บนพื้นที่อันว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งก่อสร้าง มีเพียงมวลมิติที่มีนูปร่างและสีคล้ายกับกาแล็คซี่เคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้า ตรงกึ่งกลางของพื้นที่นี้มีกลุ่มก้อนสีขาวบริสุทธิ์ที่โอบล้อมแสงสีเหลืองทองเอาไว้
[ ระบบจะเริ่มทำการเปิดประตูโลกที่ 779 ‘Omegaverse’ เริ่มดำเนินการ ]
เสียงของระบบดังก้องกังวานก่อนมวลมิติจะหยุดนิ่งแล้วค่อย ๆ เคลื่อนที่ถอยหลังอย่างรวดเร็วราวกับถูกย้อนเวลาแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย มวลมิติค่อย ๆ ถูกบีบเข้าหากันอย่างเชื่องช้าแม้รอบข้างจะเคลื่อนที่เร็วก็ตาม
[ ระบบทำการเปิดประตูโลกที่ 779 ‘Omegaverse’ เสร็จสิ้น ]
สิ้นเสียงของระบบ แสงสว่างวาบได้โอบล้อมรอบกลุ่มก้อนสีขาวก่อนภาพมวลมิติจะค่อย ๆ เลือนหายไปแล้วแทนที่ด้วยโลกใบใหม่ ผืนนภาที่โอบสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ดูสดใสราวกับยินดีปรีดาที่ชีวิตหนึ่งได้รับโอกาสในการเกิดใหม่ ก้อนสีขาวนั้นลอยไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ความหรูหราโอ่อ่าผสมผสานเข้ากับความน่าเกรงขามถูกตัดด้วยสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่สวน บานหน้าต่างสลักลวดลายงดงามถูกเปิดออกพร้อมด้วยผ้าม่านสีขาวลูกไม้โบกสะบัดยามมีสายลมพัดผ่าน
เมื่อก้อนสีขาวที่ไม่มีใครมองเห็นลอยผ่านหน้าต่างเข้ามาแล้วหยุดลงที่ปลายเตียง บนเตียงคิงไซซ์มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ ที่ศีรษะมีผ้าพันรอบศีรษะและมีหยาดเลือดสีแดงซึมเล็กน้อย ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่นี้คือ ฮวน คาเมอร์ ลูกชายคนที่สามของตระกูลคาเมอร์ที่นับเป็นตระกูลทรงอิทธิพลเป็นอันดับ 2 ของประเทศออสเทียสแห่งนี้ และฮวนถือเป็นเบต้าเพียงคนเดียวที่เกิดในตระกูลคาเมอร์
เป็นเบต้าที่ไม่อาจสร้างประโยชน์ให้กับตระกูลได้อย่างอัลฟ่าหรือโอเมก้า ฮวนเลยถูกละเลยจากตระกูลแต่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา ฮวนจึงตัดสินใจกระโดดลงจากระเบียงเพื่อจบชีวิตอันน่าเวทนาของตนเอง ถึงจะมีคนช่วยไว้ได้แต่ก็น่าเสียดายที่ ฮวน คาเมอร์ ตัวจริง ตายไปแล้ว
[ ระบบจะเริ่มทำการย้ายมวลสารและข้อมูลบางส่วนของปัจเจกบุคคลนาม 'เจเจ' ไปยังร่างกายของ 'ฮวน คาเมอร์' เริ่มทำการเคลื่อนย้าย ]
เสียงของระบบดังขึ้นก่อนก้อนสีขาวจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ร่างของฮสนแล้วหยุดตรงหน้าอก รอยร้าวเกิดขึ้นบนก้อนสาวนี้ก่อนแสงสีเหลืองทองที่ถูกโอบอุ้มไว้จะลอยออกมา พลันก้อนสีขาวหายไปพร้อมแสงสีเหลืองทองสว่างวาบแล้วแทรกซึมลงไปในหน้าอกของร่างไร้วิญญาณทีละนิด ใช้เวลาเพียง 30 นาที แสงสีเหลืองนั้นก็หายเข้าไปในร่างไร้วิญญาณจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
[ ระบบทำการเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ]
เสียงของระบบดังก้องกังวานแม้จะไม่มีใครได้ยิน แต่ร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นตามใบหน้าและผิวกาย เสียงของหัวใจที่เงียบสงบกลับมาเต้นอีกครั้ง หน้าอกเริ่มขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ปลายนิ้วกระดิกแผ่วเบาก่อนเปลือกตาจะค่อย ๆ ลืมขึ้น วินาทีที่เห็นแชนเดอเรียราคาแพง ดวงวิญญาณที่อยู่ในร่างของ ฮวน คาเมอร์ ก็รู้ได้ทันทีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว
[ เริ่มทำการซิงโคไนซ์ระหว่างปัจเจกบุคคลนาม 'เจเจ' และ 'ฮวน คาเมอร์' ]
วินาทีที่ผมลืมตาขึ้นมาในชีวิตที่สอง เสียงของ ‘ระบบ’ ก็ดังขึ้นในหัวพร้อมด้วยความทรงจำต่าง ๆ มากมายของร่างกายที่ชื่อว่า ฮวน คาเมอร์ และข้อมูลต่าง ๆ ไหลเข้ามาในหัวให้ผมได้รับรู้ว่าโลกที่ผมอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้แฟนตาซีจ๋าแบบในอนิเมะที่ผมใฝ่ฝันแต่หากเทียบกับโลกเดิมก็คือว่าแฟนตาซีอยู่
กล่าวคือในโลกใบนี้นั้นแบ่งเพศของมนุษย์ออกเป็น 2 เพศ เพศแรกที่เบสิกอยู่แล้วก็คือเพศชายและเพศหญิง เราเรียกมันว่าเพศแต่กำเนิด ส่วนเพศที่สอง อาทิ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า ถูกเรียกว่าเพศรอง แต่มีมนุษย์ราว 20% ของโลกใบนี้ที่มีเพียงเพศแต่กำเนิด ซึ่งมีเพศทางเลือกเหมือนกับโลกเก่าของผมเลย ที่น่าสนใจไปกว่านั้นในเพศรองที่แบ่งออกเป็น 3 ชนชั้น ในแต่ละชนชั้นก็ยังมีแบ่งแยกออกไปเป็นแขนง ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันน่าทึ่งมากครับ
‘แล้วเพศรองผมคือเพศอะไรหรือไม่มี?’ ผมเอ่ยถามระบบในใจ เนื่องจากตอนนี้ผมเพิ่งได้สติและยังไม่ชินกับร่างกายนี้เท่าไหร่บวกกับฮวนคนเก่ากระโดดลงจากระเบียง ความปวดร้าวแสนทรมานที่ร่างกายได้รับมันยังคงอยู่ ผมเลยขยับตัวไม่ได้เลยได้แค่กระดิกนิ้วกับกรอกตาไปมาเท่านั้นเอง
[ เพศรองของปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’ คือ Evolution-Beta ]
คำตอบที่ได้รับทำผมตาโตเป็นไข่หมาด้วยความตกใจก่อนจะเอ่ยถามระบบ
‘หมายถึงผมวิวัฒนาการไปสู่เพศอัลฟ่าได้ใช่ไหม?’ สิ้นคำถามก็ภาวนาว่าคำตอบที่จะได้รับนั้นตรงกับที่ผมคิดไว้ในหัว
[ คำตอบ : ใช่ ]
เยสสสสส!!! อยากรีดร้องเป็นภาษานาสิเพนย่าว่าผมมันโคตรเจ๋ง! แต่เดี๋ยวก่อน... ร่างนี้มันของฮวนคนเก่านี่ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นเพศนี้อยู่แล้วหรอกเหรอ?
[ ฮวน คาเมอร์ คนเก่าเป็นเพียงเบต้าธรรมดาเท่านั้น เนื่องจากดวงวิญญาณของปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’ มีความเข้ากันกับร่างนี้เป็นอย่างมากและมีความแข็งแกร่งจากโลกเดิมเป็นคุณสมบัติพิเศษ ทำให้เพศสภาพเพิ่มระดับตามความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณ ]
เหมือนระบบอ่านความคิดผมได้ถึงได้เริ่มอธิบาย ผมดีใจจนอยากยิ้มให้ปากฉีกแล้วอวดอ้างถึงดวงวิญญาณที่แสนจะแข็งแกร่งของผม แต่พอนึกว่าความแข็งแกร่งนั้นผมมีมันได้ไง มันก็แอบเศร้าครับเพราะตั้งแต่ผมเสียพ่อกับแม่อันเป็นที่รักไป ผมต้องดิ้นรนด้วยตัวเองในวัย 19 ปี มันยากแต่ผมก็ผ่านมาได้ รู้สึกดีที่ผมได้รับการตอบแทนจากความพยายามนั้น
‘แล้วผมจะวิวัฒนาการได้กี่เพศ’ ผมถามต่อด้วยความอยากรู้
[ ระบบเริ่มทำการค้นหาระดับเพศสภาพที่ปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’ สามารถวิวัฒนาการได้ ]
ตื่นเต้นจังเลยครับแต่อย่าคาดหวังดีกว่า เพราะลองนึกถึงระดับของอัลฟ่าที่แตกแขนงแล้ว ผมไม่อยากคาดหวังเท่าไหร่เพราะถ้าไม่ได้ตามที่หวังล่ะก็ ผมคงสาวกระจู๋ด้วยความเศร้าเสียใจเป็นแน่
[ ระบบทำการค้นหาเพศสภาพที่สามารถวิวัฒนาการได้เสร็จสิ้น ระบบจะเริ่มป้อนข้อมูลเพศสภาพที่สามารถวิวัฒนาการได้ให้ทราบ
ระดับต่ำ – Alpha(อัลฟ่า)
ระดับกลาง - True Alpha(ทรู อัลฟ่า)
ระดับสูง(ต่ำ) – Enigma(อีนิกม่า)
ระดับสูง(กลาง) – Dominant Alpha(โดมิแนนท์-อัลฟ่า)
ระดับสูงสุด – Predominate Alpha(พรีโดมิเนท-อัลฟ่า) ]
‘มันแตกต่างกันยังไง? ไม่สิ เพศสุดท้ายน่ะ บอกทีว่าแตกต่างจากที่เหลือยังไง’ ผมถามอีก ก็สงสัยไงถึงถามเพราะมันก็ขึ้นชื่อว่าอัลฟ่าหมดแต่ที่น่าสนใจคือเพศระดับสูงสุด Predominate Alpha(พรีโดมิเนท-อัลฟ่า)
[ Predominate Alpha(พรีโดมิเนท-อัลฟ่า) เป็นเพศรองระดับสูงสุดที่หาได้ยาก ในประวัติศาสตร์ของโลกใบที่ 779 ‘Omegaverse’ ระบุว่าพรีโดมิเนทถูกค้นพบเพียง 0.0001% ของประชากรโลกตั้งแต่อดีตจน ณ ปัจจุบัน พรีโดมิเนท-อัลฟ่า ไม่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือสายเลือดได้ เป็นเพศรองเพศเดียวที่เกิดจากการวิวัฒนาการเท่านั้น ]
[ ความแตกต่างของ Predominate Alpha(พรีโดมิเนท-อัลฟ่า) กับเพศรองอัลฟ่าอื่นคือ พรีโดมิเนท-อัลฟ่าอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งหมดของเพศรองรวมถึงเพศแต่กำเนิด ฟีโรโมนของพรีโดมิเนท-อัลฟ่ามีกลิ่นไหม้ของไฟเป็นหลักและทุกเพศสภาพสามารถได้กลิ่นฟีโรโมน แต่ระดับความรุนแรงของฟีโรโมนจะผันแปรตามสภาพจิตใจของบุคคล อาทิ หากสภาพจิตใจมั่นคจะสามารถควบคุมฟีโรโมนได้ดั่งใจนึก ทั้งยังใช้ฟีโรโมนทำให้เพศอื่น ๆ ร้อนเหมือนถูกไฟเผาและยอมจำนนต่อพรีโดมิเนท-อัลฟ่า ]
[ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Predominate Alpha(พรีโดมิเนท-อัลฟ่า) น่ากลัวและเป็นที่ต้องการ
พรีโดมิเนท-อัลฟ่าสามารถทำให้เพศแต่กำเนิดมีเพศรองโดยการกัดที่ใบหู
พรีโดมิเนท-อัลฟ่าสามารถเปลี่ยนเพศรองทุกเพศให้เป็นโอเมก้าโดยการกัดที่ต้นคอ
พรีโดมิเนท-อัลฟ่าสามารถลบล้างพันธะ(ที่ไม่ได้มาจากพรีโดมิเนท-อัลฟ่า)ได้โดยการกัดทับรอยพันธะนั้น
พรีโดมิเนท-อัลฟ่าสามารถสามารถบังคับการรัทของอัลฟ่าและการฮีทของโอเมก้าได้โดยการกัดที่นิ้วนางซ้าย
พรีโดมิเนท-อัลฟ่าสามารถผูกพันธะกับทุกเพศทั้งเพศแต่กำเนิดและเพศรองโดยการกัดที่หัวไหล่(ข้างใดก็ได้)
สุดท้าย พรีโดมิเนท-อัลฟ่า สามารถหักล้างสิ่งที่เรียกว่า ‘คู่แห่งโชคชะตา’ ได้ด้วยการสร้างพันธะกับฝ่ายที่เป็นอัลฟ่าและลบล้างพันธะนั้นในอีก 3 วัน ด้วยการกัดทับรอยพันธะ ]
‘...แล้วเงื่อนไขในการวิวัฒนาการมันล่ะ?’
[ ระบบไม่สามารถค้นหาคำตอบได้ ]
ผมล่ะอย่างอึ้งเลยเพราะพรีโดมิเนท-อัลฟ่าไม่ต่างอะไรกับพระเจ้า ไม่แปลกใจเลยที่ในอดีตถูกค้นด้วยเปอร์เซ็นต์ที่แสนสั้นเท่าหรรมเก่าผม แล้วผมก็ไม่แปลกใจที่หาเงื่อนไขไม่พบ แต่หากผมได้เป็นล่ะก็มันคงดีไม่น้อยเลย ผมถอนหายใจแล้วหลับตาลงก่อนเสียงในระบบจะดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
[ ปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’ ต้องการฟื้นฟูร่างกายหรือไม่? ]
เอ้า ทำได้ก็ไม่บอก คำตอบมันก็มีแค่อย่างเดียว ‘ก็จัดมาสิครับผม!’ สิ้นเสียงของผม ผมรู้สึกได้เลยว่าความเจ็บปวดที่รวดร้าวยามลืมตามันค่อย ๆ หายไปและตามด้วยพละกำลังที่ฟื้นสภาพกลับคืนมา ผมดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีก่อนแกะผ้าพันแผลออกแล้วแตะที่หน้าผาก ขมับ คลำหาแผลทั่วหัว เยี่ยม! หายหมดจดจนโรงพยาบาลไร้ประโยชน์ไปเลย
“ขอบคุณพระเจ้าที่ให้โอกาสผม ฮัลเลลูย่า!” ยกแขนขึ้นสุดในท่าทางบูชาพระเจ้าก่อนผมจะเอนตัวลงนอนแล้วยิ้มอย่างมีความสุข สายตาทอดมองแชนเดอเรียสุดหรูพร้อมคิดในใจ ถ้าเอาไปขายมันจะได้เท่าไหร่กันนะ? ระหว่างที่นอนคิดเงิน จู่ ๆ ความทรงจำตอนผมขอพรมันก็แวบขึ้นมาในหัว ผมลุกขึ้นนั่งอีกครั้งแล้วขยับมานั่งห้อยขาข้างเตียง สองมือจับขอบกางเกงอย่างคาดหวัง
สิ่งนี้มันจะเป็นสิ่งแรกที่ผมเช็กเพราะมันเป็นสิ่งที่ ไม่นับพวกเรื่องเพศสภาพอะไรน่าปวดหัวนั่นแล้วกัน ผมเลียริมฝีปากที่แห้งผากก่อนจะก้มหน้าหรี่ตาจนปากเบี้ยว มือที่จับขอบกางเกงก็ค่อย ๆ เปิดออก
วาบ...
ดั่งมีแสงสว่างแห่งพระคุณเจ้าวาบขึ้นมาทันตาพร้อมกับเงาของหรรมขนาดคองโกที่ใฝ่ฝันสะท้อนในดวงตา แม้จะยังนอนนิ่งเพราะเอ็นหยุดพักเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาใช้งาน พอลองจับลองกำดูแล้ว บร๊ะเจ้าทรงปรีชาสามารถขอดลบันดาลเคารพรักจากนี้เป็นต้นไป ก็เพราะว่า...
