หลังจบการประชุมสุดแสนกดดันกับท่านประธานมาดมาเฟียและผู้ช่วยหน้านิ่งในช่วงเช้า แผนกประสานงานทั้งแผนกเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ประตูห้องประชุมเพิ่งปิดลงไปไม่นานแต่พนักงานหลายคนยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ราวกับวิญญาณยังตามกลับมาไม่ทัน เสียงถอนหายใจดังเป็นระยะ บางคนฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที บางคนยกกาแฟขึ้นดื่มเหมือนเพิ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์ร้ายแรง ส่วนที่โต๊ะมุมเดิมของแผนก สามสาวต้นเหตุของแผนเมื่อคืน ตอนนี้สภาพแทบไม่ต่างจากทหารที่เพิ่งกลับจากสนามรบ มะปรางเดินมาถึงโต๊ะก่อน เธอทิ้งตัวลงนั่งทันทีเหมือนขาหมดแรง
“ปรางรู้สึกเหมือนเพิ่งรอดตายมาจากสนามรบ” เพลงพิณวางแฟ้มลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งตาม สีหน้ายังนิ่งเหมือนพยายามเก็บอาการ
“สนามรบยังมีพักนะ” เธอพูดเรียบ ๆ “แต่งานนี้ไม่มีพัก ไม่มีเวลาหายใจเลยสักนิด”
ต้นรักเดินมาถึงเป็นคนสุดท้าย เธอนั่งลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหมือนต้องการปล่อยความตึงเครียดที่สะสมตั้งแต่เช้าออกมา ทั้งสามเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังประมวลผลเหตุการณ์เมื่อครู่มะปรางค่อย ๆ ยกมือขึ้น
“ขอถามอะไรหน่อย”
“อะไร??” เพลงพิณหันมามองเพื่อนด้วยสายตาสงสัยปนอยากรู้
“ตอนท่านประธานมองมาเมื่อกี้…” มะปรางทำหน้าจริงจังเหมือนกำลังจะถามเรื่องสำคัญระดับชาติ เธอกลืนน้ำลาย
“หัวใจปรางหยุดเต้นไปกี่วินาที”
“ไม่น่าเกินสองวิ” เพลงพิณหลุดหัวเราะออกมาทันที ต้นรักยิ้มบาง ๆ
“ปรางว่าห้าวิ” มะปรางเอามือทาบอกตัวเอง
“เว่อร์!!”
“จริง!!” เธอพยักหน้าหนักแน่น
“สายตาท่านประธานเหมือนสแกนทะลุไปถึงจิตวิญญาณเลย”
“อันนี้พิณเห็นด้วย” เพลงพิณพยักหน้าเห็นด้วย ต้นรักหลุดหัวเราะเบา ๆ มะปรางเอนหลังพิงเก้าอี้
“เมื่อคืนพวกเรายังนั่งเมาท์ว่าเขาหล่อ” เธอมองหน้าเพื่อนสองคน “ถ้าเขาได้ยินนะ…”
“เขาได้ยินแล้ว” เพลงพิณยกมือขึ้นทันที โต๊ะเงียบกริบทันที มะปรางค่อย ๆ หันมามอง
“อย่าย้ำสิ!!” ต้นรักหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“โอ๊ยยย ปรางอยากลาออก” มะปรางเอามือปิดหน้า เพลงพิณตบไหล่เพื่อนเบา ๆ อย่างปลอบใจและให้กำลังใจ
“ยังไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานเลย” เธอเสริมอย่างใจเย็น
“ที่สำคัญ เราเป็นนักศึกษาฝึกงาน อย่าลืม” มะปรางถอนหายใจยาว “ยิ่งเศร้าเข้าไปอีก” เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที
“ปรางขอพักสมองสามนาที”
“เมื่อกี้แกก็พักในห้องประชุมไปแล้ว” เพลงพิณเหลือบมอง มะปรางเงยหน้าขึ้นทันที
“นั่นไม่ใช่พัก!!” เธอพูดเสียงจริงจัง “นั่นคือการเอาชีวิตรอดต่างหาก”
คำพูดของมะปรางทำต้นรักหัวเราะออกมาเบา ๆ บรรยากาศที่ตึงเครียดมาตลอดเช้าค่อย ๆ คลายลงทีละนิดผ่านไปครู่หนึ่งมะปรางเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแววตากลับมามีประกายเหมือนคนคิดอะไรบางอย่างออก
“ปรางมีข้อเสนอ!!”
“ฟังดูอันตราย” เพลงพิณถอนหายใจทันที
“ลองพูดมาก่อน” ต้นรักยิ้ม
“พวกเราต้องเติมพลัง” มะปรางวางมือบนโต๊ะ
“หมายถึง??” เพลงพิณเลิกคิ้ว
“โรงอาหาร!! คาเฟ่!!” มะปรางชี้ลงไปด้านล่างตึกทันที เธอประกาศเสียงหนักแน่น “ของคาวก่อน แล้วตามด้วยของหวาน”
“สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง” เพลงพิณพยักหน้า
“แล้วต้องมีเค้กด้วย” มะปรางยกนิ้วเพิ่ม
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ทำไมต้องเค้ก” ต้นรักหัวเราะ
“เพราะชีวิตมันขมพอแล้ว” มะปรางตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด เพลงพิณหลุดหัวเราะลั่นต้นรักก็หัวเราะตาม ความเครียดเมื่อเช้าเหมือนถูกละลายไปกับเสียงหัวเราะนั้น
“ไป!! ปรางจะกินเค้กหลาย ๆ ชิ้นชดเชยความขม” มะปรางลุกขึ้น เพลงพิณลุกตาม
“แกกินทุกครั้งที่เครียด”
“ถูกต้อง!!”
“งั้นไปกัน” ต้นรักหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋า สามสาวเดินออกจากแผนกในลิฟต์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนมะปรางจะพูดขึ้นอีก
“ถ้าลงไปแล้วเจอท่านประธานล่ะ”
“ห้ามพูดเรื่องความหล่อ” เพลงพิณหันมาทันที
“โอเค” มะปรางพยักหน้าอย่างจริงจังก่อนหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ “งั้นปรางจะกินเค้กเงียบ ๆ แทน”
ต้นรักหัวเราะออกมาอีกครั้ง ลิฟต์เปิดที่ชั้นล่างกลิ่นอาหารจากร้านต่าง ๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีเสียงผู้คนในโซนร้านอาหารคึกคักพอสมควรมะปรางสูดลมหายใจลึกเหมือนคนได้พลังชีวิตกลับมา
“นี่แหละ… สวรรค์ของพนักงานบริษัท” เธอพูดอย่างมีความหวัง ทั้งสามเพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงร้านอาหารเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ต้นรัก!!” สามสาวหันกลับไปพร้อมกันหัวหน้าแผนกกำลังเดินเร็วเกือบวิ่งมาทางพวกเธอ สีหน้าดูตื่นอย่างเห็นได้ชัด มะปรางกระซิบทันที
“ทำไมหน้าหัวหน้าเหมือนเห็นผี” เพลงพิณพยักหน้า
“หรือแผนเราพัง”
หัวหน้าหยุดตรงหน้าต้นรัก หายใจแรงเล็กน้อยเหมือนรีบมา
“ต้นรัก” น้ำเสียงเขาจริงจัง “ท่านประธานเรียกพบ” คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามชะงักทันที
“ใครนะคะ??” มะปรางกะพริบตา หัวหน้ามองเธอแวบหนึ่งก่อนหันกลับมาหาต้นรัก
“ท่านประธานเรียกพบ” เพลงพิณอ้าปากค้าง มะปรางชี้ตัวเอง
“เดี๋ยวนะ หมายถึงท่านประธานของเรา ใช่ไหม??” หัวหน้าพยักหน้า
“ใช่!!”
“รัก… แกไปทำอะไรมา” มะปรางจับแขนต้นรักด้วยความเป็นห่วง ต้นรักส่ายหัวเพราะเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองไปทำอะไรผิดมาถึงโดนเรียกตัวแบบนี้
“ไม่ได้ทำอะไร”
“หรือเรื่องแผนเมื่อวาน” เพลงพิณพูดเบา ๆ
“หรือเรื่องที่เรานั่งเมาท์ว่าเขาหล่อ” มะปรางกระซิบทันที
“เงียบเลยแก” เพลงพิณหันมองทันที
“ท่านรออยู่ที่ห้องทำงาน” หัวหน้าพูดต่อ สายตามองต้นรักจริงจัง “ไปตอนนี้เลย”
“ค่ะ” ต้นรักนิ่งไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ มะปรางรีบดึงแขนเธอไว้
“เดี๋ยว!!” ต้นรักหันกลับมา มะปรางทำหน้าจริงจังเหมือนกำลังส่งเพื่อนไปออกรบ
“ถ้าแกไม่กลับมา…”
“…พวกเราจะกินเค้กแทนแก” เพลงพิณรีบพูดต่อทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวกลับมา” ต้นรักหลุดหัวเราะ
“สู้ ๆ นะเพื่อน” มะปรางยกมือให้กำลังใจ
“ถ้าโดนดุ โทรหาเรา” เพลงพิณพยักหน้า ต้นรักยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินกลับไปทางลิฟต์พร้อมหัวหน้า เหลือเพียงมะปรางกับเพลงพิณยืนมองเพื่อนเดินห่างออกไป ผ่านไปไม่กี่วินาทีมะปรางหันมามองเพื่อน
“ปรางรู้สึกเหมือนเพื่อนกำลังจะไปเผชิญหน้ากับมาเฟียยังไงก็ไม่รู้… ใจหวิว ๆ”
“…เหมือนกัน” เพลงพิณพยักหน้าเบา ๆ ทั้งสองหันไปมองลิฟต์ที่เพิ่งปิดลง โดยไม่ได้นัดหมาย
“หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่…”