กระทืบมัน

1646 Words
ครืดๆ ครืดๆ ระหว่างที่โซลกำลังเดินเข้าออฟฟิศเสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของเธอก็ดังขึ้น พอดูก็พบว่าเป็นเจ้าจอมที่โทรเข้ามา โซลแอบถอนหายใจเบาๆ เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนมันฉายขึ้นมาในหัว กลัวว่าเจ้าจอมจะรู้เรื่องแล้วมาโวยวายเหมือนครั้งที่แล้วอีก ใช่ อัคนีไม่ได้ทำกับเธอแบบเมื่อคืนเป็นครั้งแรก โซลเคยเอาเรื่องไปบอกเจ้าจอม แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ เจ้าจอมกรี๊ดใส่หน้าและหาว่าเธอไปยั่วอัคนี หนักสุดคือเจ้าจอมตบเธอไม่ยั้งจนปากแตก ตอนนั้นโซลโกรธเจ้าจอมมากและตั้งใจจะลาออกจากที่นี่ไปเลย ทว่าแม่ของเจ้าจอมขอให้โซลทำงานที่นี่ต่อ ด้วยว่าเธอมีหัวทางด้านการขายและทำยอดได้ดี มากไปกว่านั้นคือเจ้าจอมถูกตรวจพบว่าสาเหตุที่เธอทำกับโซลไปทั้งหมด เกิดจากภาวะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตที่ถูกตรวจพบก่อนจะเกิดเรื่องและถูกปกปิดมาโดยตลอด กระทั่งถูกเปิดเผยขึ้นเพราะเจ้าจอมให้เป็นเหตุผลขอร้องไม่ให้โซลออกไปจากชีวิตของเธอ ใช้สาเหตุทางสุขภาพเธอรั้งโซลจนเห็นใจและยังอยู่เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ "ว่าไงแก" (โซล ใครมาส่งอะ) ห้องทำงานของเจ้าจอมหันมาทางนี้ เพื่อนเธอคงเห็นเหตุการณ์จากบนนั้น "ไบร์ทน่ะ" (หืม ยังไง ไหนเล่า) โซลเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ชั่งใจอยู่พักหนึ่งแต่เพราะเสียบรบเร้าดังขึ้นอีกครั้ง เธอจึงจำเป็นต้องบอกความจริง (โซล เล่ามานะ) "เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วน่ะ" (อ๋ออออออ เข้าใจละ ตอนเย็นมีทำคลิปต่อนะ) "ฉันเลิกดึกนะ" (แกไลฟ์ถึงสองทุ่มพอ เคนะ) จากนั้นเจ้าจอมก็ตัดสายไปโดยที่โซลยังไม่ได้ตกลงด้วยซ้ำ คนตัวเล็กทำเพียงลอบถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางที่ต่างไปจากเดิม เพราะคิดว่าเจ้าจอมคงมองอยู่มุมนั้นระหว่างที่เธอเดินเข้าโกดังไลฟ์สด ภาวนาให้ต่อจากนี้เจ้าจอมเลิกคิดว่าเธอกับอัคนีจะมีสัมพันธ์ลับหลังเจ้าจอมสักที โซลเข้าไปในห้องไลฟ์สดขายสินค้าเพื่อเตรียมตัวเข้าไลฟ์ช่วงหกโมงเย็น ก่อนหน้านั้นเธอต้องขึ้นไลฟ์ช่วงโปรโมชั่นยาวตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม กลางเดือนอย่างวันนี้จึงมีชั่วโมงไลฟ์ลดลง ช่วงเวลานี้เจ้าจอมจะชอบดึงเธอไปช่วยทำคลิปอยู่บ่อยๆ ซึ่งโซลก็เต็มใจ เพราะนอกจากจะได้เงินเดือนจากบริษัทแล้ว ยังได้ค่าจ้างเพิ่มพอๆ กับค่าจ้างขึ้นไลฟ์สดด้วย "พี่นัตตี้ โซลกลับมาแล้ว" พอมาถึงก็เจอพี่นัตตี้ก่อนใครเพื่อน คนนี้จะทำหน้าที่เรียงลำดับสินค้าที่จะเอาขึ้นเสนอขายในแต่ละวัน ซึ่งโซลจะมีข้อมูลเบื้องต้นของสินค้าอยู่แล้ว "มาซะทีนะยัยคนสวย ฉันนึกว่าแกจะไม่มาซะแล้ว เห็นไอ้ฮันเตอร์บอกว่าแกลางาน" "กลับมาดิพี่ เงินทั้งนั้น" โซลยิ้มให้จางๆ เมื่อคืนพนักงานคนอื่นๆ ที่พักด้วยกันยังทำโอทีอยู่ที่โกดัง ซึ่งไกลจากที่พักพอสมควร ก็ไม่แปลกที่จะไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ตอนที่อัคนีเข้าไปปล้ำเธอ แต่ถึงเห็นก็ไม่มีใครอยากยุ่งหรอก ทุกคนกลัวอัคนีกันทั้งนั้น เพราะพ่อมันเป็นพวกนักการเมืองมีอิทธิพล "งั้นอีกสิบนาทีขึ้นเลยนะ ยี่สิบนาทีแรกตอนเรียกคนให้เล่นโปรนาทีทองไปก่อน สินค้าอยู่ข้างหน้าเรียงตามที่พี่เขียนหมายเลขเอาไว้เลย" "โอเคค่ะพี่" หลังจากได้รับคิวงานจากพี่นัตตี้แล้วโซลก็เช็กเสื้อผ้าหน้าผมอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยืนหน้ากล้องแล้วเริ่มพูดขายสินค้าตามที่พี่นัตตี้เรียงลำดับเอาไว้ให้ด้วยความคุ้นเคย ซึ่งเธอก็ไลฟ์ขายไปเรื่อยๆ ตามเวลาของช่อง @สนามแข่งรถ TX อัคนีเดินลงมาจากรถสปอร์ตหรูด้วยความหงุดหงิด หลังจากที่เพื่อนนัดให้เขามาส่งของแต่เพื่อนของเขานัดรับที่สนามแข่งรถแห่งนี้ ท่ามกลางเสียงรถแข่งที่ขับช่วงชิงชัยชนะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนเขาไม่อยากเข้าไปดูแข่งรถแต่กำลังมาส่งของ เพื่อจะได้เงินกลับไปใช้ เพราะเขาสำรองจ่ายก่อน "อยู่ไหนวะ กูรออยู่ที่ลานจอดรถ" (เออ รออยู่นั่น) "เร็วๆ ดิวะ!" อัคนีตะโกนใส่โทรศัพท์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เจ็บแผลที่นังตัวดีเอามีดแทงก็มากพอแล้ว ยังต้องมารอส่งของที่นี่อีก พรึ่บ! แต่ทันใดนั้นไฟสปอตไลท์ก็เปิดพรึ่บขึ้นพร้อมกัน แสงไฟสีขาวสว่างขึ้นพร้อมกัน ทำให้อัคนีต้องยกมือขึ้นบังตา เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ดังก้องกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถหรูหลายคันจะแล่นเข้ามาจอดล้อมเขาเอาไว้ กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำหลายคนก้าวลงมาจากรถ แต่ละคนถือเหล็กแป๊บ ไม้เบสบอลและปืนเอาไว้ในมือ ทำให้อัคนีเริ่มหน้าซีดและหัวใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เขาถอยหลังหนีและเตรียมวิ่ง ทว่าถูกคนกลุ่มนั้นจับกดลงไปกับพื้น "เฮ้ย! พวกมึงจะทำอะไรวะ ปล่อยกูนะเว้ย อ๊าก!!" "ถ้ามึงไม่อยากตายก็อยู่เฉยๆ" หนึ่งในนั้นพูดขึ้นพร้อมกับกดหัวของอัคนีให้ใบหน้าแนบไปกับพื้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ดิ้นทุรนทุรายหาทางหนี "ปล่อยกู! มึงไม่รู้เหรอว่ากูลูกใคร ถ้ากูหลุดไปได้ กูเอาพวกมึงตายแน่" "งั้นก็อย่าปล่อยให้มันหลุดไปได้" เสียงทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหน้า ก่อนจะปรากฏร่างสูงใหญ่ของชายชุดดำซึ่งแหวกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาตรงหน้าอัคนี "มึงเป็นใครวะ!" "นี่ก็โง่เกินคน ถ้ากูอยากให้มึงรู้ว่ากูเป็นใคร กูจะใส่หน้ากากมาทำไมวะ" ชายตัวสูงที่ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากโกสต์เฟซหัวเราะชอบใจ กับคำถามของอัคนี แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่เขามาอยู่ที่นี่ "พวกมึงรู้ไหมว่ากูลูกใคร! ปล่อยกู!" น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกลัวสุดขีด อัคนีพยายามดิ้นหนีแต่ไร้ทางรอดจากคนทั้งสี่ที่กำลังจับกุมตัวเขา