ตอนที่ 3 อดีตที่อยากลืม แต่ดันจำได้ทุกอย่าง

1282 Words
ฉันกลับมาเรียน ตามปกติ (ในปีสุดท้าย) และแม้ว่าเพื่อน ๆ จะเลิกเรียนแล้วฉันก็ยังต้องเรียนซ่อมเพิ่มเติม เรียกว่าเหนื่อยคูณสองเลยล่ะ ดีที่ว่าเดือนนี้ฉันได้พักจากการซ้อม ดังนั้นฉันต้องทุ่มกับการเรียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่า...แม้ใจสู้แค่ไหน สมองก็สู้กลับน่ะสิ ก็ฉันมันเรียนไม่เก่งเท่าไหร่นี่นา ‘หัวจะปวดโว้ย!!!’ หลังจากที่เรียนซ่อมเรียบร้อยพอกลับมาดูนาฬิกา “จะหกโมงแล้วเหรอเนี่ย” ไม่ทันไรก็ยามเย็น ฉันเดินออกจากตึกของคณะด้วยความเหนื่อยล้า แต่ลานโล่งม้าหินอ่อนหน้าตึกกลับพบพวกแก๊งV4ที่นั่งเมาส์มอยกันไม่ไปไหน ทำให้ฉันอดทักไม่ได้ “แล้วนี่พวกมึงมานั่งทำอะไรกันตรงนี้กันเนี่ย ไม่กลับกันเหรอ” ฉันเดินไปหาพวกเขา “รอมึงไง” ไอ้เทมป์หันมาพูดกับฉัน “รอกู...” ฉันชี้ตัวเองพลางทำหน้าเลิกคิ้ว “อ้าว...ไอ้แฟรงค์มึงไม่ได้บอกหม่อนมันเหรอว่าวันนี้เราจะพามันไปฉลองที่มันได้เหรียญทองที่คลับมึง” “กูบอกมันแล้ว มึงก็รู้ไอ้หม่อนมันขี้หลงขี้ลืมจะตายไป” “...” ครั้งนี้ฉันไม่ได้ง้างปากเถียงไอ้แฟรงค์เพราะฉันลืมจริง ๆ และก็เป็นคนที่ขี้หลงขี้ลืมอย่างที่มันพูดนั่นแหละ “เห็นไหมล่ะ มันไม่เถียงแสดงว่ากูพูดเรื่องจริง” “เออ...กูลืมจริง ๆ ค่ะ แต่พวกมึงก็ไม่จำเป็นต้องรอรึเปล่า ยังไงก็ต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนอยู่ดี” ฉันเท้าสะเอวพูด ก่อนจะหันหน้าไปหาไอ้แฟรงค์ “แฟรงค์ มึงไปส่งกูที่คอนโดหน่อยสิ กูไม่ได้ขับรถมา” “ไม่ไปเว้ย!!!” ไอ้แฟรงค์ตอบกลับมาอย่างไว “คอนโดกูไม่ได้ไกลนะคะ ทำไมถึงไปส่งไม่ได้” ฉันเลิกคิ้วมองไปที่มันไม่วางตา ท่าทีของแฟรงค์อึกอักไม่อยากตอบ จนภีมเป็นคนตอบแทน “ช่วงนี้มันติดสาว กลัวสาวเห็นว่าเอาผู้หญิงขึ้นรถละมั้ง” “ห๊า!!! ไม่จริงม้าง...คนเจ้าชู้อย่างไอ้แฟรงค์เนี่ยนะ” ฉันอุทานไม่อยากเชื่อสายตา คนเจ้าชู้อย่างแฟรงค์เนี่ยนะ “หม่อน มึงไม่ได้อยู่กับมันมาสองปี คนเราก็มีอะไรเปลี่ยนไปได้” “แล้วฉันจะกลับไงทีนี่” ทีแรกฉันก็วางแผนไว้อย่างดี แต่ตอนนี้ดูเหมือนคงต้องเรียกรถผ่านแอปกลับแทนซะแล้ว “ให้ติณณ์มันไปส่งดิ” “ทำไม กูต้องให้ติณณ์ไปส่ง มันคนละทาง” ฉันจำได้ดีว่าคอนโดฉัน กับ บ้านติณณ์อยู่คนละฝั่ง “อ่อ...มึงยังไม่รู้ใช่ไหมว่าไอ้ติณณ์มันย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกับมึงแล้วนะ” “ห๊า!!! จริงเหรอ” ฉันหันไปมองติณณ์ด้วยใบหน้าเหวอสุด พอไม่ได้อยู่ในกลุ่มมานานแรมสองปี รู้สึกอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปหมด “อืม...ย้ายมาได้ปีกว่าแล้ว” ติณณ์ตอบเสียงเรียบ ๆ “ดังนั้น มึงก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับติณณ์มันเลย แล้วก็มาคลับพร้อมกับมันเลยดิ จบนะ” ไอ้แฟรงค์พูดง่าย ๆ แต่ก็นะ เรื่องที่ฉันกับติณณ์เคยคบกันมันก็แค่เรื่องของเราสองคนจริง ๆ แม้แต่เพื่อนในกลุ่มก็ไม่เคยรู้ หรือรู้แล้วแต่พวกมันทำเมิน มันเป็นความรักที่พวกเราไม่ได้บอกใคร ตอนนั้นก็แค่ห่วงความเป็นส่วนตัวของฉันกับเขาเท่านั้นเอง แต่มันก็เจ็บนะที่ว่าขนาดเลิกกันไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าเราเคยคบกันด้วยซ้ำ จุดเริ่มต้นของฉันกับติณณ์ คนอื่นมองว่าเป็นเพื่อนกันมา แต่จริง ๆ แล้วมันเริ่มมาจากแฟนกันก่อนต่างหาก เฮ้อ... ฉันกลับมาคอนโดกับติณณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างทางเราไม่ได้คุยกันมากนัก แต่ฉันก็ทำตัวปกตินะ ถามคำตอบคำกันไป ยังไงตอนนี้เราก็เพื่อนกลุ่มเดียวกัน จะให้เอาความสัมพันธ์และความรู้สึกเก่า ๆ ที่เคยมีมาปะปนไม่ได้ ทว่า...มันจะบังเอิญไปรึเปล่า ห้องของติณณ์ดันอยู่ตรงข้ามกับห้องฉัน แถมพอฉันจะเข้าห้องเขาก็หันมาคุยกับฉันราวกับไม่คิดเลยว่าหัวใจของฉันจะเต้นแรงให้เขาแค่ไหน “สองทุ่ม ไปคลับด้วยกัน ไม่ต้องแต่งตัวโป๊มากหรอกแอร์คลับไอ้แฟรงค์มันเย็น” ติณณ์พูดแค่นั้น ฉันก็ได้แต่พยักหน้าไป เมื่อเข้าห้องก็ต้องมากุมหัวใจตัวเอง แต่ก็แฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ “รู้ทั้งรู้ว่าฉันชอบแต่งตัวเซ็กซี่ ทำไมต้องห้ามฉันใส่โป๊ เหอะ...หนาวแล้วไงใครกลัวกัน” สองปีที่ผ่านมาฉันแทบจะสิงอยู่แต่ที่เก็บตัวฝึกซ้อม แล้วทำไมต้องมารักนวลสงวนร่างกายกันขนาดนั้น นาน ๆ จะได้กินเหล้า เมากับเพื่อน แบบไม่ต้องคิดอะไร ที่ผ่านมาแค่คิดเรื่องนั้นก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว “สีแดงเลยสิเด่นจะตายไป...แม่จะร่านซะให้เข็ด” ฉันไม่ได้พูดเปล่า ๆ นะแต่จัดเต็มจริง ๆ ที่ไม่กลัวเพราะอย่างน้อยก็อยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ นั่นแหละ เชื่อว่าพวกมันจะเป็นไม้กันหมาจากผู้ชายมือปลาหมึกได้อยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลาสองทุ่มฉันลงไปนั่งรอที่ล็อบบี้คอนโด เชื่อไหมล่ะผู้หญิงควรจะแต่งตัวช้ากว่าผู้ชาย แต่นี่ฉันต้องมานั่งรอติณณ์ให้คนที่เดินผ่านไปมามองกันไม่วางตาอยู่ได้ อารมณ์เสียชะมัด จนเมื่อเสียงเรียกของติณณ์ตามหลังมา “รอนานเปล่า...” เสียงที่ฉันพยายามลืมแต่ไม่เคยลืมได้ ทว่า...ถึงจะแบบนั้นอารมณ์ที่ต้องรอใครมันทำให้หงุดหงิดมากกว่า จึงหันไปมองค้อนตาขวางแบบไม่เกรงกลัวใด ๆ “นานย่ะ...” ฉันยืนขึ้นคว้ากระเป๋าใบเล็กสะพายกอดอกมองติณณ์อย่างไม่พอใจ แต่แทนที่ฉันควรจะเป็นฝ่ายโมโห ใบหน้าของติณณ์กลับคิ้วขมวดไม่ต่างกัน “ใส่ชุดอะไรของเธอ...” “ชุดนี้เหรอ...อยากใส่มานานแล้ว มีโอกาสได้ใส่ก็ต้องจัดซะหน่อยดิ” “ขึ้นไปเปลี่ยนก่อน...” “จะเปลี่ยนทำไม ฉันอยากใส่นี่...มันสวย แล้วมันก็สายแล้ว ด้วยรีบไปกัน” ฉันทำเป็นไม่สนใจก่อนจะเดินนำไปที่รถของเขาโดยไม่หันกลับไปฟังเสียงพึมพำของติณณ์ที่พ่นออกมาไม่หยุด หรือแม้แต่ขณะที่ติณณ์มันขับรถ มันก็พล่ามไม่หยุดเรื่องชุดที่เห็นร่องนม ต้นขาขาว จนแทบอยากเอานิ้วยัดหูขี้เกียจฟัง “ชุดห่าอะไร...สวยตรงไหน” “เรื่องของฉันน่า อย่าบ่นได้ป่ะ ไม่ใช่พ่อ...” “แต่นี่มันเกินไป จะเห็นนมทั้งเต้าแล้วไหม” “เห็นทั้งเต้าอะไรเห็นแค่เนินนมนิด ๆ หน่อย ๆ เองน่า” “แต่มันเกินงามไง ไม่กลัวพวกผู้ชายมองกันรึไง” “กลัวทำไม ขนาดมึงยังไม่มองกูเลย...” ฉันไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป และนั่นก็ทำให้ติณณ์หุบปากได้ซะที แต่ก็แลกมากับการที่ติณณ์เหยียบคันเร่งรถทำเอาฉันหวาดผวากลัวเกิดอุบัติเหตุตาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD