Ep.11: ไม่ใช่แบบนั้นเลย

1549 Words
ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นผู้บริหารต้นรักก้าวออกมาช้า ๆ ทันทีที่รองเท้าแตะพื้นหินอ่อนความรู้สึกตึงบางอย่างก็ไหลวาบขึ้นมาตามสันหลัง ที่นี่เงียบกว่า กว้างกว่าและบรรยากาศกดดันกว่าที่เธอคิดไว้ ผู้คนมีไม่มากแต่ทุกก้าวที่เดินผ่านกันเต็มไปด้วยจังหวะเร่งรีบ สีหน้าเคร่งขรึม ราวกับไม่มีใครมีเวลาสำหรับเรื่องเล็กน้อย ต้นรักสูดลมหายใจลึก พยายามกดความประหม่าเอาไว้ก่อนจะเริ่มก้าวไปตามทางเดินยาวเสียงรองเท้าของเธอกระทบพื้นดังแผ่ว ๆ แต่กลับชัดเจนในความเงียบ ยิ่งเดินลึกเข้าไปหัวใจยิ่งเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่า... ก็แค่ถูกเรียกมาคุยเรื่องงานแต่ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเผชิญอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นกลับไม่ยอมจางหาย สุดทางเดินเธอหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ป้ายโลหะสีเข้มด้านข้างสะท้อนแสงเย็น ๆ ประธานบริษัทต้นรักยืนนิ่งมือกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวคำถามมากมายแล่นวนอยู่ในหัว เรียกมาทำไม… เรื่องงาน?? หรือเรื่องเมื่อวาน?? หรือภาพเมื่อคืนที่เธอกับมะปรางและเพลงพิณนั่งเมาท์กันอย่างออกรสออกชาติผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “คงไม่ใช่หรอกมั้ง” ต้นรักหลับตาแป๊บหนึ่งก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าเดิม มือยกขึ้น…แล้วหยุดค้างกลางอากาศเธอสูดหายใจเข้าอีกครั้งเหมือนรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย “ก็แค่เข้าไปคุย” ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูเบา ๆ แต่ดังชัดทุกจังหวะในความเงียบ “เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำจากด้านในดังขึ้นต้นรักจับลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไปช้า ๆ ทันทีที่ก้าวเข้าไปภาพตรงหน้าทำให้เธอหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที ชายสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเอกสารกระจายบนโต๊ะหน้าจอแท็บเล็ตเปิดข้อมูลค้างไว้บรรยากาศตึงเครียดชัดเจนราวกับจับต้องได้ “ถ้าเราปล่อยให้มันเดินต่อแบบนี้ ฝ่ายนั้นอาจจะได้เปรียบ” น้ำเสียงของไททันดังขึ้น “ก็ต้องตัดก่อนมันจะลามสิ” คีรินถอนหายใจเบา ๆ “เดี๋ยวค่อย...” ธามกำลังก้มมองเอกสารแล้วเขาก็หยุด ทั้งสามคนหันมามองพร้อมกันความเงียบตกลงมาในห้องทันทีสายตาของไททันคมและนิ่ง สายตาของคีรินมีแววสนุกจาง ๆ ส่วนธาม… เพียงแค่มองสั้น ๆ แต่หนักพอจะทำให้หัวใจเธอสะดุด และในวินาทีนั้นเองสีหน้าที่เคร่งเครียดก่อนหน้าก็ถูกเก็บหายไปอย่างแนบเนียนเหมือนไม่เคยมีบทสนทนานั้นเกิดขึ้น “สวัสดีค่ะ” ต้นรักพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เข้ามาสิ” ธามพูดเรียบ ๆ ต้นรักเดินเข้าไปอีกสองก้าว ไททันขยับตัวสายตาเหลือบมองธามเล็กน้อยก่อนพยักหน้า “เดี๋ยวผมไปจัดการต่อ” เขาลุกขึ้นแล้วเดินผ่านต้นรักไปทางประตู “โอเค ๆ กูไปด้วย” คีรินหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินตามไททันไป แต่พอผ่านต้นรักฝีเท้าก็ช้าลงนิดหนึ่งสายตามองเธอเหมือนกำลัง นึกออก ก่อนจะยิ้มมุมปาก “อ๋อ…” เขาเอียงหัวเล็กน้อย “น้องนี่เอง” “คะ!?” ต้นรักชะงัก คีรินยิ้มบาง ๆ “เมื่อคืน…” เขาหยุดนิดหนึ่งเหมือนจงใจ “เมาท์สนุกไหม??” โลกทั้งใบของต้นรักเงียบลงทันที สมองขาวโพลน ไททันหันกลับมามองทันที “ไอ้คีริน” น้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจนว่า พอแล้ว คีรินยกมือขึ้นหัวเราะเบา ๆ “โอเค ๆ ไม่แซวแล้ว” เขาหันมามองต้นรักอีกครั้ง “ไม่ต้องเครียดนะ” ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มกวน ๆ “นายไม่ได้เรียกมาดุหรอก… มั้งนะ” ไททันเปิดประตูคีรินเดินออกเป็นคนแรกแต่ก่อนจะเดินพ้นประตูไม่วายหันกลับมามองหน้าต้นรักอีกครั้ง “สู้ ๆ นะ” ประตูปิดลงความเงียบเข้าครอบคลุมภายในห้องกลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้… หนักกว่าเดิมเหลือแค่ต้นรักกับธาม เขายังนั่งนิ่งสายตาคมยังคงมองเธอนิ่งลุ่มลึกและอ่านไม่ออก “นั่งสิ” ต้นรักเดินไปนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานตามที่เขาบอก หลังตรงมือวางบนตักอย่างพยายามควบคุมตัวเอง หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอนหลังเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ตั้งแต่พรุ่งนี้ย้ายมาทำงานที่นี่” ทันทีที่จบคำพูดของธามความเงียบเข้าครอบคลุมระหว่างทั้งสองคน เหมือนคำพูดเมื่อครู่ยังสะท้อนอยู่ในอากาศ ต้นรักกลืนน้ำลายเบา ๆ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “เอ่อ… หมายถึง… ให้ไปช่วยงานส่วนไหนคะ” เธอถามออกไปอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงสุภาพ เหมือนทุกอย่างยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้แต่ข้างในไม่ใช่แบบนั้นเลยหัวใจยังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ความคิดตีกันยุ่ง ช่วยงานโดยตรง?? ทำไมต้องเป็นเธอ?? มันเร็วเกินไปหรือเปล่า… “ทุกอย่าง” ธามมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบสั้น ๆ คำตอบนั้นเหมือนตอกย้ำบางอย่าง ในขณะที่สีหน้าของต้นรักยังนิ่ง แต่ในใจไม่ยอมรับแต่ก็ปฏิเสธออกมาไม่ได้ “ผมต้องการคนที่ตามงานทัน” เขาพูดต่อน้ำเสียงราบเรียบ “และไม่ต้องอธิบายซ้ำหลายรอบ” ต้นรักกำแฟ้มในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย แล้วถ้าฉันตามไม่ทันล่ะ?? ถ้าทำพลาดล่ะ?? นี่มันไม่ใช่ระดับที่ควรเข้าไปยุ่งเลยนะ “แต่… ฉันอาจจะยังไม่...” “เมื่อวานยังกล้าพูดแทรกในที่ประชุม ตอนนี้ยังจะกลัวอะไรได้อีก” ประโยคของธามตัดเข้ามาเธอชะงักหัวใจหล่นวูบ “ขอโทษค่ะ” คำขอโทษหลุดออกมาโดยอัตโนมัติทั้งที่ในใจ ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองผิดขนาดนั้น ธามมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ “แต่สิ่งที่เธอพูด… ใช้ได้เลยนะ” ต้นรักเงยหน้าขึ้นทันทีความสับสนเพิ่มขึ้นอีก เดี๋ยวนะ… ตกลงจะตำหนิหรือชมกันแน่ “คุณกล้าพูด ในจังหวะที่คนอื่นเงียบ” เขาพูดต่อ “แล้วก็ไม่ได้พูดมั่ว” หัวใจเธอสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะดีใจทั้งหมด แต่มันเหมือนมีบางอย่างผสมปนกันอยู่ กดดัน “ผมไม่ต้องการคนที่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว ผมต้องการคนที่กล้าคิดกล้านำเสนอ” ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง ต้นรักเม้มริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะถามออกไป “แล้วทำไมต้องเป็นฉันคะ??” คำถามนิ่งเรียบและสุภาพแต่ในใจของต้นรักกลับค้านไปอีกทาง ฉันไม่ได้อยากได้ตำแหน่งนี้นะ ฉันแค่อยากฝึกงานให้มันจบ ๆ แล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติ ธามนิ่งไปเล็กน้อย “เพราะเธอกล้า” คำตอบทำให้เธอขมวดคิ้วน้อยด้วยความสงสัย แค่นั้นเหรอ?? “กล้าที่จะมองผมไม่หลบตา” เธอชะงักไปทันที ภาพในห้องประชุมเมื่อวานย้อนกลับมา ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้… วันนั้นเธอคงเงียบแล้วนั่งก้มหน้าไปแล้ว “คนส่วนใหญ่หลบไม่กล้าสบตาผม แต่เธอไม่” ความรู้สึกข้างในยิ่งสับสนมันไม่ใช่แค่กดดันแต่มันเริ่มกลายเป็นการถูกดึงเข้าไปในบางอย่างที่เธอไม่ได้เลือก “ผมจะให้เวลาคิด” เสียงของธามยังคงราบเรียบ “วันนี้ทำงานแผนกเดิมได้” เขาหยุดเล็กน้อย “พรุ่งนี้เช้า… ย้ายมาเริ่มงานที่นี่เลย” ความเงียบตกลงมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้… มันไม่ใช่ความเงียบแบบรอคำตอบมันเหมือน ‘สรุปไปแล้ว’ ต้นรักชะงักไปทันทีหัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเหมือนถูกบีบแน่นขึ้นอีก เดี๋ยวนะ… เมื่อกี้เขาบอกให้คิดไม่ใช่เหรอ?? แล้วนี่คืออะไร… ตัดสินใจแทนเลยเหรอ สีหน้าของเธอยังคงนิ่งเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดปกติแต่ในใจไม่ยอมรับ “คะ??” เสียงหลุดออกมาเบากว่าที่ตั้งใจ เหมือนยังตามไม่ทันสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ธามยังคงมองเธอนิ่งเหมือนเดิมไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนคำพูด “ผมไม่ชอบรอคำตอบนาน” เขาพูดเรียบ ๆ “และงานผมก็ไม่รอใคร” คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่หนักพอจะกดทับบรรยากาศทั้งห้อง ต้นรักกำมือแน่นขึ้นบนตักเล็บจิกลงเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว นี่มันไม่ใช่การขอความร่วมมือ นี่มันคือการสั่ง เธอสูดหายใจเข้าเงียบ ๆ พยายามประคองน้ำเสียงให้ปกติ “แต่… ฉันยังอยู่ในความดูแลของแผนกประสานงานนะคะ” ประโยคสุภาพ เหตุผลชัดเจน แต่ข้างในใจของต้นรักยังไม่ยอมรับทำได้แค่ร้องค้านกับตัวเอง เธอยังไม่อยากมา เธอยังไม่พร้อมแล้วเธอก็ไม่ได้เลือกสิ่งนี้ “พรุ่งนี้แปดโมงตรง” เขาพูดแทรกทันทีไม่เปิดช่องไม่ปล่อยจังหวะให้เธอได้อธิบายต่อ “ห้ามสาย” ห้องเงียบลงในทันที เหมือนบทสนทนาถูกปิดลงโดยสมบูรณ์ต้นรักนิ่งไปคำพูดติดอยู่ในลำคอสุดท้าย “ค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD