกส่วนธามสีหน้ายังคงนิ่งก่อนจะเดินเข้าไปในแผนก เพลงพิณเป็นคนแรกที่เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือที่จับเมาส์แข็งค้างมะปรางยังพูดต่อ
“แล้วสายตาเขานะ…” เธอหันไปมองเพื่อน “แบบจ้องทีเดียวหัวใจหยุดเต้น...” เสียงเธอหยุดกะทันหันเพราะตอนนี้ ต้นรักกับเพลงพิณกำลังมองไปข้างหลังเธอ มะปรางค่อย ๆ หันกลับไปแล้วก็แทบหยุดหายใจ ผู้ชายสามคนยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะ และคนตรงกลางคือ ธาม สีหน้าเขาเรียบนิ่งเหมือนแค่เดินผ่านมาพอดีแต่สายตาของไททันกำลังมองมะปรางด้วยแววเข้มดุ มะปรางนิ่งไปวินาทีหนึ่งก่อนจะหรี่ตากลับทันทีเธอมองเขากลับแบบไม่ยอมแพ้ไททันเลิกคิ้วนิดหนึ่งเหมือนจะบอกว่า ยังจะกล้ามองกลับอีกเหรอ บรรยากาศเริ่มแปลก ๆ เพลงพิณรีบลุกขึ้น
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” ต้นรักลุกตามทันทีมะปรางลุกช้ากว่าหนึ่งจังหวะ
“สวัสดีค่ะ”
“ยังไม่กลับกันอีก??” ธามกวาดสายตามองแผนกเงียบ ๆ
“กำลังปรับแผนขนส่งใหม่ค่ะ” เพลงพิณตอบ ธามพยักหน้าเล็กน้อย คีรินก้าวออกมานิดหนึ่ง
“โอทีดึกขนาดนี้ยังมีแรงวิจารณ์หน้าตาเจ้านาย” สามสาวแข็งค้างทันทีมะปรางกัดฟันเล็กน้อย
“ก็ไม่ได้พูดผิดนี่คะ” เพลงพิณแทบสำลักคีรินเลิกคิ้วทันที
“อ๋อ งั้นแปลว่า… ประธานบริษัทหล่อจริง??”
“จริงค่ะ”
“กล้าดี” คีรินหัวเราะเบา ๆ ด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“พูดความจริงไม่เห็นต้องกลัว” มะปรางยักไหล่ท่าทางไม่เกรงกลัว คีรินหรี่ตาอย่างสนุก
“แล้วเมื่อกี้ที่บอกว่าเหมือนมาเฟียล่ะ”
“ก็หล่อแบบมาเฟียค่ะ ไม่ได้บอกว่าเป็นมาเฟียจริง ๆ” มะปรางยิ้มบางมองสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ คีรินหัวเราะด้วยความชอบใจออกมาทันที ไททันยังคงมองเธอเงียบ ๆ มะปรางเหลือบมองกลับสายตาชัดเจนว่า ฉันไม่ได้กลัวคุณ ต้นรักรีบแทรก
“พวกเรากำลังทำงานอยู่ค่ะ” ธามจึงเดินเข้ามาที่โต๊ะสายตาหยุดที่หน้าจอของต้นรัก
“เปิดไฟล์ต้นทุน” ต้นรักรีบทำทันทีธามโน้มตัวดูหน้าจอก่อนจะพูดสั้น ๆ
“สูตรตรงนี้ผิด” ต้นรักแก้ทันทีธามพยักหน้าเล็กน้อย “แบบนี้ถูก” จากนั้นเขาพูดเพียง
“ทำต่อไป” พูดจบเขาก็หันเดินออกจากแผนกโดยที่ไททันเดินตามออกไป แต่ก่อนออกไปคีรินหันกลับมายิ้มให้มะปราง
“เก่งนะ”
“ชมใช่ไหมคะ??” มะปรางยิ้มหน้าทะเล้นใส่อีกฝ่าย เธอไม่ได้กลัวแต่ก็ยังเกร็งอยู่บ้างเพราะยังไม่สนิทกันแถมอีกฝ่ายยังเป็นผู้บริหารระดับสูงอีกด้วย
“ประมาณนั้น หึหึ” คีรินหัวเราะ เมื่อทั้งสามคนเดินออกไปมะปรางก็ทรุดลงนั่งทันที
“โอ๊ยยยย” เธอเอามือกุมหน้า “ปรางเกือบมีเรื่องกับผู้บริหารบริษัท” เพลงพิณหัวเราะลั่น ต้นรักส่ายหัวขำ ๆ ทางเดินด้านนอกคีรินหันไปมองธาม
“ผ่านมาพอดีเหรอ??” ธามตอบสั้น ๆ
“อืม บังเอิญดีนะ” คีรินยิ้มรู้ทันก่อนจะพูดเบา ๆ แต่ก็พอทำให้คนที่เดินนำหน้าได้ยิน “ที่โต๊ะของเธอเปิดไฟอยู่”
ธามไม่ตอบ แต่ในหัวของเขา ยังคงมีภาพผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กล้าพูดกลางห้องประชุมว่า “ตัวเลขไม่ผิดค่ะ” และนั่นคือเหตุผลจริง ๆ ที่เขาเดินมาที่แผนกนี้ในตอนเที่ยงคืน