วันต่อมา
10.15น.
โซลตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ เมื่อคืนเหนื่อยก็จริงแต่ความรู้สึกผิดที่มาแย่งที่นอนของไบร์ทนั้นมีมากกว่าความเหนื่อย เธอเห็นไบร์ทนอนที่โซฟาท่าทางไม่ค่อยสบายตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินไปห่มผ้าให้เขา
ทำให้กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบตี4 ถึงอย่างนั้นสิ่งแรกที่ทำก็คือเช็กตารางงาน วันนี้เธอมีคิวไลฟ์สดตอนหกโมงเย็น ส่วนงานหลังบ้านเธออ้างว่าไม่ค่อยสบาย เลยขอลาหยุดกับฝ่ายบุคคลหนึ่งวัน
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้อง ไม่เจอไบร์ทที่โซฟาตัวเดิม แต่ได้ยินเสียงก๊องแก๊งอยู่อีกทาง เดาว่าน่าจะเป็นห้องครัว พอเดินไปตามเสียงก็พบกับไบร์ทที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวโชว์หุ่นล่ำๆ กับกางเกงวอร์มสีดำแบรนด์ดัง เขากำลังแกะถุงอาหารอยู่กลางห้องครัว
"ไบร์ท" โซลเรียกแล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา
ใบหน้าหล่อคมเงยขึ้นจากถุงโจ๊กที่ดูเหมือนเขายังหารหัสแกะหนังยางรัดถุงไม่เจอ ผมเขาฟูนิดหน่อยตอนที่ไม่ได้จัดทรง แต่ก็ยังดูหล่ออยู่ดี
ให้ตายเถอะ เหมือนจะไม่ใช่เวลามาชมผู้ชายนะ เธอควรช่วยเขาแกะถุงอาหารสิจึงจะได้กินข้าว
"ตื่นแล้วเหรอ"
"อื้อ"
"นี่นายออกไปซื้อมาเหรอ"
"เปล่าๆ สั่งมาน่ะ"
"ฉันช่วยแกะดีกว่า"
"โอเคเธอทำเถอะ ก่อนที่ฉันจะปามันลงพื้นแล้วเราก็อดกินกันทั้งคู่"
โซลแอบขำเบาๆ ตอนนี้รู้แล้วว่าไบร์ทเก่งทุกอย่างยกเว้นแกะถุงแกง
มือเล็กหยิบมีดมาตัดถุงโจ๊กแบบไม่แคร์หนังยาง ระหว่างนั้นไบร์ทก็หันไปจัดการกับเครื่องชงกาแฟของเขา ก่อนจะหันมามองโซล ทึ่งๆ ประมาณว่าทำไมเขาคิดวิธีนี้ไม่ได้ นั่นมันเรื่องมหัศจรรย์ที่เธอแกะถุงอาหารได้
"เมื่อคืนเธอเป็นไงบ้าง นอนหลับสบายดีไหม"
"ก็...หลับลึกเลยล่ะ แล้วนายล่ะปวดหลังแย่เลยใช่ไหม"
"โซฟาชุดนั้นราคาเฉียดแสน เวลาเมาฉันก็นอนตรงนั้นตลอด แค่นี้สบายมาก"
เขายิ้มให้เธอ ยิ้มที่มองดูแล้วโคตรจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เธออยากถามเขาตรงๆ ว่านี่คนหรือเทพบุตร ทำไมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีได้ขนาดนี้
เอ๊ะ! เธอเผลอชมเขาอีกแล้ว
จึงเลิกสบตาคู่คมแล้วหันมาสนใจเทโจ๊กถุงที่สองลงในถ้วยแทน
