ช่วงบ่ายใกล้เลิกงาน เพลงพิณกับมะปรางยังติดประชุมปฐมนิเทศต่อ ต้นรักเลยอาสาเอาเอกสารไปส่งให้พี่ ๆ แผนกบัญชีที่ชั้นบนแทน
“ไปคนเดียวไหวเหรอ??” เพลงพิณถาม
“ไหวสิ แค่เอาแฟ้มไปวางเอง” ต้นรักยิ้มกว้าง “รักไม่ใช่คนหลงทางง่ายขนาดนั้นนะ”
“ถ้าเจอ ‘สูทดำถุงมือหนัง’ อีก ก็อย่าไปเถียงเขาล่ะ” มะปรางทำหน้าล้อ ต้นรักทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อน ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
ทางเดินช่วงบ่ายเงียบกว่าตอนเช้ามาก ไฟบางส่วนถูกปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงาน ทำให้บรรยากาศสลัวกว่าปกติ เสียงรองเท้าของต้นรักดัง กึก กึก ไปตามพื้นหินอ่อน เธอมองป้ายบอกชั้นอีกครั้ง แผนกบัญชี – ชั้น 18 ลิฟต์ตัวใกล้สุดมีป้ายสแตนเลสเล็ก ๆ ติดอยู่ด้านข้าง สำหรับผู้บริหารเท่านั้น ต้นรักขมวดคิ้ว
“ก็แค่ขึ้นไปชั้นสิบแปดเองนี่นา…” เธอกดปุ่มเรียกโดยไม่คิดมาก ประตูเปิดทันทีราวกับรออยู่แล้ว ภายในว่างเปล่า เธอก้าวเข้าไป กดเลข 18 แล้วก้มจัดแฟ้มเอกสารในมือ
15
16
แต่จู่ ๆ ลิฟต์ก็ชะลอและเปิดที่ชั้น 17 ทั้งที่เธอไม่ได้กด รองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งก้าวเข้ามาก่อน ตามด้วยสูทดำสนิทและถุงมือหนังสีดำ อากาศในลิฟต์กดดันขึ้นทันที
“อ้าว!!” ต้นรักเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบของเขากวาดมองปุ่มลิฟต์ ก่อนจะหยุดที่เลข 18
“คุณใช้ลิฟต์นี้ทำไม” น้ำเสียงเรียบ เย็น และชัดเจนว่าไม่พอใจ
“มันเปิดพอดีค่ะ…” เธอตอบตามตรง
“คุณไม่ได้อ่านป้าย??” ต้นรักเหลือบมองด้านข้างกระจก แล้วเพิ่งเห็นข้อความเล็ก ๆ นั้นชัดเจนลิฟต์สำหรับผู้บริหารเท่านั้น
“มะ…ไม่ได้ตั้งใจค่ะ” ไททันกดปุ่มหยุด ลิฟต์ชะลอและค้างนิ่งกลางชั้นหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“กฎบริษัทมีไว้ให้อ่าน ไม่ใช่มีไว้ประดับผนัง” เขาพูดเสียงต่ำ “โดยเฉพาะคุณ”
“ทำไมต้องโดยเฉพาะฉันคะ” ต้นรักชะงัก
“เพราะคุณดูเหมือนคนที่จะเดินเข้าไปในที่ที่ไม่ควรเข้า…โดยไม่รู้ตัว” สายตาเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย ความเงียบกดทับพื้นที่แคบ ๆ ในลิฟต์และในจังหวะนั้นเอง ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ร่างสูงอีกคนยืนอยู่ด้านนอกสูทสีเข้มตัดเย็บเนี้ยบพอดีตัว ท่าทางนิ่งสงบแต่แววตาลึกและเยือกเย็นกว่าใคร ธาม เขาไม่พูด ไม่ถาม ไม่แทรกบทสนทนา เพียงแค่มอง
สายตานั้นหยุดที่ต้นรัก ประเมินทุกอย่างในเสี้ยววินาทีเดียว ตั้งแต่แฟ้มเอกสารในมือเธอ ระยะห่างระหว่างเธอกับไททัน ไปจนถึงป้ายลิฟต์ด้านข้าง บรรยากาศเปลี่ยนระดับทันทีไททันขยับตัวเล็กน้อย
“นายครับ” ธามพยักหน้าเพียงนิด ก่อนก้าวเข้ามายืนข้าง ๆ ความเงียบของเขากลับกดดันยิ่งกว่าคำตำหนิใด ๆ ต้นรักรู้สึกเหมือนกำลังถูกมองทะลุทุกความคิด แต่เธอก็ยังไม่หลบสายตาไททันหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
“ครั้งนี้ผมถือว่าเป็นความไม่รู้ แต่จะไม่มีครั้งที่สอง” เขากดให้ลิฟต์เคลื่อนต่อ
17
18
ก่อนประตูจะเปิด ไททันพูดทิ้งท้าย
“จำไว้ บางพื้นที่ของตึกนี้ ไม่ได้อันตรายเพราะมันผิดกฎหมาย” ต้นรักกลืนน้ำลาย “แต่มันอันตราย…เพราะมีคนจ้องจะใช้มันทำร้ายคนอื่น” ประตูเปิดออกเธอก้าวออกไปช้า ๆ แต่ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท ต้นรักเผลอหันกลับไปอีกครั้ง ไททันยืนตรง สีหน้าเรียบเฉย ส่วนธามยังคงมองเธอนิ่ง ๆ ไม่มีคำเตือน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความโกรธ มีเพียงสายตาที่เหมือนจดจำบางอย่างไว้แล้ว และวินาทีนั้นเองต้นรักไม่รู้เลยว่าเธอเพิ่งก้าวเข้าไปอยู่ในความสนใจของคนที่อันตรายที่สุดในตึกนี้โดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรสักคำ
ประตูลิฟต์ปิดลงต้นรักยืนมองบานประตูนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกเพื่อผ่อนคลายหัวใจที่เต้นแรงก่อนหน้านี้
“ใจเต้นแรงอะไรขนาดนี้…” เธอพึมพำกับตัวเอง เธอส่ายหัวเบา ๆ เหมือนจะไล่ภาพสายตาคู่นั้นออกไป ก่อนจะรีบเดินไปทางแผนกบัญชี
ภายในแผนกบัญชีบรรยากาศต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เสียงคีย์บอร์ดดังเป็นจังหวะ เอกสารถูกจัดเรียงเป็นระเบียบ พี่ ๆ ในแผนกเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
“อ้าว!! น้องฝึกงานใช่ไหมคะ”
“ค่ะ เอาเอกสารมาส่งค่ะ” ต้นรักวางแฟ้มลง พลางตอบคำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสุภาพ ทุกอย่างดูปกติ เหมือนเมื่อครู่เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่เธอไม่รู้เลยว่าอีกฝั่งหนึ่งของประตูลิฟต์ที่เพิ่งปิดลงบรรยากาศไม่ปกติเลยสักนิดภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนลง ตัวเลขลดระดับลงช้า ๆ ธามยังคงมองบานประตูที่ปิดสนิท ราวกับภาพหญิงสาวคนนั้นยังสะท้อนอยู่ตรงหน้า ไททันเป็นฝ่ายพูดก่อน
“เด็กฝึกงาน” ไม่มีคำตอบ “ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆ” ไททันเงียบลงอีกครั้ง ธามยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ไม่รู้…ไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย”
“จะให้ผมจับตาดูไหม” ไททันหันมองคนข้าง ๆ ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพดวงตาใส ๆ ที่ไม่หลบสายตาเขาฉายชัดในความคิด ไม่มีความกลัว ไม่มีการประจบ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่อันตราย… ตรงความไม่รู้สึกนั่นแหละ
“ไม่ต้อง” เขาตอบสั้น ๆ ไททันเลิกคิ้วนิดเดียวอย่างแปลกใจ
“ถ้ามีอะไรกูจะรู้เอง” ธามพูดต่อโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียง ลิฟต์หยุดที่ชั้นล่างสุดประตูเปิดออกสองร่างสูงก้าวออกไปพร้อมกันแต่ก่อนที่ธามจะเดินพ้นโถง เขาหยุดเพียงเสี้ยววินาที
“และอย่าห้ามให้เธอใช้ลิฟต์ตัวนั้นอีก” คำพูดของธามทำไททันสีหน้าเปลี่ยนไปนิดหนึ่งก่อนจะปรับให้เป็นปกติ
“ครับ”
ต้นรักกำลังหัวเราะเบา ๆ กับมุกเล็ก ๆ ของพี่ในแผนกบัญชี เสียงเธอสดใส แตกต่างจากบรรยากาศในลิฟต์เมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ระวังนะน้อง ถ้าคิดเลขพลาด เดี๋ยวตัวเลขมันกัดเอา” พี่คนหนึ่งแกล้งทำหน้าดุ ต้นรักหัวเราะ ดวงตาเป็นประกาย
“ถ้ามันกัดจริง หนูขอลาพักรักษาใจเลยนะคะ”
“โอ้โห!! ยังมีเล่นมุกกลับอีก เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน บรรยากาศผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดเธอยกมือไหว้ขอบคุณเบา ๆ
“วันนี้พี่ ๆ ช่วยไว้เยอะเลยค่ะ ไม่งั้นหนูคงงงทั้งวัน”
“ไม่เป็นไร ๆ มีอะไรก็มาถามได้ตลอด” โลกของเธอตอนนั้นเรียบง่าย แค่ตั้งใจทำงาน ยิ้มบ้าง เขินบ้างตามประสาเด็กฝึกงานวันแรกเธอไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วินาทีที่เธอหันกลับไปสบตาเขาในลิฟต์ชื่อของเธอถูกจดจำไว้แล้ว
บนชั้นบนสุด ไททันยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน วางแฟ้มลงตรงหน้าเจ้านาย
“ประวัติยักศึกษาฝึกงานทั้งสามคนครับ” ธามเปิดแฟ้มด้วยท่าทางไม่รีบร้อน
“คนที่ใช้ลิฟต์เมื่อกี้”
“ชื่อต้นรักครับ เกียรตินิยม ไม่มีประวัติผิดปกติ ครอบครัวธรรมดา พ่อทำธุรกิจเล็ก ๆ แม่เป็นครู”
“ไม่มีความเชื่อมโยงกับใครในบริษัท??”
“ไม่มีครับ”
“เด็กแบบนั้น ไม่น่ากล้าสบตากูตรง ๆ” ธามเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดผ่านตัวอักษร ก่อนจะปิดแฟ้ม ไททันเลิกคิ้วเล็กน้อย
“อาจเพราะเธอไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร”
“หรืออาจเพราะเธอไม่กลัว” น้ำเสียงเรียบ แต่แฝงความสนใจบางอย่าง
“จะให้ผมกันเธอออกจากพื้นที่ผู้บริหารไหมครับ”
“ไม่ต้อง” ธามส่ายหน้าเบา ๆ
“แล้วถ้าเธอเผลอมาอีก??”
“ครั้งต่อไปไม่ใช่เธอเผลอ” มุมปากธามขยับเล็กน้อย ไททันมองนิ่ง ๆ
“หมายความว่า??”
“กูจะเรียกเธอมาเอง”