ฉันกลับมาที่หอพักกะว่าโยนตัวลงเตียงนอนซะหน่อย แต่เพราะลืมไปว่า หอพักไม่ใช่ห้องเดี่ยวเหมือนคอนโด แต่ต้องนอนรวมกันถึงสี่คนต่อห้อง(รวมฉันด้วย) พวกเรานั่งล้อมวงเพื่อแนะนำตัวกัน ยังไงซะคงต้องอยู่ร่วมกันแบบนี้ไปทั้งปีหนึ่ง ผูกมิตรไว้ไม่เสียหาย
“ฉันชื่อปลา เรียนคณะวิทย์”
“ส่วนฉันชื่อโมเมเรียนบริหาร”
“ฉันฝ้ายเรียนเศรษฐศาสตร์” ทั้งสามคนแนะนำตัวให้ฉันรู้จัก ก่อนที่ทุกคนจะหันมามองที่ฉันเป็นจุดศูนย์รวมสายตา
‘ทำไมต้องจ้องกันขนาดนั้นกันนะ’
“ฉันชื่อ...” ยังไม่ทันจะพูด ฝ้ายก็โพล่งเรียกออกมาก่อน
“ใบหม่อนใช่ไหม!!!” ฝ้ายพูด
“หืม...พวกเธอรู้จักฉันเหรอ” เพียงฉันพูดเท่านั้น ทั้งสามคนก็ลุกขึ้นไปหยิบมือถือกับสมุดพร้อมปากกา มาให้ฉัน
“ช่วยเซ็นลายเซ็นหน่อยได้ไหม!” “ฉันด้วย!” “ฉันก็ด้วย!” ทั้งสามตอบกันอย่างพร้อมกัน ทำเอาฉันสะดุ้งกะพริบตาถี่ ๆ
“นี่พวกเธอ รู้เหรอว่าฉันเป็น...”
“ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ข่าวออกตั้งเยอะขนาดนั้น พ่อฉันนะเกาะติดลุ้นเหรียญไปกับเธอเลยนะ” ฝ้ายที่ดูตกใจกว่าใครเล่าให้ฟังเป็นฉาก ๆ
“ฉันเองก็ได้ดู...ลุ้นกันทั้งบ้านเหมือนกัน” โมเมเสริมทัพ
“ใช่ ๆ” ปลาพยักหน้าเห็นด้วย
“ฮ่า...ไม่คิดเลยนะบ้านเราจะชอบกีฬาว่ายน้ำเหมือนกัน” ฉันพูดแบบนั้น เพราะส่วนใหญ่แทบไม่ได้เล่นโซเชียล วัน ๆ เอาแต่ฝึกซ้อมแล้วก็ลงแข่ง จากนั้นก็วนลูปเดิม ๆ ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่ฉันได้เหรียญทองจากการเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติ จะเป็นข่าวขนาดนี้
“ว่าแต่เอเชี่ยนเกมส์จะได้ไปแข่งรึเปล่า” ฝ้ายถามด้วยตาเป็นประกาย
“อืมติดแล้วล่ะ สถิติที่ผ่านมาเกินเกณฑ์ ช่วงปีสองปีสามก็คงต้องไปเก็บตัวกับสมาคมนั่นแหละ ส่วนปีนี้ก็วอร์มร่างกายกับโค้ชมหาลัยที่นี่ไปก่อนน่ะ”
“งั้นแสดงว่า เราจะได้เห็นใบหม่อนที่หอพักนี้ทั้งปีใช่ไหม”
“ถ้าไม่ติดว่าเมาแอ๋ด้านนอกจนต้องนอนค้างที่คอนโด ก็ คงนอนที่นี่เป็นส่วนใหญ่นั่นแหละ ฮ่า...” ฉันพูดไปตามจริง
“ไม่คิดว่าคนดังจะติดดินขนาดนี้นะเนี่ย” ฝ้ายพูด
“ตอนรู้ว่าเป็นใบหม่อน ฉันก็นึกว่าต้องมีมาดขรึม ๆ ตามภาพลักษณ์ในทีวีซะอีก” ปลาพูด
“ตอนทีวีถ่ายทอดสด นั่นมันตอนแข่งขันนะ ฉันก็ต้องจดจ่อกับการแข่ง คงยิ้มไม่ออกหรอกฮ่า...”
“นั่นสินะ เหมือนตอนเราสอบโจทย์ยาก ๆ ใครจะมายิ้มกัน” โมเมพูดเสริม และนั่นก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ทุกคนเปลี่ยนมาเล่าเรื่องของตัวเอง แม้จะไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน แต่พวกเราก็สัญญาไว้ว่าจะนัดกันไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ
(เช้าวันใหม่)
“ตื่นได้แล้วทุกคนสายแล้ว” ปลาที่ดูเด็กเรียนและมีวินัยกว่าใครลุกขึ้นเป็นคนแรก ก่อนจะทยอยปลุกเราทีละคน วันนี้เป็นวันที่ต้องเรียนวันแรกทำให้พวกเราทุกคนต้องตื่นเช้า ซึ่งไม่ว่าคณะไหนต่างก็มีกิจกรรมรับน้องของแต่ละคณะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ใส่ชุดนักศึกษา แต่กฏของที่นี่ก็มีอยู่นะ นั่นคือปีหนึ่งต้องใส่ตามระเบียบก่อน โธ่...อดเป็นสาวแซ่บเลยฉัน แต่ไม่เป็นไรหรอกพอมองดี ๆ ฉันก็ยังสวยอยู่ดี
ครั้งนี้ไอ้แฟรงค์ออกมารอฉันก่อน แน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่ฉันกับมันเดินด้วยกันมักเกิดเสียงซุบซิบมากมาย บางคนเดินมาถามกันดื้อ ๆ ว่าฉันกับมันเป็นแฟนกับรึเปล่า ซึ่งนั่นก็เป็นประโยคที่เราทั้งคู่ต้องคอยปฏิเสธเรื่อยมา เป็นญาติที่เป็นเวรเป็นกรรมกันจริง ๆ นั่นแหละ
เมื่อฉันและแฟรงค์มาถึงคณะวิศวะ พวกเราถูกรุ่นพี่ที่รอต้อนรับดันเข้าไปในลานเกียร์ให้อยู่ในแถวหน้า ฉันพยายามปฏิเสธแล้ว แต่ก็ไม่วานโดนดึงไปพร้อม ๆ กับแฟรงค์อยู่ดี เหตุผลเพียงเพราะฉันเป็นหน้าเป็นตาให้กับคณะ
‘แต่ฉันเพิ่งจะมาเข้าเรียนนะยะ’
แน่นอนว่านอกจากไอ้แฟรงค์จะอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้ว ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่ข้างฉันเลย เพียงเพราะว่ารอบตัวฉันดันมีแต่หนุ่มหล่อ ผู้หญิงคนอื่น ๆ เลยไม่กล้า ส่วนฉันที่พยายามจะนั่งออกห่างกลับโดนญาติเวรนี่ลากมานั่งด้วย ในขณะที่ด้านหน้าลานเกียร์ พี่ ๆ กำลังพูดเพื่ออธิบายคณะของตัวเอง ไอ้แฟรงค์ที่ดูเบื่อพิธีการนี้จึงหันมาชวนฉันคุย
“ว่าแต่อยู่หอ มีคนคบยังวะหม่อน”
“มีแล้ว...” ฉันตอบ
“พวกเขายอมคบกับมึงเหรอ ผิดคาดแฮะ”
“ทำไม ฉันก็เป็นคนอัธยาศัยดีมาตั้งแต่ต้นแล้วนะยะ มีแค่มึงแหละที่คอยทำให้ฉันหัวร้อน...”
“ก็ดี...ฉันจะได้เอาเวลาที่ต้องคอยห่วงมึงไปแอ๊วสาว ๆ บ้าง”
“โอ๊ย! ตามสบายเถอะย่ะ ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูไข่ในหินอะไรซะหน่อย”
“แต่น้าห่วงมึงมากนะ” สุดท้ายก็เอาแม่ฉันมาอ้างเพื่อ...
“แม่กูก็ห่วงมึงเหมือนกันนั่นแหละแฟรงค์ ชิส์” ฉันเงียบไปครู่ ก่อนจะเป็นฝ่ายถามมันบ้าง “แล้วมึงละได้อยู่หอกับใคร”
“กูไม่อยากเล่าเลยกลัวมึงอิจฉา”
“อิจฉายังไง”
“ก็เพื่อนร่วมห้องกู เป็นเด็กวิศวะคอมหมด โชคดีเป็นบ้า แถมก็นั่งข้าง ๆ กูนี่แหละ” ไอ้แฟรงค์พูดอวด...แต่ก็น่าอิจฉาจริง ๆ นั่นแหละ
จากนั้นมันก็หันไปเรียกคนอื่น ๆ เพื่อแนะนำให้ฉันรู้จัก
“พวกมึง นี่ไอ้หม่อนเป็นทั้งเพื่อนทั้งญาติและเวรกรรมของกูเอง เรียนห้องเดียวกับเรานี่แหละ” จากนั้นมันก็หันหน้ามาที่ฉันเพื่อสาธยายว่าแต่ละคนชื่ออะไร “ไอ้นี่คือ ภีม เทมป์ ส่วนคนใส่แว่นนั่นติณณ์” ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะคนสุดท้ายที่ชื่อติณณ์ คือคนที่ฉันอ่อยขั้นสุดไปเมื่อวาน ไม่คิดเลยว่าจะอยู่คณะเดียวกัน ห้องเดียวกันอีก แถมยังมาคบกลุ่มเพื่อนกับไอ้แฟรงค์อีก แบบนี้จะจีบต่อยังไงเนี่ยยากแล้วสิฉัน
“เดี๋ยวนะ นี่มันใบหม่อนนักกีฬาว่ายน้ำรึเปล่าวะ...แฟรงค์” คนชื่อภีมเป็นคนพูดก่อน คนนี้หน้าตาก็ดี คนชื่อเทมป์ก็หล่อ ส่วนติณณ์ไม่ต้องพูดถึงสเปกฉันอยู่แล้ว ส่วนไอ้แฟรงค์หนุ่มตี๋แต่เสือกย้อมหัวทองเอาจริงมันก็หล่อแหละ สรุปนี่มันรวมตัวคนหล่อ หล่อ หล่อ และก็หล่อไม่ใช่รึไงเนี่ย ออร่ามาเต็มมากแม่
“เออ...ใช่”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ทั้งเทมป์และภีมต่างก็พูดและยิ้มให้ในขณะที่ติณณ์หน้านิ่งพยักหน้าให้เท่านั้น...ทำเข้มไปได้ แต่นั่นแหละบาดใจสาวสุด ๆ ฉันจะทำให้ใบหน้านิ่งนั่นยิ้มให้ได้เลยคอยดู