หลายวันผ่านไปกาแฟกับขนมปังไม่ใช่แค่ของฝากอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นจุดเริ่มบทสนทนาของทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว ต้นรักเปิดประตูเข้ามาโดยไม่มีความลังเลเหมือนวันแรก
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ”
“อืม” เสียงรับคำในลำคอทั้งที่เขายังอ่านเอกสารอยู่ ต้นรักวางกาแฟกับขนมปังลงบนโต๊ะแต่ยังไม่ทันจะเดินกลับเสียงทุ้มก็ดังขึ้น
“วันนี้ไปซื้อร้านใหม่??”
“รู้ได้ยังไงคะ??” ต้นรักเงยหน้าทันที ธามเอนหลังเล็กน้อย
“กลิ่นต่างกัน” คำตอบสั้น ๆ แต่ทำให้เธอยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอเพิ่งรู้ว่าเขาช่างสังเกตและละเอียดรอบคอบ ขนาดแค่กลิ่นยังรู้
“ลองเปลี่ยนดูค่ะ เผื่อคุณจะชอบ”
“โอเค” ธามหยิบขึ้นมาชิม เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“โอเคนี่คือผ่านหรือเฉย ๆ คะ” คำถามหลุดออกไปแบบไม่ทันคิด พอรู้ตัวเธอก็ชะงัก แต่ธามกลับเหลือบตามอง มุมปากขยับยกยิ้มนิดเดียว
“สำหรับผม โอเคคือดี”
“งั้นก็ถือว่าผ่านนะคะ” ต้นรักนิ่งไปนิดก่อนจะพยักหน้า
วันต่อมาต้นรักวางแก้วกาแฟลงยังไม่ทันพูดเสียงทุ้มของธามก็ดังขึ้น
“หวานไปนิด” ต้นรักเลิกคิ้วมองหน้าเขาด้วยสายตาสงสัย
“เมื่อวานยังบอกโอเคอยู่เลยนะคะ”
“คนละร้าน??”
“งั้นพรุ่งนี้แก้ตัวใหม่แล้วกันนะคะ” เธอหัวเราะออกมาเสียงเบา
“ไม่ต้องพรุ่งนี้ก็ได้” ธามมองเธอด้วยสายตาสื่อความหมาย
“คะ??”
“ลองชิม” เขาเลื่อนแก้วมาทางเธอเล็กน้อย ต้นรักชะงัก ก่อนจะรับมา จิบเบา ๆ
“ก็… ไม่ได้หวานขนาดนั้นนะคะ”
“สำหรับเธอ”
“แล้วสำหรับคุณละคะ” ธามมองเธอนิ่ง ก่อนจะตอบช้า ๆ
“ผมชอบแบบที่คุณเลือก” ประโยคธรรมดาแต่ทำให้เธอเงียบไปทันที
ช่วงสายของวันต้นรักนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะของตัวเองเงียบ ๆ บรรยากาศภายในห้องเงียบก่อนธามจะเอ่ยเรียกเธอ
“ต้นรัก”
“คะ??”
“ตรงนี้ดูหน่อย” เธอขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ ก้มดูเอกสารข้างเขา ระยะของทั้งคู่ใกล้กว่าทุกครั้งแต่กลับไม่มีอาการเขินหรือตื่นกลัว
“ตัวเลขตรงนี้ควรแก้ค่ะ”
“เพราะ??”
“ถ้าปล่อยไว้ เวลาเอาไปสรุปมันจะเพี้ยน”
“โอเค แก้เลย” ธามพยักหน้า ต้นรักหยิบปากกามาแก้ มือทั้งสองอยู่ใกล้กัน แต่ครั้งนี้ไม่มีใครชักออกเหมือนเริ่มชิน
“วันนี้ไม่รีบไปไหน??” ธามถามขึ้น ขณะที่เธอกำลังจะลุก
“ไม่มีค่ะ”
“งั้นนั่งต่อ” เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติเธอลังเลนิดเดียวก่อนจะนั่งลง
“มีอะไรให้ช่วยอีกไหมคะ”
“มี” เขาเลื่อนเอกสารมาอีกชุด
“อันนี้ด้วย” ต้นรักหัวเราะเบา ๆ
“คุณใช้ฉันคุ้มเลยนะคะ”
“คุณบอกเองว่าจะดูแลผม” ธามเหลือบตามอง
“มันคนละเรื่องกันนะคะ” เธอนิ่ง ก่อนจะหลบตา
“สำหรับผม ไม่ต่าง” คำตอบเรียบ แต่ทำให้เธอเงียบไปอีกครั้ง บ่ายวันนั้น ทั้งสองนั่งทำงานเงียบ ๆ แต่มีบทสนทนาแทรกเป็นช่วง ๆ
“คุณไม่พักบ้างเหรอคะ”
“ยัง”
“ดื่มกาแฟเยอะไปนะคะ”
“คุณเป็นคนซื้อ”
“งั้นพรุ่งนี้ลดให้”
“ไม่ต้อง”
“ตกลงจะเอายังไงกันแน่คะ” ต้นรักเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ ธามใช้สายตามองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบเสียงราบเรียบ
“เอาแบบที่คุณคิดว่าเหมาะ” หัวใจของต้นรักเต้นแรงขึ้น โดยไม่รู้ตัวว่าเธอเริ่มอยู่ตรงนี้มากกว่าที่ควรและเขาเองก็ไม่เคยห้ามจนกระทั่งวันหนึ่งงานลากยาวไปจนเลยเวลาเลิกไปนานแล้ว
ห้องทำงานเงียบสนิทเหลือเพียงเสียงพลิกหน้าเอกสารเบา ๆ ดังมาให้ได้ยิน ต้นรักยังนั่งอยู่ที่เดิมแต่ธามลุกขึ้นมาหยุดอยู่ข้างเธอใกล้เกินไป ใกล้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“คุณกลัวผมไหม??” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำให้มือที่ถือปากกาของเธอหยุดนิ่ง
“ไม่นี่คะ ทำไมต้องกลัว” ธามหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะโต๊ะด้านหลังเธอกักเธอไว้ระหว่างตัวเขากับขอบโต๊ะเหมือนทุกอย่างก่อนหน้านี้มันพาเธอมาถึงจุดนี้อย่างช้า ๆ
“แต่คนอื่น… เขากลัวผมกันทั้งนั้น” เสียงกระซิบชิดข้างหูทำให้ลมหายใจเธอสั่นสะท้าน แต่ครั้งนี้เธอไม่ถอยไม่เหมือนวันแรก ๆ ที่เจอกัน
“ถ้าผมจะจูบคุณตอนนี้…” เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “…คุณจะหนีไหม??” คำถามนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะทุออกจากออก เธอควรตอบกลับ ควรห้ามหรือควรผลักเขาออกแต่ร่างกายเธอกลับหยุดนิ่งเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดกำลังทำให้คำตอบของเธอเปลี่ยนไป
ธามมองเธอด้วยสายตานิ่งไม่กดดันเหมือนก่อนเขาไม่ขยับเข้าไปใกล้ ไม่แตะต้องทั้งที่ระยะห่างนั้นแทบไม่มีช่องว่างเหลืออยู่แล้วเพราะครั้งนี้เขาเลือกรอและการรอของเขาอันตรายยิ่งกว่าการบังคับใด ๆ ทั้งนั้น
ต้นรักเม้มปากเบา ๆ มือบางกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรกระยะใกล้มากจนไม่มีที่ให้หนีอีกแล้วแต่เธอก็ยัง… ไม่ขยับไม่ถอยและนั่นก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วสำหรับเขา
ธามมองเธออยู่แบบนั้นสายตานิ่งลึกซึ้งขึ้นก่อนที่ระยะห่างที่แทบไม่มีอยู่แล้วจะหายไปจริง ๆ เขาขยับเข้าไปช้า ๆ ให้เวลาเธอแม้เพียงเสี้ยววินาทีสุดท้ายแต่ต้นรักไม่ถอยลมหายใจของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะสัมผัสเธอในที่สุดมันไม่ใช่การช่วงชิง ไม่ใช่ความเร่งรีบแต่เป็นการจูบที่อ่อนโยน ดูดดื่มเหมือนเขาตั้งใจมาตั้งแต่แรก ต้นรักชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ความคิดทั้งหมดจะค่อย ๆ เลือนหายเหลือเพียงความรู้สึกที่ชัดเจนเกินไปหัวใจที่เต้นแรงและสัมผัสของเขาที่ทำให้ทุกอย่างเงียบลงมือของเธอที่เคยเกร็งค่อย ๆ คลายลงโดยไม่รู้ตัว
ธามขยับช้าลงเหมือนรับรู้ทุกการตอบสนองของเธอ เขาไม่เร่ง ไม่บีบคั้น แต่กลับทำให้เธอจมลึกลงไปมากกว่าเดิม ลมหายใจของทั้งสองคนเริ่มไม่สม่ำเสมอ ความเงียบของห้องกลายเป็นพื้นที่ที่มีเพียงพวกเขาและความรู้สึกที่ไม่มีคำอธิบายต้นรักเผลอกำชายเสื้อเขาแน่นเหมือนต้องการยึดอะไรบางอย่างไว้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าควรหยุดหรือปล่อยให้มันไปต่อ ธามผละออกช้า ๆ แต่ยังอยู่ใกล้... ใกล้จนหน้าผากแทบแตะกันสายตาของเขามองเธอด้วยสายตาลึกซึ้งและไม่เหมือนเดิม
“ยังจะบอกว่าไม่กลัวอีกไหม” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยออกมา ต้นรักหายใจไม่ทันจังหวะริมฝีปากยังอุ่นจากสัมผัสเมื่อครู่เธอไม่ตอบแต่การที่เธอไม่หนีก็ชัดเจนพอแล้ว และสิ่งที่ชัดกว่าคำพูดคือเธอไม่ได้ผลักเขาออกและไม่ได้หนี สายตาของเธอสั่นไหว สับสนแต่ก็ซื่อตรงเกินกว่าจะปฏิเสธ เพราะตอนนี้ สิ่งที่เธอกลัวอาจไม่ใช่ตัวเขาอีกแล้วแต่เป็นตัวเธอเองที่เริ่มต้องการความรู้สึกแบบนี้มากกว่าที่ควรจะเป็น