ชายสวมหน้ากากโกสต์เฟซไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่เอียงคอช้าๆ แล้วมองไปยังอัคนี ภายใต้หน้ากากนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ อัคนีรู้เพียงแค่ว่า เขาเย็นวาบไปทุกส่วนของร่างกาย "แม่ง คำถามปัญญาอ่อนฉิบหาย ฮ่า..." จากนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันหัวเราะออกมาดังสนั่นอีกครั้ง อัคนียิ่งลนลานหวาดกลัวหนักกว่าเดิม "หุบปากนะพวกมึง โอ๊ย!! " ตุ๊บ! "อ่อยอู!!" (ปล่อยกู) อัคนีตาเบิกโตเมื่อถูกฝ่าเท้าหนักๆ เหยียบลงที่ข้างแก้ม ซึ่งทำให้เขาได้แต่นอนพะงาบๆ อยู่บนพื้นปูน "มึงหรรมใหญ่นักใช่ไหม" "อะไร..ของมึง วะ!" ไบร์ทไม่ได้สนใจคำถามของคนสารเลว แต่จัดการประเคนเท้าหนักๆ กระทืบลงกลางเป้ากางเกงของอัคนีเต็มแรง ตุ๊บ! "อ๊ากกกก!!" อัคนีแผดเสียงร้องดังลั่น ดวงตาเหลือกค้างจนเห็นแต่ตาขาว ลิ้นจุกปากด้วยความเจ็บปวดที่พลุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย "ใหญ่นักใช่ไหม" ตุ๊บ! "โอ๊ย!! ไอ้เหี้ย!" แรงส่งเท้าทั้งหมดทำให้อัคนีถึงกับนอนตัวงอกองอยู่บนพื้น แต่จังหวะนั้นแม้จะยังจุกอยู่มากพยายามจะใช้สองมือพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่สั่นเทา แต่ยังไม่ทันตั้งหลักได้ดี ร่างสูงใหญ่ในหน้ากากโกสต์เฟซก็หมุนตัวฟาดลำแข้งขวาเข้าใส่ลำตัวของอัคนีอย่างกับกระสอบทราย ตุ๊บ! "อั๊ก!" แรงเตะอันหนักหน่วงทำเอาอัคนีถึงกับหน้าเบี้ยว จุกจนแทบขาดใจ แต่ร่างสูงยังไม่ทันจะล้มลงถึงพื้นไบร์ทก็เหวี่ยงขาท่าจระเข้ฟาดหาง ฟาดเข้าใส่ขมับซ้ายของอัคนีไปอีกดอก ผัวะ! “อ๊ากกกกกก!” อัคนีส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทะลุขีดจำกัด หัวคลอนไปตามแรงปะทะ เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากและจมูก ร่างกายหมุนคว้างกลางอากาศเล็กน้อย แต่ก่อนจะร่วงลงไปไบร์ทก็กระโดดถีบเข้าที่กลางอกของเขาอีกฉาด ส่งผลให้อัคนีเสียหลังหงายหลังกระแทกพื้นดังตุ๊บ ดวงตาของอัคนีเริ่มเหลือกค้าง แสงไฟสปอตไลท์ตรงหน้าเริ่มพร่ามัวและหมุนวน ไบร์ทไม่สนใจแต่ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องปิดงาน "กระทืบมัน" "โอ๊ย! กูยอมแล้ว! กูไปทำอะไรให้พวกมึงวะ!" อัคนีสำลักเลือด ร้องขอชีวิตอย่างหมดสภาพ นั้นทำให้ไบร์ทถึงกับยกยิ้มออกมาภายใต้หน้ากาก ก่อนจะเดินไปเหยียบลงที่กลางหน้าอกของอัคนี ใช้เท้าบดขยี้จนเขาร้องออกมาและสำลักเลือด อยากถ่ายรูปไปให้โซลชื่นชมเลยล่ะ ว่าตอนนี้เขาเท่ส์มากแค่ไหนที่จัดการคนที่มันจ้องจะเครมเธอได้ "หึ! มึงจดจำความเจ็บปวดนี้ไว้ให้ดี จำใส่สมองของมึงเอาไว้ ว่าถ้ามึงกล้ามาแตะต้องโซลอีก ต่อให้พ่อมึงใหญ่คับฟ้ากูก็ฆ่ามึงได้" จากนั้นไบร์ทก็ส่งสัญญาณมือไปทางชายฉกรรจ์ แม้ไม่มีเสียงสั่งการหลุดออกมาสักคำแต่กลุ่มชายฉกรรจ์ก็พุ่งเข้ารุมสกรัมอัคนีทันที เสียงหมัดและไม้เบสบอลปะทะกับเนื้อดัง พลั่ก! อั๊ก! อัคนีนอนกองกับพื้นปูน ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ปราศจากทางต่อสู้โดยสิ้นเชิง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD