เสียอาการ

1350 Words
ก๊อก! ก๊อก! ระหว่างที่คุยกันอยู่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนจะเปิดเข้ามา ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขายาวเปียกมะล่อกมะแล่กของโรม น้องชายคนกลางเดินเข้ามาภายในห้อง ก่อนที่จะ "ฮัดชิ่ว!" "โรม ทำไมเปียกอย่างนั้นล่ะลูก" "ฝนน่ะสิครับดันมาตกตอนที่ผมนั่งวินมาที่นี่พอดี ซวยซะมัด" โรมเดินเข้ามาทั้งที่ตัวเปียกๆ ท่าทางจะหนาวน่าดู "สวัสดีครับพี่ไบร์ท" "ไหวไหมเรา ให้พี่พากลับไปเปลี่ยนชุดไหม" "ไม่เป็นไรครับพี่ ผมยังมีชุดเหลืออยู่ที่นี่ ขอบคุณนะครับ" "รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะลูก เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน" น้าปลายว่า ส่วนไบร์ทนั้นมองตามโรมไปด้วยความรู้สึกสงสาร พอดีเกิดมาไม่เคยลำบากเลยรู้สึกว่าน้ำตาจะไหลน่ะ อย่างกับในรายการวงเวียนชีวิต และตอนนั้นเองที่ต่อมความสงสารทำงานไม่หยุด ก็ทำให้ไบร์ทนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "น้าปลายครับ โรมขับรถเป็นไหมครับ" "เป็นนะ มีใบขับขี่ด้วย แต่พอน้าขายรถไปโรมเลยไม่ค่อยได้ขับน่ะ ทำไมเหรอจ๊ะ" น้าปลายยิ้ม โดยที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่ไม่น้อย "ผมว่าช่วงนี้ฝนตกทุกวัน เลยอยากเอารถมาไว้ให้โรมใช้น่ะครับ" "อุ๊ย! ไม่ได้นะลูก ทำแบบนั้นไม่ได้ แค่นี้น้าก็เกรงใจไบร์ทจะแย่แล้ว" น้าปลายรีบโบกมือปฏิเสธ แต่อย่างที่บอกไบร์ททนมองดูคนลำบากเฉยๆ ไม่ได้อยู่แล้ว "แต่บอสตันอยากให้บ้านเรามีรถนะฮะ ป้าข้างบ้านชอบมาถามบ่อยๆ ว่ารถหายไปไหน" เด็กชายายแก้มป่องเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือออกความเห็นด้วยแววตาใสซื่อ ทำเอาน้าปลายถึงกับหน้าเจื่อนลง ซึ่งไบร์ทเข้าใจความรู้สึกบางอยู่ที่ซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดี "น้าปลายไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ รถคันนี้ผมไม่ได้ใช้แค่จอดไว้เฉยๆ จะขายก็เป็นรถคันแรกในชีวิตเลยเสียดาย แต่ถ้าเอามาไว้ให้น้าปลายกับน้องๆ ใช้น่าจะมีประโยชน์มากกว่า" "โรมว่าก็ดีเหมือนกันนะแม่ ถ้าเกิดบอสตันเป็นอะไรขึ้นมากลางค่ำกลางคืน เราจะได้พาน้องมาส่งที่โรงพยาบาลได้ทันไง" โรมที่เดินออกมาจากห้องน้ำก็เสริมขึ้นด้วยเหตุผล ซึ่งไบร์ทเองก็คิดแบบเดียวกัน เพราะภาพที่บอสตันหมดสติในวันนั้นยังติดตาเขาอยู่เลย อีกอย่างเกิดอาการชักบ่อยก็มีผลต่อสมองด้วย และถ้ามาหาหมอไม่ทันต้องแย่กว่านี้แน่ "เฮ้อ...นี่ก็ช่วยเราไว้จนไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว ยังจะ..." "รับไว้เถอะครับ ดีกว่าจอดไว้เฉยๆ ถือว่าให้โรมได้ดูแลเครื่องยนต์ให้ผมด้วย" จากนั้นไบร์ทก็หันไปทางโรม "เรียนวิศวะเครื่องยนต์มาใช่ไหมเรา" "ครับรุ่นพี่" "ดูแลรถให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่โทรให้คนเอามาส่งที่นี่" "ครับพี่ ขอบคุณนะครับ ผมจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย" โรมยิ้มแฉ่งท่าทางดีใจ ส่วนไบร์ทก็ยักคิ้วให้แบบคูลๆ รู้สึกตัวเองใจฟูมาก เพราะการกระทำนั้นโคตรเท่ "ขอบใจมากนะลูก" น้าปลายเอ่ยอีกครั้ง เกิดมายังไม่เคยเจอใครทั้งหล่อ ทั้งใจดีแบบนี้เลย ถ้าพ่อของลูกได้ครึ่งพ่อหนุ่มคนนี้ก็คงจะดีไม่น้อย "ไม่เป็นไรครับน้า ผมเต็มใจ" "เอ่อ...แต่น้าถามจริงๆ เถอะ น้ารู้ว่าไบร์ทไม่ใช่เพื่อนสนิทโซลมาก่อน ที่ทำอยู่ตอนนี้เพราะไบร์ทจีบโซลอยู่รึป่าวจ๊ะ" "คือผม..." สุดท้ายการกระทำของไบร์ทมันก็ชัดเจน จนตบตาผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างน้าปลายไม่ได้อยู่ดี ไบร์ทยอมรับว่าเขาสนใจโซลมาก แต่เหตุผลที่สนใจนั้นไม่ใช่เพราะว่าเธอสวย เหมือนที่เขาสนใจผู้หญิงทั่วไป แต่มันมีเหตุผลตลกๆ ที่ว่า 'เขาแม่งจำไม่ได้ว่าเคยเจอโซลที่ไหน' ทุกวันนี้ก็ยังจำไม่ได้เลย นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโซล มันรู้สึกคันยุบยิบที่ใจทุกวัน เมื่อคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเจอโซลที่ไหน จากที่อยากเจอเพื่อไขความลับสมอง พอได้รู้จักเธอหลายวันเข้าเขาก็เริ่มรู้สึกสงสารเธอ แม้ยังไม่รู้ว่าโซลต้องรับผิดชอบภาระอะไรบ้าง แต่เท่าที่เห็นชีวิตของโซลเหมือนอยู่เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นั้นจะหาเงินมาได้มากมายแค่ไหนกัน ถ้าเทียบกับภาระที่เธอต้องรับผิดชอบแทนพ่อของตัวเอง และในเวลาไม่กี่วัน ความสงสารของไบร์ทก็กลายเป็นความห่วงใย และต้องการดูแลเธอ ด้วยสถานะหนึ่งที่ผู้ชายอย่างเขาจะให้เธอได้ พูดง่ายๆ คือเขาอยากได้เธอมาเป็นแฟนนั่นแหละ หากถามว่ารักไหม ตอนนี้เขาคิดว่าว่ามันยังห่างไกลคำนี้มาก แต่ไม่ผิดใช่ไหมที่อยากเป็นแฟนกับโซลเพราะสงสารและอยากดูแลเธอ "ผมอยากดูแลโซลและครอบครัวของโซลครับ" ไบร์ทตัดสินใจบอกออกไปในที่สุด อย่างน้อยๆ น้าปลายก็จะได้สบายใจว่าที่เขาเข้ามาในชีวิตโซล จริงๆ แล้วต้องการอะไรกันแน่ "มันยากนะ ที่น้าจะเชื่ออย่างหมดใจว่าไบร์ทเข้ามาเพื่อช่วยโซลแค่นั้น" "จริงๆ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจีบอยากขอโซลเป็นแฟน แต่คิดว่ามันคงเร็วเกินไป" แต่คนที่เขาคลิกกัน คุยกันแล้วรู้สึกดี เข้ากันได้ก็ขอจีบ มันก็เรื่องปกติไม่ใช่หรือไง "ไม่เร็วไปหรอกฮะ" แล้วก็มีเสียงหนึ่งแย้งขึ้นคลายความตึงเครียดให้ผู้ใหญ่ ไบร์ทกับน้าปลายหันไปมองบอสตันที่กำลังนั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่บนเตียงพร้อมกัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะยิ้มแฉ่งออกมา "ก็ขนาดบอสตันยังมีแฟนเลย ชื่อใจดีอยู่อนุบาลฉอง" ได้ยินเสียงขำเบาๆ ดังมาจากน้าปลายพร้อมกับเสียง หึ ในลำคอ "ก่อนจะมีแฟนช่วยพูดสอ.เสือเป็นสอ.เสือให้ได้ก่อนเถอะลูก ยังเป็นฉอ.เฉืออยู่เลย ภาษาไทยไม่แข็งแรงสักที" "เหอะ ถึงบอสตันจะถูกบลูลี่เรื่องฉอ.เฉือ แต่ถ้าพี่ไบร์ทยังพอมีใจเหลือๆ ก็แบ่งมาให้พี่ฉาวผมได้นะฮะ ผมพร้อมจะเป็นน้องเขยพี่แล้ว" "พูดผิดแล้วลูก พี่เขาสิต้องเป็นพี่เขยเรา" น้าปลายปรามบอสตันอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันมาคุยกับผมต่อ "ถ้าไบร์ทหวังดีกับโซลอย่างที่พูดจริงๆ น้าว่าลองเปิดใจคุยเรื่องนี้กับโซล น้าก็ไม่ห้ามนะ ดีซะอีกน้าจะได้วางใจว่ามีคนคอยดูแลโซล รายนั้นเขาดูแลทุกคนจนบางที ก็ลืมดูแลตัวเองไปแล้วล่ะจ่ะ" "ครับน้าปลาย ผมจะลองขอโซลเป็นแฟนลองดูนะครับ" "เร็วๆ นะฮะพี่ไบร์ท ชักช้าเดี๋ยวไม่ทันผมนะฮะ" "ครับตัวแฉบ! เราน่ะเชียร์พี่ด้วยนะ" "ฮะ พี่เขย" "เอาล่ะๆ เลิกสนใจเรื่องผู้ใหญ่ได้แล้ว คุณพยาบาลเอาอาหารเย็นมาโน่นแล้ว" ไบร์ทไม่รู้หรอกว่าจะกล้าคุยเรื่องนี้กับโซลวันไหน หรืออาจจะไม่กล้าคุยเลยก็ได้ แต่คิดเอาไว้แล้วว่ายังไงก็จะดูแลเธอกับครอบครัวอย่างนี้ต่อไป แต่คิดไปคิดมา เขาแม่ง ป๊อดเรื่องผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นี่ไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด หรือที่เขาบอกว่า ถ้าเราได้เจอกับคนที่ใช่เมื่อไหร่ เราก็พร้อมจะเสียความเป็นตัวเองได้เมื่อนั้น มันเป็นแบบนี้นี่เอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD