ทางด้านของคุณชิดจันทร์ที่ยังคงพร่ำบ่นลูกชายหัวดื้อก็ส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยใจหลังจากได้ยินเสียงกระชากรถออกไปจนสุดความเร็วนั่น ชินกฤตจะรู้บ้างไหมว่าการที่ท่านต้องออกปากบังคับลูกแบบนี้ ตัวท่านเองก็ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด
ท่านเพียงแต่อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝากับคนดีๆ ไม่ใช่ลอยชายไปวันๆอย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว ท่านแก่ลงทุกวัน ร่างกายก็ได้ไม่แข็งแรงเหมือนเก่าก่อน คงจะรอไม่ไหวถ้าหากจะต้องรอให้ลูกเป็นฝ่ายคิดจะสร้างครอบครัวด้วยตัวเองเหมือนที่ผ่านมาอีก
และที่สำคัญ...ชินกฤตเคยพูดว่าเขาไม่อยากแต่งงานมีครอบครัว!
ทำให้คนที่อยากอุ้มหลานอย่างท่านถึงกับทนไม่ได้ หากชินกฤตไม่คิดมีครอบครัว เพราะมันหมายความว่านามสกุลที่ถูกส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคนอย่างภาคภูมิใจก็จะถูกตัดจบในรุ่นนี้เช่นเดียวกัน
“สักวันสองวันก็คงดีขึ้นค่ะคุณมีน หมั่นทายานะคะ”
เสียงของแม่บ้านเรียกสติของคุณชิดจันทร์ให้หวนกลับมาอีกครั้ง ทอดสายตามองไปยังต้นแขนที่ปรากฎรอยแดงเป็นจ้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคาดโทษลูกชายในใจ ที่กล้าทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ร้ายกาจขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะพี่ดวง มีนไม่เป็นไรหรอก”
“ไม่เป็นไรได้ยังไง เนี่ย...เนื้อตรงนี้จวนจะเขียวอยู่แล้วนะคะ”
“มีนไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะพี่ดวง ไม่นานก็หาย”
คนตัวเล็กยกมือไหว้คนอายุมากกว่าพร้อมกับรับขวดยาหม่องมาถือเอาไว้ ดวงใจสังเกตเห็นว่าเจ้านายมีทีท่าอยากจะพูดกับมินตราต่อจึงไม่เซ้าซี้อะไรต่อนอกจากขยับห่างออกมา พร้อมกับลุกจากไปเมื่อเห็นว่าคุณชิดจันทร์โบกมือไล่กลายๆ
ท่านอยากได้เวลาส่วนตัวกับคนที่รักเหมือนลูกสาว...
ข้อนี้ถือเป็นเรื่องเด็กรับใช้ในบ้านต่างก็ทราบดี คงจะมีแค่ชินกฤตเท่านั้นที่ไม่เคยเปิดใจมอง ว่ามินตราไม่ใช่กาฝากไร้ค่าอย่างที่ชอบพูดเพื่อให้เธอเสียใจ
“เจ็บมากมั้ยลูกหนูมีน”
“นิดหน่อยค่ะคุณป้า” หญิงสาวพยายามฝืนยิ้ม แต่ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านโลกมานานไปได้
ท่านรู้ว่ามินตราคงเจ็บมาก แรงชินกฤตไม่ใช่เบาๆ และท่านก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยคิดจะออมแรง
“ทายาบ่อยๆ เดี๋ยวก็หายเอง อย่ากังวลเลยค่ะ มีนทนได้”
“ป้าขอโทษแทนพี่เค้าด้วยนะลูก และก็ต้องขอโทษหนูอีกที ที่ทำให้หนูต้องวุ่นวายไปกับความต้องการของป้า แต่หนูรู้ใช่มั้ยว่าป้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ตาชินเอาแต่ลอยไปลอยมาแบบนี้ ไม่ทำอะไรจริงจังทั้งที่อายุอานามก็ป่านนี้แล้ว”
คนพูดกุมมือหญิงสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กเอาไว้หลวมๆ สายตาที่มองมามีความอาทรทอดมองมาอย่างเต็มเปี่ยม
เพราะเลี้ยงกันมาตั้งแต่คนตรงหน้ายังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย เลี้ยงกันมาตั้งแต่ที่พ่อแม่ของมินตราต้องจากไป
จากไป...พร้อมกับสามีของท่านเมื่อยี่สิบปีก่อนหน้านี้
จึงตั้งตัวเป็นแม่ของเด็กหญิงเพื่อทดแทนคุณที่พ่อและแม่ของเธอมีให้ ทั้งความรักที่พอจะทดแทนให้ได้ ความเอาใจใส่เด็กหญิงตัวน้อยในวันวานจึงมีมากล้น มากจนทำให้มินตราผู้ไม่รู้เรื่องราวในอดีตนึกขอบคุณคนตรงหน้าเหลือเกินที่ท่านเมตตาเธอมากถึงขนาดนี้
เพราะเธอทราบแค่เพียงว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ของเธอจากไปจากอุบัติเหตุรถชน คนตรงหน้าคือผู้มีพระคุณที่รับเอาเธอมาเลี้ยงดูราวกับลูกในไส้ ให้ความรัก ความอบอุ่น และอบรมสั่งสอนด้วยความรักเสมอมา
เพราะแบบนั้น...จึงไม่กล้าปฏิเสธคำขอที่ท่านต้องการได้
“หนูอย่าโกรธพี่ชินเลยนะ ที่พี่เค้าทำตัวไม่น่ารักแบบนี้”
“มีนไม่โกรธหรอกค่ะ คุณชินไม่ชอบหน้ามีนมาแต่ไหนแต่ไร จะแสดงออกแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไรหรอกค่ะ” คนพูดพยายามยิ้มออกมาน้อยๆทั้งที่หัวใจเจ็บแปลบ “มีนชินแล้วล่ะค่ะ”
“หนูมีนชอบพี่ชินใช่ไหมลูก?”
“คือหนูไม่ได้...”
“ป้าว่าเรื่องนี้ป้ามองไม่ผิดไปหรอก” ท่านรีบดักคอ “ตอบป้ามาตามตรงได้ไหม ว่าหนูคิดกับพี่ชินยังไง?”
คำถามนั้นทำเอาคนตัวเล็กถึงกับเงียบไป ใบหน้านวลแดงระเรื่อขึ้นมาทีละน้อยจนเห่อร้อนไปถึงกกหู หัวใจดวงน้อยค่อยๆ เต้นแรงมากขึ้นทีละนิดจนยากที่จะควบคุมได้ เมื่อถูกรู้ทันว่ารู้สึกอย่างไร เธอถึงไม่เคยปฏิเสธเรื่องแต่งงาน
และใช่...เธอชอบเขาอย่างที่คุณชิดจันทร์ดูออก
เธอชอบความเก่งและความเฉลียวฉลาดรอบด้าน ชอบท่าทางที่ดูสมาร์ทและความหล่อของเขา
อันที่จริงความรู้สึกชอบพวกนี้มันก็เป็นแค่ความพึงพอใจที่เกิดขึ้นตามแบบที่วัยรุ่นมักรู้สึกปลื้มใครสักคน และเธอเองก็คิดว่ามันคงเป็นความรู้สึกแบบนั้นเสมอมา
เพราะมันก็แค่ความชอบ...เป็นแค่ความชอบของเธอเท่านั้น!
แต่สามเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ได้เข้าไปทำงานที่โรงแรม ต้องทำงานที่เดียวกับเขาหรือแม้แต่ใกล้ชิดกันเพราะงานบ้าง ไอ้ความรู้สึกชอบแบบเด็กๆ พวกนั้นมันก็แปรเปลี่ยนไปทีละนิดจนยากจะถอนตัว
จริงอยู่ที่เธออาจจะไม่ได้รักเขาถึงขั้นหลงรักหัวปักหัวปำ แต่เธอก็รู้แน่ว่าความรู้สึกในใจเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยน...จนทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ยามที่ได้ชิดใกล้เขา
ชินกฤตเป็นเจ้านายที่ดี...
เขาดีกับลูกน้องอย่าเสมอภาค น่ารัก ยิ้มแย้มและไม่เคยถือตัวกับใคร เขาเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกส่วนอย่างเท่าเทียม
แม้กระทั่งเธอที่เขาแสดงออกเสมอมาว่าไม่ชอบหน้า ยามที่ต้องทำงานร่วมกันหรือจำเป็นต้องพูดเจรจา เขาก็ไม่เคยมีท่าทางรังเกียจรังงอนให้เห็น หรือแม้แต่ทำอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกด้อยเหมือนอยู่ที่บ้าน เธอจึงชอบมองเขาในเวลางาน
ชอบมอง...พร้อมกับฝังความรู้สึกดีๆ เหล่านั้นลงไปให้ลึกสุดใจ
แค่มองแล้วชอบเขาอยู่คนเดียวเงียบๆ คงไม่เป็นไร...
มันคงไม่เป็นไร หากคุณชิดจันทร์จะไม่พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา!
ตลอดสามเดือนที่ได้ทำงานร่วมกันเธอปล่อยให้หัวใจถลำลึก โดยไม่คิดจะถอดถอนความรู้สึก เพียงเพราะคิดว่าท่านจะพูดเรื่องนี้เล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไร จึงปล่อยให้หัวใจรู้สึกกับเขาเท่าที่จะรู้สึกได้ ไม่เคยหาทางปกป้องหัวใจ เพราะเชื่อเสมอว่าคนอย่างชินกฤตกับเธอคงไม่มีวันโคจรมาลงเอยกันได้
แต่สถานการณ์อันเลวร้ายในบ้านก็ตอบคำถามข้อนี้ได้แล้วว่าไม่จริง คุณชิดจันทร์จริงจัง และหวังให้ลูกชายเพียงคนเดียวตอบรับโดยไร้ข้อกังขาใดๆ ด้วยซ้ำ
“ว่ายังไงลูก หนูมีนชอบพี่เค้าบ้างมั้ย ป้าจะได้รู้ว่าสิ่งที่ป้าร้องขอไป จะไม่ทำให้หนูเสียใจที่ต้องเสียบางอย่างไปหลังจากเราสองคนแต่งงานกัน”
คราวนี้คุณชิดจันทร์ลูบศีรษะหญิงสาวเบาๆ มองหญิงสาวที่คิดว่าเพียบพร้อมที่สุดอย่างมินตราด้วยแววตาเอ็นดูปนขอร้อง จนทำให้มินตราพยักหน้ารับเบาๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าจะค้านหรือแย้งอย่างไร
“หนูอาจจะไม่ได้รักคุณชินมากอย่างที่คุณป้าคิด แต่หนูก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไรเขาหรอกค่ะ”
“ลำบากใจมากไหมลูก?”
“ถ้าให้ตอบตามตรงก็คงมีบ้าง คนที่ไม่ได้รักกัน...”
“ชินน่ะเหรอไม่รัก?” น้ำเสียงของท่านแข็งกระด้างเล็กน้อย ยามที่นึกถึงความอวดดีของเจ้าลูกชายหัวดื้อ
คงคิดว่าแม่แก่แล้วจนไมองไม่เห็นอะไรมากกว่า ถึงได้ดื้อเอาดื้อเอาจนน่าหวดด้วยไม้เรียวแบบนี้!
“ไม่รักหรอกค่ะ เขาเกลียดมีนจะตาย”
“ป้าอยากจะดูน้ำหน้าคนที่เกลียดหนูให้ชัดๆ สักที”
มินตรายิ้มออกมาได้เมื่อท่านพูดอย่างนั้น ไม่ได้เอะใจในบางสิ่งที่ถูกแฝงไว้ในแววตาอาทรยามที่ท่านมองมา
“หลังจากแต่งงานแล้ว หนูมีนมีหลานให้ป้าสักคนนะลูก”
“แต่คุณชินยืนยันแล้วว่าจะไม่แต่ง”
“ถ้าเป็นความต้องการของป้า ยังไงชินก็ต้องทำตาม”
“อย่าบังคับเขาเลยค่ะ แค่นี้ก็แทบจะมองหน้ากันไม่ติดแล้วค่ะ”
คุณชิดจันทร์ยิ้มอ่อน อยากจะพูดหลายๆ เรื่องที่ท่านรับรู้ให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฟัง แต่หลายๆ เรื่องก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านควรจะยื่นมือเข้าไปวุ่นวานนัก จึงทำได้แค่เพียงปลอบคนตัวเล็กด้วยความรัก
“เมื่อถึงวันนั้น ตาชินจะเต็มใจแต่งงานกับหนู”
“หนูนึกภาพนั้นไม่ออกเลยค่ะ” แม้ปากจะฉีกยิ้ม แต่นัยน์ตาของหญิงสาวกลับเศร้าหมอง
“เดี๋ยวถึงวันแต่งหนูก็คงเห็นเอง ว่าคนที่เต็มใจแต่งงานโดยไม่ถูกแม่บังคับจะทำหน้าตาแบบไหน” ท่านว่าพร้อมกับหลุดขำ จนทำให้มินตรายิ้มตามได้บ้าง “ป้าอยากได้หลาน มีให้ป้าสักคนนะลูก”
คุณชิดจันทร์ไม่ลืมย้ำถึงความต้องการเดิมอีกครั้ง คนฟังจึงทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับ ใบหน้านวลแดงซ่านเพราะนึกเขิน
“ก็...ถ้าคุณชินเค้าไม่รังเกียจหนูจนเกินไป...”
“ป้าเชื่อ...ว่าตาชินไม่ได้รู้สึกแบบนั้นหรอก เขาไม่ได้รังเกียจหนู”
ท่านเชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากชินกฤตได้ลองมาสัมผัสหญิงสาวด้วยตัวเองโดยไม่มีทิฐิสักครั้ง ไอ้คนปากแข็งที่เอาแต่ปฏิเสธมันจะทำใจรังเกียจได้ลงคอเชียวหรือ?
ข้อนี้ท่านเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ไอ้ที่มันคอยเหล่ แอบมองเขาจากระเบียงห้องนั่น... คิดว่าคนแก่อย่างท่านไม่เคยเห็นหรือไงกัน!
เพราะถ้าไม่เห็นกับตา ว่าในแววตาดุดันของลูกเป็นอย่างไรยามที่มองมินตราในยามที่หญิงสาวเผลอหรือไม่รู้ตัว ท่านคงไม่กล้าเอาเรื่องนี้มาขอร้องลูกหรอก
เพราะรู้ดี...ว่าในแววตาดุๆ มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เพียงแต่ไอ้คนหัวดื้อมันไม่เคยกล้ายอมรับความจริงของตัวเองก็เท่านั้น!