แอ๊ด!! สองที่ได้ทำการเปิดประตูเข้าไปหาเธอที่กำลังนั่งจมอยู่กับความเศร้า ทันทีที่เสียงประตูดังขึ้นเธอก็รีบหันไปยังที่มาของทันที พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อสามีเธอด้วยความคิดถึงและโหยหา
“พี่หยาง”
แต่ทว่ากลับไร้เสียงตอบกลับเห็นเพียงแค่เงาของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมประตูในห้องมืดเพียงเท่านั้น
🌻
สองที่เปิดประตูเข้าไปกลับเห็นเพียงห้องที่มืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามาเพียงเท่านั้นส่องพอให้เห็นเธอที่เขาตามหาเพียงเท่านั้น สองได้ยืนตระหนักกับภาพตรงหน้าที่เขาเห็นคือเธอที่นั่ง
กอดเข่าอยู่ด้านหน้าของเธอที่มีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมทรงเตี้ย อีกทั้งบนโต๊ะ ยังมีแหวนแต่งงานของทั้งคู่ภาพถ่ายในวันแต่งงานและอีกทั้งยังมีขวดเหล้าวางอยู่คู่กัน สองที่พอจะรับรู้มาบ้างว่าช่วงนี้เธอเริ่มจะดื่มหนักขึ้นทุกวันและในมือเธอที่กำลังกำสร้อยคอรูปไม้กางเขนสีเงินที่เป็นกุญแจสำคัญของสามีไว้แน่น อีกทั้งบนใบหน้ายังมีเพียงน้ำตาที่ยังคงไหลรินไม่หยุดทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องไห้เลยด้วยซ้ำแต่กลับมีแต่น้ำตาที่ยังคงไหลลง
เรื่อย ๆ ทันใดทั้งที่สองได้ยินนั้นกลับทำให้สองต้องชะงักอีกครั้งกับสิ่งที่เขานั้นได้ยิน
‘พี่หยาง’
เธอเรียกเพราะเหมือนเธอกำลังรอให้ชายคนนั้นเปิดประตูเข้ามาหาเธอจริงๆ
“หึ หึ”
เธอที่ได้หัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงที่ออกมาจากในลำคอของเธอโดยที่สองเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอผู้นั้นจะหมายความถึงอะไร
“เข้ามาได้ยังไง?อย่าบอกนะว่าพี่หยางบอกรหัสไว้อีกหรือเสือกรู้เยอะอีก”
“เปล่า! และที่พูดหมายความว่าไง”
“เปล่า…ก็ออกไปซะอย่ามายุ่งและอย่าเข้ามาในห้องนี้อีก”
“ไปอาบน้ำแต่งตัว ไปหาอะไรกินกัน วันนี้น้องอั้มไม่อยู่ไม่มีอะไรให้กิน เดี๋ยวหิวตอนดึกจะลำบาก” แต่เธอก็ยังคงไม่สนใจกับคำพูดเหล่านั้นและเพียงตอบกลับตอบไป
“ไม่ต้องมายุ่ง….ออกไปซะ”
เธอที่พูดทั้งน้ำตายังคงไหลรินและยังตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นในใจของสองตอนนี้รู้สึกทั้งเจ็บเสียใจไม่ต่างจากเธอเลย เธอที่ยังคงอยู่ในอาการที่เจ็บปวดและเสียใจ แต่ใครจะรู้ว่าถ้าเธอเจ็บ เขาจะเจ็บยิ่งกว่า
“อ๋อ…หรือจะเป็นให้ได้เลยใช่มั้ย อยากเป็นตัวแทนของพี่หยางให้ได้เลยใช่มั้ย? สองที่ยังคงเงียบเฉยและรับฟังคำพูดแทงใจดำของเธอไปเพียงเท่านั้น โดยไม่คิดจะตอบโต้อะไรเธอกลับเพราะเขารู้ว่าเธอพูดไปเพราะเธอที่ในตอนนี้กำลังอ่อนแอ
“อยากยืนแทนที่เขามากเลยใช่มั้ย? อยากดูแลอยากจะเป็นเขาให้ได้เลยใช่มั้ย” เธอพูดทั้งน้ำเสียงที่สั่นเครือขึ้นเสียงใส่และเริ่มขึ้นเสียงใส่หนักขึ้นเรื่อย ๆ
“ทีน!....พี่บอกว่าให้ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาซะ” สองยังคงสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุดเพราะเขาเองก็รู้ว่าเธอตรงหน้ากำลังเสียใจอย่างหนัก เพราะวันนี้คือวันที่เธอจะต้องมีความสุขที่สุด และเป็นวันที่เธอเองก็ต้องรู้สึกเสียใจมากที่สุดเช่นกัน กับวันครบรอบการจากไปของสามีของเธอแถมยังเป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับสามีอีกด้วย โดยที่เธอเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ไหว้ลาหรือบอกลาคนรักเลย แม้แต่หน้าหลุมศพเธอเองก็ยังไม่เคยได้เห็น
“หรือที่พี่หยาง ตายนี่เป็นแผนของพี่ด้วยป่ะ?”
“ทีน…พี่บอกว่าอะไร”
เพียะ!!! เธอที่ได้ตบเข้าที่หน้าของเขาเต็ม ๆ และแรงจนเขาหน้าหันไปตามแรงมือนั้น
“ออกไป!...ออกไปซะ!..อย่ามายุ่งเรื่องของเจ้านาย" เธอที่ตอนนี้ยังคงตะคอกใส่และไล่สองไม่หยุด
“อ่อ…ไม่ใช่สิพี่มันคงเป็นได้แค่หมารับใช้เป็นได้แค่ขี้ข้าอย่ามาออกคำสั่ง”
“ใช่สิ!...ทีนคงมองพี่ได้แค่นั้นน่ะสินะ”
“ใช่! รู้ตัวเองดีนี่ ถ้ารู้แล้วก็ออกไปซะ..”
เธอพูดที่พูดทั้งยังก้มหน้าไปหยิบเหล้าเพียว ๆครึ่งแก้วซดลงคอไปทีเดียวจนหมด
“ได้เงินจากพี่หยางไปแล้วนิ ได้เงินแล้วก็ไปซะอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก” เธอที่ยังคงไล่สองอีกครั้ง
“ทีน…อย่าทำแบบนี้ อย่าไล่พี่แบบนี้”
“เพราะทุกคนที่อยู่กับทีนในตอนนี้เวลานี้ พวกเขาไม่ได้อยู่เพราะเงินพวกเขาอยู่เพราะรักและเป็นห่วงทีนกันทั้งนั้น รวมถึงพี่ด้วยอย่าไล่กันอีก”
“ใครขอ…ไม่มีใครขอเลยด้วยซ้ำไปซะให้หมดทุกคน ไปให้หมดเลยไม่ต้องมารักทีน อย่ามารักทีนเลย”
“ทีน….” สองยังคงเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นสงบและนิ่งจนน่ากลัว จนเธอเองก็อดใจหวั่น ๆไม่ได้
“ปล่อยให้ทีนตายไปเลยให้ทีนตายไปเลยได้ก็ดี เพราะถ้าทีนตายไป ทุกคนก็จะได้ไปมีชีวิตใหม่ทุกอย่างก็จะจบ… จะได้ไม่ต้องมีใคร มาเจ็บหรือตายเพราะทีนอีก”
“ไม่….ไม่นะทีน อย่าพูดแบบนี้อย่ายอมแพ้แบบนี้"
แต่ทว่าครั้งนี้สองกลับรู้สึกเจ็บปวดเกินไปจนต้องกลั้นน้ำตาไว้แทนด้วยอารมณ์ที่ทั้งสงสารและกลัวว่าเธอที่เขารักจะคิดทำอะไรที่ไม่รักตัวเอง เหมือนกับพี่ชายของเขา…
“ออกไป! ออกไปสักที!”
“หนูพี่ยอมแล้ว พี่ยอมหนูหมดแล้วอย่าไล่พี่ไปไหนเลยได้ไหม” แต่ทว่าในครั้งนี้สองที่กลับพูดทั้งน้ำตาที่ไหลลงมาเรื่อย ๆและยังนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอที่เขารักมาตลอด และพยายามที่จะเข้ากอดเพื่อขอร้องอ้อนวอนเธอ แต่เธอที่ในตอนนี้ได้แต่ทนเก็บกลั้นเสียงสั่นเครือหนักกว่าเดิมและแค่นเสียงพูดออกมากอย่างยากลำบาก
“อย่ามาใกล้ทีนนะเลิกทำตัวเป็นพี่หยางสักที ฮือ…..อึก…ฮืออ”
เธอที่ได้ร้องไห้ออกมาอีกร้องไห้เสียใจที่หนักกว่าเดิมเสียงที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกสับสน ความเสียใจ ความรู้สึกผิดที่มันเริ่มจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ สองที่ยังคงพยายามลุกขึ้นเพื่อกอดเธอตรงหน้าเพื่อปลอบโยนเธอ แต่เธอกลับผลักออกและพยายามถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ
“หนู…พี่ขอโทษที่ทำหนูให้เสียใจพี่ขอโทษ…พี่ยอมแล้ว…พี่ยอมแล้วจริงๆ…ทูนหัว”
ฮือ….อึก…ฮือออ เสียงร้องของเธอที่ยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆจน..ในตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรรีบโผล่เข้ากอดเธอและยิ่งกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม และยังคงกระชับกอดนั้นให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก
“หนูเหนื่อย! หนูคิดถึงพี่! หนูคิดถึงบ้าน! หนูคิดถึงลูก!”
เธอที่ยังคงพูดทั้งน้ำตาและกอดตอบชายตรงหน้าให้แน่นขึ้น
“พี่ขอโทษ! พี่ขอโทษนะทูนหัว!”
“หนูกลัว หนูกลัวว่าจะต้องเสียใครไปอีก หนูทำให้พี่ธีร์ต้องตาย…ฮือ…หนูทำให้พี่ภูต้องเจ็บมันเป็นเพราะหนู หนูเองที่ทำร้ายทุกคนเลย!” “T…T”
“พี่ธีร์จะโกรธ จะเกลียดหนูมั้ย? พี่ภูจะเป็นอะไรมากมั้ยทุกคนจะเกลียดหนูใช่มั้ย ทุกคนจะว่าหนูว่าหนูมันไม่มีความสามารถที่จะปกป้องใครเลย”
“ไม่ค่ะ..ทุกคนไม่เคยโทษหนูเลย”
“หนูเหนื่อยแล้ว! หนูไม่เก่งพอที่จะปกป้องใครได้เลยพี่หยางหนูคิดถึงพี่….สุขสันต์วันครบรอบแต่งงาน 6 ปีนะคะ” เธอที่กลับกอดตอบชายตรงหน้าในความมืดนั้นให้แน่นขึ้นด้วยความโหยหาและคิดถึงพลันทำให้คิดถึงเขาคนนั้นที่จากไปจะเป็นความรู้สึกทุกอย่างมัน บอกว่าคนที่เขากำลังกอดอยู่นั้นคือคน คนนั้นคนที่เธออยากเจอ อยากกอด อยากมีเขาอยู่ในชีวิตไปตลอดทุกวัน แต่เพราะอะไรกันถึงทำให้เธอกล้าที่จะคิดแบบนั้น เป็นเพราะเหล้าที่เธอดื่มเข้าไปหรือเป็นเพราะคำพูดนั้นที่ทำให้เธอคิดย้อน
ไปว่ามีแค่สามีเธอเท่านั้นที่จะพูดง้อเธอแบบนี้ในเวลาที่เธองอน และหลังจากที่เธอพูดจบสองที่ได้ก้มลงมาประกบจูบลงบนปากนิ่มของเธออย่างอ่อนโยน พลันทำให้น้ำตาของทั้งคู่ ได้ไหลรินจนใบหน้าของทั้งสองคนเปียกไปหยดน้ำใส ๆนั้น สองเองที่ได้ดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกคิดถึงและโหยหาเธออย่างที่สุดเช่นกัน หลังจากทั้งคู่กอดกันจนได้เกิดความเงียบขึ้นมาสักระยะนึง สองที่ได้ทำลายความเงียบนั้นโดยถามเธอในอ้อมกอดไปว่า
“หิวไหมคะ! อยากกินกุ้งมั้ย?”
“ไม่คะ…หนูไม่หิว หนูอยากกอดพี่ อยากนอนกอดพี่ไปจนกว่าจะเช้า อยากกอดพี่ไปจนกว่าวันพรุ่งนี้จะหายไปและความฝันนี้จะหายไปอีก”
“ได้ค่ะงั้นไปนอนกันนะคะ พี่จะกอดหนูเอง”
“หนูคิดถึงพี่นะถ้ามีพรข้อใดที่สามารถขอได้ขอให้หนูได้ฝันแบบนี้ไปทุกวันและทุกคืน”
“หนูอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือแต่งานใหม่มั้ยคะ?”
คำถามที่เขาเองได้ถามออกไปเพราะถ้าวันนี้ถ้าเขาไม่พูดออกไปก็คงคิดว่าเขาก็คงไม่มีโอกาสได้ถามอีกแล้วเพราะเธอในตอนนี้ที่คิดว่าเขาคือสามีของเธอ แต่เธอที่ในตอนนี้เองก็กลับตอบไปโดยที่แทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เขาเองก็พอจะรู้ว่าคำตอบนั้นคืออะไรเพราะไม่ว่าใครต่อใครจะถาม เธอก็จะตอบเหมือนเดิมเสมอว่าเธอจะยังคงมีแค่’หยางเซี่ยเว่ย’ผู้เป็นสามีที่รักของเธอคนเดียว
“พี่ถามทำไม และทำไมถึงถามแบบนี้”
“เปล่าคะ”
“ไม่คะ….ไม่อยากมีคะ ไม่อยากมีใครใหม่แล้ว เพราะถ้าหนูจะต้องแต่งงานอีกรอบคนคนนั้นก็จะต้องเป็นพี่อีกครั้งที่จะต้องมาขอหนูแต่งงาน”
สองที่ยังคงเงียบและตั้งใจฟังกับคำตอบของเธอ
“แม่หม้ายอย่างหนู! เธอที่มีลูกติดแบบนี้คงจะไม่มีใครรักหนูและลูกหนูได้เท่าพี่แล้วล่ะคะ………..หวานอัน เหล่ากง!”
หลังจากที่เธอได้บอกฝันดีกับชายที่รักเสร็จ ก็ทำการยืดตัวเพื่อจะได้หอมแก้มชายที่เธอกอดอยู่หลับไปในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่เธอโหยหาในทุกคืน