หรรมผมกำแทบไม่มิดเลยเว้ยเห้ย! ผมยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วหัวเราะหึ ๆ เหมือนคนโรคจิตก่อนเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาพริ้มยิ้มรับโชค
"หึๆ หรรมใหญ่สมที่ขอเลยครับพระเจ้า" ผมสาบานว่าจะดึงดาวบูชาท่านทุกคืนทุกวันจนกว่าชีวิตที่สองของผมจะดับสิ้น ผมปล่อยมือออกจากหรรมแล้วใส่กางเกงให้เรียบร้อยจากนั้นก็ลุกเดินมาที่ระเบียง ทันทีที่เห็นทิวทัศน์ข้างนอก ตาผมลุกวาวผากอ้ายิ่งกว่ากระโถนเพราะมันโคตรจะหรูหราหมาเห่าจนกรามหักเลยครับ! สมกับพรข้อที่สองเลยว่าขอรวยๆ แบบไม่ต้องทำมาหาแดกอะไรก็มีกินมีใช้
เพล้ง...!
ขณะที่ผมกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ เสียงเมหือนอะไรแตกที่ดังจากด้านหลังเรียกให้ผมหันกลับไปมอง สาวใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังยืนปิดปากด้วยความตกตะลึง สายตาที่มองผมดูเหลือเชื่อชอบกลและเสียงแตกนั้นก็มาจากกะละมังแก้วที่ใส่น้ำพร้อมผ้าจะมาเช็ดตัวให้ผม
“ไง... เธอชื่ออะไรนะ?” ผมเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มขณะเดินกลับเข้ามาในห้อง ต้องขอบคุณระบบที่ป้อนความทรงจำต่าง ๆ ของฮวนคนก่อนมาให้ ผมเลยแสดงเป็นฮวนได้เป็นธรรมชาติสุด ๆ
“อะ เอ่อ ดิฉันชื่อเมหลินค่ะ ค ค คุณชายฮวนรู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เธอเอ่ยถามแล้วคุกเข่าลงเพื่อเก็บเศษซากกะละมังแก้วหรูหรานั่น เฮ้อ สมแล้วที่รวยแม้แต่กะละมังยังหลอมจากแก้วสลักลายอย่างดี
“สักหนึ่งชั่วโมงที่แล้วได้น่ะ ผมหลับไปกี่วัน?”
“ส สองวันค่ะ” ปากตอบสองวันแต่สายตากลับแสดงออกทุกอย่างว่าจริง ๆ แล้วเธอเองก็รู้ว่าฮวนตายไปแล้ว
“เธอรู้ใช่ไหมว่าผมตายไปแล้ว? แล้วทำไมถึงไม่มีพิธีศพล่ะ” อันนี้อยากรู้ส่วนตัว
“ม ไม่นะคะ! คุณชายยังไม่ตาย ในตอนที่คุณชายใหญ่ให้คนแบกคุณชายขึ้นมา คุณชายยังหายใจอยู่เลยค่ะ แต่...”
“แต่อะไร”
“แต่เมื่อช่วงเช้ามืด คุณชายหยุดหายใจค่ะแต่ดิฉันแจ้งไปแล้วนะคะและมีคำสั่งเดียวที่ส่งตรงมาจากนายท่านคือให้ดิฉันดูแลคุณชายไปก่อน ให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ!”
‘ระบบ เธอพูดจริงไหม’
[ คำตอบของ หยางเมหลิน เป็นความจริง ]
บร๊ะ! สะดวกสบายจริงวุ้ย งี้ใครจะมาโกหกตอแหลใส่ผมบอกเลยว่าไม่เนียนนะครับ
“มีเหตุผลไหมว่าทำไมถึงให้ทำแบบนั้น ผมอยากรู้น่ะ” ผมนั่งลงบนเตียงแล้วมองเมหลินที่ใช้ผ้าค่อย ๆ เช็ดน้ำที่เปียกพรม
“เพราะในอีก 4 วันนับจากวันนี้ คุณชายต้องแต่งงานกับท่านแอชเชอร์ค่ะ” เมหลินมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจังก่อนจะพูดต่อ “ความจริงท่านแอชเชอร์รับรู้แล้วว่าคุณชายเสียชีวิตแต่ยืนยันที่จะแต่งงานแม้จะแต่งกับศพก็ตาม” เธอก้มหน้าหลบสายตาผมทันทีที่พูดจบ ผมนี่ขมวดคิ้วเลยแต่ก็ถามต่อด้วยความอยากรู้
“บ้าหรือเปล่า แต่งงานกับศพก็ไม่เว้น?”
“ที่ท่านแอชเชอร์ยังยืนยันว่าจะแต่งกับคุณชายทั้งที่คุณชายเสียชีวิต ก็เพื่อใช้สถานะแต่งงานให้ผ่านเกณฑ์สืบทอดตำแหน่งเท่านั้นค่ะและท่านแอชเชอร์ไม่ต้องการทายาทจึงเลือกคุณชายที่เป็นเบต้าแทนคุณชายเล็ก” เมหลินเงยหน้ามองผมแล้วให้คำตอบ
“แล้วมีเงื่อนไขอะไรดี ๆ คุณพ่อถึงตกลงยินยอมให้ผมแต่งงาน”
“พื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองคาร์เวลที่ท่านแอชเชอร์ปกครองคือสินทรัพย์ที่นายท่านจะได้รับค่ะ”
“อ๋อ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมผมที่ควรจะถูกฝังกลับได้รับการดูแลอย่างดีแม้จะเป็นศพ เพราะของที่ได้มันมีมูลค่ามหาศาลนี่เอง” แอบหน่วงในใจเล็กน้อยครับ เหมือนกับว่านี่คือความรู้สึกที่ตกค้างของฮวนคนก่อน ฮวนคนนั้นอาจจะต้องการความรักจากครอบครัวแต่ผมที่เป็นฮวนแทนเขา ผมไม่ต้องการความรักจากครอบครัวนี้เลยเพราะผมต้องการแค่เงินและหรรมโต ๆ เท่านั้น! อุวะฮะฮ่า
“ว่าแต่แอชเชอร์นี่คือใคร?”
“...” เมหลินเอ๋อทันทีที่ผมถามคำถามก่อนข้อมูลบางอย่างจะไหลเข้ามาในหัว ผมกระเด้งตัวลุกยืนเต็มความสูงพร้อมมองหน้าเมหลินด้วยความตกใจขีดสุด
"เดี๋ยวนะ... นี่ผมต้องแต่งงานกับแอชเชอร์? แอชเชอร์ที่เป็นอัลฟ่ามาเฟียนั่นน่ะเหรอ?"
“ใช่ค่ะ”
“...”
“ท่านแอเชอร์หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ แอชเชอร์ เบเรเรียล อีนิกม่า 1 ใน 3 ของประเทศออสเทียสค่ะ”
บ้าไปแล้ว! ไม่ใช่แค่อัลฟ่าธรรมดาแต่เป็นถึงอีนิกม่าแล้วยังเป็น 1 ใน 3 อีนิกม่าของประเทศ เดี๋ยวดิ นั่นมันก็หมายความว่าในประเทศที่โคตรจะใหญ่นี้มีอีนิกม่าเพียง 3 คนเท่านั้น? เยสครก! โคตรสุดเลยว่ะครับผม
“บ้าไปแล้ว จะให้ผมไปเป็นสามีของคนที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นน่ะนะ?” ผมนั่งลงตามเดิมแล้วทำท่าทางเหลือเชื่อปนเกรงใจจังที่ถูกเลือก การแสดงแล้ว 1
“คุณชายมั่นใจอะไรเหรอคะว่าเป็นสามี?”
“เอ๊ะ...”
“คุณชายตบแต่งเข้าไปเป็นภรรยาต่างหากล่ะคะ”
‘นี่มันหมายความว่าไงระบบ!’ ผมยิ้มแหย ๆ ให้กับเมหลินแต่ในใจผมจะหยุมหัวระบบแล้ว เมหลินขอตัวไปรายงานคุณพ่อของฮวนแล้วทันทีที่ประตูห้องปิดลง ผมก็ดีดดิ้นอยู่บนเตียงพร้อมสาปส่งระบบในใจไม่หยุด
‘ทำไมถึงเลือกร่างของฮวนให้ผมเล่า! ผมได้หรรมใหญ่มาทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้มสิฟะ!’
[ ระบบค้นหาร่างกายที่เหมาะสมและเข้ากับปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’ ให้ได้มากที่สุด ฮวน คาเมอร์ คือร่างกายตรงตามข้อมูลเก่าทุกประการ ]
“ตรงตามกระทั่งที่ว่าต้องเป็นเมียด้วยหรือไง? ที่โลกเก่าผมน่ะนะ... ผม...” เอ๊ะ ทำไมนึกอะไรไม่ออก มันเหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจแต่ผมกลับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกและไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับเค้นความคิดเค้นทุกความทรงจำที่มีก่อนจะเอ่ยถามระบบออกไป “ในโลกเก่าผมเป็นเมียใครสักคนเหรอ?”
[ ระบบไม่พบคำตอบ ]
[ ระบบไม่พบคำตอบ ]
“เออ ช่างเถอะ” ผมลงจากเตียงเดินมาที่หน้ากระจกบานใหญ่ ฮวน คาเมอร์ ไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อลากอะไร ขนาดตะใช้คำว่าหล่อผมยังคิดแล้วคิดอีกเลย คือมันไม่หล่อนะครับแต่มันดูดี ไม่รู้สิ บอกไม่ถูกแต่รูปร่างส่วนสูงถือว่าโอเคเลย สูงราว 188 ได้เลยส่วนน้ำหนักก็สมมาตรฐาน ลองถกชายเสื้อดูก็พอมีกล้ามหน้าท้องแต่ไม่ได้หกลอนสวยแบบของผม ตอนยังเป็นเจเจ ผมหุ่นดีนะจะบอกให้แถมหล่อวอดวายควายเก็นยังตายแต่เสียดายที่หรรมเล็กเหมือนนิ้ว ก็ไม่แปลกหรอกครับถ้าผมจะเป็นเมียใคร คนจะเป็นผัวได้อย่างน้อยเสียบแล้วต้องรู้สึกว่านั่นคือหรรมไม่ใช่นิ้ว
“แอชเชอร์ เบเรเรียล...” ผมพึมพำเสียงเบาขณะมองหน้าตัวเองที่สะท้อนในกระจก อีก 4 วันนับจากนี้จะเป็นงานแต่งงานของผมกับเขา ผู้คนคงรับรู้กันอย่างทั่วถึงกันว่าเบต้าแสนธรรมดาที่มีวาสนาแต่งงานกับผู้ชายที่เป็นถึงอีนิกม่า 1 ใน 3 ของประเทศ ผมคงเป็นภรรยาที่โชคดีที่สุดในโลกแต่ขอโทษนะครับพี่น้องแห่งโลกโอเมก้าเวิร์สทั้งหลายแหล่ ถ้าตอนนี้คือ ฮวน คาเมอร์ คนก่อนก็คงเป็นไปตามบทบาทนั้น
แต่ผมที่ข้างนอกเป็น ฮวน คาเมอร์ ทว่า ข้างในผมคือ เจเจ อดีตสตรีมเมอร์ชื่อดังพ่วงติ่งอนิเมะวัย 27 ปี และไม่ใช่แค่เบต้าดาษดื่นแต่ผมคือ Evolution-Beta ที่จะวิวัฒนาการสู่อัลฟ่าในสักวัน ผมไม่มั่นใจหรอกว่าจะไปถึงพรีโดนิเนทไหม อย่างน้อยที่ตั้งไว้คืออีนิกม่ากับโดมิแนนท์เท่านั้นพอ เพราฉะนั้นแล้วผมจะไม่เล่นไปตามบทบาทที่ระบบเลือกให้เด็ดขาด
“แสดงข้อมูลของแอชเชอร์ให้ทีสิระบบ”
[ ข้อมูลว่าที่สามีของปัจเจกบุคคลนาม ‘เจเจ’
ชื่อ : แอชเชอร์ เบเรเรียล อายุ : 31 ปี
สูง : 190 เซนติเมตร น้ำหนัก : 83 กิโลกรัม
เพศแต่กำเนิด : ชาย เพศรอง : Enigma(อีนิกม่า) *1 ใน 3 อีนิกม่าของออสเทียส*
อาชีพ : มาเฟีย สถานะ : หมั้นหมายกับ ฮวน คาเมอร์
ความต้องการ : ต้องการสถานะแต่งงานเพื่อผ่านเกณฑ์ในการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดตระกูลเบเรเรียล
ครอบครัว : พี่น้องร่วมสายเลือด 3 คนรวมแอชเชอร์(พี่ชายและน้องชาย)
ข้อมูลอื่น ๆ : ไม่มี ]
ผมหัวคิ้วกระตกเลยตอนเห็นคำว่า ว่าที่สามี เหอะ ระบบมันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแฮะ ทั้งที่ระบบเองก็รับรู้เวลาผมคิดอะไรในใจ รับรู้ว่าผมจะไม่ยอมเป็นเมียเด็ดขาดแต่ก็เมินเฉย ไม่สนใจ เอาเถอะ จะรอดูแล้วกันว่าจะทนทำเป็นไม่เห็นไปได้สักกี่น้ำ