ตอนที่ 7 พรหมลิขิต

1230 Words
ฉันกลับมาที่หอพักกะว่าโยนตัวลงเตียงนอนซะหน่อย แต่เพราะลืมไปว่า หอพักไม่ใช่ห้องเดี่ยวเหมือนคอนโด แต่ต้องนอนรวมกันถึงสี่คนต่อห้อง(รวมฉันด้วย) พวกเรานั่งล้อมวงเพื่อแนะนำตัวกัน ยังไงซะคงต้องอยู่ร่วมกันแบบนี้ไปทั้งปีหนึ่ง ผูกมิตรไว้ไม่เสียหาย “ฉันชื่อปลา เรียนคณะวิทย์” “ส่วนฉันชื่อโมเมเรียนบริหาร” “ฉันฝ้ายเรียนเศรษฐศาสตร์” ทั้งสามคนแนะนำตัวให้ฉันรู้จัก ก่อนที่ทุกคนจะหันมามองที่ฉันเป็นจุดศูนย์รวมสายตา ‘ทำไมต้องจ้องกันขนาดนั้นกันนะ’ “ฉันชื่อ...” ยังไม่ทันจะพูด ฝ้ายก็โพล่งเรียกออกมาก่อน “ใบหม่อนใช่ไหม!!!” ฝ้ายพูด “หืม...พวกเธอรู้จักฉันเหรอ” เพียงฉันพูดเท่านั้น ทั้งสามคนก็ลุกขึ้นไปหยิบมือถือกับสมุดพร้อมปากกา มาให้ฉัน “ช่วยเซ็นลายเซ็นหน่อยได้ไหม!” “ฉันด้วย!” “ฉันก็ด้วย!” ทั้งสามตอบกันอย่างพร้อมกัน ทำเอาฉันสะดุ้งกะพริบตาถี่ ๆ “นี่พวกเธอ รู้เหรอว่าฉันเป็น...” “ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ข่าวออกตั้งเยอะขนาดนั้น พ่อฉันนะเกาะติดลุ้นเหรียญไปกับเธอเลยนะ” ฝ้ายที่ดูตกใจกว่าใครเล่าให้ฟังเป็นฉาก ๆ “ฉันเองก็ได้ดู...ลุ้นกันทั้งบ้านเหมือนกัน” โมเมเสริมทัพ “ใช่ ๆ” ปลาพยักหน้าเห็นด้วย “ฮ่า...ไม่คิดเลยนะบ้านเราจะชอบกีฬาว่ายน้ำเหมือนกัน” ฉันพูดแบบนั้น เพราะส่วนใหญ่แทบไม่ได้เล่นโซเชียล วัน ๆ เอาแต่ฝึกซ้อมแล้วก็ลงแข่ง จากนั้นก็วนลูปเดิม ๆ ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่ฉันได้เหรียญทองจากการเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติ จะเป็นข่าวขนาดนี้ “ว่าแต่เอเชี่ยนเกมส์จะได้ไปแข่งรึเปล่า” ฝ้ายถามด้วยตาเป็นประกาย “อืมติดแล้วล่ะ สถิติที่ผ่านมาเกินเกณฑ์ ช่วงปีสองปีสามก็คงต้องไปเก็บตัวกับสมาคมนั่นแหละ ส่วนปีนี้ก็วอร์มร่างกายกับโค้ชมหาลัยที่นี่ไปก่อนน่ะ” “งั้นแสดงว่า เราจะได้เห็นใบหม่อนที่หอพักนี้ทั้งปีใช่ไหม” “ถ้าไม่ติดว่าเมาแอ๋ด้านนอกจนต้องนอนค้างที่คอนโด ก็ คงนอนที่นี่เป็นส่วนใหญ่นั่นแหละ ฮ่า...” ฉันพูดไปตามจริง “ไม่คิดว่าคนดังจะติดดินขนาดนี้นะเนี่ย” ฝ้ายพูด “ตอนรู้ว่าเป็นใบหม่อน ฉันก็นึกว่าต้องมีมาดขรึม ๆ ตามภาพลักษณ์ในทีวีซะอีก” ปลาพูด “ตอนทีวีถ่ายทอดสด นั่นมันตอนแข่งขันนะ ฉันก็ต้องจดจ่อกับการแข่ง คงยิ้มไม่ออกหรอกฮ่า...” “นั่นสินะ เหมือนตอนเราสอบโจทย์ยาก ๆ ใครจะมายิ้มกัน” โมเมพูดเสริม และนั่นก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ทุกคนเปลี่ยนมาเล่าเรื่องของตัวเอง แม้จะไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน แต่พวกเราก็สัญญาไว้ว่าจะนัดกันไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ (เช้าวันใหม่) “ตื่นได้แล้วทุกคนสายแล้ว” ปลาที่ดูเด็กเรียนและมีวินัยกว่าใครลุกขึ้นเป็นคนแรก ก่อนจะทยอยปลุกเราทีละคน วันนี้เป็นวันที่ต้องเรียนวันแรกทำให้พวกเราทุกคนต้องตื่นเช้า ซึ่งไม่ว่าคณะไหนต่างก็มีกิจกรรมรับน้องของแต่ละคณะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ใส่ชุดนักศึกษา แต่กฏของที่นี่ก็มีอยู่นะ นั่นคือปีหนึ่งต้องใส่ตามระเบียบก่อน โธ่...อดเป็นสาวแซ่บเลยฉัน แต่ไม่เป็นไรหรอกพอมองดี ๆ ฉันก็ยังสวยอยู่ดี ครั้งนี้ไอ้แฟรงค์ออกมารอฉันก่อน แน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่ฉันกับมันเดินด้วยกันมักเกิดเสียงซุบซิบมากมาย บางคนเดินมาถามกันดื้อ ๆ ว่าฉันกับมันเป็นแฟนกับรึเปล่า ซึ่งนั่นก็เป็นประโยคที่เราทั้งคู่ต้องคอยปฏิเสธเรื่อยมา เป็นญาติที่เป็นเวรเป็นกรรมกันจริง ๆ นั่นแหละ เมื่อฉันและแฟรงค์มาถึงคณะวิศวะ พวกเราถูกรุ่นพี่ที่รอต้อนรับดันเข้าไปในลานเกียร์ให้อยู่ในแถวหน้า ฉันพยายามปฏิเสธแล้ว แต่ก็ไม่วานโดนดึงไปพร้อม ๆ กับแฟรงค์อยู่ดี เหตุผลเพียงเพราะฉันเป็นหน้าเป็นตาให้กับคณะ ‘แต่ฉันเพิ่งจะมาเข้าเรียนนะยะ’ แน่นอนว่านอกจากไอ้แฟรงค์จะอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้ว ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยู่ข้างฉันเลย เพียงเพราะว่ารอบตัวฉันดันมีแต่หนุ่มหล่อ ผู้หญิงคนอื่น ๆ เลยไม่กล้า ส่วนฉันที่พยายามจะนั่งออกห่างกลับโดนญาติเวรนี่ลากมานั่งด้วย ในขณะที่ด้านหน้าลานเกียร์ พี่ ๆ กำลังพูดเพื่ออธิบายคณะของตัวเอง ไอ้แฟรงค์ที่ดูเบื่อพิธีการนี้จึงหันมาชวนฉันคุย “ว่าแต่อยู่หอ มีคนคบยังวะหม่อน” “มีแล้ว...” ฉันตอบ “พวกเขายอมคบกับมึงเหรอ ผิดคาดแฮะ” “ทำไม ฉันก็เป็นคนอัธยาศัยดีมาตั้งแต่ต้นแล้วนะยะ มีแค่มึงแหละที่คอยทำให้ฉันหัวร้อน...” “ก็ดี...ฉันจะได้เอาเวลาที่ต้องคอยห่วงมึงไปแอ๊วสาว ๆ บ้าง” “โอ๊ย! ตามสบายเถอะย่ะ ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูไข่ในหินอะไรซะหน่อย” “แต่น้าห่วงมึงมากนะ” สุดท้ายก็เอาแม่ฉันมาอ้างเพื่อ... “แม่กูก็ห่วงมึงเหมือนกันนั่นแหละแฟรงค์ ชิส์” ฉันเงียบไปครู่ ก่อนจะเป็นฝ่ายถามมันบ้าง “แล้วมึงละได้อยู่หอกับใคร” “กูไม่อยากเล่าเลยกลัวมึงอิจฉา” “อิจฉายังไง” “ก็เพื่อนร่วมห้องกู เป็นเด็กวิศวะคอมหมด โชคดีเป็นบ้า แถมก็นั่งข้าง ๆ กูนี่แหละ” ไอ้แฟรงค์พูดอวด...แต่ก็น่าอิจฉาจริง ๆ นั่นแหละ จากนั้นมันก็หันไปเรียกคนอื่น ๆ เพื่อแนะนำให้ฉันรู้จัก “พวกมึง นี่ไอ้หม่อนเป็นทั้งเพื่อนทั้งญาติและเวรกรรมของกูเอง เรียนห้องเดียวกับเรานี่แหละ” จากนั้นมันก็หันหน้ามาที่ฉันเพื่อสาธยายว่าแต่ละคนชื่ออะไร “ไอ้นี่คือ ภีม เทมป์ ส่วนคนใส่แว่นนั่นติณณ์” ฉันตกใจเล็กน้อยเพราะคนสุดท้ายที่ชื่อติณณ์ คือคนที่ฉันอ่อยขั้นสุดไปเมื่อวาน ไม่คิดเลยว่าจะอยู่คณะเดียวกัน ห้องเดียวกันอีก แถมยังมาคบกลุ่มเพื่อนกับไอ้แฟรงค์อีก แบบนี้จะจีบต่อยังไงเนี่ยยากแล้วสิฉัน “เดี๋ยวนะ นี่มันใบหม่อนนักกีฬาว่ายน้ำรึเปล่าวะ...แฟรงค์” คนชื่อภีมเป็นคนพูดก่อน คนนี้หน้าตาก็ดี คนชื่อเทมป์ก็หล่อ ส่วนติณณ์ไม่ต้องพูดถึงสเปกฉันอยู่แล้ว ส่วนไอ้แฟรงค์หนุ่มตี๋แต่เสือกย้อมหัวทองเอาจริงมันก็หล่อแหละ สรุปนี่มันรวมตัวคนหล่อ หล่อ หล่อ และก็หล่อไม่ใช่รึไงเนี่ย ออร่ามาเต็มมากแม่ “เออ...ใช่” “ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ทั้งเทมป์และภีมต่างก็พูดและยิ้มให้ในขณะที่ติณณ์หน้านิ่งพยักหน้าให้เท่านั้น...ทำเข้มไปได้ แต่นั่นแหละบาดใจสาวสุด ๆ ฉันจะทำให้ใบหน้านิ่งนั่นยิ้มให้ได้เลยคอยดู
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD