สองวันต่อมา….
ฉันนั่งจ้องหน้าจอมือถือตัวเองที่มีเบอร์เฮียวาโยขึ้นหราอยู่เกินชั่วโมงแล้ว กำลังสองจิตสองใจว่าจะโทรดีไหม
ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น
ตั้งแต่ได้จูบแรกของฉันไป
เขาก็หายเงียบไปเลย นี่มันสองวันแล้วนะ ฉันจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าฉันทำอะไรผิดอีกรึเปล่า หรือเขาโกรธอะไร ความจริงฉันก็ไม่ควรหวังตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งหมดนี่ก็เพราะเขานั่นแหละ เขามาจูบฉันทำไมล่ะ ถ้าไม่ได้คิดอะไร มาทำให้ฉันคิดแล้วก็เงียบหายไป คนใจร้าย
“อยากโทรก็โทรดิวะ นั่งจ้องอยู่ได้” ใยไหมเอ่ยขึ้นทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก แต่หน้าตามันโคตรจะจริงจัง แล้วปังปอนด์ก็เสริมขึ้นทันที
“ใช่ ถามไปตรงๆ เลย ตกลงยังไงกันแน่ มึงก็จะได้วางตัวถูกไง ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนี้”
ถาม...? จะให้ถามว่าไง ทำไมเฮียไม่มาหาหนู หรือถามว่าเฮียคิดยังไงกับหนู อย่างงี้เหรอ บ้าไปแล้วใครจะกล้าถาม ฉันกลัวคำตอบจะตาย
“นั่นดิ ตอนนี้กูรู้ว่ามึงคิดไปไกลมากแค่ไหน แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดล่ะ มึงจะทำไง” ใยไหมว่า ฉันก็อยากจะบอกว่า ยังไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาเหมือนกัน ถ้าอะไรๆ มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดก็คงเจ็บมากอะ แต่จะให้เลิกชอบบเขา ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
“....” ฉันเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไร แล้วตัดสินใจกดล็อกหน้าจอมือถือ เก็บลงกระเป๋าทันที ไม่ทงไม่โทรละ ถ้าเขาอยากมาก็มาเองนั่นแหละ
“ชะนีทั้งหลาย มาอยู่นี่เอง หาตั้งนาน” เสียงเจื้อยแจ้วของ แจ๊ส เพื่อนร่วมคณะที่ตรงเข้ามาระหว่างกลางของใยไหมและปังปอนด์ พร้อมกับเอาแขนขึ้นพาดบ่าของทั้งคู่ไว้ แจ๊ส สนิทกับสองคนนั้นพอตัว แต่กับฉันก็ไม่เท่าไหร่ เพราะพวกนั้น สายกินสายเที่ยวเหมือนกัน แต่ฉันนานๆ จะไปสักที
“ที่ไหนว่ามา” ปังปอนด์พูดขึ้นในทำนองแบบว่ารู้กันเป็นอย่างดี ว่าแจ๊ส จะมาพูดเรื่องอะไร ส่วนแจ๊สก็รีบหันมาชื่นชมคนพูดทันที
“มันต้องอย่างงี้ดิวะ”
ฉันก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาน้อยๆ ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือต่อ ปล่อยให้พวกนั้นคุยกันไป เรื่องพวกนี้ไม่น่าเกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว แต่ใจก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือในนั้นหรอกนะ ยังมีแต่เขาวนไปวนมาอยู่นั่นแหละ เฮ้ออออ!
“เฌอ! เฌอ!!”
“ฮะ...ฮะ!” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาขานรับแจ๊สแบบร้อนรน ตกใจหมดวุ้ย กำลังคิดอะไรเพลินๆ เลย
“ไปด้วยกันนะศุกร์นี้”
“มะ…”
“ถือว่าชวนแล้ว ให้เกียรติเพื่อนด้วยค่ะ ห้ามปฏิเสธ เค๊...? เจอกันวันศุกร์” แจ๊สพูดขัดฉัน แล้วก็มัดมือชกเฉยเลย ก่อนจะเดินออกไปแบบไม่รอให้ฉันปฏิเสธเลยสักนิด โอ๊ยยย…ใครอยากไปเนี่ย
“ไปเหอะน่า นานๆ ที เดี๋ยวกูไปรับไปส่งถึงห้อง” ปังปอนด์พูดเสริมขึ้นอีก ถึงจะไม่อยากก็คงต้องไปแล้วล่ะ ว่าแต่ที่นั่นคงไม่สูบบุหรี่กันข้างในใช่มะ...ถ้ามันกล้าชวนฉัน ก็แสดงว่าเช็กสถานที่มาโอเคแล้วแหละ ก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะเลิกฟุ้งซ่านเรื่องเขาได้บ้าง แต่ก่อนจะถึงวันศุกร์เนี่ยดิ จะทำไง ฉันถึงจะหยุดคิดเรื่องเขาได้
[Warayu Talk]
ช่วงเย็นของวัน….
“ไงมึง”
ผมเดินเข้าไปทักไอ้เรย์ที่นอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง ก่อนมันจะวางมือถือลงแล้วพยายามพยุงตัวขึ้นนั่งโดยมีไอ้วินลูกน้องอีกคนของผมคอยช่วยอยู่
“ก็ดีขึ้นแล้วเฮีย”
“เออๆ เห็นหมอบอกจะให้อยู่อีกสองสามวัน แต่ถ้ามึงยังไม่โอเคก็อยู่ต่อไปก่อนเลย เรื่องค่าใช้จ่ายกูจัดการแล้ว”
“มันก็ต้องยังงั้นอยู่แล้วปะเฮีย ผมจะมีปัญญาจ่ายเรอะ” เป็นงะ...? ลูกน้องผม พอหายแล้วก็ปากดีขึ้นมาเลย เวรจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่ามันยังเจ็บอยู่ ผมตบหัวทิ่มไปแหละ
“เหอะ! สงสัยไม่อยากหายเนอะมึงเนี่ย” พอผมพูดจบ ไอ้วินก็ถามขึ้นทันที
“ว่าแต่เฮียเหอะ ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้”
“ยังมีหน้ามาถาม ก็ทำงานแทนพวกมึงไง ไอ้ห่า งานแม่งเยอะฉิบหาย” สองวันมานี่ผมไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหนเลย ต้องอยู่เคลียร์งานแทนมันสองตัว เพราะผมให้ไอ้วินมาอยู่เฝ้าไอ้เรย์ที่โรงพยาบาล งานก็เลยมากองรวมอยู่ที่ผม
“เพิ่งจะรู้เรอะวะ” ไอ้เรย์หันไปบ่นพึมพำกับคู่หูตัวเองทันที พอผมบอกว่างานเยอะ แต่เผอิญผมหูดีงะ ได้ยินชัดทุกคำ
“บ่นเหี้ยไร! ตบแม่งเลยดีมะ!?” ผมพูดขึ้นเสียงแข็งพลางง้างมือขึ้นทำท่าจะตบหัวไอ้คนป่วยที่แสนจะปากดี ก่อนมันจะรีบหันมายกมือขึ้นปิดหัวตัวเอง
“โอ๊ะๆ ผมเจ็บอยู่นะเฮีย”
“เออ! เฮีย สายผมรายงานมาว่าไอ้เหี้ยแบล็คไปฮ่องกงกับเสี่ยกิมตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้ามืด ดูเหมือนรีบมากด้วย”
“ว่าแล้วเชียว ทำไมแม่งเงียบแปลกๆ” ทั้งๆ ที่ผมบุกไปพังรถมันแถมยังเข้าไปถล่มมันถึงถิ่นแบบนั้น เพราะถ้าเป็นปกติ มันต้องจัดชุดใหญ่มาให้ผมแล้ว
“เฮียว่าอะไรนะ” ไอ้วินถามขึ้นทันที มันน่าจะได้ยินไม่ชัด เพราะผมพูดกับตัวเองไง ไม่ได้พูดกับพวกมัน
“เสือก!” ผมด่ามันชัดถ้อยชัดคำ
“เอ้า!”
“กูไปละ” ผมบอกมันและกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป แต่ก็ต้องหันกลับมาเพราะประโยคคำถามของไอ้เรย์
“มาแค่นี้?”
“เออดิ มึงจะให้กูมานอนเฝ้ามึงง่ะ นู้นให้เมียมึงเฝ้าไปแหละดีแล้ว” ผมตอบ และโยนไปให้ไอ้วินที่นั่งหน้าเหวออยู่ข้างๆ พวกมันสองตัวหันสบตากัน ก่อนจะอุทานขึ้นมาพร้อมกับด้วยความตกใจ
“เหี้ย!!/เหี้ย!!”
“ฮึ้ยย ขนลุก” ไอ้เรย์พูดพลางทำท่าสยิวกิ้ว เอาแขนขึ้นกอดตัวเองไว้แน่น แต่ยังคงจ้องหน้าเพื่อนตัวเองไม่ลดละ
“อย่ามามองกู ไอ้สัส!!” ไอ้วินว่า
“น่ามองตายห่าล่ะ ไอ้เวร!!” ไอ้เรย์ก็สวนกลับทันควัน แล้วหันกลับมามองที่ผมแทน ไอ้สองตัวนี่มันทะเลาะกันเป็นกิจวัตร วันไหนไม่มีปากเสียงนอนไม่หลับ มันเคยบอกไว้แบบนั้น
ผมได้แต่ส่ายศีรษะไปมาน้อยๆ ก่อนจะเดินควงกุญแจรถออกมาจากห้องพักฟื้นอย่างสบายใจ เพราะปลายทางของผมคือห้องยัยหนูเฌอ ผมไม่เจอเธอมาสองวันแล้ว กังวลแต่ว่าเธอจะเป็นอันตรายถ้าอยู่ใกล้ผม แต่ตอนนี้ไอ้เหี้ยแบล็คมันไม่อยู่ ทางสะดวก คิดถึงอาหารฝีมือยัยเด็กบ้านั้นจะแย่ เธอแอบใส่ยาเสน่ห์ให้ผมกินรึเปล่าวะ หึ!