ด้านหน้าบริษัทเงียบกว่าปกติ เวลาล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่ง ไฟตามตัวอาคารหลายดวงถูกปิดไปแล้ว เหลือเพียงแสงไฟสี ขาวจากป้ายบริษัท และไฟถนนที่ส่องลงมาบนพื้นถนนด้านหน้ารถสีดำคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ตรงขอบทางหน้าประตูบริษัท
เครื่องยนต์ยังติดอยู่เบา ๆ
ภายในรถธามนั่งอยู่ที่เบาะหลังเอนตัวพิงพนักอย่างสบาย ๆ มือถืออยู่ในมือ แต่สายตาไม่ได้มองหน้าจอนานนักนิ้วของเขาเคาะที่วางแขนเบา ๆ เป็นจังหวะ ด้านหน้าไททันนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับแขนพาดพนัก มือกอดอก เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างส่วนคีรินนั่งอยู่ฝั่งคนขับเอนตัวพิงเบาะอย่างสบาย ๆ มือถือยังอยู่ในมือลมกลางคืนพัดผ่านเบา ๆ คีรินเงยหน้ามองอาคารบริษัทที่มืดเกือบทั้งตึก ก่อนจะพูดขึ้นเหมือนลอย
“ดึกแล้วนะ” เขาเหลือบมองกระจกหน้ารถ “จะมาจอดอยู่ตรงนี้ทำไมอีก” ในรถเงียบไปวินาทีหนึ่ง ธามไม่ได้ตอบเพียงเลื่อนสายตาออกไปมองประตูบริษัทคีรินหรี่ตาเล็กน้อย
“อ๋อออ” เขาลากเสียงเหมือนเริ่มเข้าใจ
“อะไร??” ไททันหันมามอง คีรินยิ้มมุมปาก
“ก็แค่คิดว่ามันบังเอิญดี” เขาเก็บโทรศัพท์ลง “บังเอิญเดินตรวจบริษัทตอนเที่ยงคืน บังเอิญเดินไปแผนกประสานงาน แล้วตอนนี้ก็บังเอิญมาจอดรถหน้าตึก”
ไททันเงียบไม่พูดหรือตอบโต้แต่สายตาคมเหลือบมองประตูบริษัทเหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรแล้ว เบาะหลังธามยังคงนั่งนิ่งสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้สนใจบทสนทนา
“ถ้าเดาไม่ผิด” คีรินหัวเราะออกมาพลางพูดเหมือนคาดเดาความคิดเจ้านายได้ “เด็กฝึกงานสามคนน่าจะยังไม่กลับ”
ธามยังคงไม่ตอบแต่ในจังหวะนั้นเองประตูอาคารบริษัทเปิดออก เสียงพูดคุยของผู้หญิงดังออกมาก่อน มะปรางเดินออกมาก่อนเป็นคนแรก สะพายกระเป๋าแบบหมดแรง
“โอ๊ยยยย ปรางจะตาย” เธอบ่นทันทีที่ก้าวออกจากตึกเพลงพิณเดินตามออกมา
“บ่นทุกวันแต่ก็ยังไม่ตาย” ต้นรักเดินออกมาเป็นคนสุดท้ายยังถือแฟ้มเอกสารแนบอกอยู่สามสาวหยุดยืนอยู่หน้าบริษัทมะปรางยืดตัวแรง ๆ จนหลังดังกร๊อบ
“ทำไมชีวิตเด็กฝึกงานมันโหดแบบนี้ ไหนใคร ๆ ก็บอกว่าสบาย”
“พรุ่งนี้ยังต้องมาแต่เช้าอีก” เพลงพิณพยักหน้า
“อย่าพูดคำว่าพรุ่งนี้!!” มะปรางรีบยกมือห้ามด้วยความเร็ว
“คืนนี้ยังไม่รอดเลย” ทั้งสามหัวเราะเบา ๆ ภายในรถคีรินมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้าก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ดูเหมือนผมจะเดาถูกนะ” ไททันเหลือบมองกระจกหลังสายตาคมหยุดอยู่ที่ต้นรักก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“จะให้เรียกขึ้นรถไหม”
“ไม่ต้อง” ธามตอบสั้น ๆ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง สายตายังคงมองออกไปนอกกระจก
“เปิดไฟหน้า”
ไฟหน้ารถสว่างขึ้นทันทีแสงไฟส่องไปถึงสามสาวที่ยืนอยู่หน้าบริษัท สามสาวยังยืนคุยกันอยู่หน้าบริษัทอีกครู่หนึ่ง มะปรางหรี่ตามองรถสีดำที่จอดอยู่ไกล ๆ ก่อนจะยกมือบังไฟหน้ารถ
“ใครจอดรถเปิดไฟแบบนี้เนี่ยไม่มีมารยาทและ แสบตาชะมัด” เพลงพิณหันไปมองตามเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
“เขาคงรอใครสักคนมั้ง”
“กลับกันเถอะ ดึกแล้ว” ต้นรักมองไปทางรถเพียงแวบเดียว ก่อนจะก้มมองแฟ้มเอกสารในมือ มะปรางพยักหน้าอย่างรวดเร็วทันที
“ใช่!! ถ้ายืนต่ออีกห้านาที ปรางอาจยืนหลับตรงนี้จริง ๆ” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ
“เดินดี ๆ ก่อนเถอะ เดี๋ยวหลับระหว่างทาง”
“ถ้าปรางหลับก็ลากกลับด้วยนะ”
“ฝันไปเถอะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ /ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วพากันเดินออกจากหน้าบริษัทไปตามทางเท้า ไม่นานร่างของพวกเธอก็ค่อย ๆ หายไปในความมืดของถนนด้านหน้าราวกับว่าไม่มีใครสังเกตเห็นรถคันนั้นจริง ๆ ภายในรถคีรินมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้าก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“อ้าว!!” เขาพูดขึ้นอย่างขำ ๆ “เดินกลับเฉยเลย”
