เช้าวันถัดมาหลังจากดูหนังด้วยกัน ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาจากเมื่อคืน บรรยากาศในรถ Defender ตอนไฟแดงนาน ๆ มันยังวนอยู่ในหัว ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู LINE ทันทีที่ตื่น พี่ศศินส่งข้อความมาตั้งแต่ตีห้า
“สวัสดีครับ หนู ตื่นแล้วหรือยังครับ เมื่อคืนพี่ฝันถึงหนูหัวโขกประตูรถอีกแล้ว” พร้อมสติกเกอร์แมวหัวโขกกำแพง ฉันหัวเราะออกมาดัง ๆ คนเดียวในห้อง แล้วตอบกลับแบบห้าว ๆ “ตื่นแล้วค่ะ พี่ศศิน หนูฝันถึงพี่ขับรถช้า ๆ จนรถติดอีกแล้วนะคะ คราวนี้หนูไม่โขกแล้ว พี่เตรียมใจไว้เลย” เขาตอบไวมาก “พี่ดีใจที่หนูไม่โขกครับ แต่พี่อยากเจอหนูอีกแล้วนะครับ วันนี้ว่างบ่ายไหม”
ฉันชะงัก คิดในใจ “เจออีกแล้วเหรอ... เร็วไปไหมเนี่ย” แต่ปากยังแข็ง “ว่างค่ะ พี่ศศิน แต่หนูมีธุระนิดหน่อย อาจจะขอสายๆ หน่อยนะคะ” เขาตอบ “ไม่เป็นไรครับ พี่รอได้ พี่จะมารับหนูที่คลินิกตอนบ่ายสามเลยนะครับ” ฉันยิ้มกว้าง แล้วตอบ “โอเคค่ะ พี่ หนูจะรีบทำงานให้เสร็จ”
ทั้งวันนั้นที่คลินิก ฉันทำงานแบบมีสมาธิแต่ก็แอบยิ้มคนเดียว ชมพู่เดินมาหา “พี่จุ๊บแจงคะ วันนี้พี่ยิ้มอีกแล้วนะคะ หรือคุณศศินส่งข้อความมาอีก” ฉันทำหน้างอ “ส่งมาทำไมล่ะ พี่แค่ดีใจที่งานเสร็จเร็วเฉย ๆ” แต่ชมพู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วทำไมพี่แต่งตัวสวยกว่าปกติล่ะคะ เสื้อตัวนี้ใหม่เหรอ” ฉันรีบก้มดูตัวเอง “ใหม่อะไร ตัวเก่า!” แต่จริง ๆ ฉันเลือกเสื้อเชิ้ตสีเข้มตัวโปรดที่ทำให้ดูห้าว ๆ แต่ก็แอบเซ็กซี่นิด ๆ
บ่ายสามโมงตรง พี่ศศินมาถึงคลินิกแบบเป๊ะ ๆ Defender สีดำจอดเด่นหน้าคลินิก ฉันเดินออกไปเจอเขา เขายิ้มบาง ๆ แล้วเปิดประตูให้ “ขึ้นเลยครับ พี่จองร้านกาแฟเงียบ ๆ ไว้แล้ว” ฉันขึ้นรถแบบระวังหัว “วันนี้หนูไม่โขกแล้วนะคะพี่” เขาหัวเราะเบา ๆ “ดีมสกครับ”
รถติดไฟแดงอีกครั้ง ไฟแดงยาวมากเหมือนตั้งใจ ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วรู้สึกถึงสายตาเขาที่หันมามอง ฉันหันกลับไปเจอสายตานุ่ม ๆ ของเขา “พี่มองอะไรคะ” เขายิ้ม “มองหนูครับ น่ารักขึ้นทุกวันเลย” ฉันหน้าแดง แต่ทำห้าว “พูดอะไรของพี่เนี่ย หนูมาดแมนจะตาย อย่ามาเรียกน่ารักสิคะ” เขาหัวเราะเบา ๆ “พี่พูดจริงนะครับ หนูห้าว ๆ แล้วน่ารักในแบบของหนู”
ไฟแดงยังไม่เขียว ฉันรู้สึกถึงความต้องการบางอย่างที่สะสมมา ต้องการให้เขาจูบ ต้องการให้เขาจับมือ ต้องการให้เขาก้มลงมาใกล้ ๆ แต่ฉันยังเก็บอาการไว้ ทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง “ไฟแดงนานจังเลยนะคะ” เขาพูดเบา ๆ “ครับ นานดีครับ ได้คุยกับหนูนานขึ้น” ฉันหันมองเขา แล้วหัวใจเต้นแรงมาก ฉันอยากมาก อยากให้เขาทำอะไรสักอย่าง แต่ฉันรีบพูดกลบเกลื่อน “พี่ขับช้า ๆ แบบนี้ เดี๋ยวหนูหลับนะคะ” เขายิ้ม “หลับได้เลยครับ พี่เฝ้าหนูเอง”
สุดท้ายไฟเขียว เราก็ไปถึงร้านกาแฟเงียบ ๆ ริมน้ำ ร้านเล็ก ๆ มีที่นั่ง outdoor มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา เขาสั่งลาเต้ให้ตัวเอง แล้วถามฉัน “หนูอยากดื่มอะไรครับ” ฉันสั่ง “เอสเพรสโซ่ค่ะ หนูชอบเข้ม ๆ” เขายิ้ม “เข้ม ๆ เหมือนหนูเลยครับ” ฉันตีแขนเขาเบา ๆ “พี่อย่ามาแซวหนูสิคะ เดี๋ยวหนูเข้มจริง ๆ นะ”
เรานั่งลงโต๊ะริมน้ำ ฉันกำลังจะยกแก้วขึ้นจิบ แต่ด้วยความมึน ๆ ที่ยังค้างจากความเขินเมื่อเช้า ฉันดันหยิบแก้วของพี่ศศินขึ้นมาจิบทั้ง ๆ ที่เป็นลาเต้ (หวาน ๆ มีฟองนม) ไม่ใช่เอสเพรสโซ่ของฉัน ฉันจิบไปคำใหญ่ แล้วทำหน้าตกใจ “เอ๊ะ... อันนี้หวานจังเลย!” พี่ศศินมองแก้วในมือฉัน แล้วหัวเราะออกมาดัง ๆ เสียงทุ้มแต่คราวนี้ขำจริงจัง “หนู... นั่นกาแฟพี่นะครับ” ฉันชะงัก มองแก้วในมือตัวเอง แล้วหน้าแดงก่ำทันที “โอ๊ย! บ้าเอ๊ย หนูหยิบผิด!” ฉันรีบวางแก้วคืนให้เขา แล้วยกแก้วตัวเองขึ้นมาจิบกลบเกลื่อน “เอสเพรสโซ่ของหนูเข้มดีกว่าเยอะเลยค่ะ” แต่พี่ศศินยังหัวเราะไม่หยุด “พี่ไม่ว่าอะไรครับ หนูอยากลองก็ลองได้ พี่ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว” ฉันตีแขนเขาเบา ๆ อีกครั้ง “พี่อย่ามาพูดแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวหนูเขินตายเลย!”
เขายิ้มนุ่ม ๆ แล้วพูดต่อ “พี่ชอบหนูแบบนี้แหละครับ ห้าว ๆ แล้วก็... ต๊อง ๆ นิด ๆ น่ารักดี” ฉันทำหน้างอ แต่ในใจยิ้มจนแก้มปวด “หนูไม่ต๊องหรอกค่ะ หนูแค่... มึน ๆ นิดหน่อย” เขาหัวเราะเบา ๆ “มึนเพราะพี่เหรอครับ” ฉันรีบส่ายหัว “ไม่ใช่! มึนเพราะกาแฟเข้มเกิน!” แต่จริง ๆ มึนเพราะเขาจริง ๆ ซะด้วย
เรานั่งคุยกันยาว ๆ เรื่องงาน เรื่องเพลง เรื่องเพื่อนของฉันที่ชอบชวนออกทริปขี่มอเตอร์ไซค์ เขาฟังแล้วยิ้ม “ฟังแล้วพี่อยากไปด้วยเลยครับ” ฉันหัวเราะ “พี่ไปไหวเหรอคะ รถคันใหญ่ ๆ ของพี่ตามมอเตอร์ไซค์กลุ่มหนูไม่ทันหรอก” เขายิ้ม “พี่ตามทันครับ ถ้าหนูให้พี่ไปด้วย” ฉันหน้าแดงอีกแล้ว แต่ทำห้าว “งั้นคราวหน้าหนูชวนนะคะ แต่พี่ต้องซ้อนหลังหนูด้วย” เขาหัวเราะ “พี่พร้อมครับ แต่พี่กลัวหนูขับเร็วเกิน”
พระอาทิตย์ตก เรานั่งดูวิวแม่น้ำด้วยกันเงียบ ๆ ฉันรู้สึกถึงมือเขาที่วางใกล้ ๆ มือฉัน ฉันอยากจับมาก อยากให้เขาจับ แต่ฉันยังไม่กล้า ฉันเลยพูดกลบเกลื่อน “วิวสวยจังเลยนะคะ พี่” เขาพยักหน้า “สวยครับ แต่พี่ว่าหนูสวยกว่า” ฉันหันมองเขา แล้วหัวใจเต้นแรงจนเจ็บอก “พี่พูดเกินไปแล้วค่ะ” เขายิ้มนุ่ม ๆ “พี่พูดจริงทุกคำเลยครับ”
ตาแก่บ้านี่กำลังจีบฉันอยู่หรือไงนะ โอ๊ยยยยย
คืนนั้นเขาส่งฉันกลับคอนโดอีกครั้ง บรรยากาศใกล้ชิดขึ้นอีกนิด ฉันรู้สึกถึงลมหายใจเขาใกล้ ๆ ฉันอยากให้เขาจูบมาก อยากให้เขาก้มลงมา แต่ฉันรีบพูด “พี่กลับดี ๆ นะคะ” แล้วกดลิฟต์หนี เขายิ้ม “ครับ หนูฝันดีนะครับ คิดถึงหนูแล้วนะ” ฉันขึ้นลิฟต์มาด้วยขาที่สั่น
คิดในใจ “มึงเกือบตายอีกแล้ว จุ๊บแจง” แต่คราวนี้ฉันยอมรับกับตัวเองเต็ม ๆ ว่า... ฉันต้องการเขาจริง ๆ และฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าฉันจะเก็บอาการได้อีกนานแค่ไหน