"มีใครบอกไหมว่านายโคตรจะเป็นคนดีเลย"
"ก็ทุกคนนะ ที่ฉันช่วยเหลือ"
"อ่อ..." แปลว่าชอบช่วยเหลือคนจริงๆ
ที่เขาเคยบอกว่าช่วยคนจนเป็นเรื่องปกติ สงสัยจะเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่เขาช่วยเธอและครอบครัวดูไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ
"ถึงอย่างนั้นนายก็ควรให้เลขบัญชีธนาคารฉันได้แล้ว จะได้โอนเงินคืนนายไปบ้าง"
"บอกแล้วไงว่าเอาไว้โอนคืนทีเดียว"
"ฉันไม่รู้เลยว่าจะมีเงินก้อนใช้คืนนายเมื่อไหร่ เลยอยากผ่อนจ่ายไง"
โซลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งไม่มั่นใจว่าครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่คุยเรื่องคืนเงินกับไบร์ท แต่ทุกครั้งเขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับคืนอยู่นั่น สักพักก็จะเปลี่ยนเรื่องคุยไปเลย
ไม่เชื่อรอดู
"ถ้ายังไม่มีก็เอาไว้นั่นก่อนเถอะคนสวย มีเงินก้อนเมื่อไหร่ค่อยจ่ายคืน"
นั่นไงว่าแล้ว
"แล้วถ้าไม่มีทำไง" โซลแกล้งถามเล่นๆ อันที่จริงไม่ว่าจะมีมากมีน้อยเธอก็ตั้งใจจะคืนให้เขาอยู่แล้ว
"มาเป็นแฟนฉันสิ รับรองไม่ต้องจ่ายคืนเลยสักบาท"
คนตัวโตยักคิ้วหงึกๆ และนั่นก็ทำให้หัวใจของโซลกระเด้งกระดอนจนดังตุบๆ
"บ้า พูดไปเรื่อย"
"เขินเหรอ แต่หยุดเขินก่อนเถอะ เพราะโจ๊กน่ะให้เทลงถ้วยนะครับ ไม่ใช่เทลงโต๊ะ"
"ว้าย!"
เพราะมัวแต่มองหน้าหล่อๆ ของไบร์ทนั่นแหละ โจ๊กถุงที่สองเลยไปกองอยู่บนโต๊ะเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และแน่นอนว่าไบร์ทเลือกกินถ้วยนั้น ฟีวแบบเสียสละสุดๆ บอกเลยว่ากินแล้วแค่ออกแรงเดินสามก้าว มันก็ย่อยหมดเลย
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จเธอก็ตั้งใจล้างจานชามให้เรียบร้อย แต่ไบร์ทกลับไม่ยอมให้เธอทำ
"ฉันล้างเอง เดี๋ยวเล็บสวยๆ หักพอดี"
"ไบร์ท แค่ล้างจานเอง มันไม่หักหรอกน่า" เธอทำอย่างอื่นหนักกว่าล้างจานก็ทำมาแล้ว
"ไปยืนอยู่ตรงนั้น แค่ให้กำลังใจฉันก็พอ"
โซลยอมแพ้โดยสิ้นเชิง คนอะไรจะเป็นสุภาพบุรุษทุกเรื่องเลย โซลจึงเปลี่ยนใจไปชงกาแฟดื่มแทน แต่ระหว่างที่กำลังจะยกแก้วกาแฟโซลคิดอะไรเพลินไปหน่อย จึงทำกาแฟหกเลอะบนโต๊ะ
"อ๊ะ! ซุ่มซ่ามชะมัด" มือเล็กรีบดึงกระดาษทิชชู แต่ก่อนที่เธอจะได้เช็ดมัน ไบร์ทก็เป็นฝ่ายแย่งทิชชูในมือไปเช็ดทำความสะอาดเอ ด้วยเหตุผลที่ว่า...
"ฉันเช็ดเอง เดี๋ยวมือเธอร้อน"
"ไม่ร้อนหรอกไบร์ท"
"เถอะน่า ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารเลยไป เดี๋ยวฉันชงแก้ใหม่ไปให้"
"..." เมื่อเขาแย่งไปและไม่ให้เธอทำ โซลจึงจำใจต้องเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร โดยที่สายตาของเธอนั้นก็โฟกัสอยู่ที่คนกล้ามโตอย่างไม่วางตา
****
โซลขอร้องไบร์ทว่าไม่ให้บอกเรื่องเมื่อคืนให้น้าปลายรู้ ซึ่งไบร์ททำท่าไม่สบอารมณ์แต่ก็ยอมรับปาก ทว่าเธอต้องย้ายไปพักที่บ้านของเขาแทนการพักที่ออฟฟิศ ทีแรกโซลก็ไม่ยอมเพราะเกรงใจ แต่พอเขาอ้างความปลอดภัย ความห่วงใยและขู่จะบอกน้าปลายบลาๆ ๆ เธอจึงต้องยอมในที่สุด เพราะถ้าน้าปลายรู้ท่านคงไม่สบายใจและไม่ยอมให้เธอทำงานที่นี่ต่อแน่ๆ
แล้วเราจะเอาอะไรกินถ้าเธอตกงาน ณ เวลานี้
ช่วงเที่ยงทั้งสองคนไปเยี่ยมบอสตันด้วยกัน แต่อยู่ไม่นานไบร์ทก็ต้องออกไปทำงานของเขา ส่วนน้องชายของโซล อันที่จริงมองด้วยตาเปล่าบอสตันคือคนไข้ที่หายดีแล้ว แต่หมอต้องให้อยู่รับยาอีกถึงสองวัน เรื่องค่าใช้จ่ายนั้นไม่เบาเลย แล้วก็ตกเป็นภาระของไบร์ทอีกจนได้
"พี่โซล พี่ไบร์ทได้คุยกับพี่รึยัง"
จู่ๆ ระหว่างที่โซลกำลังปอกเปลือกแอปเปิลให้บอสตัน โรมก็ถามคำถามที่เธอไม่เข้าใจขึ้นมา ตอนนี้ทั้งสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวภายในห้องพักฟื้น ส่วนน้าปลายพาบอสตันไปเจาะเลือด
"คุย เรื่องค่าใช้จ่ายของบอสตันเหรอ"
"เปล่าๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น"
"แล้วเรื่อง?" แต่ละวันเธอกับไบร์ทมีเรื่องให้คุยกันเยอะจะตาย อย่างเมื่อคืนก็อีกเรื่อง
"คือผมได้ยินพี่ไบร์ทคุยกับแม่ เหมือนกับว่าจะขอจีบพี่โซล แบบว่าอยากเป็นแฟนกับพี่อะไรทำนองนี้นี่แหละ"
"ฮะ! ขอจีบ"
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงโครมคราม มือเล็กที่กำลังสับแอปเปิลค้างอยู่ตรงนั้น จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง นั่นไบร์ทเลยนะ ไบร์ท นราวิทย์ เจ้าของเดอะมูนผับที่ทั้งหล่อและรวยมาก แถมยังมีผู้หญิงเข้าหามากหน้าหลายตา เขาจะมาสนใจผู้หญิงบ้านๆ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษแบบเธอได้ยังไง
"คงไม่ใช่หรอกมั้ง"
"เอาจริงนะ ถ้าพี่ไบร์ทเขาไม่มีใจให้พี่เขาจะมาช่วยครอบครัวเราขนาดนี้เหรอ เอามานี่มาเดี๋ยวผมทำเอง" โรมยื่นมือมารับมีดกับแอปเปิลไปทำต่อ เพราะตอนนี้โซลยังคงอึ้งอยู่ น้องกลัวมีดบาดมือพี่สาว
"เขาคงช่วยเพราะสงสารมั้ง ไม่ได้มีใจอะไรกับพี่หรอก"
พูดแล้วหัวใจที่เต้นแรงก็ถูกความเจ็บแปลบเข้าเล่นงาน คงเป็นเพราะโซลนั้นรู้สึกชอบเขาอยู่บ้าง พอพูดขัดกับความรู้สึกมันเลยรู้สึกเจ็บแบบนั้น
"แต่ผมว่านะ ถ้าพี่เขาได้คุยกับแม่ขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่แค่สงสารแน่นอน มีใจชัวร์"
พอมองไปรอบๆ ห้องก็เห็นความดีที่ไบร์ททำให้ครอบครัวเธอเต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถยนต์ที่วางอยู่ตรงนั้น ก็คือรถที่เขายกให้โรมมาใช้ฟรีๆ ห้องพักฟื้นที่หรูหราเหมือนโรงแรมห้าดาว ของเยี่ยม อาหารบำรุงราคาแพง ของเล่นราคาหลายพันของบอสตัน ก็ล้วนได้รับมาจากไบร์ททั้งหมด
มันก็ทำให้โซลอดคิดไม่ได้ว่า ไบร์ทมีใจให้เธอจริงๆ