ไททันหันมองผ่านกระจกไปทางถนนสายตาคมมองตามร่างของสามสาวที่กำลังเดินห่างออกไปส่วนธามยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เบาะหลังสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมแต่สายตาของเขายังคงมองไปใน ทิศทางเดียวกับที่ต้นรักเดินจากไปเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงของเขาจะดังขึ้นสั้น ๆ
“ขับตามไป” คีรินยิ้มมุมปากด้วยความชอบอกชอบใจ
“ครับ”
รถหรูสีดำค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัท ไฟหน้ารถส่องไปตามถนนที่เกือบว่างเปล่าในยามดึก คีรินจับพวงมาลัยอย่างสบาย ๆ สายตายังคงมองไปข้างหน้า ด้านหน้าของรถไม่ไกลนัก สามสาวกำลังยืนอยู่ริมถนนหน้าอาคารบริษัทมะปรางยืนโบกมือเรียกรถแท็กซี่อย่างหมดแรง
“เร็วหน่อยเถอะ… ปรางจะยืนไม่ไหวแล้ว”
“ตีหนึ่งแล้วนะ แท็กซี่ไม่ได้ผ่านถี่เหมือนตอนเย็น” เพลงพิณกอดอกมองถนน ต้นรักยืนอยู่ข้าง ๆ ยังถือแฟ้มเอกสารแนบอกเหมือนเดิม เธอเงยหน้ามองถนนเงียบ ๆ ในรถคีรินมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย
“อ้าว!! เรียกแท็กซี่แล้ว” เขาพูดเหมือนรายงานสถานการณ์ทั่ว ๆ ไปไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย ไททันเหลือบมองไปด้านหน้าสายตาคมจับภาพสามสาวที่ยืนอยู่ริมถนน
“คันนั้น!! คันนั้น!!” มะปรางยังคงโบกมือไม่หยุดแต่แท็กซี่ที่แล่นผ่านไปกลับไม่จอดเลยสักคัน
“โอ๊ยยย ทำไมไม่มีใครจอดเลย” เธอบ่นอย่างหมดแรง
“แกโบกเหมือนกำลังไล่รถมากกว่ามั้ง” เพลงพิณหัวเราะเบา ๆ ต้นรักมองเพื่อนทั้งสองแล้วยิ้มบาง ๆ
ในรถ คีรินเหลือบมองกระจกหลังธามยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เบาะหลังสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมแต่สายตาของเขามองออกไปข้างหน้าหยุดอยู่ที่ต้นรัก คีรินยิ้มมุมปาก
“ดูเหมือนจะต้องรอสักพักนะ” ไททันพูดเรียบ ๆ
“ตีหนึ่ง แท็กซี่น้อย” ผ่านไปไม่กี่นาทีไฟหน้ารถสีชมพู – เขียวคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาบนถนนมะปรางรีบโบกมือทันที
“แท็กซี่!!” รถแท็กซี่ชะลอก่อนจะจอดตรงหน้าพวกเธอมะปรางแทบจะกระโดดขึ้นรถ
“รอดแล้ว!!” เพลงพิณหัวเราะต้นรักเปิดประตูขึ้นรถตามเพื่อนประตูรถแท็กซี่ปิดลงไม่นานรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัทภายในรถสีดำคีรินมองภาพนั้นผ่านกระจกหน้าก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เรียบร้อย”
“จะตามไหม” ไททันมองตามรถแท็กซี่ที่กำลังขับออกไปก่อนจะพูดสั้น ๆ ในรถเงียบไปครู่หนึ่งธามเอนตัวพิงพนักเบาะหลังสายตายังคงมองรถแท็กซี่คันนั้นที่กำลังห่างออกไปก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“ตามไป”
“ครับ” คีรินยิ้มมุมปากทันทีเขาค่อย ๆ เหยียบคันเร่งรถสีดำเคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัทอย่างเงียบ ๆ โดยรักษาระยะห่างจากรถแท็กซี่ไว้พอสมควรบนถนนยามดึกรถแท็กซี่แล่นไปข้างหน้าและรถสีดำก็ขับตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบ ๆ ภายในรถคีรินเหลือบมองกระจกหลัง
“ห่วงขนาดนั้นทำไมไม่ไปส่งเอง” ไททันเหลือบมองกระจกหน้าก่อนจะพูดเรียบ ๆ ธามไม่ตอบเพียงแต่มองถนนข้างหน้าเงียบ ๆ เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง
คีรินชะลอรถทันทีรถสีดำจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนทั้งสามคนมองผ่านกระจกหน้าเห็นสามสาวลงจากรถแท็กซี่มะปรางยืดตัวแรง ๆ เพลงพิณกำลังหยิบเงินจ่ายค่าโดยสาร ต้นรักยืนรออยู่ข้าง ๆ ไม่นานพวกเธอก็เดินเข้าไปในล็อบบี้คอนโดประตูกระจกปิดลง บรรยากาศเงียบลง คีรินจึงพูดขึ้นเบา ๆ
“ถึงแล้วครับ” ธามยังคงมองไปที่ประตูคอนโดอีกวินาทีหนึ่งก่อนจะพูดสั้น ๆ
“กลับ”